วันเวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ย่างเข้าสู่่เวลาแห่งการสอบมิดเทอม
ห้องสมุดมหาวิทยาลัยถูกจับจองเพื่ออ่านทบทวนเนื้อหาบทเรียน เพื่อนๆต่างอาสาช่วยติวหนังสือให้แก่กันลานคณะใต้อาคารเรียนทุกแห่งเต็มไปด้วยบรรดาหนุ่มสาวจับกลุ่มกันอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ
เด็กหนุ่มผิวแทนในชุดนักกีฬากลับมายังหอพักในสภาพเหงื่อท่วมกายร่างกายอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นนั้นซ้อมรับส่งลูกบาสเกตบอลเป็เวลานานกว่าหลายชั่วโมงติดต่อกันด้วยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยการได้ฝึกซ้อมกับรุ่นพี่มากความสามารถนี่มันช่างสนุกน่าท้าทายสำหรับเต้เสียจริง
หอพักรวมซึ่งปกติจะมีชาวหอพลุ่งพล่านโหวกเหวกเสียงดังตลอดคืนเป็แหล่งรวมปาร์ตี้สังสรรค์ไม่ว่างเว้นแต่ละวัน เวลานี้กลับสงบเงียบประหนึ่งป่าช้าจนน่าใ
สำหรับเต้ผู้ไม่ยี่หระกับผลการเรียนมากนัก คาดไม่ถึงเลยว่าฤดูกาลแห่งการสอบกลางภาคจะมีผลกับชีวิตนักศึกษาคนอื่นขนาดนี้
พอกันกับเ้าดรีมที่ย้ำนักย้ำหนาให้เขาอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบให้ดีต่อให้ได้โควตานักกีฬาแต่ถ้าผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์เฉลี่ยที่กำหนดก็อาจถูกยกเลิกสิทธิ์โควตาได้เต้เองก็เข้าใจความหวังดีของเพื่อนอยู่ เพียงแต่สำหรับเขาที่ในหัวเต็มไปด้วยการคัดตัวนักกีฬาบาสเกตบอลขอแค่สอบผ่านได้ทุกวิชาก็บุญโขแล้วไม่คาดหวังเกรดเฉลี่ยอะไรแบบคนอื่นเขาหรอก
เด็กหนุ่มผิวแทนเปิดตู้เย็นหยิบน้ำขวดใหญ่กรอกเข้าปากอย่างหิวกระหายร่างกายกำยำอันร้อนผ่าวจากการออกกำลังกายมาอย่างหนักได้รับความเย็นชุ่มฉ่ำพลันรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวเต้กระดกน้ำดื่มหมดขวดอย่างสาแก่ใจ
เรือนร่างผิวสีน้ำผึ้งนั้นหย่อนตัวลงกับโซฟาหนังพลันเปิดเพลงเพลย์ลิสต์เฮฟวี่เมทัลที่ชื่นชอบเด็กหนุ่มโยกหัวไปมาตามจังหวะหนักหน่วงเร้าใจ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบีทหนักๆของวงดนตรีวงโปรด
เต้พลางนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้เ้าฝันเฟื่องจะมาติววิชาแคลคูลัสให้นี่นายังมีเวลาเหลืออีกประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าเพื่อนจอมโวยวายของเขาจะเดินทางมาถึง
เต้คว้าโทรศัพท์สายในโทรหาลุงเ้าของหอ คุยสองสามประโยค ก่อนจะหายตัวเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับผ้าขนหนู
ประตูหอเปิดออกเพื่อต้อนรับเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลประกายแดงในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นลุงเ้าของหอผู้ใจดีจดจำใบหน้าของดรีมได้โดยทันที จึงยอมเปิดประตูทางเข้าให้โดยง่ายแม้นดรีมจะไม่มีคีย์การ์ดก็ตาม
“เข้ามาเลยพ่อหนุ่ม” ชายเ้าของหออายุประมาณ 50 ปีกวักมือเรียก
“ขอบคุณมากฮะคุณลุง ผมมาบ่อยจนจำผมได้แล้วเหรอ”เด็กหนุ่มถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“จำได้ๆ แฟนไอ้เต้ที่เล่นบาสฯ ใช่มั้ย ตามสบายนะมันบอกแล้วล่ะว่าจะมีคนมาหาคืนนี้”
“ม... ไม่ใช่ฮะลุง ผมเป็...”
