บทที่ 6 ส่งอั่งเปาส่วนตัวไปให้ซุนหงอคง
ท่าทางแปลกๆ ของเย่จื่อเฉินตกอยู่ในสายตาของซูอี้อวิ๋นเช่นเดียวกัน
เมื่อเลี้ยวรถจอดเข้าข้างทาง ซูอี้อวิ๋นจึงเลิกคิ้วขึ้น
"เป็นอะไร?"
"ไม่ได้เป็นอะไร นายขับรถไปเถอะ"
เย่จื่อเฉินหันไปโบกมือใส่แต่ตากลับจ้องอยู่ที่รายชื่อเพื่อนบนหน้าจอโทรศัพท์โดยไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างไร
เขาทำความเข้าใจกับกลุ่มนี้ชัดเจนประมาณหนึ่งแล้วต้องเป็นกลุ่มเทพเซียนแน่นอน
แค่คนธรรมดาอย่างจับพลัดจับผลูเข้ามาได้ก็นับว่าเป็นข้อผิดพลาดในระบบแล้วจู่ๆ ราชาวานรก็มาเพิ่มเขาเป็นเพื่อน เป็นไปได้ไหมว่าวันเวลาดีๆ ของเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว
ให้ตายเถอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดแหละ
เย่จื่อเฉินกัดฟัน แล้วเลือกกดรับเพื่อน
ติ๊ง!
เพิ่งจะรับเป็นเพื่อน ราชาวานรก็ส่งข้อความมาเลย
"ข้าตามดูเจ้ามานานแล้วนะ ทุกวันเอาแต่แย่งอั่งเปาแต่ไม่เคยปรากฏตัว ทำไมกลัวว่าพวกเขาจะให้เจ้าส่งอั่งเปาบ้างหรือไง?"
ต่อท้ายประโยคด้วยสติกเกอร์ยิ้มร้ายสี่อัน
เย่จื่อเฉินมองดูข้อความบนโทรศัพท์ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว
นี่ถ้าตอบกลับไปไม่ดี เขาอาจจะจบเห่ไปเลยก็ได้!
และในขณะที่เขากำลังลังเลว่าควรจะตอบกลับไปอย่างไรราชาวานรก็ส่งข้อความมาอีกครั้ง
"นี่ๆ ข้าไม่ใช่คนที่จะมาหลอกได้ง่ายๆ นะเจ้าเพิ่งจะแย่งเนตรอัคคีของข้าไปได้ ถึงจะบอกว่าเจ้าไม่มีทางฝึกฝนได้แต่เจ้าก็น่าจะรู้จักมันดี ที่ข้าได้อาศัยอยู่บนสรวงสวรรค์ ก็เพราะพึ่งพาสิ่งนี้แหละเจ้าจะไม่ตอบแทนข้าสักหน่อยเหรอ?"
หลังจากประโยคนี้ก็คือสติกเกอร์ยิ้มร้ายสองอันอีกครั้ง
ตอบแทน!
หรือว่าซุนหงอคงคนนี้ต้องการอั่งเปาส่วนตัวจากเขา?
เย่จื่อเฉินทำอะไรไม่ถูก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะส่งไปยังไงเขาจะมาให้แค่เงินหนึ่งร้อยหยวนกับซุนหงอคงก็ไม่ได้
เขาใช้ไม่ได้อยู่ดี!
ติ๊ง!
เปิดโหมดระดับความสนิท
ระดับความสนิท: เย็นชา เพื่อน ไว้ใจเคารพ ศรัทธา
ระดับความสนิทปัจจุบันกับราชาวานร: เพื่อน
เย่จื่อเฉินมองไปที่ข้อความของเขากับราชาวานร หลังคำว่าราชาวานรมีตัวเลขระดับความเป็นมิตรอยู่ที่100 ห่างจากระดับความไว้ใจอยู่อีก 100
แล้วระดับความสนิทมันคืออะไรอีกล่ะเนี่ย
แต่ดูจากลักษณะที่ราชาวานรคุยกับเขาแล้วนั้น ระดับเพื่อนก็น่าจะบ่งบอกได้ว่าเขาไม่ได้เผลอแสดงพิรุธออกไป
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจะส่งอั่งเปาส่วนตัวไปให้เขายังไง!
