ด้วยระดับพลังขั้นที่ต่างกันหนึ่งขั้นนับว่าอวิ๋นอันโหรวห่างชั้นกับหยูจื่อรั่วมิน้อยอวิ๋นอันโหรวถูกโซ่รัดจับเหวี่ยงทุ่มลงพื้นเสียงดังสนั่นะเืเวที
ผู้คนรอบข้างสนามมองอย่างหวาดหวั่นไอน้ำแข็งพวยพุ่งลอยขึ้นอย่างช้าๆ อวิ๋นอันโหรวไม่ยอมแพ้แม้ยามนี้เรือนร่างจะเต็มไปด้วยรอยาแนางกัดฟันะเิเปลวเพลิงสีแดงออกมาต้านความเย็นของสายโซ่
"เ้าจะดิ้นรนไปอีกนานไหม ยอมแพ้เถอะ แม้ระดับหลอมโอสถของเ้าจะสูงกว่าข้าแต่ระดับพลังของเ้าห่างจากข้ามากนัก" น้ำเสียงราบเรียบเนือยๆยังคงเป็เอกลักษณ์ของหยูจื่อรั่ว กล่าวจบ หยูจื่อรั่วก็สะบัดมือเพียงครั้งร่างแบบบางของอวิ๋นอันโหรวถูกส่งลอยเหนืออยู่กลางอากาศหยูจื่อรั่วสร้างเข็มเกล็ดน้ำแข็งจากการควบแน่นของความชื้นในอากาศซัดพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของอวิ๋นอันโหรวแทงทะลุออกทางด้านหน้าทันที
อวิ๋นอันโหรวกระอักเืออกมาด้วยความเ็ปทรมานนางยอมรับความพ่ายแพ้ในที่สุด หยูจื่อรั่วจึงหยุดมือ
ผู้าุโสำนักเซียนโอสถรีบส่งปราณรับร่างของอวิ๋นอันโหรวกลับมาก่อนจะวางร่างที่เต็มไปด้วยาแจากการต่อสู้ ลงบนแท่นศิลาหยกอย่างนิ่มนวลเขารีบล้วงเอาเม็ดยาเสริมปราณกับฟื้นฟูร่างกายให้อวิ๋นอันโหรวกินอวิ๋นอันโหรวรีบขับเคลื่อนลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่าง ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกช้าๆ
เพียงครู่ฉีเฟิ่งก็ประกาศยุติ ผู้ชนะรอบนี้คือหยูจื่อรั่วเทพธิดาน้ำแข็งอย่างไม่ต้องสงสัยทักษะยุทธ์ของนางนับว่าแข็งแกร่งกว่าอวิ๋นอันโหรวอยู่หนึ่งขั้นหยูจื่อรั่วไม่สนใจผู้ใด นางลอยตัวลงจากเวทีเดินกลับไปยังที่นั่งตำหนักเหมันต์
"หญิงนางนี้นับว่าปรานีคู่ต่อสู้มิน้อยเลยเ้าค่ะ หากนางไม่ยั้งมือเมื่อครู่ หญิงนางนั้นอาจพิการได้เลย เคล็ดวิชาน้ำแข็งที่นางใช้บ่าวรู้สึกคุ้นตานัก เหมือนบ่าวเคยเห็นมาก่อนเ้าค่ะคุณหนูรูปลักษณ์เกล็ดน้ำแข็งเช่นนั้น บ่าวเคยเห็นมาก่อนแน่"ลี่ฟางสื่อสารกับเยว่ช่างม่านผ่านทางจิต
"อืม" เยว่ช่างม่านมองไปยังหยูจื่อรั่วอย่างสนใจแน่นอนว่าด้วยแซ่หยูของฮูหยินรอง นางย่อมสนใจมากทีเดียว
เมื่อสองชั่วยามก่อนเยว่ช่างม่านสามารถเคลื่อนย้ายมิติขั้นแรกได้สำเร็จ เมื่อหลุดออกมาจากหินหยกสิ่งแรกที่นางทำคือ ย้อนกลับไปยังจวนสกุลกู้แต่ก็ไร้ซึ่งเงาของมารดาความสงสัยกอปรกับเื่ราวในความฝันเมื่อหลายเดือนก่อนทำให้เยว่ช่างม่านกังวลใจมิน้อย จึงถามบ่าวรับใช้ในจวนด้วยความสงสัย
