ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำเอาอารมณ์รักกระเจิงหายไปในพริบตา
พี่โอ๊ตชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดทันที
“ไอ้โอ๊ต! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงผู้หญิงะโแผดลั่นมาจากด้านนอก “กูรู้หมดแล้วว่ามึงอยู่กับใคร! เปิด!”
เปรี้ยวสะดุ้งสุดตัว มือไม้สั่นเทาขณะรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ สายตาเธอมองไปยังพี่โอ๊ตที่ยามนี้หน้าซีดเผือด ไร้ร่องรอยของเ้าชายผู้อ่อนโยนคนเดิม
“มึงบอกกูว่าจะไปหาแม่ที่ต่างจังหวัด แต่จริง ๆ แอบพามันมานอนที่นี่เหรอ! มึงจะเ้าชู้ไปถึงไหนฮะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ อีนั้นก็อยู่ในนั้นใช่มั้ย!”
คำประจานที่ดังรอดเข้ามาทำให้เปรี้ยวเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ น้ำตาที่เคยไหลเพราะความซึ้งกลับกลายเป็ความอับอายและหวาดกลัว
เธอหันไปมองคนข้างกายที่กำลังลุกลี้ลุกลนพยายามจะเดินไปที่ประตู
“เปรี้ยว... น้องฟังพี่ก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างที่น้องคิด คือพี่...” พี่โอ๊ตละล่ำละลัก แววตาที่เคยอบอุ่นยามนี้กลับสั่นระริกด้วยความขลาดเขลา
ปัง! ปัง! ปัง!
ประตูห้องถูกเคาะจนะเืไปทั้งบาน พร้อมกับเสียงด่าทอที่แฉความจริงทุกอย่างออกมาหมดเปลือกว่าเธอก็เป็แค่ "เหยื่อ" อีกรายในลิสต์ของเขาเท่านั้น
โลกทั้งใบของเปรี้ยวพังทลายลงตรงหน้า ความอบอุ่นที่เคยได้รับกลายเป็ความหนาวเหน็บที่เสียดแทงไปถึงกระดูก!
พี่โอ๊ตหน้าซีดเผือดลงทันตา เขาผุดลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็วพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็รุกลี้รุกลน เขาหันมามองเปรี้ยวแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำด้วยความรีบร้อน
“น้องเปรี้ยวรอพี่แป๊บนึงนะ พี่ไปเคลียร์เื่นี้ก่อน เดี๋ยวพี่จัดการให้เรียบร้อยครับ”
เปรี้ยวยังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟา มือเล็กกุมชายกระโปรงไว้แน่น หัวใจเต้นรัวแรงจนรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก เธอทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ สมองว่างเปล่าขาวโพลนไปหมดด้วยความใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
พี่โอ๊ตแง้มประตู เสียงผู้หญิงจากด้านนอกยังคงแผดลั่นเข้ามาข้างในอย่างชัดเจน
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยไอ้โอ๊ต! กูรู้หมดแล้วว่ามึงอยู่กับอีนั่น!”
“คุณเป็ใครครับ? ผมไม่รู้จักคุณเลยนะ!” เสียงพี่โอ๊ตตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นแต่พยายามรักษาความสงบ “คุณมาเคาะประตูห้องคนอื่นแบบนี้ไม่ได้ ผมจะแจ้งนิติฯ เดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เสียงผู้หญิงคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างสมเพช “ห๊ะ? มึงบอกว่าไม่รู้จักกู? มึงมันโกหกหน้าด้านๆ! เมื่ออาทิตย์ก่อนมึงยังบอกกูว่าจะพาไปกินข้าวริมทะเลอยู่เลย แล้วตอนนี้มาบอกไม่รู้จัก? มึงมันเ้าชู้เกินไปแล้วนะโอ๊ต!”
พี่โอ๊ตเริ่มขึ้นเสียงดังกว่าเดิม “ผมบอกแล้วไง!! ว่าผมไม่รู้จักคุณจริงๆ! คุณจำคนผิดแน่ๆ ถ้าคุณไม่ไป ผมจะเรียก รปภ. มาลากตัวคุณออกไปจริงๆ นะ!”
