หลังกลับมาถึงลานหลังเขาของตระกูลเสิ่นเสิ่นเสวียนเลือกที่จะเก็บตัวฝึกฝนทันที
เพลิงชำระล้างปรากฏขึ้นที่มือซ้ายส่วนมือขวาถือสมุนไพรเอาไว้ เริ่มการปรุงยาระดับสี่เม็ดแรกในโลกใหม่แห่งนี้
ยากายาเย็นเยือกเป็นยาระดับสามอย่างไรก็ตาม ยากายาเย็นเยือกที่เขาปรุงขึ้นนั้นไม่ธรรมดา ทว่าเป็นยา ‘กายาเย็นเยือกน้ำแข็งอัคคี’ที่เขาปรับเปลี่ยนตามแบบฉบับของเขา
ในโลกใหม่นี้สมุนไพรคือวัตถุดิบที่สำคัญมากส่วนยาคือสิ่งฟุ่มเฟือย นักปรุงยาบางส่วนจะควบคุมใบสั่งยาของตน ไม่แจกจ่ายออกไปง่ายๆ
นี่อาจเป็นเหตุให้มียาในท้องตลาดน้อยมากแม้ในโลกใหม่นี้จะไม่มียากายาเย็นเยือก ทว่าเมื่อเสิ่นเสวียนบอกถึงสรรพคุณของยาออกไปจะต้องกลายเป็นสินค้ายอดนิยมอย่างแน่นอน
ยากายาเย็นเยือกน้ำแข็งอัคคีภายในผสมผสานไปด้วยพลังสองธาตุคือน้ำแข็งและไฟ เหนือกว่ายากายาเย็นเยือกที่มีเพียงธาตุเดียวถึงหนึ่งระดับเมื่อกินเข้าไปแล้ว ธาตุน้ำแข็งและธาตุไฟในร่างกายจะเกี่ยวพันเข้าด้วยกัน แปรเปลี่ยนเป็นร่างสองธาตุผลลัพธ์ที่ได้เพียงพอที่จะพลิกชะตาชีวิตเลยทีเดียว
ยาชนิดนี้คาดว่าจะอยู่ในห้าอันดับแรกรองจากขั้นหยวนก่อกำเนิด
ภายในเรือนไม้ ใบหน้าของเสิ่นเสวียนเริ่มมีเหงื่อไหลซึมควบคุมสองธาตุคือน้ำแข็งและไฟอยู่ใจกลางฝ่ามือ ตามหาจุดสมดุลของสมุนไพรทั้งหลายอย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนที่ยากที่สุดของการปรุงยาชนิดนี้ก็คือการตามหาจุดสมดุลของน้ำแข็งและไฟไม่ว่าจะเลยผ่านจุดนี้ไปหรือยังไม่ถึงจุดสมดุล จะทำให้ตัวยาเสื่อมลงในทันที เบาหน่อยก็ยาแตกสลายแต่ถ้ารุนแรงยาจะระเบิดตัวเอง และตนเองอาจโดนลูกหลงไปด้วย
แต่เป็นเพราะความทรงจำมากมายในหัวของเสิ่นเสวียนและพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของเขาจึงกล้าที่จะปรุงยากายาเย็นเยือกน้ำแข็งอัคคีขึ้นมาภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
หนึ่งชั่วยาม...ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วยามเต็มๆเสิ่นเสวียนที่เข้าสู่สภาวะการปรุงยาอย่างเต็มที่ถอนหายใจออกมา
ขั้นตอนสุดท้ายของการปรุงยากายาเย็นเยือกน้ำแข็งอัคคีเสร็จสิ้นลงแล้ว
หม้อยาขั้นต่ำใบนั้นที่ได้มาก่อนหน้านี้เห็นได้ชัดว่ามิอาจรับมืออานุภาพของยาระดับสี่ได้ ทำให้มันเกิดรอยแตกร้าวขึ้นเต็มไปหมด
แล้วเสิ่นเสวียนก็เอาขวดเล็กๆออกมาใบหนึ่ง บรรจุยากายาเย็นเยือกน้ำแข็งอัคคีสองสีแดงเขียวลงไป เขามองยาที่ปรุงสำเร็จแล้วพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจแม้ร่างนี้ทำให้สิ้นเปลืองแรงยิ่งกว่าเดิม แต่นับว่าเขาทำสำเร็จแล้ว
เสิ่นเสวียนหันมองท้องฟ้าด้านนอกแล้วพบว่ายังพอเหลือเวลาเล็กน้อยเขาจึงเอาสมุนไพรที่เหลืออยู่โยนลงหม้อ
สมุนไพรทั้งหมดห้าส่วน หากไม่รวมส่วนที่เสิ่นเสวียนปรุงไปแล้วครั้งแรกยังเหลืออีกสี่ส่วน
กล้าที่จะปรุงยาระดับสี่ขึ้นมาถึงสี่เม็ดแม้อยู่ในเมืองหลวงแห่งแคว้นชิงหยุน เกรงว่าจะหาได้ยากมาก
ส่วนเขาก็กล้าที่จะเล่นกับสมุนไพรเหล่านี้
เขาทำตามขั้นตอนก่อนหน้านี้แต่เมื่อเทียบกันแล้ว พลังจิตวิญญาณของเขากลับสิ้นเปลืองกว่าก่อนหน้านี้สี่ถึงห้าเท่า
