ตอนที่ 8 พลังแห่งตัณหา
อาซานยกดาบไม้ขึ้นรับการจู่โจมของหลานซีอย่างตื่นตกใจ ชายหนุ่มถอยหลังหลบหลีกท่วงท่าอันรวดเร็ว ทว่าก้าวพลาดไปสะดุดเข้ากับก้อนหินริมลานจนเสียหลักร่างเซถลา!
สัญชาตญาณไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะ ส่งผลให้มือข้างที่ว่างอยู่พุ่งออกไปขว้าสวมกอด และกุมเข้าที่เนินอกรัดกุมใต้ชุดสีดำของหลานซีเข้าอย่างจัง!
ฝ่ามือหนากดเน้นลงบนความนุ่มหยุ่นตึงแน่นอย่างไม่ตั้งใจ!
“เจ้า…! บังอาจ!”
หลานซีตระหนกตกใจ นวลแก้มซับสีเลือดฝาดด้วยความโมโห นางออกแรงสะบัดเบี่ยงตัวผลักร่างอาซานออกไปทันที พลันตวาดเสียงเข้ม
“อย่ามัวแต่เล่นพิเรนทร์! เอาจริงได้แล้ว!”
จอมยุทธ์สาวชุดดำตวัดง้างดาบไม้สับลงมาอีกครั้งด้วยความรวดเร็วและหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม!
ทว่าในวินาทีนั้นเอง…บางสิ่งภายในร่างกายของอาซานกลับพลิกผันไปโดยสิ้นเชิง! สัมผัสเนื้อนุ่มจากทรวงอกของหลานซีเมื่อครู่ ปลุกกระแสอารมณ์ปรารถนาและตัณหาให้พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง พลังลมปราณอันอุ่นร้อนพวยพุ่งจากจุดดันเถียน วิ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรทั่วร่างและมัดกล้ามเนื้อในพริบตา!
อาซานยกดาบไม้ขึ้นรับการฟันของหลานซีได้อย่างแม่นยำและว่องไว! ไม่เพียงแค่นั้น ชายหนุ่มยังสามารถออกดาบโต้ตอบ ปัดป้อง และตวัดสู้กับเพลงดาบวารีของนางได้อย่างลื่นไหล รวดเร็ว และเปี่ยมไปด้วยพลังกระแทกจนเกิดเสียงลมวูบวาบ!
หลานซีที่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดถึงกับผงะถอยหลัง นัยน์ตาคู่คมสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางสัมผัสได้ถึงกระแสพลังลมปราณอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชั่วครู่
“นี่มัน…เจ้าคิดจะเอาจริงขึ้นมาแล้วสินะ?”
หลานซีเอ่ยถาม
อาซานมองมือตัวเองและดาบไม้ด้วยความงงงวย ชายหนุ่มนึกทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ แล้วสมองอันชาญฉลาดก็พลันปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างอัศจรรย์!
“หรือว่าพลังภายในของเรา มันจะผูกติดอยู่กับอารมณ์ทางเพศ?”
ยิ่งเกิดความใคร่ ยิ่งมีตัณหา หรือยามได้สัมผัสเรือนร่างสตรี พลังลมปราณในกายก็จะยิ่งพวยพุ่งตื่นขึ้น! เมื่อเข้าใจกลไกพลังของตนเอง อาซานจึงตัดสินใจเอ่ยบอกหลานซีไปตามตรง
“แม่นางหลานซี…ข้าว่าข้ารู้แล้วล่ะว่าพลังของข้ามาจากไหน”
อาซานเกาหัวพลันยิ้มขื่น ๆ
“ดูเหมือนว่าพลังภายในของข้า…มันจะเพิ่มขึ้นตามระดับ ‘อารมณ์ทางเพศ’ และความใคร่น่ะ ยิ่งข้าเกิดตัณหาหรือได้สัมผัสเรือนร่างสตรี ร่างกายข้าก็จะยิ่งมีเรี่ยวแรงและพลังลมปราณ”
หลานซีฟังแล้วถึงกับตะลึงงันไปชั่วครู่ นวลแก้มแดงระเรื่อ นางคิดว่าชายหนุ่มกำลังพูดจาล้อเล่นหยาบโลนใส่
“เจ้า…พูดจาเพ้อเจ้อสิ่งใดกัน!”
“ข้าพูดเรื่องจริง!”
