เสิ่นเย่ว์เฉินอาศัยอยู่ที่เรือนทักษิณอันเงียบสงบมาครึ่งปีแล้ว ก่อนออกไปในใจของนางจึงเกิดความรู้สึกอาวรณ์โดยเฉพาะโต๊ะหนังสือไม้ประดู่สลักลายที่วางอยู่ข้างหน้าต่างตัวนั้นที่นี่คนน้อยและเงียบสงบ เหมาะสำหรับอ่านหนังสือเขียนอักษร ทำเื่ที่ตนชอบเงียบๆ
วันข้างหน้าหากไปอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นแล้วนางต้องระมัดระวังทุกคำพูดและกริยาของตนมากขึ้นเป็ทบทวีสายตาที่คอยจับจ้องอยู่ข้างกายก็จะมีมากขึ้นเช่นกันเกรงว่าคงไม่อาจสบายใจเหมือนตอนอยู่ที่นี่แล้ว
เมื่อปีนั้นตอนกลับมาอยู่ตระกูลเสิ่น เสิ่นเย่ว์เฉินไร้ทรัพย์สินติดตัวนำมาเพียงหยกกวนอิมหนึ่งชิ้นและพัสตราภรณ์สะอาดสะอ้านไม่กี่ตัวคราวนี้จะย้ายไปอยู่เรือนหลัก สิ่งของของนางยังคงไม่มากเช่นเดิม
ภายในห้องปีกตะวันตก ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเหมาะสม ทั้งเครื่องเรือนสวยงามเตียงหลังใหญ่นอนสบาย รวมถึงของตกแต่งอันประณีตอีกหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีดอกไห่ถังงดงามเพริศพริ้งปักอยู่ในแจกันศิลาดลบนโต๊ะแปดเซียนข้างกันมีกระถางต้นไม้สีเขียวอยู่อีกสองถามกระถาง ดูโดดเด่นไม่เหมือนผู้ใด
เมื่อเก็บของเรียบร้อยแล้วเสิ่นเย่ว์เฉินก็พาอู๋มามาและชุ่ยซินไปคารวะขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นด้วยกัน
ยามนี้มืดมากแล้วแต่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นยังไม่นอน นางละเลียดชาไปอย่างเนิบช้าขณะรอเสิ่นเย่ว์เฉินมาหาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
“หลานเย่ว์เฉินคารวะท่านย่าเ้าค่ะ”
เมื่อเห็นเสิ่นเย่ว์เฉินแต่งกายเรียบร้อย ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็ลุกขึ้นจากตั่งหลัวฮั่นพลางคลี่ยิ้มบาง“มาแล้วหรือการจัดห้องเป็อย่างไรบ้าง อยู่แล้วชอบหรือไม่”
เสิ่นเย่ว์เฉินหยัดกายลุกแน่นอนว่าต้องผงกศีรษะตอบไปว่าดีทุกสิ่งและชอบทุกอย่าง
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเห็นนางตอบกลับอย่างพินอบพิเทาเช่นนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าพลันลึกล้ำยิ่งขึ้นกล่าวต่อไปว่า “เ้าก็ไม่ต้องเคร่งครัดเกินไปนักั้แ่วันนี้เป็ต้นไปก็อยู่ให้สบายใจเถิด ขาดเหลืออะไรก็ไปบอกหลี่หมัวมัว”
หลี่หมัวมัวได้ยินดังนั้นก็กล่าวเสริม “บ่าวพร้อมรับคำสั่งจากคุณหนูใหญ่ทุกเวลาเ้าค่ะ”
เสิ่นเย่ว์เฉินยิ้ม แล้วคารวะให้ครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ของที่ท่านย่ามอบให้ในห้องปีกตะวันตกออกจะมากเกินไปแล้วเ้าค่ะไม่ต้องสิ้นเปลืองความคิดจัดการอะไรเพิ่มอีกจริงๆ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นได้ยินดังนั้นก็สบายใจ พลันมองอู๋มามากับชุ่ยซินที่ตามติดอยู่ข้างหลังเสิ่นเย่ว์เฉินครู่หนึ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เ้ามีคนตามรับใช้ข้างกายน้อยเกินไปแล้วถึงเวลารับเพิ่มอีกสักสองสามคนแล้วกระมัง”
