บทที่ 11 แขกของคุณแม่
แต่ทว่าสายตาของเฉาจื่อที่จ้องมองไปยังยูร์เหยากลับเ็าแถมคิ้วยังขมวดเข้าหากันอีกด้วย
"คนนี้เป็แขกของคุณแม่หรือครับ อย่างนั้นผมขอพาอ้ายเยว่ไปกินข้าวเช้าก่อนนะครับวันนี้จะพาอ้ายเยว่ออกไปเที่ยวข้างนอก "สีหน้าของยูร์เหยาซีดเซียวเมื่ออีกคนจำตนเองไม่ได้ ชิงเถาเห็นอย่างนั้นรีบเข้ามาตีเข้าที่แขนของเฉาจื่อ
“ทำไมถึงขี้ลืมอย่างนี้หนูยูร์เหยาอย่าน้อยใจไปเลยนะ เฉาจื่อคงทำแต่งานคงเลอะ ๆ เลือน ๆ ใครจะไปลืมหนูยูร์เหยาได้ใช่มั้ยล่ะ หนูเองยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาสินะไปนั่งกินข้าวด้วยกัน เฉาจื่อน้องนำของมาให้รีบรับไว้สิ” ซูเม่ยยืนอยู่หัวเราะคิกคักรู้สึกสะใจเล็กน้อยที่เห็นว่าเฉาจื่อจำคนที่แม่อยากได้เป็ลูกสะใภ้ไม่ได้ ชิงเถาเห็นรีบเดินเข้าไปใกล้ดันกายของซูเม่ยออกเพื่อให้ยูร์เหยาเดินเคียงข้างไปกับลูกชายของตนเอง
เฉาจื่อรับของเล่นของอ้ายเยว่ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหารสายตาของเขาจ้องมองมายังซูเม่ย เขาคิดว่าเธอจะไม่ลงมาตามที่สั่งเสียอีก วันนี้เขาตั้งใจจะพาเธอกับอ้านเยว่ออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก ชดใช้เวลาที่ผ่านมาให้แก่เธอแต่ทว่าเมื่อเขาลงมาได้เห็นหญิงสาวที่เขาเองแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำมาว่าเป็ใคร ดูเหมือนคุณแม่จะชอบเธอมากเสียด้วย
"มานั่งข้าง ๆ ฉัน" เมื่อถึงโต๊ะอาหารวางอ้ายเยว่ให้นั่งลงข้าง ๆ ตัวเองก่อนจะหันไปบอกกับซูเม่ยให้เธอมานั่งข้าง ๆ เขา
"เฉาจื่อแม่ว่าวันนี้หนูยูร์เหยามาหาลูกต้องต้อนรับน้องสิ ส่วนเธอมานั่งข้าง ๆ ฉันช่วยตักอาหารให้แม่สามีทำหน้าที่ลูกสะใภ้จะดีกว่า " ชิงเถาจับกายของยูร์เหยาให้นั่งลงเก้าอี้ตัวติดกับเฉาจื่อและดึงแขนของซูเม่ยให้มานั่งใกล้ตัวเอง
'ฮึ! คงอยากเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนใกล้ชิดกันสินะ แม่สามีฉันรู้หมดแล้วว่า้าอะไร ฉันจะช่วยคุณเองเพราะฉันก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่นักหรอก '
"ได้ค่ะคุณแม่ฉันจะดูแลตักอาหารป้อนคุณแม่เอง อ้ายเยว่ลูกก็ตั้งใจกินนะกินเยอะๆ เข้าใจมั้ย" ซูเม่ยนั่งลงที่เก้าอี้ตัวจับตะเกียบคีบอาหารให้อ้ายเยว่ก่อนจะคีบอาหารให้ชิงเถา
"แม่สามีต้องกินผักเยอะ ๆ นะคะรู้มั้ยว่าอายุมากขึ้นทุกวันกินเนื้อมากไม่ดี ต้องกินผักให้มากขึ้นจะได้ย่อยง่าย ๆ " ซูเม่ยตั้งใจจะแกล้งแม่สามีแต่เธอทำได้เพียงยิ้มรับการกระทำของซูเม่ยเท่านั้นเพราะตอนนี้ลูกชายของเธอก็อยู่ไหนจะหนูยูร์เหยาอีกด้วย
