ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)

    8 ไปพาผัวกลับบ้านกันเถอะ (1)

            “พลาด...เสียแล้ว”

            หลังจากที่ได้ยินคำนั้นจนถึงตอนนี้ฉันคงดูดชานมไข่มุกไม่ใส่น้ำแข็งหมดไปเป็นสิบแก้วคนที่กลับมาต่างเข้าไปนอนสลบในห้อง เย็นแล้วก็ยังไม่ออกมาฉันได้แต่รอ...แล้วก็รอ...แล้วก็รอ อยู่ไม่สุขเลยจะรู้สึกสบายใจได้ยังไงในเมื่อไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ที่ยังไม่กลับมาเป็นตายร้ายดียังไง

            แต่ส่วนหนึ่งฉันเชื่อไปแล้วว่าเจินจูตาย

            ฉันไม่อยากเชื่อแต่ส่วนหนึ่งก็เชื่อไปแล้วจริงๆ ว่าเขาจะไม่กลับมาหาฉันอีกและฉันต้องหาทางกลับบ้านด้วยตัวเอง...คนเดียว

            “...”

            ฉันเดินวนอยู่หน้าห้องในที่สุดคนที่โผล่มาคนแรกคือผู้หญิงที่ฉันไม่รู้จัก

            “คือว่า...!” ฉันรีบเข้าไปหาเธอทันทีหญิงสาวตวัดมองฉันด้วยดวงตาคมสวยล้อมกรอบด้วยขนตางอน

            “...เจ้าคือกุยเค่อฟ่าน?”เธอถามเสียงเรียบ ฉันพยักหน้าตอบ “เราแซ่เซียงนามเถียนสือเป็นพี่ของชี่สุ่ยและเจินเอ๋อ”

            “ยะยินดีที่ได้รู้จักค่ะ... แล้วตอนนี้เขา...”

            หญิงสาวเม้มปากก่อนจะพูดช้าๆ

            “พวกเราประมาทเกินไป...พวกผมขาว... มันพาตัวคนที่เหลือไป”

            “เอ๋...?”

            ฉันรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าพวกผมขาว...?

            เถียนสือเปิดประตูห้องและผงกหัวเป็นเชิงให้ฉันตามเข้ามาเราเลยมานั่งคุยกันในห้อง

            “เรามาตามคำขอของชี่สุ่ยทั้งหมดเดินทางไปเพื่อพบกับปู้ติงหากแต่ปู้ติงทราบข่าวที่ชี่สุ่ยสังหารศิษย์เอกไหน่ถังจึงเกิดการต่อสู้แลกชีวิตระหว่างชี่สุ่ยและเหล่าศิษย์ที่เหลือพวกเรากำราบมันทั้งหมด ปู้ติงจึงออกมาต่อสู้ด้วยตนเอง...”

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            “เสวี่ยไช่กับไห่หลัวใช้ค่ายกลน้ำแข็งสังหารมันไห่หลัวปลิดชีพมันและบั่นศีรษะมันเก็บใส่ถุงกล่าวว่าจะนำศีรษะมันไปขอขมาต่อสุสานผู้ที่มันสังหาร”

            “...”

            “แต่ทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บไห่หลัวสูญเสียดวงตาข้างหนึ่ง อีกทั้งอาการกำเริบมิอาจต่อสู้ต่อไปได้”

            “...”

            “เสวี่ยไช่ชิงสมบัติประจำตระกูลคืนมาสำเร็จเป็นตำราบัญญัติวิชาสี่สิบแปดฝ่าเท้าเหมันต์ซึ่งสืบทอดกันมาแต่โบราณและต้องเก็บรักษาด้วยความเย็นนางนำมันติดตัวกลับมาที่นี่และคงนำมันกลับบ้านเกิด เจินเอ๋อเองก็ได้รับม้วนภาพตามปรารถนาทั้งหมดควรจบลงเพียงเท่านั้น เพียงแต่... ศิษย์มันไม่ยอมแพ้ในเมื่อเราสังหารซือฟู่มันใช้วิชาโลกาขาวปลอดบดบังทัศนวิสัยหมดสิ้นยังดีที่เราใช้ปราณแม่เหล็กจับตำแหน่งและสังหารมันที่เหลือ”

            “สังหาร...?!”

            “มันหยามหน้าไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้ยังสมควรมีชีวิตอยู่อีกหรือ?”

            ครอบครัวนี้มันอะไรกันวะนี่ฆ่าคนตาไม่กะพริบ ที่เรียกว่าตัวประหลาดคงไม่ได้เรียกเปล่าสินะ...

            “ก็...ช่างเถอะๆ แล้วคนอื่นๆ ตอนนั้นยังอยู่ด้วยกันรึเปล่าคะ?”

            “ระหว่างศิษย์ที่เหลือรอดหลบหนีเทียนหยาสบโอกาสโจมตี คนของมันเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับมารดาของเจินเอ๋อ...คาดไม่ถึงมันลงมือทำร้ายคนสายเลือดเดียวกันและคร่ากุมไปด้วยพวกเราต่างต่อสู้แต่ก็เหนื่อยล้าไม่อาจแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่สุดท้ายแล้วมันคร่ากุมผู้คนไป เหลือรอดกลับมาเท่าที่เห็น”

            “...”ฉันอ้าปากค้าง สรุปคือถึงชนะปู้ติงแต่กลับถูกเทียนหยาโจมตีซ้อนจนเสียท่าทั้งที่ได้ม้วนภาพและกำลังจะกลับมาอย่างปลอดภัยแท้ๆ...

            ฉันฟาดกำปั้นลงกับโต๊ะข้างๆ

            “เทียนหยามันเป็นใครกันแน่?!”

            “เราไม่ทราบชื่อนี้ไม่เป็นที่รู้จักในยุทธจักรจนกระทั่งเหตุอุกอาจที่มันหยิบฉวยม้วนภาพจากวังหลัง”เถียนสือถอนหายใจก่อนจะแกะลูกอมใส่ปากเม็ดหนึ่ง“ท่านคงไม่โทษเรากระมังที่ไม่ได้นำตัวเจินเอ๋อกลับมาแต่เราคาดว่าแม้เทียนหยาคร่ากุมไปคงไม่ลงมือทำร้ายถึงแก่ชีวิตกลับกันชี่สุ่ยบ่มเพาะความแค้นไว้มากมิทราบว่าเทียนหยาเป็นผู้ที่มันเคยพบปะในอดีตหรือไม่ เราไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยมันถูกคร่ากุมอึก...”

            “ท่านบาดเจ็บ?”ฉันรีบลุกขึ้นไปดูใกล้ๆ เธอเปิดเสื้อก็เห็นว่ามีเลือดซึมเปื้อนผ้าพันแผลที่ไหล่ “แผลลึกไหม?”

            “เป็นเพียงรอยถากมิได้บาดลึกถึงเนื้อ ทำแผลเบื้องต้นเรียบร้อย” พูดจบเถียนสือดึงเสื้อกลับเข้าที่“ท่านไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น แต่เราต้องการทราบความประการหนึ่ง...เด็กแฝดทั้งสองถูกพิษ เป็นชนิดปะปนในอาหารเครื่องดื่มท่านทราบหรือไม่ว่าผู้ใดวางยา?”

            ฉันได้ฟังก็หน้าชา

            “พิษ...?แน่ใจเหรอคะว่าเป็นพิษ?”

            “เราท่องเที่ยวเตร็ดเตร่ในยุทธจักรเคยเห็นเพียงครั้งเดียวแต่จำได้มั่นเหมาะพวกนางมีผื่นซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของพิษว่านหยก แสบคันทรมานยิ่งนักหากถูกมัดมือมัดเท้ามิอาจเกาได้ถือว่าเป็นนรกบนดินพวกนางแสดงอาการหลังเสร็จศึกกับปู้ติง จึงมิอาจช่วยในการต่อสู้กับเทียนหยา”

            “...”

