"โอ้โหดูสิใครมา"เสียงดังขึ้นจากโรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองZ
หลังจากที่วิสขับรถมาส่งออสแล้วบอกว่าจะตามเข้าไปทีหลัง ออสก็เดินเข้าโรงแรมที่เป็นสถานที่จัดงานถึงแม้ว่าตอนแรกออสจะไม่รู้ว่างานจัดที่ไหนแต่ด้วยความที่เจ้าของงานเป็นคนมีชื่อเสียในเมืองจึงไม่ได้หายากอะไรนัก
ทันทีที่เดินมาถึงหน้าทางเข้าก็มีเสียงทักขึ้นทันที ชาย3คนที่เป็นคนในกลุ่มของพงษ์เดินเข้ามาขวางออสทันที
"ไงไม่อยากเชื่อว่ามึงจะกล้ามางานวันเกิดพงษ์เลยนะ ว่าแต่ไหงมามือเปล่าวะของขวัญอะไม่คิดจะหยิบติดมารึไง"
"บ้าเปล่าไอ้นี่มันจะมีเงินไปซื้อของขวัญอะไรได้"
"คงหวังมากินฟรีหละสิ"
ออสไม่สนใจเขาตัดสินใจเดินอ้อมไปทันที กับไอ้พวกนี้คุยไปก็เสียเวลาเปล่า
"จะไปไหน"แน่นอนว่าไอ้พวกนี้มันไม่ยอมให้เขาผ่านไปดีๆอยู่แล้วทั้งสามคนเดินมาขวางทางออสทันที
"พงษ์มันไม่มีทางเชิญมึงอยู่แล้วกูว่ามึงกลับไปดีกว่าอย่าหาเรื่องเลยน่า"
"ไม่ต้องห่วงกูไม่ไปแตะของในงานไอ้พงษ์อยู่แล้ว แค่มาหาเพื่อนเดี๋ยวก็กลับ"ออสสวนทันทีแต่ยังไม่ทันที่ทั้งสามคนตรงหน้าจะได้พูดอะไรก็มีอีกเสียงดังขึ้นก่อน
"ไม่เอาน่าอย่ามีเรื่องกันสิ งานวันเกิดฉันทั้งทีนะ มันอยากจะเข้ามาก็ให้เข้าไปวันนี้ฉันอารมณ์ดีเป็นพิเศษ กินได้เต็มที่เลย"ไอ้พงษ์นั่นเอง มันตั้งใจจะมาบอกเพื่อนๆในกลุ่มที่ออกมาช่วยต้องรับคนว่างานจะเริ่มแล้วให้เข้าไปแต่ก็ต้องแปลกใจที่เห็นออสยืนอยู่
ก็ดีนึกว่าต้องโทรหาจูนซะแล้ว
พอได้ยินแบบนั้นออสก็เดินผ่านเข้าไปในงานทันทีโดยไม่พูดอะไร
"อะไรวะแม่งไม่ขอบคุณสักคำ ว่าแต่มึงนึกยังไงให้มันเข้าไปเนี่ย"ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาขวางทางออสพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจก่อนจะหันไปถามพงษ์
"ช่างมันวันนี้อยากให้มีแต่เรื่องดีดีหวะ ไม่อยากเสียอารมณ์"พงษ์ตอบพลางหันไปมองออสที่เดินเข้างานไปด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์
หึจะได้รู้ว่าเราต่างชั้นกันขนาดไหนวันนี้ให้แกกินฟรีสบายๆสักวันเพราะหลังจากนี้กูจะทำให้มึงตกนรกทั้งเป็น
หลังจากนั้นพงษ์ก็ลากเพื่อนทั้งสามคนเข้าไปในงาน
ภายในงานออสที่เดินเข้ามาก็มองไปทั่วสถานที่จัดงานคือห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมระดับ4ดาวซึ่งสูงที่สุดในเมืองนี้แล้วถึงแม้โรมแรมระดับนี้จะไม่ได้หรูหราอะไรมากถ้าเทียบกับโรงแรมระดับสูงที่อื่นๆในประเทศ แต่สำหรับเมืองนี้ที่นี่ถือว่าหรูหราเลยทีเดียว
ออสกวาดสายตาไปทั่วก่อนจะเจอจูนที่นั่งคุยกับผู้ใหญ่โต๊ะหน้าสุด ตอนแรกเขาคิดว่าน่าจะเดินไปทักแต่ก็ตอนหยุดเพราะไอ้พงษ์มันเดินไปนั่งที่โต๊ะนั้นด้วยทำให้เขาเปลี่ยนใจทันที
ตอนนี้ต้องมองหาแพรก่อน ถ้าพาออกไปได้ก่อนงานเริ่มก็ดี
หลังจากที่มองไปรอบๆ ทั้งงานน่าจะมีโต๊ะอยู่ราวๆ 30 คำนวนคร่าวๆน่าจะมีแขกราวๆ300คนได้เรียกว่าใหญ่มากสำหรับงานเมืองเล็กที่ห่างไกลนี้
"เจอแล้ว"
แพรนั้นนั่งอยู่กับครอบครัวที่โต๊ะริมด้านขวาของงานทั้งโต๊ะควรนั่งได้สิบคนแต่โต๊ะนี้กลับมีคนอยู่แค่4คนเท่านั้นคือแพร พ่อ แม่ และน้องสาวแพร
ออสเดินเข้าไปทันที
"แพร"
"ออส มาได้ไงเนี่ย"แพรถามขึ้นอย่างแปลกใจเพราะเธอรู้ว่าออสไม่ถูกกับพงษ์เลยไม่คิดว่าออสจะมา
"มาหาแพรนั่นแหละ พอดีได้ข่าวไม่ค่อยดีมา"
พอได้ยินแพรก็ก้มหน้าลงด้วยความหม่นหมอง แค่นี้ออสก็รู้แล้วว่าเธอรู้เรื่องงานหมั้นแล้วและน่าจะโดนบังคับให้รับหมั้นแน่นอน
"ไม่เป็นไรเดี๋ยวพ้นวันนี้ก็ดีเอง"เธอตอบกลับเรียบๆ แววตาของแพรดูเศร้าลงไปถนัดตาเธอไม่อยากให้ออสมาเห็นเธอในวันนี้เลย
หมายความว่าไงเดี๋ยวพ้นวันก็ดีเอง ออสมองแพรด้วยความสงสัยก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอทันที
"แพรนี่ใครลงมานั่งเนี่ยไม่ถามพวกเราสักคำเลยรึไง ไม่มีมารยาทจริง"ผู้หญิงวัยสี่สิบปลายๆพูดเสียงแหลมขึ้นทันทีที่ออสนั่งลงบนเก้าอี้
"เพื่อน"แพรตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำเอาออสขนลุกเลยทีเดียว เขาเองก็เคยได้ยินว่าแพรเวลาปกติเป็นหญิงที่เย็นชามา พอมาเห็นตอนนี้ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมทุกคนขึ้นบอกแบบนั้น
"งั้นก็นั่งเก้าอี้ตัวถัดไป ต่อให้เป็นเพื่อนแต่เป็นผู้ชายไม่ควรจะใกล้เกินไป"
เสียงผู้หญิงคนเดิมพูดขึ้นแต่ออสกับแพรไม่สนใจเลยสักนิด กับแม่ที่กำลังขายลูกให้กับไอ้พงษ์ออสไม่คิดว่าจะต้องรักษามารยาทอะไรอยู่แล้ว
"นี่ไม่ได้ยินรึไง แพรแกบอกให้เพื่อนแกกระเถิบไปเดี๋ยวนี้นะแกจะหมั้นอยู่แล้วเดี๋ยวพงษ์เค้าก็ไม่พอใจหรอก"แม่ของแพรยังคงพูดให้ออสถอยห่างจากแพรไม่หยุด ยิ่งประโยคหลังที่พูดออกมาทำให้ออสแสดงสีหน้าหงุดหงิดทันที
ถึงแม้ว่าออสจะไม่ได้เป็นอะไรกับแพรแต่ออสก็ยังไม่อยากให้แพรต้องกลายเป็นของไอ้พงษ์อยู่ดี
ถ้าเป็นแบบนี้ให้แพรมาคบกับเขายังจะดีซะกว่า
ความคิดของออสนั้นเริ่มเปลี่ยน ตอนที่สุแนะนำแพรให้รู้จักแรกๆนั้นเขาพึ่งจะได้รับการติดต่อจากพ่อบ้านชุนทำให้เขายังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง แต่พอเวลาผ่านไปออสรู้ว่าตัวเองตอนนี้ไม่ใช่เด็กกำพร้ากระจอกๆอีกแล้ว ขนาดลูกคุณหนูอย่างจูนยังกลายมาเป็นผู้หญิงของเขาแล้วเลย