พูดเสร็จคุณลุงก็หันไปรับโทรศัพท์สายในที่ดังขึ้นพอดิบพอดีไม่เปิดโอกาสให้ดรีมได้ปฏิเสธแก้ตัวแต่อย่างใด
“อ่า ผมเป็เพื่อนต่างหากล่ะฮะ... แต่ลุงคงไม่ได้ยินแล้ว งั้นผมขอขึ้นลิฟต์ก่อนนะฮะ...”
ริมฝีปากสวยงอนงุ้มเฉกเช่นทุกครั้งที่มีอาการไม่พอใจ
ดรีมขึ้นลิฟต์หอพักของเพื่อนสนิทอย่างคล่องแคล่ว เขามาค้างคืนที่นี่นับครั้งไม่ถ้วนแล้วบ้างก็เล่นเกมกันจนดึกดื่น บ้างก็ค้างเพราะี้เีนั่งรถเมล์กลับหอตัวเองถึงไอ้เต้จะมีนิสัยปากหมาแต่ก็มีน้ำใจยินยอมให้เขานอนค้างคืนอยู่บ่อยครั้ง
ทุกวันนี้เรียกได้ว่าดรีมมานอนค้างตัวเปล่าไม่ต้องเตรียมอะไรติดตัวมาเลยเพราะสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวล้วนอยู่ในห้องของเต้พร้อมสรรพ ทั้งแปรงสีฟันตุ๊กตาสำหรับกอดนอน ถุงเท้า รองเท้าแตะ หรือแม้กระทั่งชุดนอนที่เขานำมาทิ้งไว้ที่ห้องนี้เผื่อเวลานอนค้างนั่นเอง
ไอ้เต้บ่นระนาวบอกว่าหอมันไม่ใช่โรงแรมไม่ต้องทิ้งชุดไว้ก็ได้แต่กระนั้นมันก็ยินยอมซักชุดนอนและตุ๊กตาเพนกวิ้นของเพื่อนตัวน้อยให้แต่โดยดี แม้จะบ่นเป็หมีกินผึ้งก็ตาม
ดรีมทำเป็หูทวนลม เพราะรู้ดีว่าสุดท้ายไอ้เต้แค่ปากร้ายใจดีบ่นไปงั้นๆ ก็ยอมให้ค้างเหมือนเดิมนั่นแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า
ระหว่างขึ้นลิฟต์มีกลุ่มนักศึกษาหญิง 5 คนโดยสารร่วมทางไปด้วยดรีมเขยิบตัวเข้าด้านในสุดเพื่อเปิดทางให้กลุ่มผู้มาใหม่เข้าลิฟต์
สาวๆ คลี่ยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อเห็นหน้าเด็กหนุ่มพลางสะกิดเพื่อนสาวคนอื่นบอกว่า... คนนี้ไง ฮิฮิฮิ
ดรีมแปลกใจเล็กน้อยพลันถามว่าเรารู้จักกันมั้ยครับ?
คำตอบที่ได้คือไม่ แต่ทุกคนในหอนี้ต่างก็รู้จักดรีมเป็อย่างดี
พวกเธอออกจากลิฟต์ไปโดยทิ้งคำพูดปริศนานั้นไว้ทำเอาเด็กหนุ่มผู้กอดหนังสือติวเล่มหนาแนบอกยิ่งงงเป็ไก่ตาแตก แต่ก็อีกเช่นเดิมพวกเธอไม่เปิดโอกาสให้ดรีมซักถามอะไรต่ออีก
“ชาวหอนี้แปลกๆ ยังไงชอบกลแฮะ”
เด็กหนุ่มบ่นพึมพำระหว่างก้าวออกจากลิฟต์
เขาหยุดยืนหน้าห้องเพื่อนสนิท หมุนลูกบิดประตูเข้าไปและพบว่ากลอนนั้นล็อกอยู่
“เอ๊า รึว่าไอ้เต้มันจะลืมที่นัดติวกันไว้ซะละเนี่ย??” เสียงหวานรำพึงรำพันกับตัวเอง
ดรีมก้มมองลอดช่องใต้บานประตูขนาดเล็กก็พบว่ามีแสงไฟภายในห้องเล็ดลอดออกมาแสดงว่าไอ้เต้กลับมาจากซ้อมบาสฯ แล้วเป็แน่ สงสัยอาบน้ำอยู่ละมั้ง
ขณะนั้นเองหนุ่มสาวในชุดนักศึกษาก็เดินออกมาจากลิฟต์ทั้งสองหยุดอยู่เบื้องหน้าห้องข้างๆ ท่าทางจะเป็เพื่อนบ้านของไอ้เต้เป็แน่
