เทพสงครามหวนจุติ

    ร่วมการทดสอบ

    ตอนที่ 58


    ร่วมการทดสอบ




    “ เทียบเชิญ แด่เทพสงคราม...”


    เป็นเสียงกล่าวของจิ่วโม่ ที่พาให้หานเฟิงคืนสติ เป็นเมื่อครู่มันตื่นตระหนกจนเกินไป เรื่องราวของเทพสงคราม เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอณาคต ของชีวิตที่แล้ว ผู้ที่ทราบรู้ จึงสมควรมีเพียงแค่ตัวมัน กับเสวี่ยเอ๋อร์ ที่ต่างก็ได้ย้อนคืนกลับมาสู่อดีตด้วยกันทั้งคู่ แต่ทว่า ป้ายประกาศที่เบื้องหน้านี้ คล้ายกับว่ายังมีคนผู้อื่น ทราบรู้เรื่องราว


    ‘ เป็นไปไม่ได้ นี่อาจเป็นเพียงแค่เหตุบังเอิญ ยังคงต้องอ่านเนื้อความด้านในให้กระจ่างทราบ’


    หานเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก จูงมือซวงเอ๋อร์แหวกฝ่าฝูงชนเข้าไป จนสามารถมองเห็นข้อความทั้งหมดบนป้ายประกาศ


    ‘ เทียบเชิญแด่เทพสงคราม...


    ...เรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ราชวงศ์มังกร เปิดวัง ต้อนรับเหล่าผู้กล้า เข้าร่วมการแข่งขัน เป็นศักขีพยาน การถือกำเนิดของ เทพสงคราม แสงอันเจิดจรัส ที่จะนำพาโลกหล้าให้พ้นภัย’


    หานเฟิงอ่านเนื้อความบนประกาศในใจ มันที่พออ่านมาถึงตรงนี้ ก็ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นจึงค่อยเลื่อนสายตา ไล่อ่านใจความในบรรทัดต่อๆมา


    ‘ วังมังกร ต้อนรับผู้กล้ามากความสามารถ ในช่วงอายุวัย สิบแปด ถึง ยี่สิบห้า โดยที่ทุกอาณาจักร สามารถจัดส่งเหล่าผู้กล้าเข้าร่วม ได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น สิบคน... 


    ...สำหรับสี่แดนผู้พิทักษ์ สามารถส่งบรรดาศิษย์ในช่วงอายุวัยดังกล่าว เข้าร่วมได้เป็นจำนวนห้าคน’


    อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อดไม่ได้ที่หานเฟิงจะจับคางครุ่นคิด  ‘ คำ เทียบเชิญแด่เทพสงคราม ที่แท้ก็เพียงแค่ชื่อของการแข่งขัน’ ซึ่งพอเหลือบดูเวลาการแข่งขันในบรรทัดต่อมา ก็เห็นว่าเป็นในอีกสามเดือนให้หลัง พอไล่สายตาดูบรรดทัดต่อๆไป ก็เห็นเป็นรายละเอียดของรางวัล ที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับ ซึ่งมีทั้งแบบที่แบ่งเป็นผู้ที่ผ่านเข้ารอบแปดคนสุดท้าย ผ่านเข้ารอบสี่คนสุดท้าย ผู้ได้อันดับรองชนะเลิศ และผู้ชนะเลิศ ที่ต่างก็มีของราววัลที่ลดหลั่นแตกต่างกันออกไป 


    ซึ่งหานเฟิงก็เพียงแค่อ่านผ่าน เป็นมันไม่คิดสนใจที่จะเข้าร่วม กระทั่งที่อ่านมาถึงรายการของรางวัล ของผู้ชนะเลิศ ก็เป็นอันต้องนิ่งงันไป