ที่เสิ่นเสวียนต้องทำแบบนี้หนึ่งคือเขาไม่มีเวลา และสองคือเขาพบว่าระหว่างที่ตนเองปรุงยาอยู่ แม้พลังจิตวิญญาณจะสิ้นเปลืองไปมากแต่กลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขอเพียงปรุงยาสี่เม็ดนั้นสำเร็จพลังจิตวิญญาณของเขาจะบรรลุถึงขั้นแก่นทองคำระดับต้นได้อย่างมั่นคงที่สุด ความเร็วเช่นนี้แม้แต่เขายังไม่กล้าคิดเลยดังนั้นเขาจึงอยากลองดูอีกสักครั้ง
กาลเวลาผันผ่านไปเรื่อยๆ
ท้องฟ้าด้านนอกมืดลงขณะที่เสิ่นเสวียนกำลังปรุงยา
กระทั่งท้องฟ้ามืดสนิทแล้วเสิ่นล่างถึงพาร่างที่อ่อนเพลียเข้ามายังลานหลังเขาของตระกูลเสิ่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อทั่วทั้งร่างดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
ขณะที่เขากำลังจะเรียกเสิ่นเสวียนพลันเห็นแสงเพลิงสว่างวาบขึ้นภายในเรือนไม้ ทั้งยังมีพลังรุนแรงหลอมรวมขึ้นในนั้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
“นี่มัน!”
เสิ่นล่างมีพลังยุทธ์ขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดและยังเคยออกไปหาประสบการณ์จากโลกภายนอกมามากมาย เขาต้องรู้อยู่แล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในนั้น!
เขาสาวเท้าอย่างรวดเร็วไปยังเรือนไม้หลังนั้นทว่าตอนที่เขากำลังจะผลักประตูเข้าไป เขากลับหยุดลงแล้วเดินไปดูผ่านหน้าต่างแทน
ภายในเรือน เสิ่นเสวียนนั่งขัดสมาธิอยู่ที่พื้นเบื้องหน้ามีหม้อยาใบหนึ่งลอยอยู่ เพียงแต่ว่าหม้อยาใบนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวจนเกือบจะกลายเป็นเศษซากอยู่แล้ว
เขาเห็นเสิ่นเสวียนใช้มือซ้ายควบคุมเปลวเพลิงใช้มือขวาควบคุมสมุนไพร เพ่งพลังสมาธิทั้งหมดไปกับการหลอมรวมสมุนไพรและบีบอัดมันอย่างต่อเนื่องหม้อใบนั้นในสายตาเขากลายเป็นเพียงสิ่งของธรรมดาชิ้นหนึ่งเพราะตอนนี้มันทำได้แค่รองรับสมุนไพรอยู่เท่านั้น
ทุกคนต่างรู้ว่าขณะที่นักปรุงยากำลังปรุงยาอยู่นั้นหม้อยามีประโยชน์อย่างมหาศาล กล่าวได้ว่านักปรุงยาคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่นั้นครึ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับหม้อยาประโยชน์ของหม้อยาคือกระตุ้นความร้อน บรรจุสมุนไพร และประหยัดพลัง
ทว่าตอนนี้การกระทำของเสิ่นเสวียนทำให้เสิ่นล่างได้รับรู้ในสิ่งใหม่
ท้องฟ้ามืดลงแล้ว ทว่าเรือนไม้หลังเขากลับสว่างจ้าเสิ่นเสวียนปรุงยากายาเย็นเยือกน้ำแข็งอัคคีถึงสี่เม็ดในคราวเดียว จนลืมผลที่จะเกิดขึ้นไปจนหมดสิ้น
โชคดีที่เสิ่นล่างแสดงพลังปกคลุมเรือนหลังนี้ไว้อย่างทันท่วงทีพลังเหล่านี้จึงมิอาจเล็ดลอดออกไปได้ จนนำมาสู่ความวุ่นวายในภายหลัง
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม บ้านเรือนส่วนใหญ่ในเมืองอวี่ฮว่าดับไฟพักผ่อนกันแล้วตระกูลเสิ่นก็เงียบสงบแล้วเช่นกัน
เสิ่นเสวียนที่อยู่ภายในเรือนที่สุดแล้วก็หลอมรวมสมุนไพรเข้าไปในหม้อยาได้ทั้งหมดและผลจากการบีบอัดพลังเป็นเวลานาน...เขาทำสำเร็จแล้ว!
“เฮ้อ!ยากลำบากจริงๆ!”
