สร้างอาณาจักรที่ต่างโลก

    ตอนที่ 34 : จุดเริ่มต้นของการสร้างเมือง



    .....



    "หยุด!! พื้นที่ต่อจากนี้คือเขตหวงห้ามพวกเจ้าทุกคนรออยู่ตรงนี้ ส่วนท่านภาคินตามข้ามา.. "



    มาร์เวลที่ถือป้ายคำสั่งของลามอนต์ ได้ทำการออกคำสั่งกับผู้คุ้มกันอย่างเคร่งคัด เมื่อเดินทางมาถึงหน้าประตูหลัก ที่ใช้สำหรับเดินเข้าไปยังเขตพื้นที่ชั้นในของมหาราชวัง



    "ท่านภาคินเชิญ..."



    หลังจากที่ทั้งคู่เดินผ่านทหารองครักษ์มากมาย ที่กำลังเดินตรวจตรากันอย่างเข็มงวด ในที่สุดภาคินและมาร์เวลก็ได้เดินทางมาถึงห้องๆหนึ่ง ที่ถูกประดับตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม และน่าเกรงขาม



    เดิมทีภาคินคิดว่าห้องประชุมก่อนหน้านี้ มันก็สวยงามและดูหรูหรามากพออยู่แล้ว แต่เมื่อภาคินได้เดินมาเห็นภายในห้องๆนี้ ความคิดเดิมๆของเขาก่อนหน้านี้ก็พลันพังทะลายลง เพราะในห้องที่ภาคินกำลังเดินเข้ามานี้ เพียงแค่เก้าอี้ธรรมดาๆตัวหนึ่ง ก็ดูล้ำค่ายิ่งกว่าของทุกๆชิ้น ที่ตั้งอยู่ในห้องประชุมก่อนหน้านี้รวมกันซะอีก



    เนื่องจากพวกมันถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุราคาแพงเช่นทองคำและอัญมณี แถมเก้าอี้แต่ละตัวยังถูกตกแต่ง เอาไว้อย่างปราณีตและสวยงาม จนยากจะประเมินค่าพวกมันได้



    ที่สำคัญเก้าอี้แต่ละตัวในห้องนี้ล้วนใหญ่โตเป็นอย่างมาก ซึ่งพวกมันแต่ละตัวนั้น ล้วนเป็นที่นั่งประจำตัวของบุคคลสำคัญๆของอาณาจักรเพนดราก้อนทั้งสิ้น นี้จึงแสดงให้เห็นแล้วว่าบุคคลเหล่านั้นมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตเพียงใด



    "ท่านภาคินอย่า!!!"



    มาร์เวลที่อยู่ดีๆก็ตะโกนออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก เมื่อเขามองเห็นภาคินค่อยๆเดินเข้าไปหาเก้าอี้ขนาดใหญ่ตรงหน้า ก่อนจะทำการยกมันขึ้นอย่างง่ายดายด้วยแขนเพียงข้างเดียว แถมภาคินยังทำท่าเหมือนจะยัดพวกมันลงไปในแหวนมิติวงเล็กๆ ที่สวมอยู่บนนิ้วมืออีกด้วย



    "เอ๊ะ..!!?? ไม่ใช่อย่างนั้นท่านมาร์เวล.. นี้เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นเก้าอี้ที่ใหญ่โตขนาดนี้ ข้าจึงอยากจะลองยกพวกมันขึ้นมาดูว่ามันหนักมากแค่ไหนก็เท่านั้นเอง ท่านไม่ต้องกังวลไป เพราะถึงข้าจะจนแต่ข้าก็ไม่เคยคิดที่จะขโมยของๆใคร.."



    ภาคินพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ซื่อตรงและจริงใจ ถึงแม้ในใจลึกๆ เขาอยากจะยัดเก้าอี้พวกนี้ลงไปในแหวนมิติของตัวเองจริงๆก็ตาม



    "ฟู่... ดูเหมือนข้าจะแก่จนเลอะเลือนไปหมดแล้ว ถึงได้มองท่านภาคินเป็นคนแบบนั้นไปได้ ยกโทษให้ตาเฒ่าอย่างข้าด้วยท่านภาคิน ยกโทษให้ข้าด้วย..."มาร์เวลรีบกล่าวคำขอโทษออกมาอย่างรู้สึกผิด เมื่อมองเห็นใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาของภาคิน



    "ฮ่าๆ ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ทรงพลังจริงๆ..."