เมื่อฝ่ายชายเห็นดรีมยืนอยู่ก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“คืนนี้เต็มที่เลยนะน้อง พวกพี่ไม่อยู่จะไปทำรายงานส่ง’จารย์ ไม่มีใครรบกวนเวลาส่วนตัวหรอก ฮ่าฮ่าฮ่า”
ชายหนุ่มรุ่นพี่กล่าวระคนเสียงหัวเราะ ก่อนจะหายเข้าไปเอาของบางอย่างในห้องขณะที่หญิงสาวในชุดนักศึกษายืนรออยู่หน้าห้อง
สาวคนดังกล่าวจับจ้องดรีมด้วยใบหน้าอิ่มเอมใจ
“คู่น้องน่ารักมากๆ เลยนะคะ คนนึงเป็นักบาสฯ ส่วนอีกคนก็ตัวเล็กน่ารักพี่ละช๊อบชอบ” สาวรุ่นพี่กล่าวอย่างปลาบปลื้มหลงใหล
ดรีมงุนงงยิ่งกว่าเดิม
“ห๊ะ?? เอ่อ...ไม่ใช่นะครับ พวกผมไม่ได้เป็...” ดรีมเอ่ยปากปฏิเสธแก้ตัวแต่ก็ไม่ทันจบประโยคดี
ทันใดนั้นประตูห้องของไอ้เต้ก็เปิดออก
หนุ่มร่างสูงโผล่หน้าออกมาในกางเกงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียว เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่มีกล้ามเนื้อซิกแพคผิวแทนเต็มตาผมทรงสกินเฮดนั้นเปียกปอนจากการสระผมมาหมาดๆ
ไอ้เต้บ่นโดยพลัน
“อ้าว ไอ้ฝันเฟื่อง มึงมาถึงแล้วทำไมไม่เคาะประตูเรียกวะ??”
“ก็กำลังจะเคาะ พอดีเจอพี่ห้องข้างๆ เลยแวะคุยกับเขาอยู่เนี่ย”ผู้มาเยือนตอบ
หนุ่มผิวแทนหันมายกมือไหว้รุ่นพี่เพื่อนบ้าน
“สวัสดีครับพี่ๆ นี่เพื่อนผมมาค้างคืนติวหนังสือกันครับ” หนุ่มนักบาสฯชี้ไปทางเพื่อนตัวน้อย
“ติวเสียงดังกันทั้งคืนก็ได้ ไม่มีใครว่าหรอกนะ ฮ่าฮ่าฮ่าพวกพี่ไปก่อนล่ะเอ็นจอย!” เพื่อนบ้านกล่าวก่อนจะเดินลงลิฟต์ไป
ดรีมตามไอ้เต้เข้ามาภายในห้อง ทยอยวางกระเป๋าสะพายและชีทสรุปลงบนโต๊ะอ่านหนังสือพลันถามเพื่อนถึงสิ่งที่ค้างคามาตลอด
“...ไอ้เต้” เด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมน้ำตาลอมแดงทักขึ้น“ทำไมหอมึงมีแต่คนแปลกๆ วะ ไม่เปิดช่องให้กูพูดอะไรซักคำแถมทุกคนก็เหมือนจะรู้จักกูดี แต่กูกลับไม่รู้จักใครเลยสักกะคนเดียว...”
ดรีมพูดสิ่งที่ค้างคาใจมานาน
เพื่อนตัวแสบหันมาสบตาตรงๆ ท่าทีเอือมระอา
“แล้วมึงคิดว่าหลังจากพวกเราเปิดคลิป gayporn เสียงดังกระหึ่มตอนนั้นไป ชีวิตในหอกูจะเหมือนเดิมมั้ยล่ะ??” หนุ่มผิวแทนแค่นเสียง
“ห๊ะ?? ยังไงวะ??”
ดรีมยังคงไม่เข้าใจ
“เสียงคลิปแม่งโคตรเซอร์ราวใครฟังก็รู้ว่าดูคลิปโป๊ แถมในคลิปยังมีแต่เสียงฝรั่งผู้ชายไม่ต้องตรัสรู้ก็ฟังออกว่าเป็เกย์เอากัน...หลังจากคืนนั้นชาวหอก็มองหน้ากูด้วยท่าทีแปลกๆ มาตลอด” ไอ้เต้พูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น“ไปไหนก็มีแต่คนชี้มา บอกคนนี้ไงผัวเกย์คณะสังคมฯ กูว่ากูหน้าด้านแล้วนะ โดนบ่อยๆแม่งก็เขินว่ะ...”