อย่างเดียวที่ทำให้ออสไม่มั่นใจคือแพรไม่ได้เป็นคนของอิกดราซิล เขาเองก็ไม่รู้ว่าแพรจะมองว่าการคบกับเขาที่มีผู้หญิงหลายคนจะดีกว่าคบกับไอ้พงษ์หรือเปล่า
"เรื่องของมันสิ"แพรตอบกลับแม่ตัวเองอย่างเย็นชา
"แก"แม่ของแพรได้ยินลูกสาวตัวเองสวนมาก็กำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ
"ออสนั่งนี่แหละอยู่เป็นเพื่อนแพรหน่อยนะ"แพรหันมาบอกออสด้วยน้ำเสียงปกติ ทำให้แม่ของเธอหันมามองออสด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างแรง
"แพรเราไปจากที่นี่ดีกว่า ถ้าแพรไม่อยากหมั้นก็ไม่ต้องหมั้น ไม่เห็นต้องไปสนใจใครเลย"ออสพูด
"นี่มันจะมากไปแล้วนะ"ครั้งนี้คนพูดไม่ใช่แม่อีกแล้ว แต่เป็นชายที่นั่งอยู่ข้างๆเธอ พ่อแพรนั่นเอง
หลังที่ได้ยินออสเขาก็หัวเสียทันทีกว่าที่เขาจะต่อรองเรื่องสินสอดได้มากขนาดนี้แล้วนี่ยังไม่นับเรื่องที่ต้องพยายามทั้งหว่านล้อมทั้งขู่เข็ญลูกสาวตนให้ยอมอีกแต่อยู่ๆก็ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาเสี้ยมให้แพรไม่ยอมหมั้น
"อุส่านั่งเงียบๆไม่พูดอะไร ไม่อยากหมั้นก็ไม่ต้องหมั้นหรอคิดว่าตัวเองเป็นใคร เป็นแค่เพื่อนมายุ่งอะไรด้วย"พ่อของแพรพูดกับออสด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ
แน่นอนว่าออสไม่สนใจ
"ไม่เป็นไรออสก็แค่หมั้นแพรไม่คิดจะแต่งหรอก"แพรตอบกลับออส พอได้ยินแบบนั้นออสก็สบายใจขึ้นเล็กน้อย ตรงกันข้ามกับพ่อแม่ของเธอ
"ว่าไงนะ ฉันบอกให้แกแต่งแกก็ต้องแต่ง"แม่ของแพรโวยวายขึ้นมาทันที แต่พ่อของแพรกลับห้ามเอาไว้ก่อน
"ช่างมันตอนนี้เอาให้หมั้นกันไปให้เรียบร้อยก่อนแล้วแต่งค่อยว่ากันอีกที"พ่อของเธอพูด เขารู้จักนิสัยลูกสาวตัวเองดีในเมื่อตอนนี้แพรยังยอมหมั้นอยู่ก็เอาแค่นี้ก่อน
ถ้าทำอะไรไปมากกว่านี้อาจจะไม่ได้หมั้นด้วยซ้ำเพราะงั้นตอนนี้ก็ปล่อยให้หมั้นอย่างเดียวไปก่อนแล้วถึงตอนแต่งค่อยมาหาวิธีบังคับเธออีกที
ทั้งสองคนยังมองมาที่ออสด้วยความไม่พอใจแต่เนื่องจากแพรยังทำตามที่พูดพวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
"ถ้างั้นไม่ต้องหมั้นมันตั้งแต่แรกไม่ดีกว่าหรอ"ออสยังไม่ยอมแพ้เขาไม่สนใจพ่อแม่ของเธอเลยสักนิด ส่วนน้องสาวแพรก็นั่งเงียบด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก
"เอาหละครับทุกท่านตอนนี้ก็คิดว่าได้เวลาแล้ว"ระหว่างที่ออสพยายามหว่านล้อมให้แพรออกไปจากงานกับเขาเสียงหน้าเวทีก็ดังขัดจังหวะ