    ...ผู้ชนะเลิศ ได้รับฉายานาม เทพสงคราม ผู้คนทั่วหล้าสรรเสริญเชิดชู


    ...รับมอบทรัพยากรบ่มเพาะ สิ่งของรางวัลต่างๆมากมาย จากวังมังกร


    ....ได้รับสิทธิพิเศษ เข้าพบกับองค์หยิงเทพธิดา รับฟังคำทำนายเป็นการส่วนตัว 


    …ไขข้อข้องใจ ความลับแห่งการหวนคืน


    กลับเป็นคำ ความลับแห่งการหวนคืน ที่พาให้หานเฟิงสั่นสะท้านไปทั้งกายใจ


    ‘ ไขข้อข้องใจ ความลับแห่งการหวนคืน?!!!…’ หานเฟิงสูดลมหายใจเข้าอย่างหนาวเหน็บ ห้วงความคิดประมวนความเป็นไปได้ต่างๆนานา ก่อนที่จะสรุปออกมาได้ว่า เป็นธิดามังกร เป็นนางทราบถึงการมีตัวตนของมัน


    ‘ นางกำลังเรียกหาข้า…


    ...เป็นนางทราบรู้ ว่าข้าได้หวนคืนกลับมาสู่อดีต ทั้งยังอาจเป็นไปได้อีกว่า เรื่องราวเหล่านี้ นาง อาจจะเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง…’


    พอคิดมาถึงตรงนี้ ก็อดไม่ได้ที่หานเฟิงจะรู้สึกหนาวสะท้าน ต้องเป็นขุมพลังเช่นใด จึงสามารถทำให้คนผู้หนึ่ง ย้อนกลับคืนมาสู่อดีตได้เช่นนี้ แต่หากพอนึกย้อนไปถึงเรื่องราวต่างๆนานา นับตั้งแต่ที่ตัวมันได้ย้อนคืนกลับมา ก็อดไม่ได้ ที่แววตาของมัน จะพลันต้องบังเกิดเป็นประกายโทสะขึ้นมา 


    นั่นเพราะว่า ทุกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม นั่นคล้าย จะมีเงาของธิดามังกรผู้นี้ ทาบทออยู่ และถึงแม้ว่าการกระทำของนาง จะมีส่วนช่วยต่อเสวี่ยเอ๋อร์เป็นอย่างมาก หากแต่นั่น กลับทำให้หานเฟิงบังเกิดเป็นเพลิงโทสะขึ้นมาอย่างแท้จริง เพราะว่า มันรู้สึกไม่ชอบใจ ที่ต้องถูกคนผู้หนึ่ง คอยปั่นหัว ชักจูงจมูกอยู่เช่นนี้


    ‘ เป็นก่อนนี้ ที่ข้าได้ยินจากเสวี่ยเอ๋อร์ว่า การกระทำของเจ้า มีส่วนช่วยในเรื่องราวของนางเป็นอย่างมาก ข้าจึงขบคิดให้อภัยต่อเจ้า แต่ยามนี้ไม่แล้ว เจ้าที่ทราบรู้เรื่องราวทั้งหมด กลับปั่นหัวข้า ชักจูงจมูกข้า นำพาให้เรื่องราวทั้งหมดจนปั่นป่วน ไม่เป็นไปตามครรลอง ซึ่งตัวข้า ที่เดิมทีควรจะสามารถแก้ไขเหตุการณ์ความผิดพลาดในอดีต ไปทีละเปลาะ กลับถูกเจ้าตีรวนเหตุการณ์จนวุ่นวาย…’


    หานเฟิงที่ขบคิดมาถึงตรงนี้ก็ยกยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะเปิดปากกล่าวคำขึ้นต่อว่า


    “ ข้าไม่รู้หรอก ว่าเจ้าข้องเกี่ยวกับการย้อนคืนกลับมาของข้าหรือไม่ แต่ต่อให้เจ้าเกี่ยว หรือจะเป็นคนที่ทำให้ข้าได้หวนคืนกลับมาด้วยตัวของเจ้าเอง แต่ก็อย่าได้คิดว่า ข้าคนนี้ จะหวาดกลัวต่อเจ้า ในเมื่อเจ้าเชื้อเชิญข้าให้ไปพบ เช่นนั้นข้าก็จะไป... ทั้งยังคิดทวงถามหนี้บัญชีนี้ ไปพร้อมๆกัน”


