บทที่ 6 ความเปลี่ยนแปลงในศาลบรรพชน กระบี่เหมันต์ฟันทาสชั่ว
"แหวนศักดิ์สิทธิ์เซียนกระบี่ ?!
สิ่งนี้ไม่ใช่ของธรรมดาสามัญจริง ๆ ด้วย!"
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ข้างหู หลินม่อก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง
แม้ว่าในชั่วพริบตาที่เห็นแหวนวงนั้น เขาจะรู้สึกว่ามันประหลาดมาก แต่เมื่อเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะใ
"แหวนโบราณเทพกระบี่... ของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไรกันแน่?
แต่ว่า... ทำไมครั้งนี้ถึงได้แค่ห้าดาวกัน?
ข้าจำได้ว่าค่าความประทับใจยังต่ำมากไม่ใช่หรือ?"
จิตใจของหลินม่อว้าวุ่น ในขณะที่สมองยังเรียบเรียงความคิดไม่ถูก เขาจึงเลือกกลับไปรับของที่ได้คืนมาก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลัง
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวเท้าออกจากบริเวณศาลบรรพชน ท่ามกลางกลุ่มคนด้านหลัง พลันมีเสียงแหลมบาดหูเสียงหนึ่งดังขึ้น!
"เป็เขา! หลินม่อ! เมื่อเช้านี้ผู้าุโสี่เพิ่งบอกว่าจะไปหาหลินม่อ เพื่อสอบสวนด้วยตนเอง
แต่พอถึงยามบ่าย ป้ายิญญาของผู้าุโสี่กลับแตกสลายลง
เหตุและผลในเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับหลินม่ออย่างแน่นอน!"
ซูชีกุมข้อมือที่ถูกพันผ้าไว้ ยืนะโเสียงดังอยู่ด้านข้างศาลบรรพชน สีหน้าแสดงออกถึงความใและรีบร้อน
เสียงะโนี้ก็ทำให้สายตาของทุกคนพุ่งตรงไปยังแผ่นหลังของหลินม่อในทันที
"เป็เขาหรือ? ลูกเขยขยะของตระกูลซูน่ะหรือ?"
"เป็ไปได้อย่างไร การตายของผู้าุโสี่จะเกี่ยวข้องกับคนไร้ค่าผู้นี้ได้อย่างไร!"
"นั่นสิ ซูชี สมองเ้าเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร เขาเป็แค่ขยะระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง แม้แต่ลูกชายตัวน้อยของข้าเขายังเอาชนะไม่ได้ จะเกี่ยวข้องกับสาเหตุการตายของผู้าุโสี่ได้อย่างไร"
"ใช่! ใช่! ซูชี เ้าะโบ้าอะไร!"
เสียงคัดค้านที่วุ่นวายกลบเสียงของซูชีไปในทันที
ส่วนซูชิงลั่วเมื่อได้ยินคำพูดเ่าั้ ก็หันไปมองหลินม่อทันควัน
ในแววตานอกจากความประหลาดใจแล้ว ยังมีความสงสัยแฝงอยู่เล็กน้อย...
"หลินม่อ เ้ามานี่" น้ำเสียงแหบพร่าที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ดังมาจากภายในศาลบรรพชน ทำให้ทุกคนเงียบกริบลงฉับพลัน
ก่อนที่ร่างหนึ่งจะค่อย ๆ เดินออกมาช้า ๆ
ชายผู้นั้นสวมชุดคลุมสีม่วง ใบหน้าซูบผอม ผิวขาวซีดราวกับกระดาษ แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับฉายแววเฉลียวฉลาด
บุคคลนี้ก็คือผู้าุโใหญ่ของตระกูลซู ซูฉี่เหวิน!
และยังเป็ผู้ที่มีวรยุทธ์สูงส่งที่สุดในบรรดาสมาชิกตระกูลซู ยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้า!