อาซานย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง
“เมื่อครู่ตอนที่มือข้าเผลอไปจับ…เอ่อ…หน้าอกของเจ้า ข้ารู้สึกได้ชัดเจนเลยว่ามีกระแสพลังความร้อนพุ่งพล่านไปทั่วร่างจริง ๆ”
หลานซีนิ่งเงียบไป นัยน์ตาคมกริบฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก แม้เรื่องนี้จะฟังดูประหลาดและพิศดารยิ่งนัก ทว่าหากนึกถึงพลังมหาศาลที่พุ่งขึ้นมาในพริบตาหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ ก็ยากจะปฏิเสธได้
“เป็นไปได้อย่างไรกัน…”
จอมยุทธ์สาวชุดดำพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
“ข้าไม่เคยพบเห็นยอดฝีมือคนใดที่มีพลังลมปราณเพิ่มขึ้นเพราะความใคร่มาก่อนเลย…แต่หากพิจารณาตามหลักยุทธภพ พลังภายในบางครั้งก็เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ นิสัย ความชอบ หรือสิ่งที่บุคคลนั้นกระทำเป็นประจำยามฝึกฝน”
หลานซีมองหน้าอาซาน นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย พลันเอ่ยทิ้งทายด้วยน้ำเสียงประชดประชันแกมเย้าหยัน
“หากเป็นเช่นนั้นจริง…แสดงว่าตัวท่าน ก็คงจะเป็นคนที่มักมากในกามารมณ์สินะ?”
อาซานอ้าปากค้างจนเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ได้แต่ยิ้มขื่น ๆ รับคำครหานั้นในใจ
“ก็เป็นพระเอกหนังโป๊เล่นมาเป็นร้อยเรื่อง ไม่ให้มักมากได้ยังไงล่ะ!”
เมื่ออาซานเริ่มทำความเข้าใจถึงกลไกของพลังลมปราณประหลาดภายในกายได้มากขึ้น ชายหนุ่มก็พลันอ๋อขึ้นมาในใจ…ที่บาดแผลบนไหล่ซ้ายของเขาสมานตัวรวดเร็วปานปาฏิหาริย์ในข้ามคืน ที่แท้ก็เป็นเพราะการปฐมพยาบาลใส่ยาอย่างใกล้ชิดและนุ่มนวลของหลานฉิงนี่เอง! สัมผัสอันแนบแน่นและเสน่หาที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจยามนั้น ได้ไปปลุกกระแสพลังลมปราณสายตัณหาในกายเขาให้ทำงานคอยฟื้นฟูบาดแผลอยู่ตลอดเวลา
หลังจากทดสอบฝีมือกันเสร็จ หลานซีในชุดสีดำรัดกุมก็เก็บดาบไม้เข้าข้างเอว นัยน์ตาคู่คมสีน้ำตาลอ่อนจดจ้องมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ในเมื่อท่านมีฝีมือและพลังลมปราณไม่ธรรมดาถึงเพียงนี้…ท่านอาซานสนใจจะร่วมมือกับพวกข้าออกไปปราบพวกกลุ่มโจรชั่วหรือไม่?”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘โจรชั่ว’ ในสมองของอาซานก็พลันแล่นริ้วไปด้วยภาพเหตุการณ์ในป่ายามที่หลานฉิงถูกพวกโจรเลวทรามหลอกล่อและเกือบจะถูกย่ำยีความบริสุทธิ์ ความโกรธเคืองพุ่งขึ้นจุกอก เขาพยักหน้ารับคำโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
“ข้าช่วยแน่นอน! พวกโจรชั่วพวกนั้นมันกล้าทำร้ายหลานฉิง ข้าไม่มีทางปล่อยพวกมันไว้แน่!”
หลานซียกยิ้มจาง ๆ อย่างพอใจ พลันเอ่ยบอกรายละเอียดแผนการ
“ข้าไปสอบสวนพวกโจรชั่วสองคนที่จับมาได้ ข้าได้ข้อมูลสำคัญมาแล้ว…รังใหญ่และค่ายกบดานหลักของพวกมัน ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำลึกทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ยามตกค่ำคืนนี้ ข้ากับพวกนักสู้ชาวบ้านจะยกพวกไปเข้าถล่มและกำจัดพวกมันให้หมดสิ้น!”
“ดีเลย! คืนนี้ข้าจะไปด้วย!”
อาซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระฮึกกระเหิม ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ชายหนุ่มจึงเอียงคอถามขึ้นด้วยความสงสัย
“จริงสิแม่นางหลานซี…วิชาดาบของเจ้ามีชื่อเรียกว่า ‘เพลงดาบวารี’ ใช่หรือไม่?”
“ถูกต้องแล้ว…มันคือวิชาประจําตระกูลของข้า”
หลานซีตอบเรียบ ๆ
อาซานยิ้มมุมปาก พลันยืดอกพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“ถ้าเช่นนั้น…วิชาลมปราณพิศดารในกายข้า ข้าขอตั้งชื่อมันว่า **‘ปราณมังกรกามเทพ’** ก็แล้วกัน!”
