ข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 75 ตัวตนของอวี่เหลียนเอ๋อร์

            เหยาเชียนเชียนรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นเผือกร้อนลวกมือ [1] โดยแท้ ในขณะที่นางกําลังครุ่นคิดว่าจะเอาของไปทิ้งที่ใดก็เหลือบไปเห็นแมวดําที่นิ่งค้างอยู่ตรงหน้าต่างเสียก่อน

             “นี่ เจ้ามาได้อย่างไร” เหยาเชียนเชียนวางตราประทับลงและเข้าไปอุ้มมันขึ้นมา “เมื่อวานข้ารอทั้งคืนก็ไม่เห็นเจ้า ทำข้าเป็นห่วงแทบตาย”

             แมวดำถูกนางอุ้มไว้ในอ้อมแขน ดวงตาก็มองไปยังตราประทับที่อยู่บนโต๊ะอย่างห้ามไม่ได้ หากไม่ได้มองผิดไป นั่นเหมือนจะเป็นของเป่ยเซวียนเฉิง

             “เมื่อคืนโชคดีที่มีเจ้า” เหยาเชียนเชียนอุ้มมันและกลับไปนั่งข้างโต๊ะ พลางกล่าวถึงเหตุการณ์ชวนใจหายใจคว่ำเมื่อคืนวาน จนถึงยามนี้สติของนางก็ยังไม่คืนกลับมา

             “หากไม่เห็นว่าเจ้าอยู่ข้างหน้า ข้าก็คงไม่หนีไปกับอวี่เหลียนเอ๋อร์ และยิ่งไม่รู้ว่าท่านอ๋องเตรียมแผนไว้ก่อนแล้ว เพียงแค่รอให้นางเข้าไปติดกับเท่านั้น”

             แมวดำนั่งฟังด้วยสภาพที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันอยากถามเหลือเกินว่าตราประทับแท่งนี้มาจากที่ใด ทว่าติดที่มันไม่สามารถปริปากพูดได้ จึงทำได้เพียงยื่นอุ้งเท้าเล็กๆ ออกไปเขี่ยตราประทับเบาๆ สองสามครั้ง

             ทั้งที่นางเคยบอกกับเขาหลายครั้งหลายหนแล้วว่านางไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับเป่ยเซวียนเฉิงอีกแล้ว ทว่าเหตุใดถึงยังเก็บตราประทับของเขาไว้ เป่ยเซวียนเฉิงไม่มีทางมอบของเช่นนี้ให้ผู้อื่นอย่างง่ายดายเป็นแน่ ตกลงแล้วในยามนั้นนางกับเป่ยเซวียนเฉิงเปิดใจให้กันถึงขั้นใดกันแน่?

             “เลิกเล่นมันได้แล้ว” เหยาเชียนเชียนลูบตัวแมวดำเบาๆ “นี่มันไม่ใช่ของดีอะไร หากท่านอ๋องเห็นเข้าข้าจะถูกสงสัยอีก”

             แมวดำมองนางแวบหนึ่ง ยังถือว่านางมีสติอยู่บ้าง ของชิ้นนี้อย่าว่าแต่เขาเห็นเลย หากมีผู้ใดสักคนรู้เข้านางก็อธิบายไม่ได้เช่นกัน

             เหยาเชียนเชียนอุ้มแมวดำไว้พลางสางขนให้ ลูบไปสักพักหนึ่งก็วางมันลงบนโต๊ะ

             “เจ้าทำตัวดีๆ หน่อยนะ อาศัยจังหวะที่ท่านอ๋องยังไม่กลับมา ข้าต้องรีบหน่อยแล้ว”

             แมวดำวางอุ้งเท้าบนขอบจอกน้ำชาใบหนึ่งและมองนางอย่างจนใจ นางกำลังทำอะไรปิดบังเขาอีกเล่า เปิ่นหวังไม่คู่ควรให้เจ้าเชื่อใจถึงเพียงนั้นเลยหรือ?