    “ หืม!! ไป? ไปที่ใด” 


    กลับเป็นซวงเอ๋อร์ที่คล้ายว่าจะได้ยินคำของหานเฟิงไม่ถนัด จึงได้กล่าวถามขึ้น


    “ เปลี่ยนแผน ก่อนกลับบ้าน ข้ายังคงต้องแวะเวียนไปที่แห่งหนึ่งก่อน…”



    ไกลห่าง ในมหาสมุทรตะวันออก ด้านในตำหนักบรรทมของธิดามังกร เบื้องหลังม่านมุก ที่บัดนี้ บังเกิดมีเสียงสนทนาของสตรีสองคน


    “ เทียบเชิญแด่เทพสงคราม ชื่องานเช่นนี้ แม่ว่า มันฟังดูพิลึกพิลั่น”


    “ เป็นลูกคิดเชื้อเชิญมัน ยังคงต้องให้มันตระหนักทราบอย่างชัดเจน...”


    “ ลูกกล่าวว่าเชื้อเชิญมัน หากลูกกลับสร้างเรื่องจนแลดูวุ่นวาย…”


    “ ยังคงทำไปเพื่อปิดบังอำพราง เป็นลูกคร้านที่จะอธิบายต่อพวกมัน…”


    “ พวกมัน? หมายถึงสี่แดนผู้พิทักษ์?”


    “ ยังคงนับรวมทั้งหมด ทั้งพวกผู้ปกครองอาณาจักรต่างๆนั่นก็ด้วย หากลูกว่ากล่าวให้พวกมันตามหาคน พวกมันคงมากไปด้วยคำถาม อีกทั้ง ไอ้เจ้าคนที่ถูกตามหา ก็จะกลายเป็นระแวดระวัง พาลไม่ปรากฏตัวออกมา ดังนั้น ลูกจึงคิดสถานการณ์เช่นนี้ออกมา”


    “ แต่เงื่อนไขที่ลูกตั้ง อนุญาติให้เพียงอาณาจักรละสิบคนเข้าร่วม แล้วเช่นนี้ มันจะผ่านเงื่อนไขของเจ้ามาได้หรือ?”


    “ มัน ที่พอเห็นของรางวัลข้อสุดท้ายของผู้ชนะเลิศ ย่อมต้องทุ่มเทจ่ายออกด้วยทุกสิ่งอย่าง เพื่อที่จะได้มาพบกับลูก”


    “ แม่ยังคงกังวลว่า อาณาจักรต่างๆจะคิดหาวิธีการ เพื่อให้เพียงคนของตนเข้าร่วม แล้วสุดท้าย มันผู้นั้น ที่ไม่รู้ว่าไปตกระกรรมลำบากอยู่ที่ใด จะพลาดโอกาสในครั้งนี้เอา...”


    “ ดังนั้น ลูกจึงกำชับต่อพวกมัน ว่าให้กระจายข่าวการแข่งขันนี้ออกไป ให้ทั่วทุกพื้นที่”


    “ แล้วพวกมันจะยอมกระทำตามที่เจ้าว่าจริงหรือ?”


    “ ย่อมกระทำ เพราะเพียงลูกกล่าวว่า เรื่องราวเกี่ยวพันถึงคำทำนาย หายนะวันสิ้นโลก ก็คร้านที่พวกมันจะขวัญหนีดีฝ่อ รีบกระทำกันอย่างไม่คิดจะปริปากถาม”


    “ แต่ถึงอย่างนั้น แม่ก็ไม่มั่นใจ ว่ามัน จะสามารถกลายเป็นตัวแทนทั้งสิบคน ที่ว่านั่น”


    “ จุดประสงค์ของลูก ไม่ใช้ให้มันมาเข้าร่วม หากเพียงต้องการให้มันปรากฏร่องรอยการคงอยู่ออกมา ถึงมันจะไม่สามารถกลายเป็นตัวแทนมาเข้าร่วมได้ แต่ในเมื่อร่องรอยของมันได้ปรากฏออกมาแล้ว การที่จะให้มันมาพบ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใดอีกต่อไป”


    “ แล้วถ้าหากมันไม่ปรากฏ... เป็นมันหายสาปสูญไปเลยเล่า?”


