เช้าวันต่อมา
เอเลนอร์นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้เป็ที่รัก ในขณะที่เขามองดูคนตรงหน้าพลางกระชับอ้อมแขนโอบรอบให้แน่นขึ้น หลงใหลในตัวเธอโดยไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนใจเขาได้
ชายหนุ่มเคยมีใบหน้าและรูปร่างงดงาม เรือนผมสีเทา ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเปล่งประกาย แต่เพราะาแต่ละครั้งหนักหนาสาหัสจึงทิ้งร่องรอยคมดาบเอาไว้นับไม่ถ้วน
ดวงตาข้างหนึ่งถูกคมดาบในาปราบฏครั้งสุดท้ายกลายเป็แผลผ่าเหนือคิ้วดวงตาข้างขวาลากยาวลงมาถึงกลางแก้ม ั์ตาข้างนั้นเปลี่ยนเป็สีเทาและบอดสนิท เขาไม่กล้ามาพบเธอด้วยรูปลักษณ์เช่นนั้น คิดว่าคงจะน่าเกลียดในสายตาหญิงสาวที่มีบุรุษชนชั้นสูงต่อแถวรออยู่มากมาย
แต่กระนั้น เอเลนอร์กลับยิ้มให้เขาเหมือนในวันวาน ปฏิบัติกับเขาไม่เปลี่ยนแปลง
พลันคิดถึงบทสนทนาคืนที่ผ่านมาแล้วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวของคนตรงหน้าเอื้อมแตะรอยแผลเป็ยาวพาดผ่านดวงตาข้างนั้น ััรอยแผลตามลำตัวเอ่ยถามเขาว่า “นาธาเนียล ยังเจ็บอยู่ไหมคะ”
“ไม่เจ็บแล้วครับ คุณไม่รังเกียจจริง ๆ เหรอ” แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเธอเลือกเขาแล้วแต่ยังอยากได้ยินคำยืนยันอีกครั้งเพราะน้ำเสียงของเธอเวลาพูดปลอบใจเขาช่างไพเราะ
“ไม่ว่าจะยังไงฉันก็รักคุณค่ะ นาธาเนียล” เอเลนอร์ยิ้มให้เขา “คุณยังคงเป็คนเดิมในความทรงจำของฉันเสมอ”
ขณะกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ร่างบางในอ้อมกอดเริ่มขยับเขาจึงรอกล่าวอรุณสวัสดิ์กับเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่สาวเ้ากลับหลบหน้าเพราะเื่ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืน กว่าจะยอมหันมองเขาเล่นต้องขู่ว่าขอทำอีกสักครั้งตอนเช้าคงจะดีไม่น้อย
หลังจากหยอกล้อกันหนำใจแล้ว นาธาเนียลจึงปล่อยให้เธอได้จัดการล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานอาหารเช้าร่วมกันกับคนอื่น ๆ ในครอบครัว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่” เอเลนอร์ทักทายดยุกและดัชเชสอาเบอร์ลีนด้วยน้ำเสียงนอบน้อม สีหน้าอิดโรยเล็กน้อยจนทำให้พวกเขามองหน้ากันแล้วจ้องบุตรชายคนที่สามด้วยสายตาตำหนิเพราะอีกฝ่ายกลับยิ้มร่าเริงสดใสกระชุ่มกระชวย
เขาเบือนหน้าหนีความผิด ทำตัวใกล้ชิดภรรยาไม่สนใจใครทั้งนั้นราวกับมีกันอยู่สองคน
บรรยากาศในคฤหาสน์อาเบอร์ลีนยังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา อาจจะเป็เพราะาสงบลงแล้วและบุตรชายทั้งสามกลับบ้านเกิดโดยไม่าเ็สาหัส ดยุกและดัชเชสอาเบอร์ลีนเลยพลอยโล่งใจไปเปราะหนึ่ง
สามพี่น้องจึงได้มีเวลาว่างพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ ไม่ต้องมีเื่การเมืองมากวนใจเสียที ระหว่างนั้น เอเลนอร์จามออกมาเพราะรู้สึกไม่สบาย เธอยังคงแพ้อากาศหนาวเหมือนอย่างเคยคงเป็เพราะมาจากเมืองเขตอบอุ่นอย่างพัลเลเน่จนนาธาเนียลนึกเป็ห่วงคนข้างกาย
“พาเอเลนอร์ไปฮันนีมูนที่ดิโมนาสิ ่นั้นอยู่คฤหาสน์ตากอากาศไปเลยก็ได้” เอโลอิชพี่ชายคนโตแนะนำเพราะเคยไปเที่ยวเมืองชายทะเลแถบนั้นมาก่อน
