จองรักเด็กข้างบ้าน

    ตอนที่ 8 เด็กสาวผู้ใสซื่อ (2/2)

            อัญญารินทร์เดินฮัมเพลงเข้ามาในบ้านก็เจอกับพ่อแม่ที่นั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอจึงรีบเดินเข้าไปหา

            “อ้าว กลับมาแล้วเหรอลูก” ทานตะวันมองลูกสาวที่เดินยิ้มร่ามาแล้วถามขึ้น

            “ค่ะคุณแม่”

            “แล้วมีนาล่ะ ไม่ได้ชวนเข้ามาในบ้านก่อนเหรอ” ขจรขมวดคิ้วแล้วมองไปที่ด้านหลังของลูกสาว พร้อมกับถามหาเพื่อนสนิทของอัญญารินทร์

            “อัญไม่ได้กลับกับมีนาค่ะ” อัญญารินทร์ส่ายหน้าแล้วนั่งลงที่โซฟาเดี่ยว

            “แล้วกลับมาได้ยังไง ทำไมไม่โทรบอกให้พ่อไปรับ” ขจรได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกเป็๞ห่วงจึงเอ่ยถามลูกสาวเสียงเข้ม

            “อัญกลับมากับพี่ภามค่ะ” อัญญารินทร์รีบบอกพ่อของเธอไปทันที

            “พี่ภามเหรอ” แต่นั่นยิ่งทำให้ผู้เป็๞พ่อตากระตุกและหรี่ตามองลูกสาวอย่างกดดัน

            แม้แต่ทานตะวันเองก็มองอัญญารินทร์อย่างสงสัยเช่นกัน

            “ค่ะ ก็พี่ข้างบ้านเรานี่ไงคะ” แต่อัญญารินทร์ก็ไม่ได้รับรู้บรรยากาศมาคุหรือกดดันเลยสักนิด เธอพูดเจื้อยแจ้วตอบไปอย่างอารมณ์ดี

            “ไปสนิทกับเขา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ ทำไมถึงกล้ากลับมากับเขา” สีหน้าไม่ทุกข์ร้อนของลูกสาวสุดที่รักทำให้ขจรเอ่ยถามและมองอัญญารินทร์อย่างดุดัน

            อาการหวงลูกสาวกำเริบขึ้นมาจนได้

            “เอ่อ” อัญญารินทร์เริ่มจับน้ำเสียงของผู้เป็๲พ่อได้และกำลังจะอธิบาย

            ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง

            แต่เสียงกริ่งหน้าบ้านกลับดังขึ้นเสียก่อน ทั้งสามคนจึงหันไปมอง

            “เดี๋ยวแม่ไปดูเอง” ทานตะวันอาสาก่อนจะลุกขึ้น

            เธอเดินออกมาที่หน้าประตู พอเปิดออกก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งยืนอยู่

            “มาหาใครคะ” ทานตะวันเอ่ยถามและมองสำรวจเขา จนไปสะดุดที่มือของชายหนุ่มในตอนนี้ที่ถือถ้วยชามลวดลายคล้ายกับของในบ้านเธอ

            “สวัสดีครับ ผมชื่อภาม เพิ่งย้ายมาอยู่ข้างบ้านนี่เองครับ” ภามแนะนำตัวเองอย่างนอบน้อม

            “อ้าว สวัสดีค่ะคุณภาม” ทานตะวันจึงยิ้มออกมาและทักทายเขาอย่างเป็๞กันเอง

            “ผมเอาชามมาคืนครับ และนี่เป็๲ของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ จากผม” ภามยื่นชามในมือคืนให้ทานตะวันพร้อมกับของฝากเป็๲ขนมชื่อดัง

            “ขอบคุณมากนะคะ เกรงใจแย่เลย” ทานตะวันรับมาแล้วพูดด้วยความเกรงใจ

            “ผมต่างหากครับที่ต้องเกรงใจ ขอบคุณสำหรับอาหารนะครับ” ภามจึงตอบกลับมาด้วยความสุภาพ

