ตอนที่ยี่สิบ วัยรุ่นปราบผี Teenage Vampire Slayer
เช้าวันใหม่ อาจจะมีการปราบแวมไพร์ไปด้วยสาวผู้ถูกเลือกในที่ที่คนทั่วไปไม่รู้ในตอนค่ำคืน แต่ผมก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรด้วย
ทุคนค่อนข้างจะมองผมแปลกไปอาจจะใช้มั้งจากวัดด้วยตรวจสอบสภาพร่างกายร่างกายผมสูงขึ้นประมาณ 3 ซม.บวกกับการเดินแบบยืดอกมากขึ้นคนอาจจะเห็นว่าสูงขึ้นประมาณ 5 ซม.ได้เลยทีเดียว
เรียกว่าบิฟจะมองหน้าผมก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองในตอนนี้
มีเหลืออีกหลายอย่างที่ผมสามารถทำกับร่างกายได้ เช่น พลังความสามารถในการระเบิดพลังในพริบตา ความสามารถในการบังคับส่วนต่างๆของร่างกายแบบโยคี ฯลฯ
แต่ผมค่อยๆทำไปจากพื้นฐานก่อน
ไม่หวังความสำเร็จขอเพียงแค่ไม่ผิดพลาด
การเพิ่มพลังมาแบบทีละเล็กละน้อยนั้นตอบจุดประสงค์ของผมได้ดีพอแล้ว
เส้นทางยาวไกล เดินไปทีละก้าว
แต่เพียงแค่การบังคับกล้ามเนื้อให้เสริมสร้างมากขึ้นธรรมดา ก็สะกิดความสนใจผู้คนถึงเพียงนี้
หรืออาจะพูดว่า เลโอนาร์ดเป็นตัวสนใจของผู้คนอยู่แล้วล่ะมั้ง
ผมอุ้มบิฟแบบท่าอุ้มเจ้าหญิงเมื่อบิฟพยายามจะผลักผมอีกครั้งแบบที่ทำประจำวันในเช้านี้
ตรงล็อกเกอร์แบบเดิม
แต่วันนี้มีบางอย่างต่างไป
“อรุณสวัสดิ์เหมือนกันบิฟ”
ผมวางบิฟลงอย่างนุ่มนวลบนเก้าอี้ข้างๆและเดินไปเปิดตู้ล็อกเกอร์
ในเช้าวันนี้
สายตาคนรอบข้างที่มองดูผมเหมือนกับเห็นผี
ก็คงอย่างนั้นล่ะ เฮ้อ ตอนแรกผมไม่อยากเป็นจุดเด่น แต่หากให้ผมเล่นบทบาทของเลโอนาร์ดต่อไป ผมคงทำเรื่องร้ายแรงไปแน่ๆ การทำอย่างนี้น่าจะเป็นการประนีประนอมที่สุดแล้ว ผมไม่ได้ทำอะไรบิฟมากไปกว่าอุ้มเขาที่ต้องการจะผลักผมออกไปไว้ข้างๆไม่ให้ขวางทางไปตู้ล็อกเกอร์ของผมเท่านั้น ไม่มีการใช้ความรุนแรงที่เกินไปกว่านั้น
“ยะ หยุดนะ อย่าทำ..เอ..นี่”
ท่าทางลินดาเธอก็สับสนเหมือนกันเพราะเหตุการณ์ที่เกิดวันนี้ไม่ใช่อย่างที่เกิดขึ้นทุกวันจนเธอไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไร
น่าเสียดายที่คราวนี้ผมหาข้ออ้างทำให้ชีทของลินดาเธอตกถังขยะไปไมได้แบบคราวที่แล้ว เลยยื่นชีทแบบปรกติที่เธอ”วานให้ช่วย”ไป
เอ บิฟ นายหน้าแดงทำไม?
เฮ้ย นึกออกแล้ว
บิฟมันเปิดเผยทีหลังว่าเป็นเกย์นี่หว่า?
หรือหากเรามองเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดหากมองแบบมังงะ
บิฟมันคือซึนเดเร่ที่คอยแกล้งคนที่ตนเองชอบ?
ถึงชอบแกล้งเลโอนาร์ดบ่อยๆ
ผมรีบเดินหนีมาจากตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว
ไม่อยากจะตกเป็นเป้าหมายของอาการซึนเดเร่จากบิฟ
..