ดิโมนาคือจุดหมายที่ศิลปินในยุคสมัยนี้ต้องไปให้ได้เพราะสวยงามราวกับเป็สถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง บรรยากาศโรแมนติกก่อให้เกิดความคิดเชิงสร้างสรรค์จนใครหลายคนยกย่องให้เป็เมืองสำคัญของจักรวรรดิไลซีเทีย
ภาพวาดที่แขวนอยู่ในหอศิลปะจึงมักจะมีภาพของเมืองชายทะเลแห่งนี้ปรากฏอยู่เสมอ
“ฉันรู้ว่านายคงจะเป็ห่วงเื่หลังจากนี้ แต่พอเกษียณมาแล้ว องค์จักรพรรดิคงไม่ว่าอะไรนักหรอก หากเคานต์ เดอ ลีแวร์ยืนยันหนักแน่นว่าต้องอยู่ดวาลินน์ต่อไปเพราะภรรยาสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ฟินน์ พี่ชายคนรองกล่าวเสริม ในเมื่อมีเหตุผลเพียงพอ สหายคนสนิทของบิดาคงจะอนุโลมให้ได้
“นาธาเนียล ถ้าต้องไปอยู่ดินแดนทางเหนือจริง ๆ ฉันทนได้ค่ะ จุดเตาผิง ทานชาร้อน อยู่ไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน” เอเลนอร์ไม่อยากให้เขาลำบากใจ ปล่อยให้เขากังวลเื่งานเพียงอย่างเดียวก็พอแล้วเพราะเธอไม่อยากเป็ตัวถ่วงเขา
“แต่ไหน ๆ ก็อยู่ใน่หลังแต่งงาน ไปเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจเถอะ” เลดี้เมเบล ภรรยาของเอโลอิชบอกน้องเขย ในใจนึกอยากช่วยเอเลนอร์จัดการเตรียมข้าวของสำหรับเดินทางไกลั้แ่ตอนนี้
หวังว่าทั้งคู่จะมี่เวลาแสนสุขกันเพียงลำพังเพราะต่างฝ่ายต่างผ่านอะไรมามากเหลือเกิน
พี่ชายเห็นแววตาห่วงใยที่เขามีให้น้องสะใภ้ รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าสุขุมของหัวหน้าหน่วยกองอารักขาที่หนึ่ง ไม่นึกว่านาธาเนียลจะเผยให้เห็นมุมนี้อย่างง่ายดาย
สองสามวันต่อมา เคานต์ เดอ ลีแวร์จึงพาภรรยาเดินทางด้วยรถม้ามุ่งสู่เมืองดิโมนาตามกำหนดการ
เอเลนอร์มองภาพทิวทัศน์ฤดูหนาวระหว่างทางด้วยความตื่นเต้น เธอไม่เคยรู้เลยว่าสถานที่ข้างนอกเมืองพัลเลเน่จะสวยงามมากขนาดนี้
หิมะโปรยปรายปกคลุมต้นสนใหญ่ ขาวโพลนไปทั่วทั้งูเาเหมือนปุยเมฆจนนึกอยากะโลงไปนอนเล่นแล้วปั้นตุ๊กตาหิมะ
หากเธอแข็งแรงกว่านี้สักหน่อยคงทำอะไรตามใจไปนานแล้ว เวลานี้จึงนึกเสียดายเล็กน้อยเอาไว้ฤดูหนาวปีหน้าค่อยเอ่ยชวนนาธาเนียลเล่นลากเลื่อนเหมือนเด็กน้อยสักครั้งในชีวิต
การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำใหม่ ๆ มากมาย เธอนึกขอบคุณเขาอยู่เสมอที่ยังคงรักษาสัญญา แม้ตอนนั้นจะยังเยาว์วัยมากจนอาจลืมคำมั่นไปแล้วก็ตาม
เขาเห็นเธอเอาแต่สนใจภาพด้านนอกรถม้าจึงเอนศีรษะพิงไหล่เธอพลางสอดแขนรอบเอวกอดแนบกาย
“คุณไม่สนใจผมเลยเหรอครับ” น้ำเสียงนั้นฟังดูน้อยใจเล็กน้อยแต่เป็เพียงเพื่อหยอกเล่นเท่านั้น กระนั้น หญิงสาวกลับลนลานรีบบอกเขาไปเพราะไม่อยากให้เข้าใจผิด
“เปล่านะคะ ฉันแค่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ขอโทษนะคะ นาธาเนียล” แววตาใสซื่อราวกับสำนึกผิดจ้องคนข้างกาย ดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ยังคงทำให้เขาตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ถ้าคุณอยากจะขอโทษจริง ๆ หอมแก้มผมได้ไหมครับ” เขายื่นข้อเสนอออกไปคิดว่าหญิงสาวคงจะรีรอเขินอายแต่เพราะกลัวว่าเขาอาจน้อยใจจึงรีบโผเข้าหาแล้วหอมแก้มอย่างที่เขาบอก พลันพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “อย่าโกรธฉันเลยนะคะ”
