[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย

    บทที่ 55 เรื่องสนุกกำลังรออยู่

    บทที่ 55 เรื่องสนุกกำลังรออยู่ 


    ดวงตาของซิงซิงสว่างวาบ


    “อย่างนั้นซิงซิงซื้อมาร์ชเมลโลได้ไหม?”


    [ได้ค่ะ] เจ้านาฬิกากระต่ายน้อยตอบ


    “ว้าววว!” ซิงซิงไม่รู้ว่าตัวเองร้องว้าวไปกี่ครั้งแล้ว


    เธอชอบกินมาร์ชเมลโลมากที่สุด โดยเฉพาะมาร์ชเมลโลที่เป็นรูปเมฆ แต่เธอได้กินมันเพียงครั้งเดียวตอนที่อยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่อย่างน้อยเธอก็ได้ชิมมาร์ชเมลโล แต่ว่าพี่ชาย พี่สาวและคุณพ่อไม่เคยกินมาก่อน!


    ตอนนี้ซิงซิงมีเงินแล้ว พวกเขาต้องได้กิน!


    ทันใดนั้นซิงซิงก็นึกบางอย่างได้ “แต่ว่าฉันใช้เงินของเจ้าอัจฉริยะไปแล้ว เจ้าอัจฉริยะน้อยจะเสียใจหรือเปล่านะ” 


    นาฬิกาข้อมือไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น มันแค่พูดซ้ำเสียงหวานไพเราะ


    [ไม่จำกัดจำนวน]


    ซิงซิงเม้มริมฝีปาก “ขอบคุณนะ เจ้าอัจฉริยะน้อย~~”


    สุดท้ายซิงซิงก็ตัดสินใจใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย ซื้อยาให้พี่สาว ซื้อมาร์ชเมลโลให้พี่ชาย และซื้อให้ตัวเอง 


    เธอมีมากไปแล้วและไม่ต้องการอะไรอีก


    ซิงซิงผลักประตูบ้านของมู่จือและปิดมันอย่างเงียบ ๆ


    มู่จือยังไม่ลุกจากเตียงขึ้นมาเลย


    เธอเอียงหน้ามองดูนาฬิกา คำนวณเวลาอยู่ในใจ จากนั้นจึงนั่งอยู่ที่พรมห้องรับแขกเล่นกับตุ๊กตากระต่ายน้อย


    จนกระทั่งดวงอาทิตย์ค่อย ๆ สาดส่องลงมาบนร่างของเธอ ซิงซิงจึงยืนขึ้น หยิบถ้วยขึ้นมาและเดินไปเอาน้ำ มันเหมือนกับครั้งแรกที่เธอพบมู่จือ เธอถือแก้วน้ำอุ่นอยู่ในมือและบังเอิญเจอมู่จือที่กำลังเดินออกจากห้องนอน


    ซิงซิงเงยหน้าขึ้นมองอย่างร่าเริง “พี่สาว พี่สาว”


    เสียงหวานนุ่มนวลทำให้มู่จือได้สติขึ้นเล็กน้อย


    เธอใช้เวลากว่าห้าวินาทีก่อนจะรู้สึกตัวว่าที่บ้านหลังนี้มีเด็กตัวน้อยอยู่ในบ้าน ดาราสาวที่เพิ่งตื่นขึ้นมามีผมเผ้ายุ่งเหยิง หากแต่มันไม่อาจทำลายความงามของใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือนั้นได้ 


    เมื่อริมฝีปากไม่ได้ทาลิปสติก มันจึงเผยความซีดเซียวประกอบใบหน้าที่สว่างเกินไป ผิวที่ซีดขาวทำให้ดูเปราะบางยิ่ง 


    “พี่สี่คะ~”  ซิงซิงยกมือ “ดื่มน้ำค่ะ”


    มู่จือที่กำลังกระหายน้ำไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของเด็กน้อย เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อย อุณหภูมิกำลังดี ราวกับเพิ่งรินมาตอนที่เธอตื่นนอน 


    มู่จือใช้นิ้วทั้งห้าสางผมที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงของตนเอง แล้วเห็นซิงซิงกลับมาอีกครั้งพร้อมถืออะไรบางอย่างไว้ในมือ


    “พี่สี่กินยาค่ะ~~”


    มู่จือขมวดคิ้วเล็กน้อย


    ช่วงนี้เธอรู้สึกอ่อนไหวต่อคำว่า ‘ยา’ นิดหน่อย


    มู่จือหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะเพิ่งลุกจากเตียง ตอนนี้พอได้ยินก็รู้สึกงุ่นง่านมากกว่าเดิม เธอคว้าของในมือของซิงซิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง


    “ไปเจอมันที่ไหน”


    บ้านของเธอจะไปมียาอะไรได้อีก ถ้าไม่ใช่ยานอนหลับก็เป็นยาหมดอายุ หญิงสาวจึงเหลือบตามองเล็กน้อย 


    ยาโรคกระเพาะ?