    เก้าอี้อันว่างเปล่าหรือเก้าอี้ใบเดียวกันกับที่ภาคินกำลังยกอยู่ จู่ๆก็พลันปรากฏเสียงของใครบางคนดังขึ้นมา พร้อมกับร่างขนาดใหญ่โตของบุรุษวัยกลางคน ที่ค่อยๆปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า


    .....



    "ว่าแต่จะวางข้าลงได้หรือยัง...."



    เมื่อภาคินมองเห็นร่างขนาดใหญ่ของชายวัยกลางคน ที่อยู่ดีๆก็โผล่ออกมานั่งอยู่บนเก้าอี้สีทองตัวที่ตัวเองกำลังยกอยู่ ภาคินจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตัดใจจากเก้าอี้ราคาแพงตรงหน้าและวางมันลงในที่สุด ถึงแม้ลึกๆเขาจะไม่ค่อยเต็มใจนักก็ตาม


    .....



    "เจ้าไม่ต้องเสียดายไปมันก็แค่เก้าอี้ หากว่าเจ้าจงรักภักดีต่ออาณาจักรเพนดราก้อนและตัวข้า อย่าว่าแต่เก้าอี้พวกนี้เลยต่อให้เป็นสมบัติที่มีราคามากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ข้าก็สามารถบัลดาลให้เจ้าได้หากว่าเจ้าต้องการมัน ท่านวีรชนเดย์ลาโน่รบกวนท่านด้วย...."



    หลังจากที่ภาคินวางเก้าอี้ลง ก็พลันปรากฏเสียงที่ทรงพลังอำนาจดังขึ้นมาอีกเสียง พร้อมกับเก้าอี้ทุกตัวที่ว่างเปล่าอยู่ก่อนหน้านี้ ก็ค่อยๆเริ่มปรากฏร่างของผู้คนออกมาทีละคนๆ จนในที่สุดก็ครบทั้งสิบคน



    "มาร์เวลเจ้าออกไปก่อนหมดธุระของเจ้าแล้ว เอาป้ายมาคืนข้าด้วย.. "



    หลังจากที่ทุกคนปรากฏตัวออกมาจนครบ ชายร่างยักษ์ที่สวมชุดเกราะสีทองแวววาว ซึ่งเป็นชุดเกราะประจำตัวของเหล่าจอมทัพ ก็จ้องมองไปยังมาร์เวลก่อนจะออกคำสั่งกับบริวาลตรงหน้านั่นก็คือมาร์เวล



    "นี้ครับท่านจอมทัพลามอนต์ ข้าน้อยขอตัว..."



    มาร์เวลค่อยๆเดินเข้าไปหาชายที่มีชื่อว่าลามอนต์ พร้อมกับยืนป้ายคำสั่งสีทองคืนแก่ลามอนต์ด้วยความเสียดาย ก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้อธิบายอะไรให้ภาคินได้รับทราบเลยแม้แต่น้อย



    "เจ้าสินะ.. ผู้ที่ครอบครองพลังทั้งสายกายภาพ และสายเวทย์มนตร์ ที่หาได้อยากยิ่งในรอบร้อยปี.."



    เมื่อมาร์เวลเดินออกไปจากห้อง ชายที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องมองมายังภาคินตั้งแต่หัวจรดเท้า ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะพูดออกมา มันจึงทำให้ภาคินจำเป็นต้องจ้องมองกลับไป และเพียงแค่เสียววิที่ภาคินมองเห็นร่างของชายตรงหน้า มันก็ทำให้ภาคินรับรู้ได้ในทันทีเลยว่า ชายคนนี้จะต้องเป็นไลแซนเดอร์ ราชาของอาณาจักรเพนดราก้อนอย่างแน่นอน โดยดูจากรูปลักษณ์ที่ดูสูงศักดิ์และชุดที่สวมใส่



    "ข้าคือผู้พิทักษ์ของเมืองนอริช ขอคารวะขอรับ ราชาไลแซนเดอร์.."