"เจ้าแกล้งทำเฉไฉว่าไม่อยู่หรือเปล่า ได้งั้นข้าจะไปแอดชื่อเจ้าในกลุ่ม"
นิสัยใจร้อนของซุนหงอคงนั้น สำหรับเย่จื่อเฉินที่ดูไซอิ๋วมาตั้งแต่เด็กต้องรู้ดีแน่นอนถ้าไม่ทำให้ลิงตัวนี้เข้าใจล่ะก็ ระดับความเป็นมิตรนี้ก็อาจจะกลายเป็นเย็นชาไปเลยก็ได้
ตอนนี้จะต้องทำให้เขาใจเย็นลงก่อน
"ท่านซุนหงอคง ช้าก่อน ข้าน้อยจะส่งไปให้ท่านเดี๋ยวนี้"
"แบบนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย เร็วเข้า!"
ราชาวานรแทบจะตอบกลับมาในทันที แถมหลังประโยคยังมีสติกเกอร์ทำหน้าเท่สามอันอีกด้วย
รวบรวมสภาพจิตใจลองกดส่งอั่งเปาดู
ติ๊ง!
มันแตกต่างจากการส่งอั่งเปาแบบปกติ หลังจากที่กดส่งอั่งเปาแล้ว กล่องข้อความที่เหมือนกับต้องสแกนคิวอาร์โค้ดก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอทันที
เพียะ
เย่จื่อเฉินออกแรงตบหน้าตักเล็กน้อย แม่เจ้า ทำอยู่ตั้งนานมันคืออะไรเนี่ย
ตรงหน้าก็ไม่มีอะไรที่สามารถส่งไปให้ซุนหงอคงได้เลยเย่จื่อเฉินจึงตัดสินความชอบจากลักษณะนิสัยของซุนหงอคงเขาน่าจะชอบของอร่อยอร่อยหรือไม่ก็ของอะไรที่มันน่าสนุก
"จอดที่ร้านค้าข้างหน้าหน่อย"
"มีอะไร?"
ซูอี้อวิ๋นทำหน้ามึนงง ตั้งแต่ที่ขึ้นรถมาเย่จื่อเฉินก็แปลกๆ ไปท่าทางตื่นตระหนกแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะสภาพจิตใจของเขาปกติดีคงจะดูน่ากลัวจริงๆ
"ฉันจะซื้อของกินหน่อยน่ะ"
ใช้เวลาไม่นาน ซูอี้อวิ๋นก็ขับรถมาจอดหน้าร้านเย่จื่อเฉินวิ่งเข้าไปด้วยความรีบร้อน แล้วก็วิ่งออกมา
พอเขาออกมา ในมือก็มีนมเปรี้ยวอยู่หนึ่งแพ็ค
"นายซื้อไอ้นี่มาทำไม?"
พอขึ้นรถมา ซูอี้อวิ๋นก็ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
"นายไม่ต้องสนใจฉันหรอก"
ในตอนนี้ ราชาวานรตัวนั้นก็ได้ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาภายในเวลาแค่สามนาที ก็ส่งข้อความมาเป็นสิบกว่าข้อความทุกข้อความล้วนแล้วแต่เป็นการเร่งรัดให้เย่จื่อเฉินส่งอั่งเปาไปให้
กดเปิดอั่งเปา คิวอาร์โค้ดก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
"องค์พระโพธิสัตว์โปรดประทานพร ขอให้ส่งไปได้สำเร็จด้วยเถิด"
สแกนสำเร็จ
ติ๊ง!
ซองอั่งเปาสีแดงสดไปปรากฏอยู่บนหน้าจอทันที
ฮ่าฮ่า ส่งได้จริงๆ!
ราชาวานรกดรับอั่งเปาของคุณแล้ว
"สิ่งนี้คืออะไร?"
ดูท่าว่าของจะไปถึงมือแล้ว เย่จื่อเฉินกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึกนี่มันจะมหัศจรรย์เกินไปแล้ว สามารถส่งของไปให้ได้จริงๆ ด้วย
แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องอธิบายให้ท่านซุนหงอคงเข้าใจก่อนว่านมเปรี้ยวนี้มันดื่มยังไง
เกือบจะเป็นเวลาถึงสามนาทีกว่าที่เย่จื่อเฉินจะอธิบายวิธีดื่มนมเปรี้ยวได้จบราชาวานรก็ตอบกลับมาหนึ่งประโยคว่า "ข้าจะลองดู" แล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ติ๊ง!