    “ ...................” คำถามนี้พาให้ธิดามังกรเงียบงัน


    “ ลูกน่าจะเรียกตัวมันมาตั้งแต่แรก…”


    “ ลูกทราบ เป็นลูกพลาดไป ลูกไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมา...”


    “ เพียงหวังว่ามันจะยังคงมีชีวิตอยู่”


    “ หาไม่แล้ว ก็คงเป็นสวรรค์ ไม่คิดเว้นหนทางรอด ให้แก่ตระกูลหลงเรา...”




    หนึ่งเดือนต่อมา หานเฟิง จิ่วโม่ และซวงเอ๋อร์ ก็ได้เดินทางมาถึงเมืองใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ทางตะวันตกของอาณาจักรร่มพฤกษา ส่วนสาเหตุที่คนทั้งสามเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ ก็เพื่อที่จะให้หานเฟิงได้เข้าร่วมการทดสอบ เป็นการทดสอบ ที่จัดขึ้นโดยอาณาจักรร่มพฤกษา เป้าหมาย เพื่อที่จะคัดเลือกตัวแทนสิบคน ไปเข้าร่วมการแข่งขันในงาน เทียบเชิญแด่เทพสงคราม ที่วังมังกร


    ซึ่งเมืองใบไม้ร่วงที่พวกหานเฟิงมาถึง นับเป็นด่านทดสอบแรก ในการทดสอบที่ทางอาณาจักรร่มพฤกษากำหนดขึ้น ซึ่งทางอาณาจักรร่มพฤกษา ได้กำหนดเมืองที่จะเป็นด่านทดสอบแรกทั้งสิ้น สิบห้าเมือง ซึ่งหลังจากที่ได้ผู้ผ่านเข้ารอบแรกตามจำนวนที่กำหนดแล้ว ก็จะเป็นการทดสอบในรอบถัดไป ที่นครหลวง ส่วนวิธีการทดสอบและกติกาในแต่ละรอบ ยังไม่มีการประกาศออกมา


    “ ผู้คนมากมายยิ่ง” ซวงเอ๋อร์ที่ถูกจับจูงไว้ด้วยหานเฟิงกล่าวคำขึ้น


    “ ล้วนเป็นผู้คนที่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขัน เช่นเดียวกับข้า”


    “ การแข่งขันนี้สำคัญกับพี่ใหญ่มากนักหรือ?”


    “ จะเรียกสำคัญ ก็ว่าได้”


    “ แล้วเราจะเอายังไงกันต่อ...” เป็นเสียงของจิ่วโม่กล่าวแทรกขึ้น “ คนมากมายเช่นนี้ ใช่เป็นห้องพักในโรงเตี๊ยม ถูกจับจองจนเต็มหมดแล้วกระมัง”


    “ ยังคงต้องตระเวนดู เพราะกว่าที่การแข่งรอบแรกจะเริ่มขึ้น ก็เป็นอีกสามวัน...”



    กระทั่งที่เวลาล่วงผ่านไปอีกสามวัน เป็นยามเช้า ที่จัตุรัสกว้างใหญ่ใจกลางเมือง ที่ซึ่งบัดนี้เนืองแน่นล้นหลามไปด้วยบุรุษสตรีที่อยู่ในช่วงอายุวัยสิบแปดถึงยี่สิบห้า ที่ต่างก็มาชุมนุมกันด้วยเรื่องของการทดสอบรอบแรก ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้


    ซึ่งตัวของหานเฟิงเอง ก็ยืนเบียดเสียดอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ว่า มันที่วันนี้มาเข้าร่วมการทดสอบเพียงลำพัง ซวงเอ๋อร์และจิ่วโม่ ที่ต่างก็ไม่อยู่ในเงื่อนไขการทดสอบเรื่องอายุ จึงจำต้องรั้งรออยู่ที่ห้องภายในโรงเตี๊ยม แต่หานเฟิงที่พอเห็นจำนวนคนที่มาเข้าร่วม ก็อดที่จะมุ่นคิ้วขบคิดขึ้นมาไม่ได้ คนมากมายเช่นนี้ จะทดสอบกันเช่นไร เพราะแค่เพียงประกาศให้ผู้คนมารวมตัวกัน ก็ยังเรียกเป็นทะเลหัวคน ไกลสุดลูกหูลูกตา