เสิ่นเสวียนถอนหายใจแรง
“นี่มิใช่เรียกว่ายากแล้วแบบนี้เรียกว่าสัตว์ประหลาดต่างหาก!”
เสียงของเสิ่นล่างดังขึ้นจากด้านนอกน้ำเสียงทั้งตกใจทั้งดีใจ
ตระกูลเสิ่นมีนักปรุงยาปรากฏขึ้นแล้ว! เมื่อมีนักปรุงยาปรากฏตัวขึ้น ก็จะทำให้ตระกูลเสิ่นก้าวไปอยู่ในระดับเดียวกับตระกูลหานทันที
“ผู้อาวุโสใหญ่มาถึงตั้งแต่เมื่อไร”
เสิ่นเสวียนเห็นเสิ่นล่างยืนอยู่ข้างๆจึงถามด้วยความตกใจ แต่ก็ถูกต้องแล้ว พลังยุทธ์ของอีกฝ่ายเหนือกว่าตนมาก พลังจิตวิญญาณก็เหนือกว่าหากเขาคิดเข้ามาอยู่ภายในรัศมีหนึ่งจั้งนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
“ข้าดูเจ้าอยู่ที่นี่หนึ่งชั่วยามแล้วยาที่เจ้าปรุงขึ้นน่าจะถึงระดับสามใช่ไหม!”
เสิ่นล่างเดินมาเบื้องหน้าเสิ่นเสวียนอยากเห็นว่าภายในหม้อยานี้ปรุงยาระดับสามสำเร็จแล้วจริงหรือไม่ สามารถปรุงยาระดับสามได้โดยไม่พึ่งหม้อยาแม้แต่นักปรุงยาระดับสามยังทำไม่ได้เลย
“ระดับสาม หึๆ”
เสิ่นเสวียนยิ้มแปลกๆ ดูลึกลับจากนั้นเขาก็ยื่นมือไปเปิดฝาหม้อยาที่ปิดสนิทออก
ทันใดนั้นเอง กลิ่นยาหอมฟุ้งกระจายออกมารุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ปรุงยาหนึ่งเม็ดก่อนหน้านี้หลายเท่า
“นี่!นี่ไม่ใช่ระดับสาม!”
เสิ่นล่างได้กลิ่นหอมของยาทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปดวงตาพร่ามัวของเขาจ้องเขม็งอยู่ภายในหม้อยา ในนั้นมียาที่เหมือนกับหนึ่งเม็ดก่อนหน้านี้อยู่สามเม็ดส่วนอีกเม็ดหนึ่งเป็นสีดำ แสดงให้เห็นว่าไหม้ไปครึ่งเม็ดแล้ว
“น่าเสียดายที่ปรุงสำเร็จเพียงสามเม็ด”
เสิ่นเสวียนมองยาในหม้อ ส่ายหัวด้วยความเสียดาย
“นี่!นี่คือยาระดับสี่! ปรุงยาระดับสี่ขึ้นมาได้พร้อมกันถึงสามเม็ดอย่างนั้นหรือ”
เสิ่นล่างตกใจจนอ้าปากค้างเขากล่าวถามเสิ่นเสวียนเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ น่าเสียดายที่หม้อยาไม่ใช่ของชั้นดีไม่เช่นนั้นก็มีโอกาสมากที่จะปรุงยาสำเร็จทั้งสี่เม็ด”
เสิ่นเสวียนหยิบขวดใบหนึ่งออกมาแล้วเอายาสามเม็ดนั้นใส่ลงไป
“เจ้า!เจ้าปรุงยาระดับสี่ขึ้นมาได้ และยังปรุงยาได้พร้อมกันถึงสามเม็ด!”
เสิ่นล่างยังไม่หายจากอาการตื่นตกใจหากตระกูลเสิ่นมีนักปรุงยาระดับสี่ปรากฏตัวขึ้น เขาไม่อยากเชื่อเลย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงนักปรุงยาระดับสี่ที่สามารถปรุงยาขึ้นมาได้พร้อมกันถึงสามเม็ด
“ด้วยสมบัติชิ้นนี้พวกเราไปยังปากปล่องภูเขาไฟก็สามารถเอาชีวิตรอดได้แล้ว ไปกันเถอะ!”
เสิ่นเสวียนลุกขึ้นยืน เอาขวดใบนั้นเก็บลงในถุงแล้วเดินออกไปพร้อมกับเสิ่นล่าง
จันทราลอยเด่นบนท้องฟ้ามืดมิดทั้งสองคนเดินออกจากตระกูลเสิ่น หายลับไปตามถนนทอดยาว
ทว่าบนยอดกำแพงเมืองอวี่ฮว่ากลับมีชายชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่มองดูทั้งสองคนเดินออกไปเงียบๆ
“ดูเหมือนว่าสิ่งต่างๆกำลังเปลี่ยนไป”
เสียงแก่ชราแหบพร่าดังออกมาจากปากของคนผู้นั้นร่างของเขาเลือนรางลงอย่างช้าๆ ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดสนิท