ร่างของหลี่หยวนหยวนลอยละลิ่วขึ้นไปเหยียบอยู่บนกำแพงเรือนสกุลฉานเท้ายังไม่ก้าวพ้นขอบกำแพง ทว่าสองมือคว้ากิ่งต้นไม้ใหญ่ที่เกิดเบียดกำแพงเอาไว้ได้ นางเบือนหน้ากลับมามองโจรร่างใหญ่สองคนที่วิ่งตามมา
“เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว!” เจ้าโจรที่วิ่งนำหน้าแสยะยิ้ม
หลี่หยวนหยวนเพิ่งสังเกตว่าตนถูกโจรวิ่งไล่เพียงสองคน นางค่อยยิ้มออก รีบใช้ขาตวัดขึ้นไปบนกิ่งไม้ ยามนี้นางอยู่ในท่านอนราบกับกิ่งไม้ใหญ่ หันหน้าไปทางโจรทั้งสอง
“พวกเจ้าต่างหากที่หนีไม่พ้น” นางร้องขึ้นพร้อมกับกดดีดจักรสังหารพุ่งออกมา
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฉึก!
ในขณะที่โจรคนแรกกำลังคิดจะกระโจนขึ้นมาบนกำแพง จักรสังหารก็สองอันก็เสียบเข้าไปที่ข้าทั้งสองข้างจนมันล้มคะมำ
“บัดซบ! เจ้ากล้าทำร้ายพี่น้องข้า” โจรคนที่สองร้องขึ้น ร่างของมันลอยละลิ่วขึ้นไปบนกำแพง
หลี่หยวนหยวนเล็งเอาไว้แล้ว นางกดจักรสังหารดีดออกไปอีกครั้ง จักรอันเล็กปักเข้าที่ท้องของโจร ทว่ามันแค่โงนเงนเล็กน้อย สองมือคว้าเอาปลายกิ่งไม้ที่นางแนบร่างอยู่แล้วพยายามขย่มอย่างแรงเพื่อให้นางตกลงไป
“ว้าย!” หลี่หยวนหยวนตกใจใช้สองมือกอดกิ่งไม้ใหญ่เอาไว้แน่น นางนึกกังวลถึงสิ่งที่อยู่ในท้องของตนเอง
อ๋องหยางควบม้านำหน้ากลุ่มองครักษ์ เมื่อครู่เขามองฝ่าม่านหมอกในยามเช้าตรู่ เห็นร่างสูงใหญ่ของคนผู้หนึ่งที่กำลังจะกระโจนขึ้นบนกำแพง จู่ๆ ก็ล้มลงคว่ำหน้าลงไป พอขี่ม้าเข้ามาใกล้จึงได้ยินเสียงร้องคำรามกักขฬะของบุรุษกับเสียงหวีดร้องของสตรี
หยางหลีเหว่ยควักมีดสั้นที่เหน็บเอวออกมาขว้างไปทันใด ปลายมีดเสียบเข้าที่ต้นขาของบุรุษอย่างแม่นยำ
“อ๊าก...!” คนผู้นั้นร้องลั่น พลิกกายกลับมามองผู้ที่ทำร้ายตน ในขณะที่ร่างหล่นตุ้บลงบนพื้น
กุบกับ! กุบกับ!
ผู้ที่ควบม้ากลุ่มใหญ่ห้อมล้อมเข้ามา
“ท่านอ๋อง!” หลี่หยวนหยวนร้องเรียกด้วยความดีใจ นางนึกเป็นห่วงคนรับใช้ในบ้าน ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
“เจ้าออกมาทำอันใดผู้เดียว” ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลันนึกขึ้นได้ว่าครั้งก่อนเขาจับกุมคนเผ่าหมาป่าได้เพราะคนพวกนั้นคิดจะลักพาตัวหลี่หยวนหยวน “รึว่า...”