‘แม่นางรบกวนท่านสักครั้ง ข้าน้อยเดินทางมาไกลด้วยติดเงินแม่นมเผิงซีไว้จึงหวังจะเอาเงินมาคืนนาง ได้ยินว่าแม่นมเผิงซีอยู่ในจวนนี้ ไม่ทราบว่านางอยู่ที่ใดกันเ้าคะ’เยว่ช่างม่านถามสาวใช้ที่กำลังกวาดพื้นอยู่หน้าจวน
‘เช่นนั้นหรือเ้าไม่ต้องคืนเงินนางแล้วล่ะ แม่นมเผิงซีเจ็บไข้มานานปีนางจากไปเมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว ศพของนางฮูหยินส่งกลับไปฝังไว้กับสามีนางที่สกุลจาง’สาวใช้ของจวนตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยหญิงตรงหน้าแม้จะปิดบังใบหน้าจนนางมองไม่เห็นชัดเจนถึงรูปลักษณ์แต่นางก็รู้สึกได้ว่าไม่มีพิษมีภัย
‘เช่นนั้นเองขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ’เยว่ช่างม่านที่รับรู้ข่าวของแม่นมเผิงซีชะงักงันไปเล็กน้อย ก่อนเพลิงโทสะในใจที่พยายามสะกดไว้ลุกโชนโหมขึ้นมา จนนางแทบจะอยากบุกเข้าจวนสังหารฮูหยินรองและตามล่ากู้เหลียนหลินนำพวกนางมาชดใช้ความผิดที่พวกนางทำไว้เสียเดี๋ยวนั้น
‘อย่างไรเ้าก็มาแล้ววันนี้มีการประลองศึกแปดสำนัก อยู่ในเมืองนี่เอง คุณหนูใหญ่ของข้าก็ลงแข่งด้วยเ้าจะแวะไปดูสักหน่อยไหมล่ะ อีกเดี๋ยวพวกข้าก็ไปเช่นกันคุณหนูใหญ่พวกข้าเก่งมากเชียวนา’ สาวใช้เล่าอย่างภูมิใจก่อนชี้ไม้ชี้มือไปยังเวทีประลอง
ด้วยโทสะที่ยากจะระงับเยว่ช่างม่านไม่รอช้ารีบตรงไปยังเวทีประลองทันที หากเป็เยว่ช่างม่านคนก่อนแน่นอนว่าคุณหนูกู้เหลียนหลินคือคนที่นางเทิดทูนสุดดวงใจแต่มิใช่กับเยว่ช่างม่านคนนี้อีกแล้ว
เวทีขนาดใหญ่เต็มไปด้วยสำนักมีชื่อมากมายและชาวบ้านที่ต่างมาชื่นชมเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์กันอย่างเนืองแน่นเห็นกู้เหลียนหลินรายล้อมไปด้วยสหายและผู้าุโ มีผู้คนมากมายที่ให้เกียรติยกย่องนางกันใหญ่ทำให้เยว่ช่างม่านที่เอาแต่อยากแก้แค้นฉุกใจนึกคิดได้
ความแตกต่างของนางกับกู้เหลียนหลินนั้นมิใช่แค่เื่ของวรยุทธ์หรือสิ่งอื่นใด แต่คืออำนาจบารมีที่นางไม่มีกู้เหลียนหลินเป็คุณหนูสกุลใหญ่ แม้ยามนี้นางจะมีพลังยุทธ์ที่เหนือกว่าแต่การจัดการกู้เหลียนหลินมิใช่เื่ง่าย
เพราะสิ่งที่ตามมาคือนางต้องหลบเหล่าผู้าุโและคนเหล่านี้ที่จะตามล่านางอย่างไม่มีวันสิ้นสุดแม้นางจะมีหลุมหลบภัยในมิติจี้หยกแต่นั่นก็จะเป็การกักขังนางและลี่ฟางไว้ชั่วชีวิตไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
เยว่ช่างม่านยังคงเหม่อมองไปยังเวทีการประลองนางจมตัวเองอยู่กับความคิด
