เวลาผ่านไปหลายวันภายในห้วงมิติพลังวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้น หลินตงตอนนี้ลุกขึ้นมาบิดเนื้อบิดตัวของตนไปมาจนทำให้ร่างกายส่งเสียงกรอบแกรบออกมา กล้ามเนื้อของเขาตอนนี้บอกได้เลยว่าหนาแน่นราวกับเหล็กกล้าและอัดแน่นไปด้วยพลังกายที่มหาศาล
"แค่พลังกายเทพมังกรอมตะขั้นสองก็ให้พลังถึงขั้นนี้แล้ว..!!"
หลินตงกำหมัดของตนพลางยกยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ เพียงแค่หมัดธรรมดาของเขาตอนนี้ก็เทียบได้กับการโจมตีทักษะวิชาระดับสูงแล้ว ยิ่งเขาใช้ร่างเกล็ดมังกรพร้อมกับวิชามังกรเซียนละก็ คงจะไม่อยากคิดเลยว่าอานุภาพของมันจะรุนแรงถึงขั้นไหน
"งั้นเรากลับกันเถอะ"
ชายชรายกยิ้มอย่างยินดีพร้อมกับโบกมือของตนขึ้น ห้วงมิติอันเป็นเอกเทศเริ่มถูกปลดและทำให้บรรยากาศกลับมาเป็นเช่นเดิม ทั้งสองคนเพียงชั่วครู่เดียวก็มายืนอยู่ใจกลางของร้านสมุนไพรแล้ว
หลินตงเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีทางเลือก
"ท่านปู่หวัง ดูเหมือนว่านี้ก็ผ่านไปหลายวันละ ข้าคงจะต้องขอออกเดินทางต่อไปยังสุสานแห่งทะเลทรายก่อน"
หวังจื่อเมื่อฟังก็พยักหนัารับพร้อมกับพูดออกมา
"นั่นสินะ เจ้าก็มีการผจญภัยของเจ้าอยู่นี่เนอะ ไปเถอะหลานรัก ถ้ามีอะไรก็เรียกท่านปู่คนนี้ได้เสมอ!!"
ถึงเขาอยากจะให้ชายหนุ่มนั้นอยู่ต่อแต่ทว่าตัวของชายชราก็ไม่มีอะไรที่จะไปสั่งสอนเขาได้หรอก ผู้สืบทอดขององค์เทพผู้สร้างอย่างท่านชิงหลงเซียนทำไมเขาจะไม่เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้กับชายหนุ่มกันละ
และเมื่อเขาคิดขึ้นเช่นนี้ก็นึกได้ว่าแหวนห้วงมิิติหัวมังกรสีแดงเพลิงจะต้องเป็นของท่านผู้นั้นอย่างแน่นอน ในตอนแรกเขาก็ไม่รู้ระดับของมันหรอกแต่พอรับรู้ว่ามันคือของท่านผู้นั้นเขาก็พอจะบอกได้เลยว่ามันอยู่ระดับไหน
ชายหนุ่มหันกลับมาคำนับเขาอย่างจริงจัง
"ขอบคุณท่านปู่หวัง งั้นข้าขอตัวไปก่อนนะ"
หลินตงพูดจบก็เงยหน้าขึ้นอย่างมุ่นมั่นพร้อมกับก้าวเดินออกไปยังนอกร้าน เขาตอนนี้มีความฝันที่จะต้องทำมันให้ได้ การหยุดอยู่กับที่เพียงแค่นี้สำหรับเขานั้นเป็นอะไรที่ไม่ดีอย่างแน่นอน
ถ้าเป็นคนอื่นๆมีเทพวิญญาณยุทธเป็นผู้ฝึกฝนพวกเขาก็คงจะดีใจจนอกแตกตายแต่ทว่ามันไม่ใช่กับเขา หลินตงตอนนี้เพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งที่ทุกนั้นต้องการ ต่อให้จะไม่มีเทพวิญญาณยุทธ เขาก็สามารถเติบโตได้รวดเร็วยิ่งกว่าใครๆทั้งหมด เขาตอนนี้ก็แค่ต้องเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆเพื่อพัฒนาห้วงอารมณ์ของตนให้เหนือชั้นมากยิ่งขึ้น เพียงแค่นี้สำหรับเขามันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรแล้ว
"นกเมื่อเติบโตแล้วมันก็ไม่หยุดอยู่เพียงแค่รังของตน มันจะต้องโบยบินออกไปยังโลกกว้างเพื่อเจริญรอยตามพ่อแม่ของพวกมัน"
ชายชรามองตามหลังของชายหนุ่มที่เดินลับออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ถึงจะอยู่กันเพียงแค่ไม่กี่วันแต่ทว่าชายชราก็รักชายหนุ่มเหมือนกับเป็นหลานชายจริงๆ สำหรับตัวของชายชราแล้วเขาก็ไม่เคยรับศิษย์และมีครอบครัวมาก่อน ตั้งแต่เกิดมาเมื่อจำความได้ตัวตนของชายชราก็มีชีวิตที่คล้ายคลึงกับชายหนุ่มเป็นอย่างมากแต่ทว่าตัวของเขาไม่ได้โชคดีแบบหลินตงที่ได้ท่านชิงหลงเซียนเป็นผู้สั่งสอน ตัวของชายชราต้องพยายามมันด้วยตนเองตั้งแต่เด็กและตะเกียจตะกายจากจุดต่ำสุดขึ้นมาสู่จุดสูงสุด
"เฮ้อ ชั่งเถอะ เดียวพอมันเกิดอันตรายขึ้นมามันก็จะต้องเรียกเราแน่ๆ ฮ่าฮ่า"
หวังจื่อเมื่อคิดเช่นนั้นก็หัวเราะร่าออกมาอย่างสนุกสนานพร้อมกับเดินกลับเข้าไปภายในร้านที่ทรุดโทรมนั้น ต้องบอกก่อนว่าถ้าทุกคนได้รับรู้ว่าร้านขายสมุนไพรที่หลายๆคนไม่อยากจะเข้ามานี่มีตัวตนระดับสูงสุดของทวีปอยู่ละก็พวกเขาคงจะตกใจจนตายเลยละมั้ง
อีกฟากนึงหลินตงตอนนี้ได้เตรียมของที่ชายชราเอามาให้ทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเม็ดยาแก้พิษจากสัตว์ร้ายหรือแม้แต่เม็ดยาบ่มเพาะพลังยุทธ เขาก็ได้มันมาอีกถึงหลายร้อยเม็ดเพียงพอที่จะเอาไว้ใช้ทะลวงขึ้นสู่ระดับจิตยุทธปฐพีได้ง่ายๆ
เวลาผ่านไปเขาตอนนี้กำลังเดินมายังประตูเมืองที่อยู่อีกฟากฝั่งนึง รอบบริเวณตอนนี้เงียบสงัดเป็นอย่างมาก จะมีก็เพียงเสียงของสายลมที่พัดพาฝุ่นทรายมหาศาลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่องจึงทำให้อาณาเขตบริเวณนี้เสมือนกับเป็นหมู่บ้านที่รกร้าง
"เมื่อออกจากเมืองไปแล้วด้านนอกนี้คือสุสานทะเลทรายหรอ"
ชายหนุ่มบ่นพึมพำออกมาพร้อมกับก้าวเดินออกนอกเมืองไป ที่ประตูเมืองแห่งนี้ไม่มีใครยืนอยู่เลยสักคนเดียว ไม่มีแม้แต่หุ่นเงาที่เขาเคยได้พบเจอเหมือนกับสองคนนั้นและเมื่อเขาเดินออกมาสักพักนึงแล้ว สภาพแวดล้อมของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างถึงที่สุดซึ่งผิดกับฝั่งตรงข้ามที่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้าเลยละ
เบื้องหน้าของมันคืออาณาเขตของทะเลทรายสีน้ำตาลอ่อนที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด มาพร้อมกับสายลมรุนแรงที่ราวกับพายุพัดพาเม็ดทรายให้มีความแหลมคมเสมือนใบมีดแต่มันยังไม่หมดแค่นั่น บนท้องฟ้าแสงแดดที่สาดส่องลงมาก็ทำให้บรรยากาศเบื้องหน้านี้เต็มไปด้วยความร้อนที่ระอุ มันทำให้คนพลังไม่แกร่งพอต้องตกตายได้เลยเชียวละ
ชายหนุ่มตอนนี้ยืนอยู่นอกเมืองเรียบร้อยแล้ว เส้นผมสีเงินที่ยาวสลวยถึงกับโบกสบัดไปมาอย่างพลิ้วไหว นัยน์ตาสีแดงเพลิงเบิกกว้างขึ้นพลางจ้องมองไปยังอาณาเขตที่กว้างใหญ่เบื้องหน้าด้วยดวงตาที่ลุกวาว
"พายุรุนแรงเป็นอย่างมาก!! ถ้าใครมีพลังไม่ถึงจิตยุทธวิญญาณคงจะถูกพัดปลิวไปบนท้องฟ้าเป็นแน่แถมความร้อนระดับนี้อีกแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรานี้เนอะ"
สิ้นคำพูดของเขาก็ได้เวลาที่จะเดินทางแล้ว ขณะนั่นเขาก็กางฝ่ามือไปเบื้องหน้าอย่างเช่นเคย วงแหวนสัญลักษณ์สีแดงเพลิงปรากฏขึ้นพร้อมกับมีร่างเงาขนาดเกือบห้าเมตรผุดขึ้นมาจากวงแหวนประกายเพลิง มันคือเจ้าหมายเลขหนึ่งนั้นเอง ในตอนนี้ตัวของมันสูงกว่าชายหนุ่มหลายเท่าตัวแถมร่างกายของมันก็ยังดูหนาแน่นขึ้นอีกด้วย ขนสีน้ำตาลของมันก็เริ่มถูกปกคลุมไปด้วยขนสีเงินที่แซมขึ้นมาอย่างมาก
"บรู้วววววว"
เจ้าหมายเลขหนึ่งเมื่อมันออกมาแล้วก็แหงนหน้าหอนออกมาอย่างยินดี เสียงของมันถึงกับสะท้อนไปรอบๆบริเวณเลยทีเดียว
ในที่สุดเจ้านายของมันก็เอามันออกมาแล้ว ต้องบอกก่อนว่าถึงมันจะอยู่ภายในพื้นที่มิติมังกรที่มีพลังในการพัฒนาอย่างไร้ที่สิ้นสุดสำหรับสัตว์อสูรแต่ทว่าตัวของมันก็อยากจะเป็นพาหนะให้กับเจ้านายของตนเองซะมากกว่า
"หมายเลขหนึ่งไปกันเถอะ สภาพเช่นนี้สำหรับเจ้านั้นไม่ใช่ปัญหาใช่รึไม่"
หลินตงกระโดดขึ้นหลังของมันและตบลูบหัวขนาดใหญ่อยู่สองสามที เพียงไม่นานตัวของมันก็พัฒนาไปถึงขั้นนี้แล้ว พื้นที่ห้วงมิติมังกรของเขามันไม่ธรรมดาจริงๆ จากที่สัมผัสขั้นพลังดูแล้วเจ้าหมายเลขหนึ่งตอนนี้มีพลังถึงสัตว์อสูรระดับสามขั้นสูงเชียวนะ
ส่วนที่เขาใช้เจ้าหมายเลขหนึ่งแทนที่จะเป็นเจ้าหมายเลขสองมันก็มีเหตุผลอยู่ สุสานทะเลทรายแห่งนี้มีสภาพแวดล้อมที่ไม่ธรรมดาและไม่เหมาะสมกับการบินของพวกสัตว์อสูรยกเว้นก็แต่ว่าสัตว์อสูรตัวนั้นจะมีขั้นพลังระดับห้าขึ้นไปถึงจะสามารถเดินทางภายในอาณาเขตแห่งนี้ได้ง่ายๆ
ขณะนั่นเจ้าหมายเลขหนึ่งเมื่อถูกถามก็พงกหัวรับรัวๆราวกับจะบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรเจ้านาย ต่อให้จะเป็นความร้อนที่สูงหรือทะเลทรายที่กว้างใหญ่สำหรับมันก็ไม่ใช่ปัญหาและเพียงชั่วครู่เดียวฝ่าเท้าทั้งสี่ที่ทรงพลังก็วิ่งตะกรุยผ่านสายลมในทันที
ร่างเงาสีน้ำเงินที่ใหญ่กว่าห้าเมตรวิ่งออกไปด้วยความคล่องแคล่วโดยที่มีร่างเงาของชายหนุ่มคนนึงนั่งอยู่ ความเร็วของมันสำหรับสัตว์อสูรสายพันธุ์หมาป่าแล้วเรียกได้ว่ารวดเร็วมากยิ่งกว่าสัตว์อสูรระดับสี่บางตนซะอีก
หลินตงเมื่อเห็นความเร็วเช่นนี้ก็ยกยิ้มออกมา ดูเหมือนเขาจะคิดถูกแล้ว อาณาเขตแห่งนี้เหมาะสมกับเจ้าหมายเลขหนึ่งเป็นอย่างมาก