             แน่นอนว่าเหยาเชียนเชียนไม่ได้ยินความคิดในหัวของแมวดำ นางพบตราประทับของเป่ยเซวียนเฉิงโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นทำให้นางยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้นไปอีก รอบตัวนางยังมีของอันตรายเช่นนี้ซ่อนไว้อีกมากเท่าไรกัน นางจะต้องหาของทั้งหมดให้เจอจงได้

             เหยาเชียนเชียนรื้อค้นจนแทบจะทั่วห้องของตัวเองตลอดทั้งช่วงเช้า โชคดีที่นอกจากตราประทับชิ้นนั้นก็ไม่มีสิ่งของอื่นใดแล้ว

             “ครั้งนี้ก็น่าจะวางใจได้บ้างแล้ว”

             นางคว้าหมอนข้างที่อยู่ข้างตัวส่งๆ เตรียมจะไปกินของว่างสักเล็กน้อยก่อนแล้วค่อยกลับมาจัดการทำความสะอาด นางเหนื่อยล้าเหลือเกิน

             “ข้าจำได้ ดูเหมือนว่าหมอนใบนี้ก็จะนำมาจากจวนตระกูลเหยาเช่นกัน” นางพึมพำกับตัวเอง สายตาเหม่อมองไปที่มุมด้านหนึ่งของหมอน “จวนชิงผิงอ๋องไม่มีสิ่งใดเลยหรืออย่างไร นางถึงได้เอามาเองโดยที่ไม่กลัวยุ่งยาก”

             เหยาเชียนเชียนพลิกตัวลุกขึ้นและคว้าหมอนมานวดย้ำๆ แมวดำเห็นเหตุการณ์ก็กระโดดขึ้นไปบนขานางและแหงนหน้าขึ้นถูไถไปมา เนื้อสัมผัสของเขาดีกว่าหมอนมากโข

             นวดตัวเปิ่นหวังสิ

             เหยาเชียนเชียนลูบตัวมันสองครั้งอย่างปลอบประโลมและหยิบกรรไกรจากตลับบนหัวเตียงออกมา ก่อนจะค่อยๆ ตัดหมอนใบนั้น

             ข้างในหมอนคือเมล็ดเฉียวม่าย [2] ทว่านางพยายามรื้อค้นแล้วแต่กลับรื้อออกมาได้เพียงกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กและเรียวบางอันหนึ่ง มีความยาวราวหนึ่งฝ่ามือและมีความหนาประมาณนิ้วมือเท่านั้น

             เหยาเชียนเชียนลมหายใจสะดุด ไม่คิดเลยว่าจะมีของอยู่จริงๆ นางเปิดมันออกด้วยจิตใจที่สับสน ข้างในมีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง นางจึงคลี่ออกและอ่านอย่างละเอียด ดูเหมือนกับเป็นเทียบยาแผ่นหนึ่ง

             “หรือว่านี่คือเทียบยาที่อวี๋ผินขอจากข้าในยามนั้นหรือ?”

             เหยาเชียนเชียนอ่านอย่างละเอียดอีกรอบหนึ่ง ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ สิ่งที่ได้มาไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปจริงๆ ไม่คิดเลยว่าเจ้าของร่างเดิมจะเก็บไว้ และยังซ่อนไว้ในที่ลึกลับเช่นนี้อีก

             หรือว่านางกลัวว่าวันหนึ่งตัวเองอาจไม่สามารถอยู่เคียงข้างองค์ชายสามได้ ดังนั้นจึงเก็บรักษาไว้ด้วยวิธีนี้ เพื่อให้องค์ชายสามใช้รักษาร่างกายต่อไป?