“ผมจะกล้าโกรธคุณได้ยังไง ผมรักคุณมากขนาดไหนรู้ไหมครับ”
“แต่เมื่อกี้…”
“ผมแค่อยากให้คุณสนใจผมมากกว่าภาพข้างนอกรถม้า อยากให้คุณหอมแก้มแล้วก็กอดผมเท่านั้นเอง” นาธาเนียลไม่ปิดบังความในใจ รู้ว่าเวลานี้อยากได้อะไรคนตรงหน้าคงเต็มใจทำให้หมด
ชายหนุ่มยังคงออดอ้อนให้เธอทำอย่างนั้นอย่างนี้ตามใจตลอดหนึ่งเดือนที่ทั้งคู่ฮันนีมูนในเมืองดิโมนา ผ่านวันและคืนไปด้วยกันอย่างเชื่องช้า สร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาและสาบานต่อหน้ารูปปั้นโบสถ์อันเลื่องชื่อว่าจะรักและดูแลกันตลอดไป
ทว่า ยิ่งได้ใช้ชีวิตกับเธอมากขึ้นเท่าไหร่ ความสงสัยเื่บางอย่างในใจของเขากลับเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เอเลนอร์ถูกคนทำร้ายได้รับาเ็ที่ศีรษะ คนในตระกูลเคานต์เอเวอร์เลตเป็ห่วงเธอมากนักเพราะอาการร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียความทรงจำ
ใน่นั้น เขากำลังเดินทางกลับจากเมืองชายแดนจึงไม่รู้เลยว่าเกิดเื่แบบนี้ขึ้น ได้ยินเพียงคำบอกเล่าของเคานต์เอเวอร์เลตเท่านั้น
เขากล่าวว่าถ้าเธอพยายามนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นหรือเื่ในอดีตเมื่อใด เอเลนอร์จะเป็ลมหมดสติไปทุกครั้ง ดังนั้นหมอที่ทำการรักษาจึงให้คำแนะนำว่าการรื้อฟื้นคงไม่ใช่เื่ดีเสมอไปเพราะอาจทำให้เธอจดจำวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตได้
วันนั้น เซซิเลีย เอเวอร์เลต น้องสาวแม่เดียวกันกับเธอถูกคนร้ายคนเดียวกันแทงที่ท้องจนเสียชีวิต อาจจะเป็สาเหตุที่เธอไม่อยากจดจำเื่เลวร้ายนั้นเพราะเธอรักน้องสาวคนนี้มาก
กระนั้น คนที่สูญเสียความทรงจำไปกลับจำเื่ราวของเขาได้เป็อย่างดี นิสัย การพูด ท่าทาง ความคิดของเธอกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจนนึกว่าคนตรงหน้าเขาในเวลานี้เป็คนอื่นที่ไม่ใช่คนรักของตัวเอง
“นาธาเนียล กำลังคิดอะไรอยู่คะ ฉันเรียกคุณั้แ่เมื่อครู่แล้ว” เอเลนอร์รินน้ำชาให้เขาเหมือนอย่างเคย ท่าทางนอบน้อมของเธอยิ่งทำให้เขาแปลกใจ
ไม่ใช่ว่าการกระทำที่เธอมีต่อเขาจะไม่ดีหรืออย่างไร แต่มันกวนใจเขามากเกินไปเพราะหากเป็เอเลนอร์ที่เขารู้จักคงจะคิดเห็นและกระทำอีกแบบหนึ่งมากกว่า มิหนำซ้ำคนร้ายตัวจริงยังลอยนวลเขาไม่อาจปล่อยให้เป็อย่างนั้นได้
นาธาเนียลจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งส่งหาลอร์ดวินสตัน ผู้ช่วยงานของเขาให้ตามหาคนร้ายที่หลบหนีไปและสืบเื่ราวเพิ่มเติมอย่างลับ ๆ
หลังกลับมาดวาลินน์ได้ไม่ถึงห้าวันพลันได้ข่าวคราวจากผู้ช่วยว่าสามารถจับกุมคนที่ลอบทำร้ายบุตรสาวทั้งสองคนของตระกูลเคานต์เอเวอร์เลตได้แล้ว
คำสารภาพของเคานต์เอ็ดมันด์ ไวแอตต์ คนร้ายในคดีนี้กลับทำให้เขาตะลึงงันไม่คาดฝัน ความจริงที่ว่าเสียดแทงหัวใจไม่มีชิ้นดีเพราะคนที่ถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายนั้นไม่ใช่เซซิเลียแต่ว่าเป็เอเลนอร์ เอวอร์เลตผู้หญิงที่เขารัก
หากเป็เช่นนั้นแล้ว เอเลนอร์ที่อยู่ข้างเขา แท้จริงแล้วเป็ใครกันแน่