"สหาย สิ่งนี้คือสมบัติล้ำค่าอะไร"
เย่จื่อเฉินยกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นข้อความของราชาวานรบนหน้าจอ
เขาตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ถูกใจราชาวานรตนนี้จริงๆ ด้วย
"นี่เป็นสมบัติที่ข้าน้อยพบที่แดนลี้ลับแห่งหนึ่ง"
"ยังมีอีกไหม ส่งมาให้ข้าอีกหน่อยสิ"
"สมบัติล้ำค่าย่อมเป็นสิ่งหายากอยู่แล้ว อันที่เพิ่งส่งไปให้ท่านก็เป็นอันที่ข้าน้อยเก็บตุนเอาไว้"
"เชอะ ขี้งก"
ราชาวานรส่งสติกเกอร์หน้าตาเหยียดหยามต่อท้ายมาสามอันบ่งบอกว่าเขาไม่เชื่อว่าคำพูดของเย่จื่อเฉินเป็นความจริง
"ก็ได้ อันนี้ข้าจะเก็บไว้ค่อยๆ กิน ข้าพอใจกับอั่งเปาของเจ้ามากถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่ไปแอดถึงเจ้าในกลุ่มแล้วล่ะ"
"ขอบคุณท่านซุนหงอคง"
ติ๊ง!
ระดับความสนิทของราชาวานรกับคุณเพิ่มขึ้น 30ยังห่างจากระดับความไว้ใจอยู่อีก 70
ถึงเย่จื่อเฉินจะไม่รู้ว่าระดับความสนิทนี้มันเอาไว้ใช้ทำอะไรแต่ดูท่าทางแล้ว ถ้าระดับความสนิทนี้เพิ่มสูงขึ้นมันจะต้องมีประโยชน์แน่นอน
การพบกับราชาวานรในครั้งนี้ยังทำให้ได้รู้อีกด้วยว่าจะส่งอั่งเปาส่วนตัวยังไงดูท่าว่าชีวิตในวีแชทกลุ่มหลังจากนี้จะน่าสนใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเสียแล้ว
แน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเนตรอัคคีนั่น
หีบสมบัติ ถอนออก
จะเรียนรู้คาถาเนตรอัคคีของราชาวานรหรือไม่
ตกลง
แสงเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้า แล้วเย่จื่อเฉินก็รู้สึกว่าดวงตาของเขามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นมากแต่อย่างอื่นนอกเหนือจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
เมื่อหันไปมองซูอี้อวิ๋นเล็กน้อย
พรูดดด!
กางเกงบ็อกเซอร์ลายดอก
ไม่สิไม่สิ
มองเห็นบ็อกเซอร์ลายดอกที่เขาใส่ได้ยังไงกัน?
เย่จื่อเฉินเบิกตากว้างขึ้นมาทันที กำหมัดอย่างแรง ให้ตาย เนตรอัคคีนี่เจ๋งสุดยอดไปเลย!
แบบนี้ต้องใช้กับซูเหยียน ดาวมหาลัยเสียแล้ว...
ทันใดนั้น เย่จื่อเฉินก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์
สถานที่ที่ซูอี้อวิ๋นพาเย่จื่อเฉินมาคือตลาดถนนคนเดินโบราณแห่งหนึ่งถนนเส้นนี้ขายของโบราณมาตลอดหลายปี แต่ส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็นของปลอมทั้งสิ้น
"นายพาฉันมาที่นี่ทำไม ฉันไม่มีปัญญาซื้อหรอกนะ!"
"มีอะไรที่ซื้อไม่ได้เล่า ของปลอมทั้งนั้นถ้านายชอบเดี๋ยวฉันให้นายทั้งคันรถเลย"
ซูอี้อวิ๋นตอบอย่างสบายสบาย เย่จื่อเฉินอึ้งไปเล็กน้อย
ของปลอม
เนตรอัคคีสีทองกวาดมองไปทั่วของโบราณเหล่านี้เนื่องจากว่าไม่เคยเห็นของแท้หรือของปลอม จึงแยกของแท้หรือของปลอมไม่ออก
"นายเดินดูไปก่อนก็แล้วกัน ฉันจะไปรับเพื่อนก่อนอีกเดี๋ยวจะแนะนำพวกนายให้รู้จักกัน"
"โอเค นายไปเถอะ"
หลังจากที่ซูอี้อวิ๋นไปแล้ว เย่จื่อเฉินก็เดินเล่นอยู่ในตลาดถนนคนเดินโบราณ
เนื่องจากซูอี้อวิ๋นบอกเขาแล้วว่าของพวกนี้เป็นของปลอมเขาจึงแค่มองดูไปเรื่อยเปื่อยในมุมมองที่ชื่นชมสิ่งของเท่านั้น
"เถ้าแก่ ดูให้ผมหน่อยสิว่าแจกันนี้พอจะให้ราคาได้เท่าไร?"
สำเนียงต่างชาติดึงดูดความสนใจของเย่จื่อเฉินถ้าจะพูดให้ถูกก็คือแจกันในมือของเขามากกว่า
แจกันนี้แตกต่างกับสินค้าอื่นๆ ในตลาดถนนคนเดินโบราณ ซึ่งมีไอสีม่วงจางๆ อยู่ด้านบนของแจกัน