             “ช่างหลงใหลในรักเหลือเกิน” เหยาเชียนเชียนกล่าวอย่างทอดถอนใจ “น่าเสียดาย สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย”

             แมวดำมองนางจากข้างหลังอย่างเงียบเชียบ มันได้ยินเสียงพึมพำของเหยาเชียนเชียนแว่วๆ แต่กลับได้ยินเสียงถอนใจอย่างเศร้าโศกของนางได้อย่างชัดเจน

             นางกล่าวว่าตัวเองหลงใหลในรัก ผลคือสุดท้ายแล้วกลับถูกหักหลังอย่างนั้นหรือ?

             เป่ยเซวียนเฉิงมีอะไรดีกัน แมวดำเลียอุ้งเท้าเล็กน้อย ทั้งสติปัญญา ความกล้าหาญ ทั้งความปราดเปรียว และความน่ารักก็ล้วนเทียบกับเปิ่นหวังไม่ได้สักอย่าง ชิ! นางทอดถอนใจเพื่อคนผู้นั้นมันคุ้มค่าแล้วหรือ

             สิ่งที่เป่ยเซวียนเฉิงให้นางไม่ได้ เขาสามารถชดเชยให้นางได้ทั้งหมด สิ่งที่เขามีคือสิ่งที่เป่ยเซวียนเฉิงไม่สามารถมอบให้นางได้ ความไว้วางใจมอบให้ผิดผู้ผิดคน ยามนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะสำนึกตัว เปิ่นหวังจิตใจกว้างขวาง ไม่คิดหยุมหยิมแน่นอน

             “เสี่ยวไกวไกว มาตรงนี้สิ” เหยาเชียนเชียนกวักมือเรียกมัน “เจ้าว่าข้าจะจัดการของเหล่านี้อย่างไรดี เทียบยานี้ข้าอาจจะเก็บมันไว้ได้ ถึงอย่างไรก็ไม่เคยมีผู้ใดรู้ถึงการมีอยู่ของมัน แต่ตราประทับอันนี้เล่าจะทำอย่างไรดี?”

             ทำลาย? โยนทิ้ง?

             ทว่าองค์ชายสามไม่ร้อนใจเลยหรือที่สิ่งของสำคัญขนาดนี้หายไป?

             นางตัดสัมพันธ์กับเขาต่อหน้าธารกำนัลไปแล้ว เหตุใดเขาถึงยังไม่เอาของสิ่งนี้กลับคืนไปอีก เก็บไว้กับคนที่ไม่สนับสนุนตัวเองก็อาจจะมีอันตรายได้ทุกเมื่อไม่ใช่หรือ

             “ดูไม่ออกเลยว่าองค์ชายสามจะไว้วางใจข้ามากถึงเพียงนี้” นางพึมพำ “ยามที่พบกับเขาสองต่อสอง เขาก็ไม่ได้เอ่ยว่าต้องการตราประทับของตัวเองคืนด้วยซ้ำ”

             แมวดำสะบัดหางอย่างเย้ยหยัน จะมีอะไรเล่า บางทีตัวเขาเองอาจรู้อยู่แล้ว ว่าเขาก็ไม่ได้มีอำนาจใดมากมาย ต่อให้ถือครองตราประทับนี้ไว้ก็ไม่อาจกระทำสิ่งใดได้ เพียงแค่เก็บไว้เป็นของเล่นเท่านั้น

             ทว่าของสิ่งนี้ สุดท้ายแล้วก็ไม่ควรเก็บไว้กับตัวหวังเฟยของเขาอยู่ดี แมวดำครุ่นคิดเล็กน้อย ลุกขึ้นกระโดดออกจากอ้อมแขนของเหยาเชียนเชียนและวิ่งออกไปไกลอย่างรวดเร็ว

             เหยาเชียนเชียนคว้าตัวมันไว้ไม่ทัน ทำได้เพียงปล่อยให้อีกฝ่ายวิ่งแล่นจากไปและลอบถอนหายใจอยู่ในใจ เหตุการณ์เมื่อคืนยังไม่ทันได้กล่าวกับมันดีๆ เลย นางมักจะรู้สึกว่าเสี่ยวไกวไกวไม่ใช่แมวธรรมดา มันฉลาดมาก

             “หวังเฟย” เด็กรับใช้เคาะประตูจากข้างนอก “จัดการสวนเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ หวังเฟยจะเสด็จไปทอดพระเนตรสักหน่อยหรือไม่?”