ลั่วเฉิงประกาศการต่อสู้ระหว่างคู่ต่อไปทันทีคุณหนูกู้เหลียนหลินลอยตัวขึ้นเวทีอย่างสง่างาม นางตั้งรับรออีกฝ่ายอย่างสบายๆรอยยิ้มอ่อนโยนยังคงเป็เครื่องประทินโฉมชั้นเอกของนาง
หยางซูหลิงมองกู้เหลียนหลินอย่างขุ่นเคืองนางรู้สึกขัดเคืองั์ตาราวกับมีเม็ดทรายมาบดบังทุกครั้งที่เห็นหญิงผู้นี้นางเยื้องย่างขึ้นเวทีอย่างอ้อยอิ่ง แน่นอนว่าด้วยระดับพลังที่สูงกว่าหนึ่งขั้นหยางซูหลิงไม่รู้สึกเป็กังวลกับการต่อสู้กับกู้เหลียนหลินแต่อย่างใด
เมื่อสัญญาณการประลองเริ่มเวทีถูกเปลี่ยนเป็ทะเลเพลิงหยางซูหลิงใส่ลมปราณพร้อมใช้ธาตุลมโหมกระพือพัดเปลวไฟให้แรงขึ้นกู้เหลียนหลินะโลอยตัวเหนือกลางอากาศ ก่อนจะชักกระบี่ออกมาฟาดฟันใส่หยางซูหลิง
หยางซูหลิงหมุนกายพลิ้วไหวนางชักกระบี่ออกมาเช่นเดียวกัน แต่แล้ว ก็ต้องหยุดชะงักลง หยางซูหลินกระอักเืออกมาทรุดกายลงกับพื้นเวทีท่ามกลางสายตาคนนับพันที่จ้องมองดูอยู่ผู้ชมรอบข้างมองอย่างมึนงง เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ
"เกิดอะไรขึ้นกัน หลิงเอ๋อร์!"ผู้าุโสำนักอัคคีโลกันตร์ะโก้องขึ้นไปยังเวทีประลองไถ่ถามลูกศิษย์อย่างสงสัย ด้วยระดับพลังที่สูงกว่าหนึ่งขั้นหยางซูหลิงควรจะจัดการกู้เหลียนหลินได้ภายในกระบวนท่าเดียวด้วยซ้ำ
กู้เหลียนหลินแสยะยิ้มก่อนจะไม่ยั้งมือนางอาศัยจังหวะที่หยางซูหลิงทรุดกายอยู่กับพื้น แทงกระบี่ทะลุร่างหยางซูหลิงทันทีท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน เสียงรอบข้างเงียบลงชั่วขณะ
ฉีเฟิ่งประกาศยุติการต่อสู้ทันทีก่อนจะใช้ปราณส่งหยางซูหลิงกลับไปยังสำนักอัคคีโลกันตร์ผู้าุโสำนักอัคคีโลกันตร์รีบให้ยาห้ามเืและยาฟื้นฟูพลังปราณ หากแต่ไม่เป็ผลหยางซูหลิงสีหน้าซีดเซียวหายใจอ่อนแรงลงทุกขณะ
ลี่ฟางแม้จะไม่มีพลังมากดังเดิมแต่ประสาทััของัหิมะยังคงใช้การได้ดี นางเอ่ยกับเยว่ช่างม่านทันที
"คุณหนู นางถูกพิษเ้าค่ะ พิษผงหิมะโปรย ไร้สีไร้รสไร้กลิ่นพิษนี้อันตรายมากกับผู้ใช้ธาตุไฟที่ยังอยู่ในระดับต่ำเ้าค่ะนางต้องดื่มน้ำทิพย์ล้างพิษออกมา หากช้าไปกว่านี้นางอาจจะใช้ไฟมิได้อีกเ้าค่ะ"ลี่ฟางเอ่ยอย่างตื่นตระหนก หญิงนางนี้หากเทียบกับนางก็ราวกับทารกน้อยนางจึงอดสงสารมิได้
"ไม่เป็ไร ลี่ฟาง ดูเหมือนจะมีผู้าุโสำนักเซียนโอสถด้วยข้าไม่อยากเป็ที่สะดุดตาน่ะ" เยว่ช่างม่านตอบกลับลี่ฟางหากแต่สายตากลับจับจ้องกู้เหลียนหลินไม่วางตา 'เ้ามันชั่วช้าเกินไปแล้วกู้เหลียนหลิน คอยดูเถอะ อีกไม่นาน ข้าจะดึงเ้าลงมา!'