เพื่อนตัวน้อยเงียบ ไม่ได้พูดอะไร
หากแต่กำลังเม้มปากกลั้นขำสุดฤทธิ์จนแก้มป่องแต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นอารมณ์ไว้ได้
“วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
ดรีมลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้น หัวเราะพล่านไม่อาจสกัดกั้นความฮาได้ขำตัวโยนจนน้ำหูน้ำตาไหลประหนึ่งได้ฟังเื่ตลกที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว
“ไอ้ห่าฝันเฟื่อง!ขำกูเพื่อ??” ไอ้เต้เหวี่ยงวีน
“โอ๊ยยย ก็มึง ฮ่าฮ่า!...อยู่ยาก...ฮ่าฮ่าฮ่า! โดนเข้าใจผิดไปอี๊ก...ฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
“แล้วมึงคิดดู หลังจากคืนนั้นที่เสียงคลิป gay porn ดังกระหึ่มเช้าวันต่อมาชาวหอก็เห็นมึงออกจากห้องกูไปอีก จังหวะนรกฉิบหาย...”เ้าของห้องบ่นอุบ
“ถึงว่าสิ ฮ่าฮ่าฮ่า!ทั้งคุณลุงเ้าของหอ ทั้งผู้หญิงในลิฟต์ที่มองกูแบบนั้น... ฮ่าฮ่า...แล้วไหนจะเพื่อนบ้านมึงสองคนเมื่อกี้อีก...ฮ่าฮ่าฮ่า!!”
“เออ กูโดนเข้าใจผิดเป็ผัวเกย์สมบูรณ์แบบละเนี่ย”
“ก๊ากกก ฮ่าฮ่า!โอ๊ยเจ็บท้อง ฮ่าฮ่าฮ่า!!” มือขาวประคองกุมท้องตนเองไว้ แต่ก็ไม่อาจกั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ได้
“กูไม่ขำสัด เพราะมึงคนเดียว่นี้กูปัดแอ๊พนัดแซ่บหญิงในหอไม่ได้สักคน! แม่งนึกว่ากูเป็ผัวมึงกันหมดไม่มีใครแมทช์อีกโคตรเซ็ง!!”
เ้าของห้องพูดกระแทกกระทั้นระบายอารมณ์หงุดหงิดเต็มประดาแต่เหมือนจะยิ่งทำให้เสียงหัวเราะของดรีมที่กำลังจะแ่ลงกลับทวีความดังขึ้นอีกระลอก
“โอ๊ย หยุดไม่ได้... ฮ่าฮ่าฮ่า!!” ร่างบางฮาครืนไม่ไหว ใช้เวลาอีกกว่าหลายนาทีจึงจะสงบลงเป็ปกติ
“ฮาขี้แตกขี้แตนไปเถอะมึงอ่ะ ขอกูเล่นเกมแป๊บแล้วกันเดี๋ยวค่อยติวหนังสือกัน” ในมือทั้งสองของเต้ถือแท็ปเล็ตกดเข้าเกมเรียบร้อย
“เออได้ งั้นระหว่างรอกูวิดีโอคอลหาพี่เจดีกว่า”
“คิดถึงผัวอ่ะดิ”
“คนคุยโว้ย ยังไม่ใช่ผัว”
“ ’ยังไม่ใช่’ แปลว่าอนาคตใช่แหงมๆ” ไอ้เต้ยิ้ม มือหนีบนิ้วสัญลักษณ์ติดเรท
“ส้นตีน จะกวนประสาทกูอีกนานมั้ย เดี๋ยวไม่ติวแคลให้นะเว้ย” ดรีมขู่
“เออ กูเล่นเกมของกูดีกว่า”ไอ้เต้ยอมหุบปากเพราะกลัวสอบตกวิชานี้เอามากๆ
“งั้นกูจะกดวิดีโอคอลละนะ”
