สี่วันผ่านไป
เวลาหกโมงเช้าทานตะวันเดินไปเคาะประตูห้องนอนของลูกสาว
ก๊อก ก๊อก
“ค่า” อัญญารินทร์ลุกจากโต๊ะหนังสือแล้วเดินเปิดประตูทันที เมื่อเห็นว่าเป็ใครเธอจึงเชื้อเชิญท่านเข้ามาในห้อง เพราะอัญญารินทร์ไม่เคยมีความลับต่อแม่ของเธอ
“แม่เห็นยังไม่ลงไปก็นึกว่าตื่นสาย กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่เหรอลูก” ทานตะวันสังเกตว่าบนโต๊ะหนังสือของลูกสาวมีสมุด ปากกา และหนังสือหลายเล่มเปิดกางไว้
“เทอมสองแล้ว อัญกลัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ค่ะ” เด็กสาวสารภาพตามตรง เธอแอบกังวลว่าจะทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง
“แม่บอกอัญแล้วไงว่าสอบไม่ติดก็ไม่เป็ไร เรียนเอกชนก็ได้ พ่อกับแม่มีเงินส่งเสียหนูจนจบปริญญาเอกเลย” ทานตะวันปลอบพลางลูบศีรษะลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“ไม่เอาค่ะ อัญอยากทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ”
“ค่ะ งั้นถ้าอยากเรียนพิเศษที่ไหนบอกแม่ได้เลยนะลูก” ทานตะวันยิ้มเมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของอัญญารินทร์
“โอเคค่ะ”
“อ้อ เย็นนี้เรามีนัดทานข้าวกับคุณภามนะ ส่วนอาหารเช้าแม่ทำไว้เรียบร้อยแล้ว อัญรีบลงไปนะลูก เดี๋ยวรถติด”
“ได้ค่ะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นเด็กสาวก็รีบหมุนตัวไปเข้าห้องน้ำทันที
แม้นัดหมายของทานข้าวจะเป็่เย็น แต่ภามที่รอวันหยุดอย่างใจจดใจจ่อก็ตื่นแต่เช้ามาอาบน้ำ เขาค้นตู้เสื้อผ้าแล้วคว้าเสื้อกับกางเกงมากองไว้บนเตียงหลายชุด
ภามที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนหมุนตัวไปมาหน้ากระจกแล้วส่ายหน้าน้อย ๆ พลางคิดว่าลุกนี้อาจจะดูชิลเกินไป เขาจึงเปลี่ยนมาใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็กส์ที่ปกติมักจะใส่ไปทำงาน แต่พอมองกระจกก็ยังไม่ถูกใจเพราะดูทางการไปหน่อย
หลังจากลองอยู่หลายชุด ในที่สุดชายหนุ่มก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดกับกางเกงสแล็กส์แทน จะได้ดูไม่ชิลหรือจริงจังมากเกินไป ภามหมุนตัวไปมาเป็รอบสุดท้ายเพื่อเช็กความเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงบันไดไปชั้นล่าง
“คุณภามจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ” แม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่เอ่ยถามขึ้น
“ครับ”
หลังจากมื้อเช้าภามก็เข้าห้องทำงานไปสะสางงานที่หอบกลับมาทำที่บ้านแทน เขานั่งทำงานไปอย่างอารมณ์ดีจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำให้ภามเงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
“เชิญครับ” หลังจบประโยคแม่บ้านก็เปิดประตูเข้ามา
“ขออนุญาตค่ะ ป้าทำข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว คุณภามจะให้จัดโต๊ะเลยไหมคะ”
“ขอบคุณครับ แต่วันนี้ไม่ต้องเตรียมอาหารเย็นให้นะครับ ผมจะออกไปกินข้างนอก”
“ได้ค่ะ”
เมื่อกินข้าวเสร็จภามจึงกลับมาทำงานต่อจนใกล้ถึงเวลานัดหมาย เขาปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินไปเซตผมตัวเองในห้องน้ำ หลังจากเช็กความเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็เดินออกไปหน้าบ้าน
แม่บ้านยื่นกุญแจรถให้ภามอย่างรู้หน้าที่ แต่แล้วเขากลับชะงักมือที่กำลังยื่นออกมารับไปดื้อ ๆ
“คุณภามจะออกไปข้างนอกหรือเปล่าคะ ไม่ขับรถไปเหรอคะ” แม่บ้านขมวดคิ้วถามอย่างงุนงง
“ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ เดี๋ยวติดรถเพื่อนบ้านไปดีกว่า ทางเดียวกันจะได้ประหยัดน้ำมัน” เขาตอบยิ้ม ๆ
ภามอ้างเหตุผลไปแบบนั้น แต่ความจริงเขาอยากลองนั่งเบาะหลังกับสาวน้อยข้างบ้านต่างหาก