ยามค่ำคืนอันดึกสงัด ในคืนเดือนมืดจนแทบมองไม่เห็นแสงสว่างบนท้องฟ้า ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นป่าจนขนลุก ขับเน้นบรรยากาศให้ดูน่าวังเวงของป่ารกทึบ ถ้าเป็ชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่จะรู้ดีเลยว่า่นี้ เป็เวลาที่เหมาะสำหรับการปล่อยของมากที่สุด
ชายชราหลังค่อม ผู้มีผิวหยาบกร้าน มองเห็นแต่รอยสักอันเหี่ยวย่น เนื้อที่มีแทบติดกระดูก กำลังถูกพยุงโดยชายฉกรรจ์ทั้งสอง พวกนี้ก็คือจอมขมังเวทย์และลูกศิษย์นั้นเอง
ทั้งสามเดินมายังปะรำพิธีที่เตรียมไว้ อยู่ท่ามกลางป่าช้าเก่า ด้วยท่าทีกังวลใจเกี่ยวกับเื่ที่จอมขมังเวทย์โดนเล่นงานในครั้งนี้
พวกเขาอยากรู้เหลือเกินว่า ใครเป็คนทำคุณไสยย้อนกลับ เพราะคนที่ใช้วิชานี้ได้อย่างช่ำชอง ไม่น่าเหลือรอดจากาไสยศาสตร์ครั้งใหญ่ เมื่อ 500 ปีที่แล้ว
ระดับพลังมันต่างกันมาก ถึงกับเข้าไปทำพิธีในโลกิญญาได้ นี่ไม่ใช่จอมขมังเวทย์ธรรมดาแล้ว แต่อาจเป็จอมขมังเวทย์จากสิบสองสำนักใหญ่ หรือพวกขบถคุณไสยก็เป็ได้
อย่างไรซะตอนนี้ ก็ขอให้ทราบก่อนว่าจอมขมังเวทย์ที่ทำคุณไสยย้อนกลับ เป็คนจากสำนักไหน แล้วค่อยนำเื่ไปปรึกษากับอาจารย์ของเขาอีกที
จอมขมังเวทย์จึงพยายามฝืนสังขารของตัวเอง ออกมาทำพิธีปลุกหุ่นพยนต์อีกครั้ง เพื่อสอบถามถึงรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่การปลุกรอบนี้ ต้องใช้พลังงานจากคืนเดือนมืดเข้าช่วย เพราะพลังคุณไสยของเขาตอนนี้อ่อนแอลงมาก จากอาการาเ็
โดยพิธีกรรมปลุกหุ่นพยนต์ จะเป็รูปแบบดั้งเดิม ซึ่งมีหลายขั้นตอน ั้แ่การเตรียมสิ่งของในพิธี ดูฤกษ์เบิกิญญา โดยต้องใช้เศษชิ้นส่วนจากร่างเดิมเท่านั้นในการเรียก ถึงแม้วิธีจะดูยุ่งยาก แต่เป็วิธีปลอดภัยที่สุด และใช้ได้ดีสำหรับคนที่มีพลังคุณไสยต่ำอย่างลูกศิษย์ทั้งสองของเขา
เมื่อทั้งสามนั่งลงกลางวงของสายสิญจน์ที่ล้อมรอบเป็รูปแปดเหลี่ยม ด้านหน้าถูกวางไว้ด้วยโต๊ะบูชาขนาดเล็ก ตั้งไว้ด้วยหุ่นพยนต์ พระขรรค์ และหนังหน้ามนุษย์ที่แห้งกรัง ไร้จมูก ไร้ดวงตาจนดูน่ากลัว
บริเวณรอบนอกสายสิญจน์จะเป็หลุมศพต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่ถูกขุดขึ้นมาหมดแล้ว มีเพียงหลุมเดียวที่ยังดูใหม่ และถูกกลบฝั่งได้ไม่นาน เพราะหน้าดินที่กลบยังดูสดใหม่ ไม่ผสานตัวเหมือนกับหลุมอื่น
จอมขมังเวทย์ให้ลูกศิษย์เริ่มทำพิธีทันที โดยเซ่นไหว้เืสดให้หุ่นพยนต์ ใช้พระขรรค์ที่วางไว้ กรีดไปที่ข้อมือของตัวเอง แล้วนำเืที่ไหลออกมา ไปเลี้ยงหุ่นที่อยู่บนโต๊ะบูชา ส่วนหนังหน้ามนุษย์เป็ชิ้นส่วนร่างเก่าของหุ่นพยนต์ พอเืไหลจนท่วมตัวหุ่น จอมขมังเวทย์ก็ได้บริกรรมคาถาปลุกิญญาหุ่นพยนต์ขึ้นมา ให้เข้าสิงร่างลูกศิษย์อีกคน ด้วยวิชาสิงร่างสืบิญญา
ลูกศิษย์ที่ถูกสิงร่าง จากิญญาหุ่นพยนต์ นั่งตัวเกร็งเหมือนอาการสั่น แต่ไม่ได้รุนแรงมาก คอที่เคยตั้งชู กลับพับลงกะทันหัน จากนั้นสักพัก ร่างของลูกศิษย์ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา สองตาแดงก่ำ ใบหน้าแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว พร้อมพฤติกรรมประหลาดที่ต้องลิ้นเลียริมฝีปากอยู่ตลอด