กู้เหลียนหลินที่อยู่บนเวทีแสร้งทำหน้าตื่นใก่อนจะถลาลงไปดูหยางซูหลิงด้วยความเป็ห่วง สร้างความชื่นชมไปทั่วทั้งสนามประลอง ความสงสัยที่ว่านางอาจวางยาพิษหยางซูหลิงถูกลบไปทันทีด้วยทุกคนต่างรู้ดีว่าหยางซูหลิงไม่ได้ไปไหนนั่งอยู่กับสำนักอัคคีโลกันตร์ตลอด
แต่ก็มีสตรีนางหนึ่งมองภาพตรงหน้าราวกับเื่น่าขัน หยูจื่อรั่วส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยกชาอุ่นขึ้นจิบข้อเสียของหยางซูหลิง คือนางไม่ฝึกฝนด้านหลอมโอสถด้วยทั้งที่ใช้ไฟได้เป็เลิศแต่ไม่มีความรู้ด้านโอสถมากนัก ทำให้ถูกวางยาได้ง่าย
เมื่อความชุลมุนยุติลงการต่อสู้ชิงผู้ชนะก็เริ่มขึ้น กู้เหลียนหลินและหยูจื่อรั่วประจันหน้ากันเพื่อชิงความเป็หนึ่งม่านเวทป้องกันถูกใส่แ่าเพิ่มขึ้นกว่าเดิมสามเท่าเพื่อป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ทำให้บุคคลภายนอกราวกับถูกตัดขาดไม่ได้ยินเสียงภายในแม้สักนิด
กู้เหลียนหลินมองไปรอบๆข้างสนาม ที่แม้เห็นผู้คนพูดคุยกัน ทว่าก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินนางก็รู้แล้วว่ายามนี้ม่านเวทถูกตรึงหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม
"หลินเอ๋อร์คารวะพี่หญิงเ้าค่ะ ขอพี่หญิงออมมือด้วย"กู้เหลียนหลินวาดมือยอบกายให้หยูจื่อรั่วคุณหนูใหญ่จากสกุลแม่รองของนางอย่างนอบน้อม
"เ้าลงจากเวทีไปเสีย เห็นแก่ท่านอาหญิง ข้าไม่อยากลงมือกับเ้า”หยูจื่อรั่วยังคงเอ่ยเสียงเย็นราบเรียบ
"เกรงว่ามิได้เ้าค่ะ ท่านกับข้า แม้ระดับจะต่างกันแต่ใช่ว่าท่านจะเอาชนะข้าได้" กู้เหลียนหลินลอยตัวขึ้นกลางอากาศทันทีก่อนจะปล่อยลูกไฟสีแดงออกมาอย่างมากมาย เปลี่ยนเวทีให้กลายเป็เพลิงไฟทั้งหมด
หยูจื่อรั่วมองอย่างไม่สบอารมณ์นักนางปล่อยลมปราณสลายเปลวไฟ และเรียกสายฟ้าออกมาจากทุกทิศทางพุ่งตรงไปยังกู้เหลียนหลินไม่ยั้งมือ
กู้เหลียนหลินหลบสายฟ้าพัลวันก่อนจะโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้นางชักกระบี่ออกจากฝัก ฟาดฟันใส่หยูจื่อรั่วอย่างรุนแรง
หยูจื่อรั่วเหวี่ยงสายโซ่รัดกระบี่เอาไว้ก่อนจะปล่อยความเย็นที่เย็นสุดขั้วส่งผ่านสายโซ่ไปยังกู้เหลียนหลิน
กู้เหลียนหลินหมุนกายดึงกระบี่ออกก่อนจะถอยหลังตั้งรับ 'ธาตุน้ำแข็งของนางทำไมเย็นถึงเพียงนี้กัน ขนาดตัวข้าที่มีธาตุน้ำแข็งด้วยยังไม่อาจรับมือนางได้เลย นี่มันอะไรกัน!' กู้เหลียนหลินคิดอย่างมึนงง
นางรีบพลิกแพลงวิธีการอย่างรวดเร็วนางปล่อยเปลวไฟสลับกับฟาดฟันด้วยกระบี่แต่อย่างไรก็ไม่อาจผ่านปราการน้ำแข็งขนาดใหญ่ของหยูจื่อรั่วได้หยูจื่อรั่วสะบัดมือเพียงครั้งสายโซ่ก็ถูกเหวี่ยงใส่ร่างกู้เหลียนหลินกระเด็นลอยไปไกลทันที
"ยอมแพ้เสียเถอะ ระดับพลังของข้ากับเ้าห่างกันถึงหนึ่งขั้นเ้าเลิกฝันแล้วกลับไปเสีย" หยูจื่อรั่วเห็นแก่หยูฟางซินอาหญิงของตนที่แต่งให้กับสกุลกู้ หากนางทำอะไรกู้เหลียนหลินมากไปกว่านี้อาหญิงและกู้ชิงชิงผู้เป็บุตรสาวของอาหญิงจะตกที่นั่งลำบากได้
"พี่หญิง ท่านช่างมีเมตตานัก หลินเอ๋อร์ซึ้งใจจริงๆ"กู้เหลียนหลินแสร้งลุกไม่ขึ้นเหยียดกายอย่างยากลำบาก 'หึนางโง่ ใจอ่อนไม่เข้าเื่'
หยูจื่อรั่วเก็บสายโซ่เดินตรงเข้าไปหากู้เหลียนหลินหมายจะช่วยพยุงแต่แล้ว มีดบินขนาดเล็กห้าเล่มก็ถูกกู้เหลียนหลินเหวี่ยงออกมาอย่างรวดเร็วเป้าหมายคือจุดตันเถียนของหยูจื่อรั่ว! หยูจื่อรั่วที่เห็นมีดหมายจะหลบแต่ด้วยระยะที่กระชั้นชิดเกินไป ยากที่จะหลบเลี่ยงได้!