    ภาคินที่ตั้งสติได้ก็รีบแสดงความเคารพ ในแบบฉบับของตัวเองออกมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเขาไม่เคยใช้คำราชาศัพท์มาก่อน ดังนั้นเขาจึงพยายามใช้คำที่สุภาพที่สุดที่พอจะคิดได้ออกมาแทน



    "ไม่ต้องมากพิธี.. ที่ข้าเรียกเจ้ามาในวันนี้ก็เพราะว่า ข่าวการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มเช่นเจ้า ผู้ที่ซึ่งครอบครองพลังทั้งสองสายเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว มันจึงทำให้ข้ารู้สึกสนใจเจ้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นข้าถึงได้เรียกตัวเจ้ามาในครั้งนี้..



    ก่อนหน้านี้มาร์เวลได้แต่คิดหาวิธีการต่างๆนาๆ ที่มันจะสามารถผลักดันให้ภาคิน เข้ามาอยู่ในการคุ้มครองของราชวงศ์เพนดราก้อน โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเรื่องพลังเวทย์ธาตุมืด และในที่สุดมาร์เวลก็คิดออก



    นั่นก็คือการส่งเรื่องของภาคินที่สามารถครอบครองพลังทั้งสองสาย ผ่านไปทางคนรู้จักหรือเส้นสายของตัวเองในกองทัพ ที่พอจะมีอยู่บ้างเพราะนักเวทย์มากมายที่อยู่ใต้อำนาจของราชวงศ์เพนดราก้อน ล้วนก็จบมาจากโรงเรียนจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์แทบทั้งสิ้น



    ดังนั้นมันจึงไม่ได้ยุ่งยากซักเท่าไหร่นัก กับการส่งจดหมายเพียงฉบับเดียว แถมยังส่งในในฐานะของอาจารย์โรงเรียนจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย



    เมื่อจดหมายถึงมือของลามอนต์ มันก็แน่นอนแล้วว่าเรื่องๆนี้ จะต้องถึงหูของราชาไลแซนเดอร์ด้วยเช่นกัน และมันก็เป็นไปตามที่มาร์เวลคิดเอาไว้จริงๆ เมื่อตอนนี้ไลแซนเดอร์ได้เรียกตัวภาคินมาพบเป็นการส่วนตัว..



    "สงครามครั้งนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม เพราะเจ้าจะกลายมาเป็นกองกำลังสำคัญของอาณาจักร ในอานาคตตอนนี้ข้าจะให้ลามอนต์รับผิดชอบดูแลเจ้า และส่งเจ้าเข้าไปเรียนในโรงเรียนของราชวงศ์ ลามอนต์พาเขาออกไป.."



    เมื่อไลแซนเดอร์พูดจบภาคินก็ต้องขมวดคิ้วทันที เพราะเรื่องที่เขาไม่ชอบและเบื่อหน่ายที่สุด กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว นั่นก็คือภาคินไม่ชอบให้ใครมาตีกรอบ และไม่อยากจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของใคร



    เพราะแบบนี้ภาคินถึงไม่อยากจะแสดงฝีมือ ให้โด่ดเด่นมากจนเกินไป แต่สุดท้ายมาร์เวลก็หาเรื่องมาให้เขาจนได้ทั้งที่ภาคินได้วางแผนเอาไว้แล้วว่า จะเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆในต่างโลกแห่งนี้แท้ๆ



    "ราชาไลแซนเดอร์ ข้า.." ภาคินกำลังจะขอเอ่ยคำคัดค้านออกมาเพราะไม่เห็นด้วย แต่ก่อนที่ภาคินจะทันได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ลามอนต์ที่อยู่ข้างๆก็รีบพาตัวของภาคินเดินออกไปจากห้องทันที...