            มันจะประจวบเหมาะไปไหม?ไม่อยากเชื่อ แต่คนเดียวที่มีแรงจูงใจและจังหวะในการลงมือวางยาทั้งสองคนนั้น...คนเดียวที่ดูแลควบคุมอาหารการกินและยาทั้งหมดของสองแฝดแถมยังลงมือต้มยาด้วยตัวเองในบางโอกาส...

            “คุณหมอ...คุณหมอเองก็เป็นคนของเทียนหยา...? แสดงว่าที่เขาพูดมา...โกหก...เหรอ?”

            “หมอ...?”

            “เคอเค่อกับเคอเล่อสงสัยอยู่ก่อนแล้ว...แต่พวกเธอถูกคุณหมอหลอกให้ตายใจ... รู้อย่างนี้น่าจะ...” ฉันกัดปากรู้สึกเจ็บใจที่ตัวเองไม่ลงมือทำอะไรเลยฉันลืมไปว่าที่นี่ไม่ใช่โลกของตัวเองที่แพทย์ต่างมีจรรยาบรรณและมีการตรวจสอบอย่างมากมายจนไม่มีทางเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นแต่ที่นี่คือยุทธจักรที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เชื่อใจง่ายก็เท่ากับเสียรู้

            “...แล้วก็แล้วไป”เถียนสือเอนตัวลงนอน “ท่านช่วยบอกแก่คนรับใช้ขอสำรับอาหารชุดใหญ่และสุราให้เราสักไห สำหรับชี่สุ่ยให้มันทานข้าวต้มไปก่อนงดสุราจนกว่าปากมันที่โดนหมัดจะหายดี”

            “ค่ะ”ฉันรับคำง่ายดายและเดินออกมา ร่างกายขยับทำตามอัตโนมัติแต่ฉันคิดอยู่อย่างเดียวคือเทียนหยาได้ตัวเจินจูไปและฉันก็ถูกคุณหมอผู้เป็นอาจารย์ชั่วคราวหักหลังอย่างเจ็บแสบถ้าเคอเค่อกับเคอเล่อไม่ได้ถูกพิษ ทุกคนอาจจะไม่สะบักสะบอมกลับมาขนาดนี้คิดแล้วก็เจ็บใจ รู้อย่างนี้...

            “เค่อฟ่าน”เข่าเมี่ยนเปาเรียกฉันจากด้านหลังจนฉันสะดุ้งโหยง

            “เข่าเจ้...ปลอดภัยดีสินะ”

            “...เจ็บใจนัก”เธอกำหมัด “...ปกป้องลู่เซียนเซิงไว้ไม่ได้ พลาดท่าถูกซัดหมดสติจนพวกมันทำตามใจชอบเหตุไฉนข้าพเจ้าต้องรอดกลับมาโดยมีเพียงบาดแผลเล็กน้อย...”

            “รอดมาได้ก็ดีแล้วนะ...”ฉันบีบแขนเธอ “เกิดอะไรขึ้นบ้าง?”

            เรื่องที่เข่าเมี่ยนเปาเล่าก็ตรงกับที่เถียนสือเล่าเธอบอกว่าพอไปถึงก็เห็นศิษย์สำนักเต้าหู้นั่งบดถั่วเหลืองกันอยู่พอประกาศธุระเสร็จเรียบร้อยก็สู้กันจนสะบักสะบอมถ้าไม่ได้เถียนสือใช้ปราณแม่เหล็กปกป้องพวกตนจากศิษย์ที่ซุ่มอยู่ในหมอกขาวก็คงสิ้นชีพกันหมดฉันถามเธอว่าแฝดมีผื่นจริงหรือเปล่า เธอก็เล่าว่า

            “เป็นผื่นขึ้นบริเวณง่ามนิ้วคอ แผ่นหลัง และโหนกแก้ม เป็นผื่นแดงมีตุ่มหนองขนาดเล็ก ท่าทางทรมานแสนสาหัส”เข่าเมี่ยนเปาเผลอเกาตัวเองเหมือนคันแทน “เซียงเจ้กล่าวว่าทั้งสองถูกพิษร้ายหากไม่หายาขจัดจะต้องทรมานอีกเจ็ดวัน ในสภาพเช่นนั้นไม่อาจงอนิ้วได้ด้วยซ้ำไม่ต้องพูดถึงจับกระบี่”

            “...เข่าเจ้คิดว่าเป็นใคร...ที่วางยา?”