    บ้านเธอมียาโรคกระเพาะตั้งแต่เมื่อไหร่


    ซิงซิงรู้สึกเสียใจเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่ฟังดูรุนแรงของมู่จือ แต่ก็พยายามอธิบาย


     “ซิงซิงออกไปซื้อมันมาค่ะ พี่สี่ปวดท้อง ซิงซิงจึงไปซื้อยามา”


    หลังจากมู่จือได้ยินแบบนั้น ลำคอของเธอก็พลันตีบตัน


    เธอตื่นตระหนกจนแทบเขวี้ยงยาในมือทิ้ง ก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดโทรศัพท์ดูวิดีโอกล้องวงจรปิดในห้องรับแขก


    วิดีโอตรงหน้ากำลังฉายภาพเด็กน้อยที่เปิดประตูบ้านอย่างแผ่วเบาและออกจากบ้านไป ไม่นานหลังจากนั้นก็กลับมาพร้อมกับถุงยาในมือ 


    เธอดูมันด้วยความเร็วห้าเท่า และเมื่อเธอเห็นซิงซิงเขย่งเท้าเทน้ำ ไม่รู้ทำไมเธอถึงมีอารมณ์รุนแรงขึ้นมา มันทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดตั้งแต่หัวใจจนถึงลำคอ


    ซิงซิงยืนอยู่ใกล้ ๆ กำชายเสื้อแน่น เมื่อเห็นพี่สาวไม่พูดไม่จาจึงกังวลเล็กน้อยว่าตนเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า


    ซิงซิงซื้อผิดหรือว่าพี่สี่ไม่ชอบกินยานะ…


    ต้องเป็นเพราะพี่สี่กลัวขมเลยไม่ชอบกินยาแน่ ๆ! 


    พี่สาวคนนี่ช่างเอาแต่ใจจริง ๆ เพราะอย่างนั้นซิงซิงต้องรีบปลอบพี่สี่โดยเร็ว! 


    มู่จือยังคงพยายามจัดการกับอารมณ์ที่ซับซ้อนของตัวเอง แต่กลับกลายเป็นว่าซิงซิงปลอบตัวเองให้สงบลงได้ 


    เด็กน้อยสาวขาสั้นป้อมก้าวมาข้างหน้า ยกมืออวบอ้วนตบขาของมู่จือเบา ๆ โดยไม่ลืมเอ่ยเสียงออดอ้อน


     “พี่สี่คนดี~ กินยานะคะ ท้องจะได้ไม่ปวดโอ๊ย ๆ…”


    มู่จือสูดหายใจเข้าลึก ๆ เงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มให้กับซิงซิง รอยยิ้มของเธอทำให้คนทั้งประเทศหลงใหล แม้แต่ความงามของเธอยังทำให้ซิงซิงตกตะลึง 


    ซิงซิงรู้สึกว่ารอยยิ้มของพี่สาวดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน แต่เธอก็บอกไม่ได้ว่าแตกต่างอย่างไร


    มู่จือลูบศีรษะน้อย ๆ แล้วกินยาเข้าไปในครั้งเดียว


     “เอาละ พี่กินยาแล้ว ขอบคุณซิงซิงนะ”


    ว้าววว พี่สาวปลอบง่ายจัง! 


    ซิงซิงมีความสุขมากจนเธอลืมน้ำเสียงแย่ ๆ ของมู่จือเมื่อก่อนหน้านี้จนหมด เด็กน้อยตบหน้าอกแปะ ๆ รู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่


     “ต่อไปถ้าพี่สี่กลัวก็มาหาซิงซิงนะ ซิงซิงจะปลอบพี่เอง!” 


     “ได้สิ” มู่จือเอียงศีรษะมองซิงซิง เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตานั้นทำให้ผู้คนรู้สึกสงสารได้ไม่ยาก


     “เมื่อก่อนพี่ไม่เคยมีใครปลอบมาก่อน ตอนนี้มีซิงซิงแล้ว พี่ดีใจมากเลย” 


    ดวงตาของเธอดูเหมือนจะเต็มไปด้วยน้ำตาเอ่อคลอ


    เล่นเอาซิงซิงตกใจไปพักหนึ่ง 


    เด็กน้อยไม่สามารถต้านทานภาพอันปวดใจนี้ได้ ร่างน้อย ๆ จึงโผเข้ากอดมู่จือ 


     “โอ๋ ๆ พี่สี่หน้าสงสารจัง” ซิงซิงกอดคอของมู่จือและลูบหลังมู่จือด้วยมือคู่กระจิริด


    ร่างกายของเด็กน้อยอบอุ่นและอ่อนนุ่ม


    มู่จือสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สองครั้ง จากนั้นอุ้มซิงซิงขึ้นมาและกอดเจ้ากอดแป้งไว้ในอ้อมกอดแน่น


    เอ๊ะ?