             เหยาเชียนเชียนตอบรับคำ ก่อนจะยัดเทียบยาและตราประทับเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างลวกๆ ในสวนถูกจัดการเก็บกวาดอย่างสะอาดสะอ้าน นอกจากแผนที่จัดวางกำลังคุ้มกันนครหลวงที่อวี่เหลียนเอ๋อร์จงใจฝังไว้ครั้งก่อน ก็ดูเหมือนจะไม่มีสิ่งอื่นใดแล้วจริงๆ

             “พวกเจ้าไปหาเมล็ดพืชผักจำนวนหนึ่งมา และย้ายต้นทับทิมสองต้นนั้น จากนั้นก็ปลูกไว้ตรงนี้ด้วยกัน ท่านอ๋องชอบมองพวกมันผลิดอก”

             ต้นทับทิม...ก็สามารถเข้าใจได้ ทว่าเรื่องหาเมล็ดพืชผัก เหล่าบ่าวไพร่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก และแจ้งต่อเหยาเชียนเชียนอย่างอ้อมค้อมว่า ที่จริงแล้วในจวนอ๋องมีแปลงผักอยู่ มีผักที่เหล่าเจ้านายโปรดปรานมากมาย และผักเหล่านั้นล้วนเป็นผักที่คนในจวนปลูกกันเอง ไม่ได้ผ่านมือผู้อื่น

             “เช่นนั้นก็พอดีเลย” เหยาเชียนเชียนพยักหน้า “ไปถามทางห้องเครื่องเล็กก็รู้ได้แล้วว่าปกติข้าชอบผักชนิดใด ทีนี้ก็ไม่ต้องไปแย่งอาหารกับท่านอ๋องแล้ว ปลูกไว้เองบ้างก็ดีเหมือนกัน”

             ทันทีที่ชิงผิงอ๋องเข้ามาก็ได้ยินประโยคนั้นแล้ว หรือว่าระยะนี้เขาทำให้นางรู้สึกว่าเขาปฏิบัติต่อนางไม่ดีอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?

             เหตุใดต้องขุดดอกไม้ในสวนออก และเปลี่ยนมาปลูกพืชผักผลไม้แทน

             เหยาเชียนเชียนผินใบหน้าไปก็เห็นชิงผิงอ๋อง นางโค้งคำนับแสดงความเคารพอย่างรู้สึกผิด เหล่าบ่าวไพร่ที่ไม่รู้สถานการณ์ก็คุกเข่าตามไปด้วย

             “ถวายบังคมท่านอ๋อง เสด็จกลับมาแล้วหรือเพคะ”

             ปฏิกิริยานี้ทำให้เป่ยเหลียนโม่พยายามกดมุมปากของเขาไว้ แม้ว่าเขาจะไม่ทราบเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เมื่อโดนนางปฏิบัติต่อกันเช่นนี้ย่อมต้องเกิดความสงสัย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตกใจมากแล้วถึงได้เลิกหยอกล้อนางเล่น

             “ลุกขึ้นเถิด” เขากล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปข้างใน “ได้ยินว่าเจ้าไปพบอวี่เหลียนเอ๋อร์มา นางพูดอะไรกับเจ้าบ้างเล่า?”