            “อาจเป็นลูกศิษย์สำนักเต้าหู้”

            “ทั้งคู่ได้ทานอะไรไหม?”

            “นอกจากเสบียงที่นำมาจากบ้านนี้ล้วนเป็นอาหารที่เราปรุงทั้งสิ้น...เว้นเสียแต่ยาเม็ดสำหรับช่วยบำรุงร่างกายและขจัดอาการบวมที่ตามบาดแผลเป็นยาของท่านหมอซึ่งต้องละลายน้ำ—” เสียงหญิงสาวขาดไปก่อนเธอจะมองฉันตาโต“หรือท่านคิดว่า...ท่านหมอจะ...”

            “...”

            “มารดามันเถอะ!”

            “ท่านอย่าเพิ่ง...”ฉันพยายามห้าม แต่เข่าเมี่ยนเปาเดินกระทืบเท้าไปยังห้องจ้าหมานโถว

            “ท่านทราบหรือไม่ว่าหมอผู้นี้เป็นผู้ใดเหตุไฉนจึงปล่อยมันวางยาพิษเคอเค่อและเคอเล่อ?!”

            จ้าหมานโถวจับต้นชนปลายไม่ถูก

            “หายเจ็บแล้วหรือ?เหตุไฉนมา...?”

            “ท่านตอบข้าพเจ้ามาก่อน!”

            “เมี่ยนเปา...”ทงฮูหยินเข้ามาปลอบ “เราเห็นเจ้าและสหายกลับมาบาดเจ็บฟกช้ำไม่กล้าถามไถ่เรื่องราวอธิบายมาก่อนว่าเกิดเหตุใดขึ้น ไฉน...”

            เข่าเมี่ยนเปาโกรธจนพูดไม่ออกฉันเลยเล่าแทน จะว่าไปฉันจำได้รางๆ ว่าเจ้าบ้านทั้งสองก็อยู่ด้วยตอนที่ทุกคนกลับมาแต่ฉันมัวแต่ตื่นเต้นจนไม่ทันสังเกต

            “ข้าพเจ้ารู้จักหมอผู้นี้มาได้สิบปีพบกันตั้งแต่ตอนมันเพิ่งเริ่มรักษา... ไม่คาดว่า...”จ้าหมานโถวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ “ท่านรู้อะไรเข้าหรือจึงหักหลังข้าพเจ้าเช่นนี้โอ...”

            “...อาจจะนึกออกก็ได้ว่าเทียนหยาเป็นใครแต่บ้าเอ๊ย...ไม่มีพิรุธสักนิด หรือเราคิดไปเอง?” ส่วนหนึ่งฉันยังอยากเชื่อใจหมอเพราะดูจากตอนที่เขาสอนและรักษาคนเจ็บทั้งสี่พยายามช่วยไหน่ถังสุดความสามารถแม้จะเปื้อนเลือดทั้งตัว เขาเป็นคนอ่อนโยนตอนสอนแล้วฉันจำไม่ได้เขาก็ไม่เคยดุว่าโง่หรือไม่ตั้งใจฟัง อธิบายซ้ำอย่างใจเย็นเป็นคุณครูแบบที่ฉันอยากได้มาตลอด แล้วทำไมกัน...