    กระทั่งที่เวลาล่วงผ่านไปอีกครู่ ก็บังเกิดเป็นเสียงกล่าวดังกังวานก้อง เป็นเสียงของบุรุษวัยกลางคน ที่พาให้ฝูงชนเงียบเสียงกันโดยพลัน


    “ การแข่งขันในรอบแรก จะแบ่งออกเป็นสองช่วง”


    “ โดยที่ช่วงแรกนี้ จะยังไม่มีการตรวจสอบเรื่องอายุวัย...”


    “ แต่จะให้พวกเจ้าที่เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมด ทำภารกิจบางอย่าง…”


    “ ซึ่งภารกิจที่ว่า ก็คือการรวบรวมสิ่งของสี่ชิ้น จากสถานที่ทั้งสี่แห่ง จากนั้น จึงค่อยนำมันกลับมาส่งยังลานกว้างแห่งนี้…”


    “ สำหรับสิ่งของจะเป็นอะไรนั้น เมื่อพวกเจ้าไปถึงยังสถานที่ที่กำหนด พวกเจ้า ก็จะได้ทราบรู้ด้วยตัวเอง…”


    “ ส่วน ที่ตั้งของสถานที่ทั้งสี่แห่ง ก็ตั้งอยู่ไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ห่างออกไปจากตัวเมือง ทิศทางละยี่สิบลี้…”


    สิ้นคำ ฝูงชนที่ไม่รู้จักคำว่ารั้งรอ ก็พากันวิ่งฝ่าออกไป ก่อนที่เสียงกล่าวจากบุรุษกลางคนผู้เดิม จะดังกังวานขึ้นสืบมา


    “ หากมีเพียง หนึ่งร้อยคนแรก จึงจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบถัดไป...”


    “ อ่อ แล้วก็... สิ่งของ สามารถแย่งชิงกันได้ ไม่ผิดกติกา”


    สิ้นคำ ก็ไม่มีเสียงใดกล่าวขึ้นมาอีก หากจะมีก็แต่เสียงของฝูงชน ที่พากันเฮโลออกจากเมือง ส่วนหานเฟิง มันที่ยามนี้ก็มิอาจยืนเฉยต่อไปได้อีก มิใช่เพราะมันเร่งรีบ หากเป็นเพราะคลื่นฝูงชน ที่กำลังเบียดพามันออกไป


    หานเฟิงจึงมิคิดรั้งรอ ร่ายใช้ดาราวาบวับ ออกมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งหลุดออกจากฝูงชน ปลายเท้าที่แตะสัมผัสลงบนพื้น ก็บังเกิดเป็นประกายอัสนีแลบลั่น ก้าวประกายอัสนีบาตถูกใช้งาน


    “ ฟิ้วววว…” ทิ้งเงาเป็นสายยาวเหยียดไว้ด้านหลัง พร้อมกับเสียงสบถคำด้วยความตื่นตระหนกตกใจ


    “ น นั่นอะไร!!!...”


    “ บัดซบ!!! นั่นมันผู้ใด? ไฉนท่าร่างจึงรวดเร็วยิ่ง...”