เด็กหนุ่มหยิบมือถือของตนเองขึ้นมาบ้าง กดโทรหาคนที่ตั้งเป็ favorite ไว้
ไม่นานนักดรีมก็ได้ยินเสียงทุ้มทรงเสน่ห์ที่หวนคิดถึง ทว่าภาพที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ใช่ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยแต่เป็เ้าแมวอ้วนพันธุ์สก๊อตทิชโฟลด์สีส้มที่ใบหน้าเอือมระอาพร้อมบวกตลอดเวลา
“โมชิ!วันนี้โมชิมารับสายเองเลยเหรอ ฮะฮะ” ดรีมอุทานอย่างร่าเริง
“ดีคร้าบ พี่ดรีม วันนี้โมชิมารับหน้าที่คุยแทนพ่อเจนะคร้าบ” เสียงทุ้มดัดเสียงสองสุดจะน่ารัก
เท้าหน้าของเ้าแมวขนฟูฟ่องหน้าตาอารมณ์บ่จอยนั้นถูกชูขึ้นทักทายเผยให้เห็นอุ้งเท้าสีชมพูนุ่มนิ่ม น่าจกเล่นยิ่งนัก
“โมชิอยากคุยกับดรีมเหรองั้นฝากโมชิบอกพี่เจหน่อยสิว่าวันนี้คิดถึงจัง ยังไม่ได้คุยกันเลย”เสียงหวานออดอ้อน
“ได้เลยฮะ พ่อเจเองก็บอกคิดถึงพี่ดรีมเหมือนกันว่าแต่วันนี้พี่ดรีมดูอารมณ์ดีจัง มีเื่ราวดีๆ อะไรรึเปล่าฮะ”
แมวสีส้มถูกอุ้มมาคุยต่อดวงตามันช่างเหวี่ยงวีนตรงข้ามกับคำพูดหวานหยดของเ้าของเหลือเกิน
“มีสิฮะ วันนี้นะดรีมมาติวหนังสือให้ไอ้เต้ที่หอแหละแล้วคนที่หอนี้นะขำมาก...” เด็กหนุ่มเล่าเื่ที่ตนเพิ่งประสบพบเจอมาเมื่อครู่สดๆร้อนๆ ให้พี่เจฟังอย่างสนุกสนาน
เสียงหัวเราะจากปลายสายดังขึ้นต่อเนื่องยาวนานท่าจะขำกลิ้งจนแมวที่ถูกอุ้มอยู่ตัวสั่นกระเพื่อมขึ้นลงจากการหัวเราะของเ้าของดรีมเองก็ฮาครืนตามคู่สนทนาไปด้วย
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!” เสียงทุ้มะเิหัวเราะออกมาอย่างเอร็ดอร่อย เ้าโมชิถูกปล่อยลงในที่สุดเผยใบหน้าหล่อเหลาที่ขำจนกรามค้าง
“เนี่ยคิดดูสิคนหอนี้ตล๊กตลก ฮ่าฮ่าฮ่า” ดรีมพูด
“ตลกจริงอ่ะดรีม ฮ่าฮ่าฮ่า” พี่เจยืนยันอีกเสียง
“แล้วไอ้เต้นะ ฮะฮะ .....มันก็ไม่พอใจ ฮะฮะ...”
“ขำเกินเบอร์ไปละมึงอ่ะ!!”
เสียงเ้าของห้องวีนดัง ฝ่าเท้าถีบหลังดรีมเต็มๆ จากบนเตียงก่อนเ้าของร่างนั้นจะเขยิบตัวเข้ากล้องไหว้สวัสดีพี่เจ
“สวัสดีครับ เื่มันขำขนาดนั้นเลยเหรอพี่” เต้ถาม
“ขำสิครับ เล่าให้ใครฟังก็ขำ ฮ่าฮ่า” หนุ่มลูกครึ่งในหน้าจอกล่าว
“ชีวิตหอมึงจะได้มีรสชาติไง ไอ้เต้ ฮ่าฮ่าฮ่า” ดรีมพ่นขำ
“มึงไม่มาโดนเองล่ะวะ ไอ้เหี้ยฝันเฟื่อง!”