            เข่าเมี่ยนเปาออกจากห้องฉันหันไปโค้งให้สามีภรรยาเจ้าของบ้านก่อนจะตามเธอออกไปเข้าไปในห้องเธอก็พบเข่าจีกำลังเปลี่ยนผ้าปูและพับผ้าห่มให้

            “กลับมาแล้วรึคนใช้เพิ่งยกสำรับของเจ้าเข้ามา”

            “แหยแหย!” เข่าเมี่ยนเปาพุ่งเข้ากอดปู่ “แหยแหย ข้าพเจ้าควรทำเช่นไรดีข้าพเจ้า...”

            ชายชราปลอบหลานสาวหลายคำเขาลูบศีรษะเธอและพูดเสียงอ่อนโยนเหมือนพูดกับเด็กน้อยฉันเห็นแล้วเจ็บแปลบเพราะจำได้ว่าก่อนเสีย คุณตาก็เคยปลอบฉันแบบนี้

            “แหยแหยอยู่กับเจ้าไปไม่ได้ตลอดแหยแหยชรามากแล้ว หากได้ลู่ฝู่คอยเคียงข้างเจ้า ช่วยเหลือกันและกันในยามทุกข์ยากแหยแหยจึงหมดห่วงลาโลกได้อย่างสงบ”

            “ข้าพเจ้าจะไปพาตัวเขากลับมา”

            “เช่นนั้นจึงเป็นหลานปู่”

            “ข้าไปด้วย”ฉันพูด ทั้งสองมองฉันนิ่ง

            “แต่ท่านไม่มีวิชาฝีมือ”

            “จะพยายามไม่ถ่วงมือถ่วงเท้าขอร้องล่ะ... จะให้ทำอะไรก็ได้ จะไม่บ่นสักคำ ขอแค่...”

            แค่ให้ฉันลากตัวเจินจูกลับมาสำเร็จ

            ฉันอยากเจอเขาเด็กหนุ่มคนนั้นช่วยฉันมาไม่รู้กี่ครั้ง คราวนี้ฉันจะเป็นฝ่ายช่วยเขาบ้างช่วยคนที่บอกว่าชอบฉันคนนั้น...

            “แต่...แต่ข้าพเจ้าไม่มั่นใจว่าปกป้องท่านได้หากข้าพเจ้าพลาดปล่อยให้ท่านบาดเจ็บ ข้าพเจ้าจะบากหน้าไปพบเจินจูได้อย่างไร?”

            “ไม่เป็นไรถ้าข้าเจ็บก็เพราะข้าพลาดเอง” ฉันยืนกรานเสียงแข็ง

            “หากเจ้าคนเดียวปกป้องนางไม่ได้เราจะทำ” เสวี่ยไช่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เธอลากขาที่บาดเจ็บออกมาด้วยจนฉันต้องรีบประคองเธอไปนั่ง“เราจะไปนำตัวบุรุษน่าสมเพชผู้นั้นกลับมาพร้อมศีรษะของปู้ติงระหว่างทางอาจแวะช่วยบุรุษของพวกเจ้า”

            เข่าจีหัวเราะ

            “คราปกติเป็นสตรีถูกคร่ากุมและบุรุษไปช่วยคราวนี้กลับตาลปัตร”

            “บุรุษถูกคร่ากุมบ่อยไปเพียงแต่ผู้ที่รุดไปช่วยโดยปกติมิใช่สตรี” เสวี่ยไช่บิดคอกร๊อบแกร๊บ“เราเห็นแก่ที่มันฆ่าคนเพื่อเรา... เราจะตอบแทนมัน อย่างน้อยก็ไม่ติดค้างกัน”

            “ท่านเป็นห่วงคุณชายไห่”ฉันอมยิ้ม

            “ใช่เราเป็นห่วงตัวโง่งมนั่น ในเมื่อมันเป็นตัวโง่งม ก็สมควรมีเราเป็นผู้ชี้แนะ”

            คำพูดอวดเบ่งจิกกัดตามปกติของเสวี่ยไช่ทำให้ฉันหัวเราะได้แม้แต่ในเวลามืดหม่นเช่นนี้อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าเธอหล่อมาก

             

    คล้ายกับเรื่องลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน) ที่คุณอ่าน

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258