            “ยินดีค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” จากนั้นเขาก็ขอตัวกลับไปที่บ้านตัวเองทันที มีแวบหนึ่งที่เขามองเข้าไปด้านในบ้านเพื่อหาคนตัวเล็ก รู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไม่ได้เจออัญญารินทร์ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ทำไมถึงได้อยากเจอเธอนัก ทั้งที่เพิ่งจะห่างกันแท้ ๆ

            ทานตะวันมองตามหลังภามไปแล้วก้มมองชามในมือของตนเอง

            “ใครมาคุณ” พอเธอเดินเข้ามาในบ้าน ขจรก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

            “คุณภาม ข้างบ้านน่ะ เอาชามมาคืน และมีของฝากมาให้ด้วย” ทานตะวันบอกกับสามี ก่อนจะวางถุงขนมลงบนโต๊ะ

            “อื้ม” ขจรได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้าตึงและพยักหน้าเล็กน้อย

            “อัญชัน” แต่ทานตะวันไม่สนใจสามีในตอนนี้ เธอนั่งลงที่โซฟาตัวเดิมและเรียกชื่อลูกสาวเสียงนิ่ง

            “ขา” อัญญารินทร์ที่กำลังชะโงกหน้ามองเข้าไปในถุงขนมเงยหน้าขึ้นมองแม่ตนเองตาแป๋ว

            “แม่จำได้ว่าเมื่อวานให้อัญเอากับข้าวไปให้พี่เขาแค่อย่างเดียว แต่ทำไมถึงมีสองชาม” ทานตะวันถามขึ้นพลางชี้ไปที่ถ้วย ซึ่งมันมีถึงสองใบ ทั้ง ๆ ที่เธอจำได้ว่าให้ลูกสาวเอากับข้าวไปให้ภามแค่ครั้งเดียวแท้ ๆ

            “อ๋อ ของเมื่อเช้าด้วยค่ะ” อัญญารินทร์มองไปที่ถ้วยแล้วนึกขึ้นได้

            “ว่ายังไงนะ!” ขจรเอ่ยถามเสียงดังลั่น

            อัญญารินทร์จึงเล่าเหตุการณ์เมื่อเช้าให้ฟัง๻ั้๹แ๻่ที่พ่อแม่เธอออกจากบ้านไป จนกระทั่งเธอเดินถือข้าวเช้าไปให้เขา

            “เลยไถ่โทษด้วยการตักข้าวต้มไปให้เขานี่เอง” ทานตะวันพยักหน้าเข้าใจหลังจากที่ได้ฟังเ๹ื่๪๫ราวแล้ว

            “ใช่ค่ะ โชคดีที่พี่เขาไม่ได้โกรธอัญนะคะ แถมยังบอกว่าจะรอชิมกับข้าวฝีมืออัญด้วย เดี๋ยววันหลังอัญต้องให้คุณแม่ช่วยสอนทำอาหารแล้วค่ะ” อัญญารินทร์พูดต่ออย่างสดใส

            “....” ขจรและทานตะวันหันไปมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

            “คุณพ่อคุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ” เด็กสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อรู้สึกว่าพ่อแม่ของเธอมองหน้ากันแล้วเงียบไป

            “เปล่าหรอกลูก” ทานตะวันปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม

            “ถ้างั้นอัญขึ้นห้องก่อนนะคะ” อัญญารินทร์จึงเอ่ยขอตัวขึ้นห้องเพื่อไปอาบน้ำ และจะโทรบอกมีนาว่าเธอถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว

            “ไปเถอะ” ทานตะวันพยักหน้าให้ลูกสาว

            “เป็๲ยังไงบ้างคุณ” คล้อยหลังของอัญญารินทร์ไปแล้ว ขจรก็หันมาถามภรรยาทันที

            “อะไรคะ” แต่ทานตะวันไม่เข้าใจคำถามของสามีเสียอย่างนั้น

            “ก็คนที่ย้ายมาใหม่เป็๲ยังไงบ้าง ดูเป็๲คนไม่ดีไหม” ขจรจึงขยายความให้ภรรยาฟังว่าหมายถึงภาม

            “เขาก็หน้าตาดี แต่งตัวดี ส่วนนิสัยฉันไม่รู้ ว่าแต่คุณถามทำไมคะ” ทานตะวันตอบกลับไปตามที่เธอเห็น เธอเพิ่งเคยเจอเขาจึงไม่สามารถบอกอะไรได้มาก

            “เปล่าหรอก” ขจรปฏิเสธแต่ยังคงมีสีหน้าครุ่นคิด

            “นี่คุณหวงลูกเหรอ” ทานตะวันเห็นท่าทางของสามีก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้สามีของเธอกำลังหวงลูกสาว

            “ก็ลูกเราน่ารักใสซื่อขนาดนี้ ถ้าเกิดไอ้หนุ่มนั่นมันเป็๲คนไม่ดีมาล่อลวงลูกสาวเราจะทำยังไง” ขจรที่ถูกภรรยาจับได้จึงอ้างว่ากลัวลูกสาวจะถูกหลอกโดยคนไม่ดี

            “ก่อนจะล่อลวงลูกสาวคุณสำเร็จ คงหมดพาราไปหลายกระปุกเลยค่ะ” ทานตะวันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดตลก

            อัญญารินทร์ใสซื่อถึงขนาดที่ไม่รู้เ๱ื่๵๹ว่ามีคนเข้ามาจีบ กว่าจะล่อลวงลูกสาวเธอสำเร็จ คงต้องวัดกันสักหน่อยว่าจุดหมายคือการได้เป็๲คนรักหรือได้เลี้ยงเด็กซุ่มซ่ามแทน

            “คุณไม่หวงลูกเลยหรือไง” ขจรหรี่ตามองภรรยาแล้วถามขึ้น

            นี่ภรรยาของเขาไม่รู้สึกอะไรเลยหรือยังไงกันนะ

            “ฉันห่วงค่ะ แต่ลูกโตแล้วนะคะ ลูกไม่ได้อยู่กับเราได้ตลอดหรอก” ทานตะวันพูดให้สามีได้คิดว่าสักวันลูกก็ต้องห่างอกพ่อแม่ไป จะรั้งให้อัญญารินทร์อยู่ด้วยต่อไปไม่ได้หรอก

            “คุณ!” ขจรมองภรรยาด้วยสายตาขัดใจ

            “อีกอย่างนะคะ คุณภามเขาเพิ่งรู้จักกับลูกสาวเรา คงไม่คิดอะไรหรอก ส่วนยัยอัญก็ไม่เห็นจะคิดเ๹ื่๪๫แฟนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” เมื่อเห็นท่าทางไม่ยินยอมของสามี เธอจึงค่อย ๆ พูด ไม่ให้เขาคิดมาก

            “ผมไม่สบายใจอยู่ดี” แต่ขจรก็ยังคงไม่วางใจ

            เขาเองก็เป็๞ผู้ชาย ย่อมรู้ธาตุแท้ของผู้ชายด้วยกัน

            “แล้วแต่คุณก็แล้วกันค่ะ ฉันไปเข้าครัวดีกว่า” ทานตะวันรู้สึกเอือมระอา เธอกลอกตามองบนแล้วพูดขึ้น จากนั้นก็เดินหนีสามีไปห้องครัวทันที

            ขจรนั่งครุ่นคิดอย่างหนักสักพักก่อนจะตัดสินใจได้ เขาลุกขึ้นเดินออกจากบ้านไป โดยมีจุดมุ่งหมายคือบ้านหลังข้าง ๆ