“กูไม่ได้อยู่หอนี้นี่หว่า ฮ่าฮ่าฮ่า”
สองเพื่อนซี้ยังคงพูดคุยกันไปมาอย่างสนุกสนานครื้นเครง
เจมองพินิจเด็กหนุ่มสองคนบนหน้าจอ คนตรงหน้าคือน้องดรีมผู้แสนจะน่ารักน่าเอ็นดูในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์สีเขียวมิ้นละมุนละไมสวมกางเกงขายีนสั้นเหนือเข่าที่เมื่อนั่งแล้วเนื้อผ้าถูกดึงสูงเผยให้เห็นต้นขาขาวนวลชวนใจเต้นร่างบอบบางกำลังนั่งอยู่บนพื้นเท้าคางพูดคุยกับชายหนุ่มอย่างเพลิดเพลิน
ในขณะที่เื้ัคือเตียงนอนที่มีเพื่อนสนิทนอนอยู่ไม่ห่างเต้สวมเพียงบ็อกเซอร์สีน้ำตาลเพียงตัวเดียวโชว์หุ่นนักกีฬาที่มีกล้ามเนื้อลอนสวยสีแทนน่าจับตามองเรียกว่าสาวน้อยสาวใหญ่หรือกระเทยเห็น เป็ต้องน้ำลายสอเป็แน่
ผู้าุโกว่ามองเด็กหนุ่มทั้งสองด้วยความตงิดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกไป
“แล้วนี่ติวกันไปถึงแล้วครับ ใกล้เสร็จรึยัง”เสียงทุ้มในโทรศัพท์มือถือถามขึ้น
“ยังไม่เริ่มติวเลยฮะพี่เจ ไอ้เต้มันขอเล่นเกมก่อนผมเลยแวะมาโทรหาพี่เจเนี่ยแหละ”
“เสียงอ่อนเสียงหวานอ้อนพี่เขานักนะมึง พูดปกติธรรมดาไม่ได้รึไง?” เต้แซะ
“เงียบไปเลยมึงอ่ะ คนเขาคุยกันดีๆ ชอบมาขัดมู้ด”
ร่างบางถีบเพื่อนตัวแสบที่นอนอยู่บนเตียง แต่ด้วยเรี่ยวแรงน้อยนิดที่มีไม่อาจทำให้ขนาดตัวใหญ่โตของอีกฝ่ายะเืได้เลย
“พี่เจคร้าบบ คนแถวเนี้ยมาปรึกษาผมเื่จูบด้วยพี่ ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไง”เด็กหนุ่มผิวแทนถือโอกาสฟ้องเสียเลย
“ไอ้เหี้ยเต้! มึงจะเล่าทำเพื่อ!!”
ดรีมขยุ้มหัวอีกฝ่าย แล้วก็ถูกล็อกคอคืนตามสเต็ป
พี่เจผู้ดูความเป็ไปของเด็กหนุ่มทั้งสองก็หลุดขำออกมาอีกครั้ง จากที่ตอนแรกกังวลอยู่บ้างเมื่อรู้ว่าดรีมติวหนังสือกับเต้ที่หอกันสองต่อสองแถมยังจะค้างคืนอีกแล้วแต่เมื่อเป็ปฏิกิริยาบ้าบอของเพื่อนซี้คู่นี้เข้า คนที่มีอายุมากกว่าอย่างเจกลับมองเป็ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่น่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำไป
“โอเคฮะพี่เจ งั้นเดี๋ยวพวกผมติวหนังสือกันก่อนนะฮะ”เสียงหวานกล่าวระหว่างขอสงบทัพกับเต้ในที่สุด
“ได้ครับ อย่านอนดึกมากนะพี่เป็ห่วง” พี่เจกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“อ้อ แล้วเต้อย่าลืมใส่เสื้อด้วยนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“ได้ครับพี่” หนุ่มนักกีฬายอมลุกไปใส่เสื้อบาสฯ แต่โดยดีแม้นปกติจะไม่เคยใส่เสื้อตอนนอนเลยสักครั้ง
“ฮะ... ถ้างั้นพี่เจหลับฝันดีนะฮะ”เสียงหวานกระซิบเสียงเบาเอียงอายไม่อยากให้เพื่อนได้ยิน
“ครับ ดรีมเองก็ฝันดีเหมือนกันนะ อย่าลืมฝันถึงพี่ล่ะ” พี่เจหวานออกสื่อไม่ได้แคร์ไอ้เต้เล๊ย
“บ้า... พี่เจอ่ะ...” ดรีมหลับตาปี๋ เขินสิบสิบสิบ
“กู้ดไนท์ครับ”
“กู้ดไนท์ฮะ”
ปิ๊บ
ดรีมกดวางสายอย่างนึกเสียดาย อยากคุยกับอีกฝ่ายให้มากกว่านี้จัง
“พี่เจเป็คนดีเนอะ เตือนให้มึงใส่เสื้อนอนด้วยเดี๋ยวไม่สบาย”เด็กหนุ่มตัวน้อยพูด เขาเปิดสมุดจดและชีทที่ได้รับตกทอดมาจากรุ่นพี่อีกทีเตรียมตัวพร้อมสำหรับติวหนังสือ
ไอ้เต้หันขวับมองเพื่อน
“ไอ้ฝันเฟื่อง... นี่มึงโง่หรือว่ามึงโง่กันแน่??” หนุ่มผิวแทนตะคอกเพื่อนซี้ผู้ใสซื่อไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย“เขาบอกให้กูใส่เสื้อไม่ใช่เพราะเป็ห่วงโว้ย เขากำลังหึงมึงอยู่!”