"บ่าวนึกออกแล้ว! คุณหนู นางต้องเป็ทายาทตระกูลหนานกงอาณาจักรนภาไพศาลคุณหนูต้องช่วยนางเ้าค่ะ!" ดวงตาัที่เห็นมีดบินชัดเจนทำให้ลี่ฟางะโก้องผ่านจิตทันที
การกระทำไวกว่าความคิดเยว่ช่างม่านที่ใเสียงลี่ฟาง ใช้มิติเคลื่อนกายไปยังเวทีทันทีก่อนสะบัดมือเพียงครั้งมีดบินทั้งห้าเล่มก็พุ่งลงปักพื้นเวทีทะลุลงไปข้างล่างปักพื้นดินทันที
เวทีตกสู่ความโกลาหลอีกครั้งด้วยมีคนภายนอกยื่นมือเข้ามาสอดอย่างมิรู้อีโหน่อีเหน่ หากแต่กู้เหลียนหลินและหยูจื่อรั่วรวมทั้งผู้าุโหลายท่านต่างรู้ดีว่าเหตุการณ์เป็เช่นใด ด้วยวรยุทธ์ที่สูงทำให้ประสาทััยอดเยี่ยมไปด้วยหากแต่ไม่มีใครสามารถยื่นมือเข้าช่วยหยูจื่อรั่วได้ทันเพราะต่างก็ไม่สามารถมีความเร็วระดับนั้นได้
"นางเป็ใครกัน ความเร็วของนางเมื่อครู่ข้ายังมองไม่ทันเลย"อวิ๋นโม่หยางมองไปยังสตรีนิรนามอย่างสงสัยไป๋ฟงหยางและเจียงเว่ยหลงต่างก็มองไปยังเยว่ช่างม่านพลางครุ่นคิด
"เ้าเห็นหรือไม่ ฟงหยาง เมื่อครู่ นางบังคับมีดบินปักลงพื้นระดับการใช้กระบี่ของนางสูงถึงระดับชำนาญกระบี่ นางเป็ใครกัน" เจียงเว่ยหลงถามสหายอย่างเหม่อลอย จิตใจยามนี้ปั่นป่วนมิน้อย อยากรู้นักว่าหญิงผู้นี้เป็ใคร
ฉีเฟิ่งและลั่วเฉิงต่างมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาผู้าุโตำหนักเหมันต์และสำนักบุปผาไร้เงาอย่างขอความเห็น
เยว่ช่างม่านที่ได้สติคืนมาอย่างฉับพลันนางรีบเดินออกจากเวทีไปในทันที หากแต่ฉีเฟิ่งรั้งนางไว้เสียก่อน
"แม่นางท่านนี้โปรดหยุดก่อน เมื่อครู่ ท่านมาขัดการต่อสู้ระหว่างสองสำนักเกรงว่ามีเื่มากนักที่อยากให้ท่านช่วยแถลงไข"ฉีเฟิ่งกล่าวเสียงเรียบมองไปยังเยว่ช่างม่านอย่างพินิจ ด้วยหมวกใบโตพร้อมผ้าคลุมล้อมรอบทำให้ผู้คนเดาไม่ออกว่าเป็คุณหนูจากสกุลใด หรือเป็ผู้ฝึกตนเลื่องชื่อท่านใดกัน