ฟ้าหลังฝน
แม้การจู่โจมจะถูกเบี่ยงเบนไปก่อนที่จะทำร้ายจงลั่ว แต่มันก็มีผลลัพธ์ที่ตามมา
...ตอนนี้เ้าัดำรู้ตัวแล้ว มันยืดสองขาแกร่งขึ้น...จนอยู่ในท่ายืนด้วยขาทั้งสองข้างบนกองูเาสมบัติ
"เ้าพวกมนุษย์ผู้โง่เง่า พวกแกมันละโมบโลภมาก บุกรุกเข้ามาถึงถิ่นอาศัยของข้า" ัพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ แต่ก้องกังวานไปทั้งหุบเขา "พวกเ้าคิดผิดแล้วที่กล้าตามข้ามาถึงที่นี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"เ้าอยากพูดอะไรก็เชิญ แต่วันนี้เ้าต้องสังเวยชีวิตเพื่อเป็บันทึกหน้าหนึ่งของการเดินทางของพวกข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เอริคเป็คนแรกที่ตอบโต้ัอย่างทันควัน ก่อนที่ัและคนจะเริ่มปะทะคารมกัน
จงลั่วมองดูัที่อยู่เบื้องบนตัวเอง ก่อนจะหันไปมองทางกลุ่มนักผจญภัย พร้อมกับชี้มือชี้ไม้ที่สัมภาระที่ตกแตกกระจาย เพราะหล่นลงมาแตกกระจายเสียหายทั้งหมด แต่มันก็ช่วยรับแรงกระแทกให้จงลั่ว
แต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่ได้สนใจจงลั่วนัก ทำให้เขาเลือกที่จะโค้งคำนับเพื่อขอขมา เจฟก็โบกไม้โบกมือให้จงลั่วหลบไปด้านข้าง และ ดูเหมือนว่านักผจญภัยทั้งสี่ จะรำคาญลูกหาบคนนี้อย่างถึงที่สุด แต่ก็ไม่อาจทำอย่างไรได้เพราะัดำ ยืนอยู่ที่ด้านหลังของจงลั่ว
ส่วนัดำที่ยืนอยู่้าของจงลั่ว ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสนใจต่อสิ่งมีชีวิตเลเวลสิบ ซึ่งหากว่ากันตามจริงก็คือ...จงลั่วอ่อนแอเกินกว่าที่เ้าัดำจะต้องให้ความสนใจนั่นเอง เมื่อไม่มีใครสนใจจงลั่วจึงรีบหนีหลบออกไปทางด้านขวามือของัดำในทันที
แต่ดูเหมือนไม่ทันที่จงลั่วจะพ้นจากรัศมีต่อสู้ พื้นดินทั่วทั้งบริเวณก็เกิดการสั่นไหวขึ้นอย่างรุนแรง
"เกิดอะไรขึ้น" เจฟเอ่ยขึ้นเป็คนแรก
"ข้าก็ไม่รู้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้มาจากเ้าัดำนะ" เรดชี้ไปที่ัดำที่ตอนนี้เอานิ้วเท้าข้างหนึ่งยกขึ้นมาแคะแหย่จมูกตัวเองเล่น พร้อมกับแสยะยิ้ม
ทั้งสี่หันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ "นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาวะ"
"ข้าบอกเ้าแล้วว่า พวกแกมันโง่ที่ตามลงมา" ัดำพูดจบก่อนจะดีดขี้เขม่าเพลิงที่หลุดออกมาจากจมูกทิ้งไป "ปะป๊าตื่นแล้ว"
"ปะป๊า!" ทั้งสี่อุทานขึ้นพร้อมกัน พร้อมสีหน้าที่ซีดเผือดเมื่อเหลือบไปเห็นัดำตัวขนาดมหึมา ลุกขึ้นมาจากูเาทองคำที่อยู่เบื้องหน้า
...ูเาทั้งลูกคือั ขนาดตัวลูกมันยังแทบแย่ แล้วตัวพ่อมันใหญ่กว่าตัวลูกเกือบห้าเท่า
"หนี!!!!" เจฟะโขึ้นทันทีที่เห็นัดำตัวพ่อของมัน
แต่ดูเหมือนขาของทุกคนจะไม่ทำตามคำสั่งของเ้านาย และล้มลงกองกับพื้นแทนที่จะวิ่งหนีไป
...เฟียร์ เวทแห่งความกลัวเป็ความสามารถอัตโนมัติที่ถูกใช้ขึ้นทันทีที่เ้าัดำตัวพ่อตื่นขึ้น
"ล้างคำสาป" อาเรียที่อยู่หลังสุดรีบร่ายเวทย์เพื่อแก้สถานะตื่นกลัวให้เพื่อน ๆ ทันที
...แต่การร่ายเวทเพื่อคนถึงสี่คนใน่เวลาเพียงแค่สองสามลมหายใจนั้นเกินกำลังของอาเรีย เขาจึงเลือกคนที่ใกล้ตัวที่สุดคือเรด และเจฟซึ่งเป็หัวหน้าทีมก่อน
เอริคคือคนแรกที่ต้องรับการโจมตีจากัดำตัวพ่อ และผลของฝ่าเท้าขนาดั์ก็คือ ร่างที่บี้แบนจนกลายกล้วยปิ้งในพริบตาของเอริค