“หึง?? มึงพูดอะไรไม่เห็นพี่เขาจะหึงอะไรกูสักหน่อย” เสียงหวานถาม ใบหน้าบ้องแบ๊ว
ไอ้เต้ส่ายหัวเอือมระอา เ้าเปี๊ยกตรงหน้าช่างไม่เท่าทันคนเอาเสียเลย
“มึงลองคิดดูนะ...พี่เจกับมึงเป็ผู้ชายทั้งคู่กำลังจีบกันอยู่ใช่มั้ย? แล้วนี่มึงบอกเขาว่าติวสอบกับกูสองคน แถมยังนอนค้างอ้างแรมกันอีกเขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนอะไร เห็นกูไม่ใส่เสื้อด้วยก็คงมีความรู้สึกหึงหวงอยู่บ้างแหละ”เพื่อนตัวแสบอธิบาย
“บ้า!เพื่อนกันไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอก มึงอ่ะคิดมาก” ดรีมตอบปฏิเสธทันควัน รู้ดีว่าระหว่างพวกเขาไม่มีอะไรอยู่แล้ว
“เออมึงกับกูอ่ะไม่มีห่าอะไรหรอก แต่พวกเราโคตรจะเข้าตำราคู่จิ้นวายเลยตัวสูงคนตัวเล็กคนคลาสสิคสุด จะที่คณะฯ หรือที่หอ ก็จิ้นพวกเราทั้งนั้น...แล้วมึงไม่คิดว่าพี่เจของมึงเห็นพวกเราอยู่ด้วยกันตลอดจะคิดกังวลบ้างรึไงวะ?”
“กังวลงั้นเหรอ...?”
ดรีมยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนพยายามจะสื่อนัก
“กูพูดก็ไม่ใช่อะไรนะ แค่จะบอกว่าอยู่ต่อหน้าพี่เขาก็ไม่ต้องถึงเนื้อถึงตัวกันมากก็ได้จากนี้ไปกูก็จะระวังด้วย ให้เกียรตินึกถึงความรู้สึกพี่เขาที่มาชอบมึงให้มากกว่านี้”หนุ่มนักบาสฯ เริ่มเปิดหนังสือเรียนบ้างแล้ว
คนใสซื่อชะงักนิ่งไป
“ทำไมละไอ้เต้... จะให้กูไม่เล่นหัว ถึงเนื้อถึงตัวกับมึงแล้วเหรอ?...” ใบหน้าใสตื่นกลัว
“ก็ประมาณนั้น”
“หมายความว่าไง...จากนี้ไปมึงจะไม่สนิทเล่นหัวกูเหมือนแต่ก่อนแล้วเหรอวะ?” เสียงหวานซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
“มันก็นะ จากนี้เผลอๆ เราต่างก็โตขึ้น ต่างก็คงจะมีแฟนอาจจะเล่นสนุกกันเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว มึงเองก็คงไม่อยากให้พี่เจเขามาพลอยระแวดระวังไม่มั่นใจกับความสัมพันธ์ด้วยใช่มั้ยล่ะ”หนุ่มนักกีฬาพูดด้วยเหตุและผล
“มันก็ใช่ แต่พวกเราไม่มีอะไร...”