เสิ่นเย่ว์เฉินได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย
ดูเหมือนฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจะจัดแจงไว้นานแล้ว นางยกมือส่งสัญญาณให้หลี่หมัวมัวที่อยู่ข้างๆหลี่หมัวมัวเห็นก็เข้าใจได้ทันทีจึงเอ่ยเรียกเบาๆ “พวกเ้าสามคนเข้ามาเถิด”
เพิ่งกล่าวจบ สาวใช้แต่งกายงดงามสามคนก็เดินเข้ามาจากด้านนอกอย่างว่องไว คนที่เดินนำคือชุนิที่เมื่อก่อนรับหน้าที่ปรนนิบัติน้ำชาในเรือนฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมาตลอดส่วนอีกสองคนแม้ไม่อาจนึกชื่อได้ทันทีแต่ก็คิดว่าไม่ใช่คนแปลกหน้าแต่อย่างใด
คุณหนูคนอื่นของตระกูลเสิ่นไม่ว่าจะเป็บ้านใหญ่หรือบ้านรองล้วนมีสาวใช้รุ่นใหญ่ตามรับใช้ข้างกายสองคนสาวใช้รุ่นเยาว์อีกสองคน และสาวใช้ที่คอยทำงานหยาบกร้านอีกหนึ่งคน…แต่ข้างกายเสิ่นเย่ว์เฉินมีเพียงอู๋มามากับชุ่ยซินคนหนึ่งแก่คนหนึ่งเด็ก คนหนึ่งอายุมากทำงานหนักไม่ไหว อีกหนึ่งคนก็อายุน้อยเกินไปทำงานใดล้วนไม่น่าเชื่อถือ
วันนี้ไม่เหมือนวันวาน ในเมื่อเสิ่นเย่ว์เฉินย้ายจากเรือนทักษิณมาอยู่ห้องปีกตะวันตกของเรือนใหญ่แล้วย่อมแสดงให้เห็นว่าตำแหน่งฐานะของนางในตระกูลเสิ่นเปลี่ยนแปลงแล้ว สมควรมีหน้ามีตาสักหน่อย
สาเหตุที่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเลือกคนในเรือนตนให้นางประการแรกเพราะเป็การให้หน้าประการที่สองเพราะมีเจตนาคิดอยากเก็บซ่อนสายตาไว้ข้างกายอีกฝ่ายเผื่อจำเป็ต้องใช้ในกาลข้างหน้า ยามนี้ข้างกายเสิ่นเย่ว์เฉินมีเพียงชุ่ยซินผู้เดียวส่วนสาวใช้อีกสามคนล้วนเป็คนที่ตนมอบให้ วันหน้าหากนางแต่งไปอยู่ตระกูลจู ย่อมต้องพาคนเหล่านี้ติดตามไปด้วยถึงจะถูก
เสิ่นเย่ว์เฉินทราบเจตนาที่แฝงอยู่ในการกระทำนี้ของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นดี จึงรับสามคนนี้ไว้ทั้งหมด
เดิมทีชุนิเป็สาวใช้ขั้นสองในเรือนฮูหยินผู้เฒ่า ตอนนี้เมื่อมาอยู่กับเสิ่นเย่ว์เฉินย่อมถูกเลื่อนเป็สาวใช้ขั้นหนึ่งยิ่งไปกว่านั้นนางยังมีอายุมากที่สุด ปีนี้อายุสิบห้าเท่ากับเสิ่นเย่ว์เฉินส่วนสาวใช้อีกสองคน คนหนึ่งชื่อชุนเอ๋อ เดิมช่วยงานอยู่ในห้องครัว มีใบหน้ากลมมนดวงตาเล็ก ดูสะอาดเรียบร้อยดี เพียงแต่น้ำเสียงเวลาพูดออกจะแหลมไปบ้างอีกคนหนึ่งชื่อชุนฮุย รูปร่างเตี้ย ทั้งผอมและขาว ปกติไม่ค่อยพูดจาว่ากันว่าเป็สาวใช้ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ที่สุดในเรือน
หากพิจารณาด้วยใจเป็กลาง เสิ่นเย่ว์เฉินไม่ได้รู้สึกดีกับสาวใช้ทั้งสามคนนักแต่ที่รับไว้เพราะอย่างไรก็เป็ ‘น้ำใจ’ จากฮูหยินผู้เฒ่าที่ยินดีมอบให้นางส่วนตนรับไว้ตามเจตนาของอีกฝ่ายก็พอแล้ว หรือต่อให้ไม่้าพวกนางสามคนภายหลังย่อมมีผู้อื่นเข้ามาอีก ไปๆ มาๆ เช่นนั้นคงยุ่งยากวุ่นวาย