             เหยาเชียนเชียนมองเขาผลักประตูห้องเข้าไปต่อหน้าต่อตาพลางหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง

             ภายในห้องรกเละเทะไปหมด หมอนพังๆ ที่นางตัดเพื่อเปิดดูข้างในก็ยังอยู่บนพื้น เมล็ดเฉียวม่ายกระจัดกระจายไปทั่ว ชิงผิงอ๋องมองไปทางนางอย่างอดไม่ได้ พลางคิดในใจว่าเขารีบมาเกินไปหน่อย

             “คือ...คือเมื่อครู่ในห้องมีหนูเพคะ” เหยาเชียนเชียนกัดฟันพูด “ก็เลยรกไปสักหน่อย ขายหน้าท่านอ๋องแล้วเพคะ”

             น่าขันยิ่งนัก นัยน์ตาของเป่ยเหลียนโม่ปรากฏแววขบขันหลายส่วน เขาเลือกเก้าอี้ที่สะอาดสักหน่อยตัวหนึ่งมาและนั่งลง

             “อวี่เหลียนเอ๋อร์ผู้นี้ เปิ่นหวังไม่คิดจะไว้ชีวิตนาง”

             การเคลื่อนไหวของเหยาเชียนเชียนหยุดชะงัก นางทอดมองไปทางชิงผิงอ๋องด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรอวี่เหลียนเอ๋อร์ก็ยังเป็นเด็ก แม้ว่าคนผู้นั้นจะใส่ร้ายนาง แต่หากต้องมาตายเพราะนางจริงๆ นางก็คงรู้สึกผิดอยู่ในใจ

             “ท่านอ๋อง ยามนี้นางเพิ่งอายุไม่กี่ปีเองนะเพคะ พระองค์ดูสิ หากเลี้ยงไว้ข้างกายและอบรมสั่งสอนให้ดี จะสามารถให้โอกาสนางกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้หรือไม่?”

             เป่ยเหลียนโม่มองนางและพยักหน้าน้อยๆ ทว่าคำที่กล่าวออกมานั้นหนักแน่นยิ่งนัก

             “ไม่ได้เด็ดขาด หวังเฟยอย่าได้คิดเรื่องเหล่านั้นเลย”

             เหยาเชียนเชียนเม้มปาก จะต้องฆ่าเด็กคนนั้นให้ได้เลยจริงๆ หรือ? เขาด่วนตัดสินใจเกินไปหน่อยหรือไม่?

             “มีเรื่องหนึ่งที่เปิ่นหวังกำลังจะแจ้งแก่หวังเฟยโดยละเอียด” เป่ยเหลียนโม่ยกมุมปากขึ้น “หวังเฟยเห็นสภาพอวี่เหลียนเอ๋อร์เหมือนเด็กอายุราวเจ็ดแปดปีเช่นนั้น ทว่าแท้จริงนางอายุยี่สิบแปดปีแล้ว”

             “อะ...อะไรนะ?”

             เป่ยเหลียนโม่กล่าวเสียงเรียบ “มีคนประเภทหนึ่งที่จะจับตัวเด็กกลุ่มหนึ่งมาและกรอกยาให้ตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เด็กกลุ่มนั้นไม่เติบโตขึ้นอีก ร่างกายจะหยุดอยู่ที่วัยเด็กตลอดไป อวี่เหลียนเอ๋อร์ก็กินยานั้นเข้าไปเช่นกัน เพราะฉะนั้นนางไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาอย่างเช่นที่เจ้าคิดเลย” 

             เหยาเชียนเชียนแยกไม่ออกว่านางตกใจหรือว่าปวดใจกันแน่ แต่ที่น่าสงสารยิ่งกว่าก็คือเด็กเหล่านั้นที่ถูกทำลายชีวิตจนพังย่อยยับ

             นางกล่าวว่าเคยได้ยินเรื่องราวบ้าๆ เหล่านี้มาบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เหยื่อปรากฏตัวต่อหน้านางจริงๆ

             “ทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร?” เหยาเชียนเชียนไม่เข้าใจ

             “หรือเพียงเพื่อทำให้ผู้คนสงสารและเป็นการหาเงินเท่านั้นหรือ อย่างเช่น...อย่างเช่นที่อวี่เหลียนเอ๋อร์ถูกบังคับให้ทำการแสดง และฝึกงูอะไรทำนองนั้น”

             เป่ยเหลียนโม่หัวเราะเบาๆ ผู้ใดบอกนางกัน ในคราแรกอวี่เหลียนเอ๋อร์บอกว่าถูกบังคับให้ทำการแสดง หากนางไม่วางกลอุบายทำร้ายร่างกายตัวเองเช่นนั้น เหยาเชียนเชียนจะเชื่อและพานางกลับจวนอ๋องอย่างง่ายดายหรือ?