"พี่เฉาจื่อฉันคีบเนื้อให้นะคะ พี่อยู่ที่กรมทหารคงไม่ค่อยได้กินอาหารดี ๆ วันนี้กินให้เยอะ ๆ นะ" ยูร์เหยาคีบเนื้อให้แก่เฉาจื่อด้วยท่าทางเขินอาย แต่เขากลับตอบกลับเธอทำให้เธอหน้าชาไปหมด
"ฉันอยู่ที่กรมไม่ได้ทุกข์ยากอะไร มีอาหารดี ๆ ให้กินอยู่ตลอดฉันไม่ใช่ทหารยศน้อยแต่เป็นายพล เนื้อฉันกินบ่อยแล้วเธอกินเองเถอะดูร่างกายของเธอที่ผอมเพรียวอย่างนี้คงไม่ค่อยได้กินเนื้อสินะ" เขาพูดจบหันไปคีบผักมาใส่ชามตัวเองก่อนจะกินมันอย่างอร่อย ไม่สนใจยูร์เหยาที่หน้าซีดอยู่ข้าง ๆ สักนิด ส่วนซูเม่ยเธอหัวเราะในลำคอเพราะไม่คิดว่าเขาจะเป็คนที่เ็ากับทุกคนได้ขนาดนี้ เธอคิดว่าเขาจะเ็ากับเธอเพียงคนเดียวเสียอีก ทำให้ชิงเถาได้ยินเสียงหัวเราะของซูเม่ย
"นี่เฉาจื่อลูกก็พูดเกินไป สมัยนี้สาว ๆ ก็มักจะรักษาหุ่นเพื่อให้สวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างสวยงาม ส่วนเนื้อบ้านของหนูยูร์เหยาเองก็ไม่ได้อดอยาก เป็ถึงลูกสาวคนเดียวของนายอำเภอจะอดอยากได้ยังไงนี่หนูยูร์เหยากินสิ" เธอเห็นสีหน้าไม่ดีของยูร์เหยาเลยรีบพูดเพื่อถนอมน้ำใจ
ทุกคนตั้งใจกินข้าวอ้ายเยว่กินจนอิ่มเขาวางตะเกียบลงก่อนจะหันไปถามคุณพ่อ
"วันนี้คุณพ่อจะพาอ้ายเยว่ไปที่ไหนเหรอครับ"
"วันนี้พ่อจะพาอ้ายเยว่ไปสวนสาธารณะเราไปนั่งกินอาหารกลางวันเสร็จแล้วจะพานั่งรถไฟรอบมณฑล กลับมากินอาหารเย็นที่ร้านอาหารแล้วกลับบ้านกัน"
"ว๊าวว... รถไฟหรือครับอ้ายเยว่ไม่รู้จักขอแค่มีคุณพ่อกับคุณแม่อ้ายเยว่ไปได้ทั้งนั้น" เด็กชายดวงตาเป็ประกายแม้ไม่รู้ว่ารถไฟคืออะไรแต่เขาก็ดีใจมาก ๆ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาจะได้ไปเที่ยวอย่างครอบครัวสมบูรณ์แบบ
"รถไฟก็เหมือนรถยนต์ใช้ในการเดินทางขับเคลื่อนไปในที่ต่าง ๆ ข้างทางมีวิวทิวทัศน์สวยงามเห็นแม่น้ำทุ่งหญ้าแม้กระทั่งสัตว์ที่ชาวบ้านตามชนบทเลี้ยงไว้ "
"ตอนนี้อ้ายเยว่อิ่มแล้วเราไปกันเลยมั้ยครับ " เด็กน้อยตื่นเต้นรีบเช็ดปากทันที
"อะไรกันจะไปเที่ยวไม่เห็นบอกแม่สักคำ อย่างนี้แม่จะเตรียมตัวทันหรือไหนจะหนูยูร์เหยาที่มาหาวันนี้อีกด้วย อ้ายเยว่เอาไว้ครั้งหน้ารอคุณพ่อของหลานกลับมาเมื่อมีหยุดยาวอีกครั้งเราค่อยไปกันเถอะนะ" ชิงเถาเธออุตส่าห์คิดแผนการให้ยูร์เหยามีเวลาร่วมกันเฉาจื่อแต่ไม่คิดเลยว่าลูกชายของเธอจะไปเที่ยวข้างนอกอย่างนี้ อ้ายเยว่หุบยิ้มทันทีก้มหน้าลงต่ำอย่างเสียดาย
"ไม่ครับผมตั้งใจแล้วอีกอย่างยูร์เหยาเป็แขกของคุณแม่ คุณแม่ก็ต้องอยู่ต้อนรับสิเพราะผมไม่ได้จะให้คุณแม่เดินทางไปกับพวกเราั้แ่แรกแล้ว ผมอยากพาครอบครัวออกไปเที่ยวอ้ายเยว่ไปเตรียมของกันเถอะ" เขาพูดจบจับมืออ้ายเยว่เดินไปชั้นบน
"ฮึ ฮึ " ส่วนซูเม่ยยังคงนั่งกินอาหารอย่างสบายใจ เธอคิดว่าเขาจะทำตามใจแม่ของเขาเสียอีก สมแล้วที่เป็นายพลเผด็จการ
"นี่หัวเราะอะไรย่ะ! "
"เปล่านี่คะ " ซูเม่ยรีบตอบก่อนจะคีบเนื้อย่างเข้าปากตัวเองแต่ไม่ทันได้เข้าไปถึงปาก มือหนามาคว้ามือของเธอก่อนจะออกคำสั่ง
"ลุกขึ้นเลิกกินได้แล้วเดี๋ยวจะไม่ทันรถไฟรอบบ่าย ไปเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้" ซูเม่ยเงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างใเธอไม่คิดจะเดินทางไปด้วยสักหน่อย "
"ไม่เอาฉันไม่อยากไป"
"คุณแม่ไม่อยากไปกับอ้ายเยว่เหรอครับ อ้ายเยว่ต้องมีความสุขมากแน่ ๆ หากคุณแม่ไปด้วย" เด็กน้อยพูดออกมาน้ำเสียงสั่นเครือมีหรือที่ซูเม่ยจะไม่ใจอ่อน
"โธ่! อ้ายเยว่หากนี่เป็ความสุขของลูกทำไมแม่จะทำให้ไม่ได้ละจ้ะ อย่างนั้นขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ"
เด็กชายยิ้มร่าอย่างสดใสทั้งสามเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเก็บของแต่ทว่าคนที่ยังนั่งที่โต๊ะอาหารกลับร้อนรุ่มหัวใจไปหมด
"หนูยูร์เหยาป้าต้องขอโทษด้วยนะจ้ะป้าเองก็ไม่รู้ว่าเฉาจื่อจะพาอ้ายเยว่ออกไปเที่ยว "
"ไม่เป็อะไรค่ะคุณป้าอย่างไรยูร์เหยาก็เป็แค่คนนอกไร้ความหมายกับพี่เฉาจื่ออยู่แล้ว "
"หนูอย่าพูดอย่างนั้นสิจ้ะ รู้มั้ยว่าป้ามองหนูเสมือนลูกสาวคนหนึ่ง หนูก็รู้นี่น่าว่าป้าไม่ชอบลูกสะใภ้คนนี้เธอเข้ามาที่นี่เพราะหวังความสุขสบาย ป้าจะหาวิถีทางกำจัดให้เธอออกไปจากที่นี่ให้ได้เมื่อวานป้าได้ยินทั้งสองมีปากเสียงกัน ก่อนกลับมาจากเที่ยวครั้งนี้ไม่แน่อาจจะพากันไปหย่าที่อำเภอก็ได้ เมื่อถึงเวลานั้นป้าจะพาหนูเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะลูกสะใภ้ ภรรยาคนใหม่ของนายพลจิ่นเฉาจื่อเอง" ยูร์เหยาคลายมือที่กำกันแน่นออกเมื่อรู้สึกสบายใจอย่างน้อยยังมีป้าชิงเถาที่ยังเข้าข้างเธอ เธอจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมาเคียงข้างพี่เฉาจื่อของเธอ เพราะคนที่จะเดินเคียงข้างออกงานจะมีเพียงเธอเท่านั้นที่คู่ควร