“มีโจรบุกเข้าในบ้านเจ้าค่ะ ดีที่ข้ารู้ตัวก่อนจึงได้รีบหนีออกมา ท่านสั่งคนเข้าไปช่วยพวกเขาที” น้ำเสียงของนางร้อนรน
หยางหลีเหว่ยใจหายวาบ ดีที่เขาสังหรณ์ใจจึงได้แกะรอยพวกมันโดยมุ่งหน้ามายังบ้านเก่าสกุลหยาง ไม่เช่นนั้น หลี่หยวนหยวนก็อาจจะถูกเผาหมาป่าจับไปอีกคน
“ดีจริง! ข้าตามหาพวกมันมาทั้งคืน ที่แท้ก็แอบมาซ่อนในบ้านของข้า” อ๋องหยางกัดฟันกรอด มองหญิงสาวที่แนบร่างอยู่บนต้นไม้ด้วยโทสะ
หากปล่อยให้นางถูกเผาหมาป่าจับตัวไป เห็นทีเขาคงต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ทั้งอดีตพระชายาและชายารองถูกศัตรูจับตัวไป อาจจะต้องเสียเปรียบหมิ่นฮุยเจ้าคนป่าเถื่อนผู้นั้น
“กุนซือเฉา ล่วงหน้าไป โอบล้อมให้หมด อย่าให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว” อ๋องหยางร้องสั่งด้วยโทสะเทียมฟ้า
“ขอรับ!”
โจรสองคนที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้นถูกกลุ่มมือปราบที่วิ่งตามมาจับกุม เฉาเฟิงควบม้านำองครักษ์หยกทมิฬและกลุ่มมือปราบไปล้อมบ้านเก่าสกุลหยาง
“เจ้าก็ลงมาเสียสิ” หยางหลีเหว่ยเงยหน้ามองหลี่หยวนหยวนที่นอนนิ่งบนกิ่งไม้ สายตาของนางจับจ้องอยู่เขา ทำหน้าคล้ายกับคนอับจนปัญญา
“ข้า ข้าลงไปไม่ได้ มันสูง” นางร้องตอบ
อดีตสามีถึงกับเลิกคิ้วข้างหนึ่ง “แล้วเจ้าขึ้นไปได้อย่างไร”
“ก็ตอนที่หนี ข้าตกใจกลัวมาก จู่ๆ ก็ลอยขึ้นมาบนกำแพงได้ จากนั้นก็ค่อยไต่ขึ้นมาบนกิ่งไม้นี่ล่ะ ตอนที่ท่านมาถึง โจรผู้นั้นก็กระโจนตามขึ้นมาพอดี” นางยิ้มแหยๆ
อ๋องหยางเห็นว่าท่าทางของนางดูเก้ๆ กังๆ หวาดกลัวจึงได้ลงจากหลังม้าแล้วใช้วิชาตัวเบาลอยขึ้นไปบนกำแพง เขายื่นมือไปจับกิ่งไม้ไว้มือหนึ่ง อีกมือก็ยื่นไปจับแขนนาง
“ลุกขึ้นมา ข้าจะพาเจ้าลงไปเอง”
หลี่หยวนหยวนพยักหน้ารับ นางคลานกระดืบๆ เข้าไปหาอดีตสามีแล้วให้เขาช่วยพยุง ทว่าอ๋องหยางเกรงจะเสียเวลา เขาใช้สองมือดึงต้นแขนสองข้างของนางแล้วดึงตัวนางให้เข้าไปในอ้อมกอด ร่างของสองหนุ่มสาวลอยอยู่บนอากาศครู่หนึ่งแล้วลงแตะพื้นอย่างนุ่มนวล
หญิงสาวตกใจถึงกับอ้าปากค้าง นางจ้องหน้าเขาอย่างตื่นตะลึงเพราะกลัวว่าตนหล่นลงไป
“จ้องอันใด ไปขึ้นม้า” เสียงดุของอ๋องหยางดังขึ้น
พอเขาปล่อยแขนจากร่างของนาง หลี่หยวนหยวนรู้สึกว่าตนเองใจเต้นแรงผิดปกติ ใบหน้าร้อนผ่าว นางยกมือขึ้นลูบทรวงอก
‘ใจเย็นๆ ไม่ใช่ว่าไม่เคยใกล้ชิดกับเขาเสียหน่อย สงสัยจะเป็นเพราะเด็กในท้อง ทำให้ตื่นเต้นกับพ่อของลูก’
หญิงสาวเบือนหน้าไปทางม้าสีน้ำตาลแดงตัวใหญ่