    “ มีคนนำหน้าไปแล้ว เร็วเข้า…”


    กติกาการทดสอบ มิได้บอกว่า ต้องไปเอาของจากทิศทางใดก่อน หากบอกเพียงแค่ว่า ให้รวบรวมสิ่งของให้ครบทั้งสี่ชิ้น แล้วจึงนำกลับมาส่งยังลานกว้างใจกลางเมือง ส่วนหานเฟิงที่ถูกฝูงชนเบียดพามาทางฝั่งตะวันออก จึงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นอันดับแรก ซึ่งระยะทางยี่สิบลี้ มิสมควรเรียกว่าใกล้ หากด้วยเคล็ดวิชาที่ว่องไว ระยะห่าง จึงถูกหานเฟิงร่นกระชั้นเข้ามาอย่างรวดเร็ว


    แค่เพียงไม่กี่อึดใจ หานเฟิงก็พุ่งทะยานผ่านระยะทางมาแล้วหลายลี้ ด้วยเคล็ดวิชาท่าร่างอย่าง ดาราวาบวับ และก้าวประกายอัสนีบาต จึงยาก ที่จะหาผู้ใดเทียบเคียงความเร็วกับมัน มันที่กระทั่งมั่นใจว่า ด้วยสองเคล็ดวิชานี้ ที่ต่อให้ถูกไล่ล่าด้วยชนชั้นระดับปราณโลกาขั้นปลาย มันก็ยังสามารถหลบลี้หนีได้ ไปอีกเจ็ดคืนเจ็ดวัน


    ดังนั้นแล้ว กับการแข่งขัน ที่มีเพียงรุ่นเยาว์ ที่ระดับความสำเร็จไม่เกินขอบเขตปราณปฐพีเช่นนี้ หานเฟิง จึงมิต่างไปจากผู้ใหญ่ ที่กำลังกลั่นแกล้งรังแกเด็กรุ่นเยาว์


    กระทั่งที่ขณะต่อมา หานเฟิงที่กำลังพุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็ว ก็พบเข้ากับป้ายขนาดใหญ่ ป้าย ที่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ด่านทดสอบแรก จุดรับของ ทิศตะวันออก หน้าป้ายตั้งไว้ด้วยโต๊ะ มีชายกลางคนที่กำลังนั่งสัปหงกหนึ่งคน


    หานเฟิงที่เห็นเช่นนั้นก็เบิ่งตากว้างชมมอง ขบคิดในใจว่า การทดสอบกลับไม่มีเรื่องราวที่ชวนให้ตื่นเต้นเร้าใจเลยแม้แต่น้อย จะเอาจุดรับของไปแอบซ่อนให้ค้นหารึก็ไม่มี กลับตั้งวางไว้อย่างเด่นหลา ทั้งยังเขียนป้ายบอกอย่างชัดเจน ราวกับกลัวว่าผู้คนจะไม่พบเจอ


    หานเฟิงส่ายหน้า หากยังคงมุ่งตรงไปยังจุดรับของ ที่ปรากฏชายวัยกลางคนนั่งสะลึมสลือ หากแต่ทันทีที่หานเฟิงปรากฏกายขึ้น ก็พาให้คนผู้นั้นสะดุ้งตกใจ


    “ เย้ยย!!!... เจ้าหนุ่ม มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ข้าตกใจหมด” ชายกลางคนกล่าวพลางยกมือลูบอกป้อยๆ


    “ ว่าแต่เจ้ามีธุระอันใด?”


    “ ข้ามารับของ” หานเฟิงกล่าวพร้อมยื่นแบมือออกไปอย่างไม่คิดจะรั้งรอ


    “ รับของ?...” ชายกลางคนกล่าวทวนคำ เหลียวหน้ามองดวงตะวันที่พึ่งจะลอยสูงขึ้นมาได้ไม่เท่าไร ก็อดไม่ได้ที่จะต้องกล่าวคำขึ้นมา


    “ เพ่ย ปล่อยก่อนเวลารึ ไหนเลยจึงมีคนมาถึงได้รวดเร็วเช่นนี้”


    เป็นคำกล่าวที่คล้ายจะบ่นต่อใครบางคน หากตนก็ก้มลงไปหยิบเอาหีบใบหนึ่งขึ้นมา เป็นหีบทองแดงใบใหญ่ ที่พอเปิดออกแล้ว ก็ปรากฏแสงสีฟ้าสว่างพร่างพราว กระทั่งที่ล้วงหยิบเอาสิ่งของด้านในออกมา จึงค่อยเห็นว่า เป็นแหวนวงหนึ่ง แหวน ที่เปร่งประกายเป็นแสงสีฟ้าสว่างไสว กระทั่งยามกลางวันเช่นนี้ แสง ที่เปล่งออกมา ยังสว่างเจิดจ้าดุจดวงตะวัน