โอ๊ะโอ๋ ผมหวังว่าผมจะเดาผิด จะคาดการณ์ผิด
ว่าผมเป็นคนขี้ระแวงเกินไป ไม่มีทางที่นางเอกจะมาสนใจการเปลี่ยนแปลงอะไรหรอก
ผมคิดมากเกินไปควรจะปล่อยวางเสียบ้าง
และโลกก็มักจะส่งหลักฐานมาพิสูจน์กับผมว่า ที่ผมคิดน่ะ ถูกต้องแล้วเสมอ
แอนนาเบ็ท เวลลิงตัน หรือแอนนา
นางเอกของเรื่อง ผมบลอนด์ ร่างกายสมส่วนเต็มไปด้วยความปราดเปรียวจากการเป็นเชียร์ลีดเดอร์และที่สำคัญคือ สเลเยอร์นักล่าแวมไพร์ในยามค่ำคืน
จากเรื่องของ Teenage Vampire Slayer
วัยรุ่นปราบแวมไพร์
ที่มีเรื่องเริ่มต้นมาจากนวนิยายเรื่องสั้น กลายเป็นภาพยนตร์กลายมาเป็นซีรี่ย์และมีนิยายภาคย่อย โลกคู่ขนาน หนังสือเกมส์และอื่นๆ
แนวหลักคือการผจญภัยของแอนนา ที่ต้องเผชิญปัญหาการปราบแวมไพร์ไปพร้อมๆกับปัญหาชีวิตความรัก ปัญหาแม่ไม่เข้าใจและการปกปิดความลับของการล่าแวมไพร์จากเพื่อนและแฟน ที่ก่อให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ที่ยาวเป็นหางว่าวอย่างที่ผมเคยว่ามา
รายละเอียดเล็กน้อยจากเกมส์คือ หากนักกีฬาทั่วไปมีความแข็งแรงระดับ 3 นักกีฬาทีมชาติระดับ 5 สเลเยอร์จะมีความแข็งแรงระดับ 7
ระดับ 5 จากระบบของเกมส์คือจุดสูงสุดของมนุษย์ที่สามารถกระทำได้หากไม่มีเวทย์หรือเชื้อสายเทพเจ้า โบนัสจากเผ่าพันธุ์เข้ามาช่วยเสริมพลัง เช่นลูกครึ่งโทรลหรือเยติก็จะมีพลังหรือความทนทานมากกว่าคนธรรมดา ลูกครึ่งภูตก็จะมีความสวยงามมากกว่าคนธรรมดาและสเลเยอร์ก็จะมีค่าสถานะเว่อๆหลายอย่างเกินกว่าคนธรรมดา
หมายความว่าพลังของ บิฟนั้นอยู่ราวๆระดับสาม คนที่ประกวดคนที่แข็งแรงที่สุดในโลกอยู่ที่ระดับ 5 และแอนนาอยู่ระดับ 7 ที่สามารถกระทืบสองคนที่ระดับต่ำกว่าได้
วัยรุ่นปราบผี คือแนวที่รวบรวมแนวความคิดเรื่องสยองขวัญการปราบผีแวมไพร์เป็นหลัก แต่ก็มีการปราบวิญญาณ มนุษย์แมลง มัมมี่ ภูติ มนุษย์เงาและอื่นๆที่รวบรวมตำนานต่างๆของแนวสยองขวัญอเมริกันไว้มากมายในเรื่อง
และดำเนินเรื่องในสายตาของปัจจุบันที่ไม่ค่อยเชื่อถือในแนวคำทำนายโชคชะตาหรือธรรมเนียมมากนัก
เรียกว่าคือโลกที่มีเจสัน ศุกร์สิบสาม ,เฟรดดี้ ขวัญผวา,ปรสิตสิงร่างฯลฯ
อยู่ในจักรวาลและเรื่องเดียวกันและแอนนาคือคนที่จัดการสัตว์ประหลาดที่ว่ามาทั้งหมดได้ด้วยฝีมือของเธอและความช่วยเหลือจากเพื่อนๆของเธอ
แอนนาจะเป็นสายพลังและคนที่คอยอธิบายให้ผู้ชมเข้าใจง่ายๆส่วนวิลโล่และคุณโธมัสจะเป็นสายวิชาการที่คอยจะแก้ปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับการต่อสู้โดยตรงเช่นการจะบรรยายว่า
“ปีศาจอุรุกไฮ มีนิสัยชอบกินเงาของเหยื่อจะซ่อนเงาไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้านของเหยื่อและเหยื่อที่โดนกินเงาจะเริ่มจางหายไปในที่สุด..”