"ปะป๊า หนูขอขวานนั่นนะ หนูว่ามันเท่ห์ดี"ลูกัดำเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"เอาสิลูก ัดำหันไปยิ้มให้ลูกชาย" มันค่อย ๆ บิดี้เี อีกสองสามครั้ง ก่อนจะเริ่มเล่นเกมแมวจับหนู ซึ่งไม่ได้เล่นมานับร้อยปีแล้ว โดยมีนักผจญภัยที่เหลืออีกสามคนรับบทเป็หนู และมีลูกัดำที่เดินตามไปเป็ผู้ชมอยู่ไม่ห่าง
"เกิดอะไรขึ้นวะ" จงลั่วที่โผล่ออกมาจากกองเหรียญทองคำที่ทะลักออกมาทับเขาไว้ จงลั่วค่อย ๆ ตะเกียกตะกายออกมาจนพ้นกองเหรียญทองได้ในที่สุด เขาก็มองไปรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ เพราะตอนนี้ในถ้ำสมบัติมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
จงลั่วเอามือหยิกแก้มตัวเอง
พระเ้านี่ข้าไม่ได้ฝันไป นี่มันสมบัติมหาศาล แต่ว่าข้าจะเอาออกไปยังไง อืม...อย่าคิดมาก เราก็แค่ขนไปให้มากที่สุด แต่ชิ้นไหนมันแพงที่สุดกันละ ...งั้นลองใช้สกิลตรวจสอบดูดีกว่า
"ตรวจสอบ" สกิลของโจรระดับต่ำใช้หาช่องลับ ทางลับ หรือกับดักอย่างง่าย
กองเหรียญแสดงสัญลักษณ์สีแดงว่าเป็กับดัก
-กับดักสัญญาณเตือน หากไปถูกจะส่งสัญญาณเตือนไปยังเ้าของกับดัก-
"เกือบไปแล้ว แล้วอันไหนมันคือสมบัติจริง ๆ กันละนี่"
เมื่อรู้ว่ากงอเหรียญทองคือกับดัก...จงลั่วจึงไม่ไปแตะต้องเหรียญทองอีก แต่เลือกที่จะเดินสำรวจโดยรอบแทน
แกร๊ก...เสียงกลไกก็ดังขึ้นในทันที เมื่อขาขวาของจงลั่วไปเหยียบเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ด้านหลังกองสมบัติ
ผนังหินผาที่ด้านหลังเปิดแยกออกเป็ทาง เผยให้เห็นเส้นทางลับที่ซุกซ่อนอยู่ และเส้นทางที่เปิดออก ก็ทำให้จงลั่วดีใจจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา
ข้ารอเวลานี้มาเกือบสี่สิบปีแล้ว ในที่สุดผลไม้แห่งความสำเร็จก็ร่วงหล่นมาทางนี้เสียที ดีใจจริง ๆ โว้ย
แม้รางวัลของความสำเร็จนี้มันจะไม่ได้มาจากฝีมือของเขาเองก็ตาม...แต่ใครจะสนกันละ
จงลั่วไม่รอช้า รีบเข้าไปสำรวจในทางลับทันที แม้จะรีบร้อนเพียงใด แต่จงลั่วก็ไม่ลืมที่จะหยิบหินไฟที่ตกอยู่ข้างกองกล้วยปิ้งเอริค ติดมือไปด้วย
จงลั่วมองดูตัวหนังสือไดอิ้งเมสเซจที่ขีดเขียนอยู่บนพื้น "ชุบทีมีใบ"
"เกือบไป" จงลั่วก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวไปเหยียบโดนไดอิ้งเมสเซจที่พื้น...ก่อนที่เขาก้มลงไปหยิบหินไฟที่ตกอยู่ด้านข้างก่อนจะรีบตรงไปยังทางลับในทันที
ทางเดินลับที่เปิดออกลึกลงไปเรื่อย ๆ และแคบลง ราวกับว่ามันไม่ได้ถูกสร้างเพื่อให้ัเข้ามาปกป้อง เพราะขนาดของถ้ำ ตอนนี้มันเล็กกว่าขนาดของัมาก ขนาดของมันแคบเพียงมนุษย์สองคนเดินสวนกันได้เท่านั้น และก็ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีกับดักใด ๆ ติดตั้งอยู่ ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์อสูรหรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ มีเพียงทางเดินที่ทอดยาวลงไปยังใต้ดิน
...ในที่สุดการเดินทางค้นหาสมบัติก็ถึงจุดสุดท้าย จงลั่วยื่นเหม่อมองห้องสี่เหลี่ยมขนาดสามคูณสามเมตร และหินไฟก็ไม่จำเป็อีก เพราะห้องที่เบื้องหน้านั้นสว่างไสวด้วยไปแสงสีทอง ที่เรืองรองมาจากผนังห้อง แต่เขาหาได้สนใจผนังที่ส่องแสงเองได้ หรือความงดงามของห้อง
ตอนนี้ในสายตาของจงลั่วมีเพียงกล่องสมบัติที่วางไว้อยู่บนแท่นเตี้ยตรงกลางห้อง เขาไม่ได้สนใจที่จะมองดูลวดลายอักขระโดยรอบกล่อง ไม่แม้แต่จะคิดสักนิดว่ามันคือกับดักหรือเปล่า...เพราะตอนนี้ในหัวสมองของจงลั่วคิดแต่เพียงว่าอะไรที่อยู่ในนั้นกันแน่