จอมยุทธ์สาวชุดดำฟังชื่อวิชาใหม่ของเขาแล้วถึงกับชะงัก นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง นวลแก้มใสนวลผ่องซับสีเลือดฝาดด้วยความเก้อเขินแกมขุ่นเคือง นางมองหน้าชายหนุ่มพลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ปราณมังกรกามเทพงั้นหรือ?…ชื่อวิชาพิศดารหยาบโลนอันใดของท่านกัน! สมแล้วที่เป็นคนมักมากในกามารมณ์!”
หลานซีสบถใส่เขาเบา ๆ ทว่าอาซานกลับหัวเราะชอบใจในความกวนโอ๊ยของตนเอง ก่อนที่นางจะปรับสีหน้าขรึมแล้วเอ่ยต่อ
“เอาล่ะ…ยามนี้ท่านจงกลับเข้าเรือนไปพักผ่อนผ่อนร่างกายเสียก่อน คืนนี้จะได้มีเรี่ยวแรงและพลังลมปราณสมบูรณ์พร้อมสำหรับการศึก”
“ตกลง!”
อาซานพยักหน้ารับคำ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าเรือนไม้ไปพักผ่อนและเตรียมความพร้อมทางกายและใจ
กระทั่งจวบจนยามตกเย็น ท้องฟ้าเบื้องนอกแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ยามอาทิตย์อัสดงค่อย ๆ ลาลับทิวเขา สายลมยามค่ำคืนเริ่มพัดผ่านเย็นเยือก สองพี่น้องและอาซานมารวมตัวกันที่หน้าประตูเรือน
หลานซีในชุดฮั่นฟูสีดำ คาดเข็มขัดหนังทรงกว้าง พร้อมสะพายกระบี่เหล็กโบราณไว้อย่างรัดกุม หันมาเอ่ยกับชายหนุ่ม
“ได้เวลาแล้วท่านอาซาน…พวกเราต้องไปรวมตัวกับชาวบ้านที่ลานหมู่บ้าน”
หลานฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นัยน์ตานวลผ่องฉายแววห่วงใย นางหันไปเอ่ยกับพี่สาว
“ท่านพี่…ขอให้ท่านพี่ปลอดภัยกลับมานะเจ้าคะ”
“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหลานฉิง ข้าดูแลตัวเองได้”
หลานซียิ้มรับ ก่อนจะก้าวเดินนำออกไป
หลานฉิงหันหน้ากลับมาหาอาซาน ในมือเรียวนุ่มของนางถือ ‘กระบี่เหล็ก’ ฝักไม้เนื้อดีที่นางไปคัดสรรมาจากในห้องเก็บของ นำมายื่นส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความนอบน้อม
“ท่านอาซาน…กระบี่เล่มนี้ข้ามอบให้ท่านใช้ปราบพวกโจรชั่วเจ้าค่ะ ขอให้ท่านปลอดภัย…”
นัยน์ตาสุกใสของนางจดจ้องมองเขาด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง
“และ…ได้โปรดช่วยดูแลท่านพี่ของข้าด้วยนะเจ้าคะ”
“ขอบใจมากนะหลานฉิง ข้าสัญญาว่าจะพาพี่สาวของเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”
อาซานยิ้มรับ พลันรับกระบี่มาถือไว้
ทว่าไม่ใช่แค่นั้น…ก่อนที่อาซานจะทันได้หมุนตัวเดินตามหลานซีไป หลานฉิงก็ขยับสืบเท้าเข้ามาใกล้ ร่างในชุดผ้าบางเขย่งปลายเท้าขึ้นเบา ๆ โน้มใบหน้านวลผ่องเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่น ๆ รดราดอยู่ข้างลำคอของชายหนุ่ม กลิ่นหอมประทินกายสาวบริสุทธิ์ลอยเข้าเตะจมูก ชวนให้ความร้อนผ่าวใต้ท้องน้อยของอาซานพุ่งทะยานขึ้นในพริบตา!
ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของหญิงสาวขยับเอื้อนเอ่ยกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าหวานซ่านสยิวไปถึงทรวงอก…
“หากท่านทำสำเร็จ…ปราบพวกโจรชั่วแล้วกลับมาได้…ข้าจะมอบ ‘เรือนร่าง’ ของข้า ให้เป็นรางวัลแก่ท่านเจ้าค่ะ…”
กระซิบจบ นวลแก้มใสนวลผ่องของหลานฉิงก็ซับสีเลือดฝาดแดงก่ำด้วยความเขินอายสุดขีด นางรีบผละถอยหลังแล้วหมุนตัววิ่งเขินเข้าเรือนไปทันที!
อาซานยืนอึ้งกิมกี่อยู่กับที่ ฝ่ามือหนากุมด้ามกระบี่แน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความเสียวซ่านและกระฮึกกระเหิมถึงขีดสุด! กระแสพลังลมปราณ ‘ปราณมังกรกามเทพ’ ในกายพวยพุ่งตื่นตัวไปทั่วร่าง!