    ก่อนที่ซิงซิงจะทันได้ตอบสนอง ก็ถูกรายล้อมไปด้วยกลิ่นหอมและความอ่อนนุ่ม


    ว้าวว!


    พี่สี่กอดตอบซิงซิงแล้ว! มันแตกต่างจากการกอดพี่ชายมากเลย!


    นุ่มมาก...


    เด็กน้อยมีอาการสับสนมึนงง 


    เสียงที่เย้ายวนใจของมู่จือดังก้องอยู่ในหูของซิงซิง


     “ซิงซิงชอบพี่หรือเปล่า”


    ซิงซิง “ชอบค่ะ!”


    มู่จือ “หนูชอบพี่ที่สุดหรือเปล่า”


    ซิงซิง “ชอบที่สุดค่ะ”


    มู่จือลูบหลังซิงซิงอีกครั้งด้วยความพึงพอใจ จากนั้นจึงวางเธอลงอย่างช่วยไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไม แม้แต่อากาศวันนี้ก็ดีสุด ๆ ไปเลย


    กลางวันวันนี้เธอไม่มีตารางงานหรือมีอะไรให้จัดการ แต่เธอต้องพาซิงซิงไปงานเลี้ยงอาหารค่ำในตอนเย็น เป็นการพบปะสร้างความคุ้นเคยก่อนเริ่มรายการวาไรตี้ เพื่อให้แขกรับเชิญได้ใกล้ชิดกัน เด็ก ๆ จะทำความรู้จักกัน


    วันนี้มู่จือจึงไม่แต่งหน้า ทำเพียงแต่รวบผมไว้ จากนั้นเธอก็นั่งลงบนพื้นพรมกับซิงซิง หลังจากเล่นกับซิงซิงสักพักจึงเอ่ยถามบางอย่างกับซิงซิงขึ้นมา


    เธอไม่ได้อยากรู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของซิงซิงเลย แต่ตอนนี้เธอต้องสำรวจทุกอย่างเกี่ยวกับซิงซิงอย่างรอบคอบ

    เด็กน้อยชอบพี่สาว มีอะไรก็จะพูดออกมาตรง ๆ การแสดงออกชัดเจน ยิ่งมู่จือฟังมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งสับสนมากขึ้น และสงสัยว่าเธอกับซิงซิงกำลังอาศัยอยู่ด้วยกันในโลกคู่ขนานหรือเปล่า


    น้องชายคนที่หกของเธอ เป็นนักเลงหัวไม้ประจำโรงเรียน เซี่ยจื่ออวี้เด็กหัวรั้นสมองทึบที่วัน ๆ เอาแต่หาเรื่องชกตี แต่สำหรับซิงซิงแล้ว เจ้าเด็กนั่นกลับเป็นเด็กหนุ่มสุดหล่อผู้กล้าหาญและอ่อนโยน


    พี่ใหญ่เลือดเย็นผู้ไร้ศีลธรรมและไร้ความปรานีคนนั้น


    อินเสินคนที่เย็นชาราวกับธารน้ำแข็ง ในหัวของเขามีเพียงธุรกิจเท่านั้นที่สำคัญ แต่สำหรับซิงซิงแล้ว เขาเป็นคนมีน้ำใจ เอาอกเอาใจเก่งและเป็นซูเปอร์แมนที่ดีที่สุดในโลก


    แม้แต่พ่อที่เธอหวาดกลัวมาตลอดหลายสิบปี 


    เสิ่นเฉินโจวปีศาจหุ้มด้วยหนังมนุษย์ผู้สง่างามคนนั้น


    ซิงซิงกลับบอกว่า ‘แม้การตีพี่ชายจะดูใจร้าย แต่เขาใจดีกับซิงซิงมาก!’


    มู่จือใช้เวลาหนึ่งวันในการกรอกระบบข้อมูลใหม่


    …….


    กว่าจะรู้ตัวฟ้าก็มืดแล้ว


    มู่จือกลับมาได้สติอีกครั้ง เธอกอดซิงซิงและยิ้มแตกต่างไปจากเดิม


     “ไปกันเถอะซิงซิง คืนนี้จะต้องมีเรื่องสนุก ๆ รออยู่แน่!”

    ……………………………………………………………………………………………………………

    พิเศษ อ่านที่ www.bookfet.com คุ้มกว่าแค่ 99.- 

    อ่านเหมาได้เกือบทุกเรื่องของ Onlybook


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย ที่คุณอ่าน