             “โดยทั่วไปแล้ว การดัดแปลงร่างกายให้ตัวเล็กลงโดยมนุษย์ประเภทนี้จะใช้เพื่อขายให้แก่ย่านโสเภณี ทว่าการเร่แสดงกายกรรมเป็นเพียงวิธีที่ง่ายที่สุด” เป่ยเหลียนโม่กล่าวอย่างสบายๆ “จิตใจมนุษย์นั้นล้ำลึกเพียงใด หวังเฟยคงไม่อาจจินตนาการได้”

             เหยาเชียนเชียนไม่กล้ามองเขาด้วยไม่อยากจะเชื่อ นางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะพูด ทว่าความรู้สึกสะอิดสะเอียนผสมกับความโกรธทำให้นางรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนทำเรื่องที่น่าขยะแขยงเช่นนี้ได้ หากมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้างก็คงไม่ลงมือทำเรื่องเช่นนี้!

             “เช่นนั้น...เช่นนั้นอวี่เหลียนเอ๋อร์ก็เป็นเช่นนั้นหรือเพคะ?”

             ถูกคนกรอกยาเพื่อทำให้ร่างกายหยุดเติบโตตั้งแต่เด็ก และใช้รูปลักษณ์เช่นนั้นตลอดไป...

             มิน่าเล่า ในคืนนั้นถึงได้เห็นนางผัดแป้งทาหน้าอย่างช่ำชองเพียงนั้น เหยาเชียนเชียนรู้สึกหัวใจหนักอึ้งชั่วครู่

             “วิธีการประเภทนี้ แม้จะผิดมนุษยธรรมและการเลี้ยงดูจนโตก็ไม่ได้ง่ายดาย แต่ก็ยังคงมีคนไม่น้อยที่ยินดีทำ เพียงคนเดียวก็มีมูลค่าราวกับทองพันชั่ง”

             เหยาเชียนเชียนส่ายหน้า “ไม่ต้องพูดแล้วเพคะ”

             เป่ยเหลียนโม่พยายามโอบนางเข้าสู่อ้อมแขน เขาให้นางพิงลงบนไหล่ของตัวเองและลูบแผ่นหลังของนางเบาๆ 

             “ไม่เป็นไร ให้เป็นหน้าที่ของเปิ่นหวังก็พอ เจ้าไม่ต้องยุ่งเกี่ยวอะไรทั้งนั้น”

             เหยาเชียนเชียนขมวดคิ้วมุ่น ในคราแรกนางก็รับเรื่องราวเหล่านี้ไม่ไหวอยู่แล้ว นางอิงซบลงบนไหล่ของเป่ยเหลียนโม่ พลางสูดกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกใจสงบ และเอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

             “ท่านอ๋อง อวี่เหลียนเอ๋อร์ต้องตายเท่านั้นหรือเพคะ?”

             เป่ยเหลียนโม่ชะงักไปชั่วครู่และตอบเบาๆ ว่า “นางมีเหตุผลที่ต้องตาย”

     

             เชิงอรรถ

             [1] เผือกร้อนลวกมือ หมายถึง เรื่องราวหรือปัญหาที่แก้ไขยากหรือรับมือยาก ประหนึ่งเผือกร้อนๆ ที่เมื่อถือเอาไว้ก็มีแต่จะลวกมือให้พอง

             [2] เฉียวม่าย หมายถึง เมล็ดบัควีท

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392