    "เจ้ามีชื่อว่าภาคินสินะ ข้าขอเตือนเจ้าว่าอย่าพูดอะไรที่เป็นการขัดใจองค์ราชาไลแซนเดอร์จะดีกว่า เพราะตอนนี้องค์ราชากำลังวางแผนที่จะสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นมา เพื่อเข้าโจมตีอาณาจักรข้างเคียงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า



    ดังนั้นพระองค์จึงจำเป็นต้องรวบรวม คนที่พอจะมีความสามารถมากพอ ที่จะกลายมาเป็นกองกำลังสำคัญของอาณาจักรในอานาคตอย่างเจ้าเอาไว้มากมาย และมันก็จะไม่มีใครสามารถขัดคำสั่งของพระองค์ได้ และนี้ก็เป็นโอกาสเดียวที่เด็กหนุ่มสามัญชนอย่างเจ้า จะสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนของราชวงศ์ได้..."



    ภาคินเริ่มกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ ทั้งที่พวกเขาก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และไม่เคยเกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำแต่เมื่อมาพบหน้ากันเพียงไม่กี่นาที ฝั่งตรงข้ามกลับมาทำตัวเป็นเจ้าชีวิตที่สั่งเป็นสั่งตาย และคอยกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเอง ซึ่งตัวของภาคินที่มาจากโลกปัจจุบันนั้น ไม่ชอบเรื่องแบบนี้เลยแม้แต่น้อย



    แต่ว่าภาคินก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะตอนนี้พลังของเขายังน้อยเกินกว่า ที่จะกลับไปตั้งหลักที่โลกปัจจุบัน หรืออาณาจักรอื่น ดังนั้นภาคินจึงได้แต่ยอมรับชะตากรรมในครั้งนี้ไปก่อน และค่อยๆคิดหาทางแก้ไขไปพร้อมๆกัน..



    "เราไม่ได้เดินทางมาที่นี้เพื่อคอยรับใช้ใคร และไม่ได้มายังต่างโลกแห่งนี้เพื่อให้ใครมาตีกรอบหรือกำหนดทิศทางชีวิตของเรา ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ....." ภาคินแอบคิดเงียบๆอยู่ในใจ กับความผิดพลาดในครั้งนี้



    "ในต่างโลกแห่งนี้ สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือพลัง เงินทอง และอำนาจสินะ หากว่าเรามีสามสิ่งนี้ เราก็จะสามารถทำทุกอย่างๆได้ตามที่ต้องการได้ หากเป็นแบบนั้น.. ถ้าเราลองสร้างเมืองของตัวเองขึ้นมาเหมือนกับเกมที่เราเคยเล่นละ เราก็จะสามารถกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างภายในเมืองของตัวเองได้สินะ.."



    ภาคินที่ตอนแรกคิดแค่เพียงแค่ว่า ต้องการเข้ามาฝึกฝนพลังในต่างโลกและหาเงิน เพื่อกลับไปแก้แค้นศัตรูที่รอเขาอยู่ที่โลกปัจจุบันเท่านั้น



    แต่หลังจากที่ภาคินได้ลองมาใช้ชีวิตในต่างโลกแห่งนี้ซักพัก ความคิดของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เหมือนอย่างภูมิและมาเรีย ภาคินกำลังคิดว่าทำไมเขาจะต้องเอาเรื่องน่าเบื่อๆ ที่โลกปัจจุบันมาทำต่อที่ต่างโลกด้วย เพราะต่อให้คนที่อยู่เบื้องหลังพลจะเก่งแค่ไหน แต่มันก็ไม่สมควรที่จะเก่งกว่าคนที่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้อยู่ดี



    เพราะหลังจากที่ภาคินมีแหล่งพลังงานเวทย์ในร่างกาย เขาก็รู้ดีว่ามนุษย์ที่ถูกเรียกว่านักเวทย์นั้น แข็งแกร่งเพียงใดซึ่งก่อนหน้านี้ภาคินที่เป็นเพียงนักเวทย์ฝึกหัด ยังสามารถฆ่าคนชุดดำทั้งสองได้อย่างง่ายดาย