หยางหลีเหว่ยเองก็เผลอเอามือลูบอก เมื่อครู่ใจของเขาคล้ายกับกลองศึกในยามประกาศรบ สตรีน่าตายที่กลายเป็นอดีตพระชายาดูผ่องใสและอิ่มเอิบขึ้น นางช้อนสายตาขึ้นสบกับเขาในระยะประชิดเช่นนี้ ช่างชวนให้นึกถึงเรื่องวาบหวามในคืนวิวาห์ เขาจดจำเรือนร่างรัญจวนของนางได้ แม้จะมิได้เต็มใจหลับนอนกับนางแต่คืนนั้นเขาก็ใช้มันอย่างคุ้มค่า สมกับคำกล่าว ‘คืนเข้าหอมีค่าดั่งทอง’
‘สตรียังมีรออยู่ที่จวน จะหวนคำนึงถึงนางทำไมกัน’ อ๋องหยางนึกหงุดหงิดตนเอง เขาต้องรีบจับโจรเผ่าหมาป่าพวกนั้นกลับไปขังคุกแล้วต้องตามไปช่วยชายารองหนานกง
“ข้าขี่ม้าไม่เป็น” นางเอ่ยเบาๆ
“เดี๋ยวข้าประคองเจ้า เหยียบโกลนเอาไว้” เขาสั่ง ก่อนจะประคองนางขึ้นม้า แล้วขึ้นไปแนบร่างอยู่ด้านหลัง
ทำเช่นนี้คล้ายกับกำลังถูกเขาโอบกอด หลี่หยวนหยวนพยายามขยับตัวไปข้างหน้า แต่ก็ไม่เป็นผล
สองมือของเขาโอบร่างนางมากุมบังเหียน เท้ากระทุ้งท้องม้าให้มันขยับ มุ่งตรงไปยังบ้านสกุลหยาง
กุนซือเฉาร้อนใจอย่างมาก เขาห่วงชิวต้าซานไม่รู้ว่าคนผู้นั้นจะถูกคนเผ่าหมาป่าทำร้ายหนักหนาเพียงใด ชายหนุ่มลงจากหลังม้าแล้วโบกมือสั่งการ
องครักษ์หยกทมิฬกระโจนขึ้นบนกำแพงพร้อมกัน พวกเขาฝีเท้าเบายิ่ง แต่ก็ไม่พ้นจากการระแวดระวังตัวของหมิ่นชุนและพรรคพวก
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เมื่อเสียงอาวุธโลหะกระทบกันดังขึ้นด้านในรั้วบ้านได้ไม่นาน ประตูที่ซุ้มใหญ่ด้านหน้าก็เปิดออก
“บุกเข้าไป! จับคนออกมาให้ได้” อ๋องหยางสั่งด้วยน้ำเสียงขึงขัง
“ท่านอ๋อง ท่านไม่เข้าไปดูหน่อยหรือ” หลี่หยวนหยวนยกมือขึ้นจับแขนอดีตสามี นางพยายามเอี้ยวตัวกลับไปสบตากับเขา
“เจ้าห่วงพวกนางมากเลยหรือ”
“เจ้าค่ะ ตอนที่ข้าหนีออกมา เห็นเพียงพวกโจรพ่นควันเข้าไปในห้อง คิดแต่เพียงจะรีบหนีออกมาตามคนไปช่วย ไม่รู้ว่าพวกนางเป็นอย่างไรบ้าง”
สายลมพัดมาวูบหนึ่ง หยางหลีเหว่ยได้กลิ่นกายของสตรีในอ้อมกอด เขาเผลอสูดลมหายใจเอากลิ่นหอมระรวยของนางเข้าไปในปอด หากสกุลหลี่มิได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อจะได้เขาเป็นบุตรเขย บางทีการแต่งงานระหว่างเขากับนางก็อาจจะไม่ต้องลงเอยเช่นนี้
หลี่หยวนหยวนที่เขาได้สัมผัสใกล้ชิดหลังจากแต่งงาน ช่างแตกต่างจากคำบอกเล่าจากผู้อื่น ก่อนนางจะกลายเป็นพระชายา นางมีความหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเขามาก แต่พอแต่งแล้วกลับดูไม่แยแสจนน่าโมโห ยิ่งตอนที่เขาเสนอว่าจะหย่าขาดจากนาง หลี่หยวนหยวนไม่เพียงแต่ไม่เสียอกเสียใจหรือฟูมฟายอย่างที่ควรจะเป็น กลับดูยินดีเสียด้วยซ้ำ สตรีผู้นี้ตกลงเป็นคนเช่นไรกันแน่
“เจ้านั่งอยู่บนหลังม้าให้มั่นเล่า ข้าจะลงไปดูให้” เขาเห็นว่านางกังวลเรื่องบ่าวไพร่มากจึงคิดจะเข้าไปดูความเรียบร้อยเสียหน่อย
อ๋องหยางลงจากหลังม้า แล้วหันไปสั่งองครักษ์ที่ยืนจับม้าอยู่ใกล้ๆ “เจ้าดูแลนางให้ดีด้วย”
*************************