เสิ่นเย่ว์เฉินออกจากห้องปีกตะวันออกมายังห้องปีกตะวันตก ก่อนจะกลับมาถึงห้องในที่สุดชุนิกับชุนเอ๋อเข้ามาช่วยเสิ่นเย่ว์เฉินยกชารินชาและปูเตียงปิดหน้าต่างด้วยตนเองสาวใช้ทั้งสองนับว่าขยันขันแข็งและเอาใจใส่อย่างยิ่ง
ชุ่ยซินที่ปกติทำเื่เหล่านี้จนคุ้นชินแล้วกลับทำได้เพียงยืนโง่งมอยู่ข้างๆพลางมองพวกนางทำงานอย่างกระตือรือร้นเกินสมควร โดยไม่รู้จะทำอะไรดี
เสิ่นเย่ว์เฉินเห็นดังนั้นก็คลี่ยิ้มเรียกพวกชุนิทั้งสามคนมาเบื้องหน้ากล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ก่อนหน้านี้พวกเ้าล้วนเป็คนคอยรับใช้ข้างกายท่านย่าข้ารู้ว่าย่อมเชื่อถือได้ และข้าเองก็วางใจ แต่ตอนนี้ดึกแล้วพวกเ้ารีบไปพักผ่อนเถิด ให้อู๋มามากับชุ่ยซินรั้งอยู่ก็พอแล้ว”
พวกชุนิได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าท่าทางแตกต่างกันไปแต่สุดท้ายทุกคนล้วนถอยออกไปอย่างเชื่อฟัง
ชุ่ยซินมองดูพวกนางจากไป จากนั้นจึงหันมามองเสิ่นเย่ว์เฉินขยับริมฝีปากคล้าย้าพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายกลับไม่พูดออกมา
อู๋มามารู้ว่านางกำลังกังวลสิ่งใดจึงลูบศีรษะนาง “เด็กโง่ไม่ต้องกังวลไปหรอก คุณหนูย่อมมีความคิดในใจ”
ชุ่ยซินได้ยินดังนั้นก็เม้มปากเล็กน้อยแล้วผงกศีรษะ ก่อนนำพัสตราภรณ์ที่คุณหนูถอดไว้ไปใส่ในอ่างแล้วยกออกไปซักทว่าตอนที่นางเดินผ่านห้องสาวใช้บังเอิญได้ยินพวกชุนิสนทนากันโดยจงใจใช้เสียงแ่เบาอีกด้วย
“พี่ชุนิ พี่ว่าที่คุณหนูเฉยเมยกับพวกเราเป็เพราะไม่พอใจพวกเราหรือไม่”ในน้ำเสียงมีความไม่สบายใจเจืออยู่
เสียงของชุนเอ๋อเล็กแหลม แยกแยะได้ง่าย
ชุ่ยซินก้มตัวลง เอาตัวแนบประตูอย่างระมัดระวัง ได้ยินชุนิตอบกลับไปว่า“พวกเ้าอย่าคิดมากไปเลย ปกติคุณหนูใหญ่มีนิสัยอ่อนโยน ไม่ชอบแก่งแย่งชิงดีหากไม่คุ้นชินกับคนแปลกหน้าก็สมควรแล้วที่จะปฏิบัติเช่นนี้ต่อไปขอเพียงพวกเราทำงานให้ดี คุณหนูย่อมไม่ปฏิบัติย่ำแย่กับพวกเราแน่”
ชุนเอ๋อคลี่ยิ้มตาม เอ่ยว่า “พี่สาวพูดมีเหตุผลจริงๆตอนนี้คุณหนูใหญ่เป็คนโปรดของฮูหยินผู้เฒ่า วันหน้าหากคุณหนูจะไปอยู่ที่จวนตระกูลจูพวกเราย่อมต้องแต่งตามไปด้วยกัน ใช่หรือไม่เ้าคะ”
ชุนิก้มหน้ายิ้มๆ “เ้าเด็กน้อย คิดไกลเกินไปแล้ว ไม่ละอายใจบ้างเลยหรือ”
ได้ยินเช่นนั้น ชุนเอ๋อก็หัวเราะดัง ‘พรืด’ ออกมา “เหตุใดพี่สาวต้องหยอกข้าด้วย การที่คุณหนูใหญ่แต่งออกไปแล้วสาวใช้สินเดิมแต่งตามไปด้วยย่อมเป็หลักการที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้!ข้าคิดเื่นี้ไว้แล้ว อย่าบอกนะว่าท่านไม่เคยคิด”
ชุนเอ๋อกล่าวจบก็ทำเพียงยิ้ม แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนประเด็น “แต่ว่าพี่ชุนิพวกเราต้องระวังให้มากนะเ้าคะ วันข้างหน้าหากคุณหนูใหญ่แต่งออกไปจริงๆก็ไม่แน่ว่าจะพาพวกเราไปด้วย ยังมีสาวใช้รุ่นเยาว์ที่ชื่อชุ่ยซินนั่นอีกคนดูท่าทางโง่งม ขัดหูขัดตายิ่งนัก…”
ชุ่ยซินได้ยินดังนั้น สีหน้าพลันแข็งค้าง จากนั้นก็รีบหมุนตัวเดินออกไปไม่กล้าแอบฟังอีก