ผู้หญิงคนนั้นเริ่มเงียบ อึ้ง ทำตัวไม่ถูก เสียงสั่นเครือแต่ยังคงเถียงโต้กลับอยู่อีกพักใหญ่ จนสุดท้ายเสียงฝีเท้าก็เริ่มห่างออกไปพร้อมกับคำบ่นพึมพำที่จับใจความไม่ได้
พี่โอ๊ตกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขายังซีกเซียวแต่พยายามจะส่งยิ้มให้เปรี้ยวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เรียบร้อยแล้วครับน้องเปรี้ยว... ผู้หญิงคนนั้นคงจำคนผิดแน่ๆ พี่ไม่เคยเจอเขามาก่อนเลยจริงๆ นะ พี่มั่นใจ”
เปรี้ยวมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เธอยังคงตัวสั่นไม่หาย “...จริงเหรอคะพี่? แต่เขาเรียกชื่อพี่ชัดเจนมากเลยนะ...”
พี่โอ๊ตทรุดตัวลงนั่งข้างๆ พลางเอื้อมมือมาดึงมือเธอไปกุมไว้ “น้องเชื่อใจพี่นะ พี่ไม่เคยหลอกน้องเลย พี่รักเปรี้ยวคนเดียวจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นเขาอาจจะคลั่งหรือสติไม่ดีก็ได้ เดี๋ยวพี่จัดการเื่นี้เอง ไม่ต้องห่วงนะครับ”
เปรี้ยวยังคงลังเลในอก ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถามอะไรต่อ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นสั่นรัว เป็ "นิด" เพื่อนสนิทของเธอนั่นเอง
เปรี้ยวรีบกดรับสายทันที
“ฮัลโหล นิด? มีอะไรหรือเปล่า”
“เปรี้ยว! ช่วยกูด้วยด่วนเลยว่ะ!” เสียงนิดร้อนรนจนผิดปกติ “กูเดือดร้อนเื่ที่บ้านมาก พ่อกูป่วยฉุกเฉิน กูเครียดมาก มึงมาหากูหน่อยได้มั้ย? กูส่งโลเคชั่นไปให้แล้ว รีบมานะมึง!”
เปรี้ยวสะดุ้งสุดตัวลุกพรวดขึ้นทันที “เดี๋ยวนี้เลยเหรอ? โอเคๆ กูจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ นิดรอแป๊บนึงนะ!”
เธอหันมาบอกพี่โอ๊ตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พี่โอ๊ต... ขอโทษนะคะ เพื่อนหนูเดือดร้อนมาก พ่อเขาป่วยกะทันหัน หนูต้องรีบกลับเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ใบหน้าพี่โอ๊ตตึงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็รีบปรับเป็ยิ้มละมุน “เข้าใจครับน้อง เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งนะ อย่ากังวลเลย”
เปรี้ยวรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องค่ะพี่ หนูเรียกแกร็บเองได้ เดี๋ยวเขาก็มาแล้ว หนูไปก่อนนะคะ... ขอบคุณสำหรับวันนี้ค่ะ”
เธอคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากห้องไปโดยไม่รอคำทักท้วง พี่โอ๊ตยืนมองตามแผ่นหลังเธอไป สีหน้าเคร่งเครียดหนักใจแต่เขาก็ไม่ได้ก้าวตามออกมา
เปรี้ยวรีบลงลิฟต์แล้วโดดขึ้นแกร็บไปยังพิกัดที่นิดส่งมา มันเป็ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เงียบเชียบใกล้หอพักของนิด เปรี้ยวพุ่งตัวเข้าไปในร้าน เห็นนิดนั่งรออยู่มุมในสุดด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“นิด! พ่อเป็ยังไงบ้าง?”