“ไอ้สองเอ็งใช่มั้ย เอ็งมาแล้วใช่มั้ย” เสียงแหบพร่าดังขึ้นมาจากปากของจอมขมังเวทย์ ร่างของเขาสั่นด้วยความตื่นเต้นที่จะได้รู้ความจริงว่าใคร?? ที่เป็คนทำคุณไสยย้อนกลับใส่เขา
....แต่ร่างนั้นกลับนั่งนิ่ง และจองหน้าของจอมขมังเวทย์เท่านั้น
“ในโลกิญญาเอ็งไปเจออะไรมา ไหนบอกกูหน่อย กูอยากรู้ว่ามันเป็ใคร” จอมขมังเวทย์สอบถามด้วยเสียงแข็งด้วยอารมณ์ที่เกรี้ยวกราด
ร่างลูกศิษย์ที่ถูกสิงอยู่เริ่มปฏิกิริยาตอบโต้ ด้วยอาการสั่นเทาจากความหวาดกลัว สองแขนโอบกอดหัวเข่าของตัวเองในท่านั่งยอง แล้วค่อยปริปากออกมาอย่างช้า ๆ
“มัน… มันน่ากลัวมากครับนาย” เสียงเอื้อนเอ่ยอย่างอ้อยอิ่ง ด้วยอาการสั่นกลัวจนแทบฟังไม่รู้เื่
“มันเอานางพรายไปด้วย ส่วนตัวข้าก็ทำอะไรไม่ได้เลย มนต์ดำที่นายสร้างไว้ ถูกมันทำลายหมดแล้ว” ร่างลูกศิษย์พูดด้วยน้ำเสียงยานคางเบา ๆ เหมือนการกระซิบ แต่คนที่อยู่ใกล้ยังพอได้ยินอยู่บ้าง
เมื่อจอมขมังเวทย์ได้ฟังสิ่งที่ิญญาไอ้สองพูด ก็ใขึ้นมาทันที เพราะไม่คิดว่าจะมีใคร มองเห็นเส้นสนกลในของเขาในครั้งนี้ได้ แสดงว่าต้องเป็คนเจนจัดในการรับมือพวกคุณไสยสายควบคุม และตอบโต้กลับได้เป็อย่างดี
หึ! เสียงดังขึ้นในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ที่พิธีกรรมของเขาถูกทำลายจากบุคคลปริศนาที่สามารถเดินทางผ่านโลกิญญาได้
"เอ็งพอบอกลักษณะของคาถาอาคมที่มันใช้ได้มั้ยวะ" จอมขมังเวทย์ถามด้วยน้ำเสียงที่ดังอย่างคาดคั้น
"แปลกมากครับนาย ผมไม่เห็นว่ามันทำพิธีกรรมอะไรเลย แต่ตอนสุดท้ายเหมือนมันเอาอะไรยัดใส่ในร่างที่ข้าสิงอยู่ด้วย" ิญญาไอ้สอง ตอบด้วยความกังวลใจ
"อืมม!! กูพอััได้ น่าจะเป็พวกลูกกลอนปลุกเสกอะไรสักอย่าง ที่ปิดกั้นไม่ให้เอ็งใช้ร่างนั้นได้อีก"
'หรือว่ามันเป็พวกขบถคุณไสย ที่ถนัดในเื่วิชาปลุกเสก เลข ยันต์' จอมขมังเวทย์ได้แต่คิดในใจ อย่างสงสัยถึงวิชาของคนผู้นี้ ต้องมีที่ไปที่มา ไม่ธรรมดาแน่นอน
“งั้น..?? คงมีแค่วิธีเดียว ที่สืบให้รู้ตัวคนทำ ไอ้สองเอ็งต้องไปกับกูที่ฝั่งโน้น งานนี้ต้องให้ท่านอาจารย์ช่วยอย่างเดียวแล้ว ไม่แน่อาจเป็พวกตาเฒ่าอายุ 500 ปี ที่ไม่ยอมไปเกิดใหม่สักทีก็ได้” จอมขมังเวทย์พูดด้วยท่าทางที่เข้มขรึม เพราะงานนี้ไม่หมูเหมือนทุกที เขาอาจต้องเจอระดับเ้าอาคมที่ไม่เคยปรากฏบนโลกคุณไสยมานานกว่า 500 ปี หรือเป็พวกขบถคุณไสย ที่ถูกเรียกกันง่าย ๆ ว่าคุณไสยสมัยใหม่ในระดับจอมขมังเวทย์ มาเล่นงานเขาลับหลัง บอกเลยว่าแค้นนี้มีชำระ ต้องเอามันมาเป็ผีใช้งานให้จงได้
แค่คิดว่าตัวเองมีผีรับใช้ระดับจอมขมังเวทย์ ก็ตัวสั่นด้วยอาการดีใจ จนอยากจะรีบไปบอกอาจารย์ให้รับรู้แล้ว เพราะข้อเสนอดี ๆ อย่างนี้อาจารย์ต้องไม่ปฏิเสธ และอาจตกรางวัลให้กับเขาอีกด้วย
“เอาละพวกมึง! เก็บของให้หมด ได้เวลาข้ามไปฝั่งโน้นแล้ว ทีนี้จะได้รู้สักทีว่าไอ้คนที่แทงข้างหลังกู มึงเป็ใครกันแน่”