บรรยากาศในตอนบ่ายของย่านฮูยเซิน (Huizen) ชานเมืองอัมสเตอร์ดัมช่างเงียบสงบ บ้านพักสไตล์โมเดิร์นที่แฝงไปด้วยความเรียบง่ายแต่หรูหราตั้งอยู่ติดกับริมน้ำส่วนตัว ทัศนียภาพที่นี่ดูเหมือนภาพวาดที่หยุดนิ่ง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพายุอารมณ์ที่อเล็กซ์แบกมาจากนิวคาสเซิล
อเล็กซ์ แซนเดอร์ ก้าวลงจากรถแท็กซี่ เขาจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่พลางลอบถอนใจมองนามบัตรของเซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ในมือ เขารู้ดีว่าการมาพบกับคนๆนั่นโดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้าคือการเสี่ยงดวงครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่ข้อมูลจากเซอร์ บ็อบบี้ บอกว่า "โยฮันน่ะเหรอ? เขาไม่ชอบเอเย่นต์หรอก แต่เขาชอบคนที่มี 'วิสัยทัศน์' ถ้าเขามองว่านายฉลาดพอ เขาจะคุยกับนาย"
ที่บริเวณท่าเรือส่วนตัวข้างบ้าน ชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานในชุดกอล์ฟและสวมเสื้อคลุมไหมพรมสีนวลกำลังนั่งพิงเก้าอี้หวาย สายตาของเขาจ้องมองออกไปที่ผืนน้ำอย่างสงบ เขาคือชายผู้เปลี่ยนฟุตบอลจาก "กีฬา" ให้กลายเป็น "ศิลปะ" เทวดาโยฮัน ครัฟฟ์
"ผมคิดว่าผมสั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวนเวลาพักผ่อนของผมนะ" เสียงแหบเสน่ห์ของครัฟฟ์เอ่ยขึ้นโดยที่เขาไม่ได้หันกลับมามอง
"ผมขออภัยที่เสียมารยาทครับท่าน" อเล็กซ์ก้าวเข้าไปหยุดในระยะที่เหมาะสม "แต่เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน บอกผมว่าที่นี่คือที่เดียวในโลกที่ความยุติธรรมของฟุตบอลดัตช์ยังหลงเหลืออยู่"
ครัฟฟ์ชะงักไปเล็กน้อย เขาค่อยๆ หันกลับมามองอเล็กซ์ด้วยดวงตาที่เป็นประกายเฉลียวฉลาด "บ็อบบี้งั้นเหรอ? ตาแก่นั่นยังชอบดื่มไวน์โปรตุเกสอยู่รึเปล่า? แล้วเขาส่งเด็กหนุ่มอย่างนายมาที่นี่เพื่ออะไร?"
"เขาส่งผมมาเพื่อปกป้อง 'อนาคต' ครับ" อเล็กซ์นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นครัฟฟ์ผายมือเบาๆ "ผมชื่ออเล็กซ์ แซนเดอร์ ผมได้พา แยน เวนเนกอร์ ไปนิวคาสเซิล และกำลังดูแล เวสลีย์ สไนเดอร์... แต่ตอนนี้ เลโอ ฟาน วิค กำลังใช้ชื่ออาแจ็กซ์และอิทธิพลในสมาคมเพื่อทำลายพวกเรา เพียงเพราะผมขัดใจและไม่ยอมแบ่งผลประโยชน์ให้กับเขา"
ครัฟฟ์เลิกคิ้ว "เลโองั้นเหรอ? เขาเป็นเหมือนคราบสนิมที่เกาะอยู่กับความสำเร็จเก่าๆ ของเรามานานเกินไป" ครัฟฟ์จิบกาแฟดำในมือก่อนจะพูดต่อ "ฟุตบอลคือเรื่องของ 'พื้นที่' และ 'จังหวะ' อเล็กซ์... เลโอกำลังพยายามบีบพื้นที่ของนาย แต่นายรู้ไหมว่าวิธีแก้ปัญหาพื้นที่แคบคืออะไร?"
"คือการหา 'ตัวเปลี่ยนเกม' ที่ใหญ่กว่าสนามครับ" อเล็กซ์ตอบทันควัน
ครัฟฟ์ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก "คำตอบไม่เลว... บ็อบบี้เลือกคนไม่ผิดจริงๆ นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงยอมช่วยบ็อบบี้? เพราะตอนที่ฉันคุมบาร์ซ่า เขามักจะส่งข้อมูลนักเตะดีๆ มาให้ฉันโดยไม่หวังผลตอบแทน และตอนนี้... ฉันจะตอบแทนเขาผ่านนาย"
ครัฟฟ์หยิบมือถือรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋า เขากดเบอร์โทรศัพท์ที่อเล็กซ์รู้ดีว่าหากไม่ใช่ระดับตำนานคงไม่มีวันได้ถือสายนี้
"เลโอ... ฉันเอง โยฮัน" ครัฟฟ์พูดเสียงเรียบ แต่บรรยากาศรอบข้างกลับดูหนักอึ้งขึ้นมาทันที "ฉันนั่งอยู่กับเด็กหนุ่มที่ชื่ออเล็กซ์ เขาเป็นคนของฉันและบ็อบบี้... ฉันได้ยินว่านายกำลังวุ่นวายกับเด็กที่ชื่อสไนเดอร์มากเกินไป เลิกยุ่งกับเขาซะ คืนอำนาจการเจรจาทุกอย่างให้อเล็กซ์ และอย่าให้ฉันเห็นชื่อนายในพาดหัวข่าวเรื่องการขัดขวางนักเตะดาวรุ่งอีก... เข้าใจที่ฉันพูดไหม? ฉันไม่อยากต้องเดินเข้าไปในบอร์ดบริหารเพื่อถอดถอนใครในสัปดาห์หน้า"
ปลายสายเงียบกริบ อเล็กซ์จินตนาการได้ถึงใบหน้าของเลโอที่คงจะซีดเผือดราวกับศพ
ครัฟฟ์วางสายแล้วหันมาทางอเล็กซ์ "หมาแก่ถูกล่ามโซ่แล้วอเล็กซ์ แต่นายต้องจำไว้... บารมีของฉันช่วยนายได้แค่ครั้งเดียว หลังจากนี้ นายต้องสร้าง 'จักรวรรดิ' ของตัวเองให้แข็งแกร่งพอที่ใครก็ไม่กล้าแตะ"
"ผมจะทำตามที่ท่านบอกครับ" อเล็กซ์ลุกขึ้นยืนพลางโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง
"ไปซะอเล็กซ์... ไปทำให้โลกฟุตบอลรู้ว่าเด็กดัตช์ไม่ได้มีดีแค่พรสวรรค์ แต่มีคนดูแลที่ฉลาดพอจะคุมเกมทั้งหมด" ครัฟฟ์หันกลับไปมองแม่น้ำตามเดิม เป็นการจบการสนทนาที่ทรงพลังที่สุดในชีวิตของอเล็กซ์
อเล็กซ์เดินออกจากบ้านพักของครัฟฟ์ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เขามีเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศแล้วในตอนนี้
-----