    แล้วตอนนี้ที่ภาคินสามารถเรียกตัวเองได้ว่า เป็นนักเวทย์เต็มตัวแล้ว แล้วแบบนี้เขายังจำเป็นต้องกลัวมนุษย์คนธรรมดาๆจากโลกปัจจุบันอยู่อีกเหรอ ถึงแม้ภาคินจะไม่สามารถเทียบได้กับฐานอำนาจของคนๆนั้น แต่หากเป็นเรื่องการลอบสังหารแล้วละก็ มันก็คงจะไม่ยากเกินไปอยู่ดีสำหรับภาคินในตอนนี้



    เมื่อภาคินคิดได้แบบนั้น เขาจึงเริ่มเบี่ยงเบนความสนใจ ไปยังการใช้ชีวิตให้เต็มที่ในต่างโลกแห่งนี้แทน เพราะคนเบื้องหลังของพล ภาคินตั้งใจว่าจะกลับไปจัดการ หลังจากที่เขาครอบครองพลังขั้นนักรบเวทย์หรืออัศวินเวทย์แล้ว ดังนั้นในตอนนี้ ภาคินก็อยากจะลองทำตามความคิดบ้าๆของตัวเองดูซักครั้ง นั้นก็คือสร้างเมืองที่ไม่เหมือนใครขึ้นมา ในดินแดนต่างโลกที่แปลกใหม่แห่งนี้...



    "ไม่เลวๆ น่าสนุกเหมือนกันแหะ สร้างเมืองของตัวเองขึ้นมาเหรอ? เราก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองจะทำได้แค่ไหน แต่ตอนนี้สิ่งแรกที่เราต้องทำนั่นก็คือ เข้าเรียนที่โรงเรียนราชวงศ์ เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับต่างโลกแห่งนี้ให้ละเอียดซะก่อน .."



    เมื่อภาคินมีเป้าหมายเขาก็ยอมรับข้อเสนอของไซแลนเดอร์อย่างว่าง่าย เพราะภาคินในตอนนี้ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับต่างโลกแห่งนี้เลย แล้วแบบนี้จะสามารถสร้างเมืองของตัวเองขึ้นมาได้ยังไง



    ดังนั้นสิ่งแรกที่ภาคินต้องทำก็คือ การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับต่างโลกแห่งนี้ให้ละเอียด ว่ามีกี่อาณาจักรและกี่เมือง แต่ละอาณาจักรมีความโดดเด่นด้านไหนบ้าง ดังนั้นภาคินจึงจำเป็นต้องเข้าไปศึกษาที่โรงเรียนของราชวงศ์ เพราะหากภาคินคิดไม่ผิด โรงเรียนที่ขึ้นตรงโดยราชวงศ์นั้นจะต้องห้องสมุดที่ใหญ่โต และมีข้อมูลเก่าแก่มากมายที่เกินกว่าโรงเรียนทั่วๆไปจะมีได้อย่างแน่นอน



    และที่สำคัญหากภาคินเข้าไปในฐานะคนรู้จักของลามอนต์ แน่นอนว่าเขาจะได้รับการดูแลและได้ทรัพยากรมากมาย ในการฝึกฝนพลังเวย์อีกด้วยดั งนั้นนี้จึงถือว่าเป็นการปูพื้นฐานที่ดีที่สุดเท่าที่ภาคินคิดได้แล้วในตอนนี้ และมันก็จำเป็นอย่างมาก สำหรับแผนการสร้างเมืองของตัวเองในวันข้างหน้าที่จะขาดไม่ได้เช่นกัน



    "เมืองหลวงเพนดราก้อนสินะ หากว่าเราเปิดร้านมังกรทองที่นี้มันก็คงจะดีไม่น้อย เพราะจากที่ดูแล้วเหมือนจะมีแต่พวกขุนนางรวยๆอยู่เต็มไปหมด......"



    ภาคินที่กำลังเดินตามหลังลามอนต์อยู่ จู่ๆเขาก็พูดคำๆหนึ่งออกมา เพียงประโยคสั้นๆที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของภาคิน แต่มันกลับสามารถเรียกความสนใจจากลามอนต์ ได้แทบจะทันทีเลยทีเดียว



    "ท่านลามอนต์ ท่านเคยได้ยินชื่อโลหิตมังกรทองบ้างหรือเปล่า....?"