นิดเงยหน้ามองเปรี้ยวแล้วลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาแต่ชัดเจนถ้อยชัดคำ “เปรี้ยว... ไม่มีใครป่วยหรอกว่ะ พ่อกูสบายดี”
เปรี้ยวชะงักกึก “ห๊ะ? แล้วทำไมมึงถึงโทรมาบอกกูแบบนั้นล่ะนิด”
นิดเอื้อมมือมาจับมือเพื่อนไว้แน่น สายตามองสบตาเปรี้ยวตรงๆ “กูโกหก... เพราะ ไกร มาขอร้องกูเมื่อบ่ายนี้เอง มันเล่าความจริงทั้งหมดให้กูฟังแล้ว และเื่พี่โอ๊ตให้กูฟังด้วย”
เปรี้ยวตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป “เื่... พี่โอ๊ต?”
นิดพยักหน้ายืนยัน “ไกรมันไปได้ยินพี่โอ๊ตคุยกับพลอยหลังห้องน้ำงานวัดเมื่อคืน มันขอไลน์พลอย แล้วพูดคำหวานๆ เหมือนที่มันเคยพูดกับมึงเป๊ะเลยเปรี้ยว! ทั้งคำว่า ‘เ้าหญิงของพี่’ ทั้ง ‘ตาสวยเหมือนดาว’ มันจีบพลอยเหมือนที่จีบมึง แล้วยังนัดพลอยไปกินข้าวสองต่อสองด้วย”
เปรี้ยวรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าทันที “
...ไม่จริงใช่มั้ยนิด? พี่โอ๊ตบอกกูว่าเขาไม่เคยพูดแบบนั้นกับใคร... เขาบอกว่าเขามีแค่กู—”
นิดดึงเพื่อนเข้ามากอดไว้แน่น “มันเป็เื่จริงว่ะเปรี้ยว ไกรมันตามมึงไปที่ทะเลสาบั้แ่วันนี้แล้ว มันเห็นมึงขึ้นรถไปกับพี่โอ๊ต มันเลยรีบมาหากู ขอให้กูช่วยดึงมึงออกมา เพราะมันกลัวว่าพี่โอ๊ตจะ... และกลัวมึงโดนหลอก มันบอกว่ามันรู้ตัวว่ามันผิดที่เคยทำร้ายมึง แต่มันยอมไม่ได้ที่จะเห็นมึงเจ็บอีก มันเลยยอมให้กูโกหกเพื่อให้มึงออกมาจากที่นั่น”
เปรี้ยวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นร้าน น้ำตาพุ่งทะลักออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอกอดเพื่อนสนิทไว้แน่นพลางสะอื้นไห้จนตัวโยน “กู... กูโง่ชิบหายเลยว่ะนิด กูเชื่อคำพูดมันทุกอย่าง กูเกือบจะ... เกือบจะยอมให้มันไปแล้ว...”
นิดลูบหลังปลอบโยนเบาๆ “ไม่เป็ไรมึง มึงยังทัน มึงยังไม่เสียอะไรไป มึงปลอดภัยแล้วเปรี้ยว”
เปรี้ยวยังคงสะอื้นไห้ไม่หยุด “แล้ว... พี่ไกรล่ะ? ทำไมมันถึงต้องมาช่วยกูขนาดนี้ด้วย”
นิดยิ้มเศร้าๆ พลางเอ่ย “มันบอกกูว่า... มันรักมึงจริงๆ ว่ะเปรี้ยว มันขอแค่ให้มึงตาสว่างก่อนที่จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
เปรี้ยวนั่งกอดเข่านิ่งงัน น้ำตายังคงไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ในหัวเธอคิดถึงคำหวานเคลือบยาพิษของพี่โอ๊ต สลับกับภาพความป่าเถื่อนของไกรในคืนนั้น... แต่กลับแฝงไปด้วยสายตาที่มองเธอด้วยความเ็ปตลอดสองเดือนที่ผ่านมา
“กู... กูควรทำยังไงต่อไปดีวะนิด” เธอเอ่ยถามเสียงสั่นเครือด้วยหัวใจที่บอบช้ำเหลือเกิน