    “ สวมไว้” 


    ชายกลางคนยื่นส่งแหวนให้กับหานเฟิง หานเฟิงรับมา สวมลงบนนิ้วโดยไม่กล่าวคำ หากยังคงมีคำกล่าวกำชับจากชายกลางคนที่เบื้องหน้าดังขึ้นต่อ


    “ อย่าได้เก็บเข้าไปในแหวนมิติ มิเช่นนั้น แสงมันจะหายไป แล้วเจ้าจะไม่ผ่านการทดสอบ”


    หานเฟิงได้ฟังก็พยักหน้ารับ ก่อนจะหันมองไปทางทิศใต้ คิดคำนวนเส้นทาง ที่ถ้าตัดตรงจากตัวเมือง ตนที่อยู่ตรงนี้ จะต้องวิ่งไปในทิศทางใด หากในจังหวะที่กำลังขบคิดอยู่นั้น เสียงจากชายกลางคนผู้นั้น ก็ดังขึ้นต่อ


    “ เจ้าจะไปยังจุดรับของทางใต้?”


    หานเฟิงเหลียวหน้าชมมอง ก่อนจะเห็นว่า ชายผู้นั้นเปิดปากกล่าวคำขึ้นต่อแล้ว


    “ เช่นนั้นเจ้าก็มุ่งตรงไปทางนี้” กล่าวพร้อมกับชี้นิ้วออกไป


    หานเฟิงที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าขอบคุณ สืบเท้ามุ่งตรงไปตามทิศทางที่ว่า หากในใจ ยังอดรู้สึกไม่ได้ ว่าการทดสอบ มันช่างง่ายดายจนน่าเบื่อเสียจริงๆ



    กระทั่งชั่วขณะต่อมา ระยะทางที่มากกว่ายี่สิบลี้ ก็ถูกหานเฟิงโผทะยานผ่านมาโดยง่าย กระทั่งมาพบจุดรับของทางใต้ ที่แลดูมิต่างกันกับที่มันพึ่งจะพบมา


    กระทั่งที่มาถึง “ โอ้ว!!... รวดเร็วดียิ่ง เจ้ามาถึงเป็นคนแรกเลยนะนี่”


    ชายกลางคนที่จุดรับของกล่าวคำขึ้น เมื่อเห็นหานเฟิงที่มาปรากฏกายอยู่ที่ตรงหน้า แต่พอเห็นประกายแสงสีฟ้า ก็เป็นอันต้องนิ่งงันไป


    “ ข้ามารับของ”


    หานเฟิงกล่าวคำพร้อมกับยื่นแบมือออก ชายกลางคนที่คล้ายจะตกอยู่ในภวังค์ ก็หยิบเอาแหวนที่เปร่งประกายสีแดงออกมาจากหีบ ยื่นส่งให้กับหานเฟิงด้วยสีหน้าที่เลื่อนลอย ซึ่งหานเฟิงที่พอรับเอาแหวนไปแล้ว ก็เห็นว่าชายตรงหน้าชี้นิ้วไปทางทิศตะวันตก ตนที่เห็นเช่นนั้นก็เข้าใจ จึงพยักหน้าขอบคุณ ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว


    กระทั่งที่หานเฟิงจากไปแล้ว เงาร่างหนึ่ง ก็พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า ยืนอยู่ที่เบื้องหน้าจุดรับของและชายกลางคน


    “ ฮา ๆ ๆ ข้ามาถึงเป็นคนแรก” ผู้กล่าวเป็นบุรุษหมุ่ม ที่แลดูอายุวัยเพียงยี่สิบต้นๆ มันที่พอมาถึง ก็หัวร่ออย่างภูมิใจ กระทั่งที่คำกล่าวของชายกลางคนดังขึ้น ก็พาให้มันต้องนิ่งงัน


    “ ยังมี ที่เร็วกว่าเจ้าอีก...”

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามหวนจุติ ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258