“พวกเราอ่ะรู้ แต่คนอื่นเขามารู้กับพวกเรามั้ยล่ะ? จากนี้ไปเราก็ห่างกันให้สเปซกันบ้างเถอะไม่ใช่เด็กๆกันแล้ว มหาลัยกันแล้วนะมึง”
คำพูดของหนุ่มนักกีฬานั้นช่างบีบคั้นหัวใจอันอ่อนไหวของร่างบางเสียเหลือเกิน
สำหรับดรีมแล้วแม้เต้จะเป็คนปากไม่มีหูรูด แต่ก็เป็คนปากร้ายใจดี ไอ้เต้เปรียบเสมือนเพื่อนแท้ที่คอยซัพพอร์ตอยู่เคียงข้างเสมอทั้งยามทุกข์ยามสุขคอยตักเตือนเสมอเมื่อเขาทำพลาดและร่วมยินดีกับความสำเร็จของเขาเสมอไม่ว่าจะเป็เื่เล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม
ไอ้เต้รู้จักดรีม รับได้ทั้งข้อดีข้อเสียของดรีม ส่วนดรีมเองก็มีความสุขที่มีเต้เป็ส่วนเติมเต็มในชีวิตในฐานะเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมากที่สุดฉะนั้นเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเริ่มระแวดระวังตัวไม่สนิทกับเขาเหมือนแต่ก่อนก็ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางห้องหัวใจดรีมเลยทีเดียว
เด็กหนุ่มมีเพื่อนสนิทผู้หญิงอยู่หลายคน แต่เพื่อนที่รู้ใจและไปไหนไปกันที่สุดก็คือไอ้เต้นี่แหละเมื่อเจอคำพูดเหินห่างราวกับจะตัดสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใยจากเพื่อนซี้เข้าไป ก็ส่งผลให้น้ำใสๆไหลรินออกมาจากจากดวงตาสวยคู่นั้นทันที
“ฮึก...”
เสียงสะอื้นไห้ดังในลำคอ ซึ่งบัดนี้เต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกะเืใจเป็อย่างยิ่ง
หนุ่มนักบาสฯ สังเกตเห็นอากัปกิริยาอีกฝ่ายก็ใลนลาน
เต้พยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น?ร้องไห้ทำไม?? มือสีแทนแตะไหล่บางแต่ก็ถูกสะบัดออกโดยแรงหนุ่มนักบาสฯ ได้คำตอบเป็เสียงตะคอกกลับมาโกรธเคืองอย่างถึงที่สุด
“เออ!มึงจะเว้นระยะกับกูก็ได้ ไม่ต้องสนิทกับกูเหมือนเดิมก็ได้ไอ้เหี้ยเต้! จะทำอะไรก็เื่ของมึงเหอะ!!”
ปัง!
เสียงปิดประตูดังโครม พร้อมกับร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดสีเขียวมิ้นที่ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วยังดีว่าเ้าตัวคว้ากระเป๋าสะพายและสิ่งของส่วนตัวไปหมดเหลือทิ้งไว้เพียงชีทซีร็อกซ์หนึ่งชุด
ส่วนเต้ก็ยังคงนั่งอยู่กับโต๊ะอ่านหนังสืองุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เป็บ้าอะไรของมันวะ...” เ้าของห้องบ่นพึมพำกับตัวเอง
เด็กหนุ่มผิวแทนพุ่งตัวตามออกไป แต่เพื่อนตัวดีชิงลงลิฟต์หนีไปก่อนเสียแล้ว
เต้จึงรุดรีบวิ่งลงบันไดสามชั้นตามไปติดๆ แต่ดรีมก็ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหน้าเพื่อน
คนตัวเล็กจ้ำเดินออกจากซอยไปขึ้นแท็กซี่ทันที ทิ้งเต้ยืนงงเป็ไก่ตาแตกว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมจู่ๆ เพื่อนซี้จึงมีอารมณ์โมโหร้อนอะไรถึงปานนั้นด้วย?
แม้นจะยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายโกรธอะไรขึ้นมา แต่นึกไปก็อดกังวลถึงเพื่อนที่ขึ้นแท็กซี่ในยามวิกาลเช่นนี้ในชุดกางเกงขาสั้นไม่ได้สภาพดรีมที่มักโดนผู้ชายด้วยกันมองด้วยสายตาหื่นกระหาย แถมยังแต่งกายไม่เรียบร้อยทำเอาเต้เป็ห่วงขึ้นมา
หนุ่มนักบาสฯ โทรหาดรีมหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ถูกตัดสายทิ้ง
เต้สบถก่อนจะเตะถังขยะริมถนนระบายอารมณ์หงุดหงิดถังขยะล้มลงดังตึงเสียงดัง
และแล้วหนุ่มนักบาสฯ ก็ตัดสินใจฉวยมือถือ โทรหาเบอร์ที่ไม่นึกฝันว่าจะมีโอกาสโทรหามาก่อนในชีวิต