ซึ่งพอได้ข้อมูลเช่นนั้นและจุดอ่อนของปีศาจอุรุกไฮ แอนนาก็จะไปจัดการกับปีศาจนั้นด้วยข้อมูลที่ได้มากจากวิลโล่และคุณโธมัส
และโดยปรกติเธอจะออกตรวจตราเพื่อจัดการกับแวมไพร์ที่ล่าเหยื่อในเวลาค่ำคืน อย่างที่ผมว่ามา
ผมก็ยังงอยู่ว่าจะไปล่าแวมไพร์ในเวลากลางคืนทำไม
เป็นผมจะฉวยโอกาสเล็งสถานที่ซ่อนตัวของพวกแวมไพร์และไล่กระทืบพวกนั้นในเวลากลางวัน
พอพวกนั้นนอนหลับอยู่ในโรงหรือโกดังร้าง ผมก็จะเอาหลาวไปปักอกพวกนั้น ไม่ให้พวกนั้นได้มีโอกาสต่อสู้
อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเรายังเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลาย ต้องเอาเวลาตอนกลางวันมาเรียนหนังสือและใช้ชีวิตปรกติ พร้อมต้องปกปิดความลับไม่ให้พวกผู้ใหญ่รู้
แต่ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะให้มีเวลาฝึกฝนมากกว่า จะได้มีการทำงานล่าแวมไพร์ธรรมดา
ไม่ใช่ต้องแบ่งเวลาเรียนกับเวลาล่าแวมไพร์อยู่อย่างนี้?
บางครั้งผมก็คิดว่าหน่วยงานลับในเรื่องมักมีไว้เพื่อสร้างปัญหาให้กับตัวเอกมากกว่าที่จะช่วยเหลือให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น
“อรุณสวัสดิ์ แอนนา ส่งการบ้านวิชาวิทย์ตอนบ่ายด้วยนะ อาจารย์ท่านเตือนมาน่ะ”
ผมพยายามจะเบนความสนใจของเธอไปเรื่องอื่น
“เธอหน้าโทรมๆด้วยนะ เป็นอะไรบ้างหรือเปล่า ? อาจารย์ท่านก็เป็นห่วงนะ”
ผมรู้ว่าเธอออกไปล่าแวมไพร์มาตอนกลางคืน ซึ่งก็น่าจะทำให้เธอต้องป้องกันความลับของตนเองมากกว่าที่จะหาความลับของผม
แต่ท่าทางผมจะคิดง่ายไป
ดวงตาสีเขียวที่สวยงามของเธอจ้องมาที่ผม
“นายมีอะไรแปลกไปเลโอนาร์ด มีอะไรบอกชั้นได้นะ”
โอ้ เธอเก่งอย่างที่ผมคิดจริงๆด้วย แม้การมีกล้ามของผมกับดูสูงขึ้นประมาณห้าเซ็นติเมตรจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้คนระดับอัจฉริยะในการดูให้ออก
แต่เธอมีสัญชาตญาณที่ดีเสมอในการจับผู้ร้ายของเรื่อง ซึ่งผมนับถือเธอในข้อนี้
เธอไม่มีอะไรบกพร่องในฐานะสเลเยอร์นักล่าแวมไพร์หรอก
ผมแค่ไม่ชอบเธอเป็นการส่วนตัวเท่านั้น แต่ไม่ได้ดูถูกการทำหน้าที่ของเธอ
เกลียดเธอเป็นส่วนตัวแต่ไม่ได้เกลียดในส่วนรวมคือจุดยืนของผม
“หืม งั้นเราน่าจะคุยกันเป็นการส่วนตัวดีกว่านะ ว่าไหม?”
ผมบอกกับเธอไปตามตรง เพราะไม่คิดว่าจะรอดไปจากการสอบปากคำของเธอที่เธออาจใช้ความรุนแรงกับผมก็ได้
แม้ผมจะไม่ชอบเธอ แต่ผมก็ยอมรับว่าเธอทำงานเก่งมากในการทำให้ผู้ร้ายเปิดปากหรือทำลายแผนการของคนร้ายที่วางไว้อย่างดี
ผมคิดว่าอะไรที่เกี่ยวกับเธอผมพยายามจะไม่วางแผนการเอาไว้ เธอจะได้ทำลายแผนการของผมไม่ได้
บางครั้งแผนที่ดีที่สุดคือแผนการที่ยืดหยุ่นได้
คราวนี้ก็เช่นกัน แอนนา มาหาผมทันทีโดยผมไม่ได้เตรียมใจมาก่อนก็เป็นสถานการณ์หนึ่งที่ผมคิดว่าจะเกิดนั่นล่ะ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเร็วขนาดนี้
ผมคงยังดูถูกนางเอกมากไปหน่อย