"เฮ้อ... หลินม่อคารวะผู้าุโใหญ่"
หลินม่อรู้ตัวว่าชั่วขณะนี้คงหนีไปไม่ได้ จึงค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างในชุดคลุมสีม่วงภายในศาลบรรพชน พร้อมกับประสานมือคารวะ
อย่างไรเสียเขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะบอกว่าตนเองไม่รู้เื่ เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนตระกูลซูจะกล้าค้นิญญาเขาโดยตรง
หากถึงขั้นลงมือจริง ๆ อย่างมากก็แค่สู้ตายให้รู้แล้วรู้รอด
แน่นอนว่าเพื่อซูชิงลั่ว หากสามารถตบตาผ่านไปได้ย่อมดีที่สุด เพราะหลินม่อเองก็ไม่อยากเลือกเดินบนเส้นทางที่เสี่ยงอันตรายเช่นนี้
โอกาสชนะต่ำ และมีความเสี่ยงสูงเกินไป!
เขาอยากซุ่มรอจนกว่าจะไร้เทียมทาน แล้วค่อยฝังคนพวกนี้ให้หมด!
ในขณะนั้น ก่อนที่ซูฉี่เหวินจะทันได้เปิดปาก บุรุษรูปร่างกำยำที่อยู่ข้างกายเขากลับชิงะโขึ้นก่อนว่า "หลินม่อ! ซูชีบอกว่าวันนี้ผู้าุโสี่จะไปหาเ้า เ้าเคยพบเขาหรือไม่?"
บุรุษผู้นี้มีรูปร่างกำยำ ใบหน้าเหลี่ยมเต็มไปด้วยความกดดัน
เขาคือผู้นำตระกูลซูคนปัจจุบัน ซูฉี่อู่!
"เรียนท่านผู้นำตระกูล วันนี้หลินม่อไม่ได้พบผู้าุโสี่ขอรับ
และเพิ่งจะทราบข่าวร้ายของผู้าุโสี่เมื่อครู่นี้ ส่วนเื่ที่ซูชีกล่าว...
เมื่อเช้านี้ข้ากับซูชีมีเื่ขัดแย้งกันที่ห้องเก็บฟืน หรือเป็เพราะเขายังผูกใจเจ็บ จึงจงใจใส่ร้ายข้าเช่นนี้?
ขอท่านผู้นำตระกูลและเหล่าผู้าุโโปรดพิจารณาด้วยขอรับ!"
หลินม่อกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมก้มคำนับอีกครั้ง
แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ท่าทางเมื่อครู่ดูจะไม่ตรงกับบุคลิกของเ้าของร่างเดิม จึงแสร้งทำท่าทีเสเพลไม่ยี่หระ แล้วกล่าวว่า "หากเชื่อว่าข้าหลินม่อ เป็คนสังหารผู้าุโสี่จริง ๆ เช่นนั้น... ขอท่านผู้นำตระกูลโปรดมอบความตายให้ข้าเสียั้แ่ตอนนี้เถิด อย่าได้มารบกวนข้าอีกเลย"
พูดจบ หลินม่อก็หยิบน้ำเต้าเหล้าออกจากอกเสื้ออย่างเป็ธรรมชาติ ดึงจุกออกแล้วดื่มอึกใหญ่
เหล้าหกกระเซ็นจนเปียกสาบเสื้อ แต่หลินม่อกลับไม่ใส่ใจและดื่มต่อไป
เมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสของเขา สามผู้าุโในศาลบรรพชนและผู้นำตระกูลซู ต่างก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจในคำพูดของอีกฝ่ายอย่างยิ่ง
ส่วนคนอื่น ๆ ของตระกูลซูที่อยู่รอบข้าง ยิ่งวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
"หลินม่อ เ้าโง่จริงหรือแสร้งโง่กันแน่ ในเวลาเช่นนี้ยังกล้าพูดจาสามหาวอีก!"
"ข้าว่าเขาอยากตายจริง ๆ แล้วล่ะ!"
"คอยดูเถอะว่า เดี๋ยวท่านผู้นำตระกูลจะลงโทษเขาอย่างไร!"
...
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น เสียงแหลมของซูชีก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"ท่านผู้นำตระกูล! ข้าไม่ได้ใส่ร้ายเขา!
สิ่งที่ข้าพูดเป็ความจริงทั้งหมด! เมื่อเช้านี้ผู้าุโสี่พูดชัดเจนว่าจะไปหาหลินม่อ!
และต่อให้ผู้าุโสี่ไม่ได้ถูกเขาสังหาร ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน!
ข้าเสนอให้ใช้กฎตระกูลบีบคั้นให้มันคายความจริงออกมา!"
ซูชียิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น! แทบอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกหลินม่อให้เป็ชิ้น ๆ ในทันที
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนในกลุ่มคนก็เริ่มมีท่าทีตื่นตัว ต่างพากันรอชมเื่สนุกอย่างใจจดใจจ่อ
แม้ว่าพวกเขาจะไม่เชื่อว่าการตายของผู้าุโสี่จะเกี่ยวข้องกับหลินม่อ แต่ใครบ้างจะไม่ยินดีที่ได้ดูเื่สนุก ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ถูกลงโทษยังเป็ลูกเขยขยะที่ตระกูลซูรังเกียจที่สุดอีก!
ทุกคนในตอนนี้ต่างเฝ้ารอชมเื่สนุก และชะเง้อคอรอด้วยความหวัง
เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าผู้าุโและผู้นำตระกูลซูบนแท่นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำพูดของซูชี แต่การใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่างเพื่อสอบสวนหลินม่ออย่างเข้มงวดก็คงไม่มีปัญหา
เพียงแต่ใครจะรู้ว่า ชั่วพริบตาต่อมา เสียงที่เ็าและเยาว์วัยเสียงหนึ่งก็ดังสนั่นไปทั่วศาลบรรพชนอย่างกะทันหัน!
"พอได้แล้ว!"
สิ้นเสียงนั้น เด็กสาวในชุดคลุมกระบี่สีขาวก็เดินแหวกกลุ่มคนออกมา
กลิ่นอายที่เย็นเยียบทำให้คนในตระกูลที่อยู่ข้างกายอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน และเมื่อเห็นผู้ที่มา ทุกคนก็เงียบปากลงทันที ไม่กล้าเอ่ยคำใดอีก
ผู้ที่มาก็คือซูชิงลั่ว!
เห็นเพียงดวงตาเ็าที่แฝงไปด้วยรังสีสังหาร ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ กระบี่ผลึกเหมันต์ที่ข้างเอวสั่นไหวเป็ระยะ ราวกับกำลังจะหลุดออกจากฝักในไม่ช้า
"ซูชี เ้าเป็เพียงทาสต่างแซ่ที่เปลี่ยนมาใช้แซ่ซู วันนี้เ้ากล้าท้าทายท่านพ่อของข้าถึงสองครั้งสามครา ถึงขั้นกล้าเสนอให้ลงทัณฑ์ ช่างจาบจ้วงสิ้นดี!
เรียนท่านผู้นำตระกูล ซูชิงลั่ว บุตรสาวตระกูลซู ขอสังหารทาสชั่วซูชี!"
เสียงที่เ็าดังขึ้น ทั้งหนักแน่นและทรงพลัง สั้นกระชับแต่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน ทำให้ซูชีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
เขาไม่คาดคิดเลยว่า ซูชิงลั่วจะข่มขู่เขาอย่างเปิดเผยในสถานการณ์เช่นนี้!
ในตอนนี้เขาถูกรังสีฆ่าฟันของซูชิงลั่วข่มขวัญจนยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กล้าเอ่ยคำใด และเมื่อเห็นว่าผู้ที่พูดคือซูชิงลั่ว เหล่าผู้าุโในศาลบรรพชนต่างก็ไม่ส่งเสียง
สำหรับเหล่าผู้าุโในตระกูลซูแล้ว ซูชิงลั่วถือเป็บุคคลที่สำคัญยิ่ง
ซูชิงลั่วอายุเพียงสิบหกปี แต่เกือบจะถึงระดับกลั่นลมปราณขั้นปลาย หลังจากนี้อีกไม่เกินสิบปีก็มีความเป็ไปได้ที่จะถึงระดับสร้างรากฐาน
เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในระดับเดียวกับเจินเหรินระดับสร้างรากฐานที่อายุเพียงไม่กี่สิบปี แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็รุ่นหลานก็ตาม และหากผ่านไปอีกร้อยปี อีกฝ่ายย่อมมีความเป็ไปได้ที่จะบรรลุระดับแกนทองคำ
หากบรรลุได้จริง พวกเขาก็ต้องเรียกขานอย่างนอบน้อมว่า 'เซียนแท้ชิงลั่ว!'
ดังนั้น เมื่อเห็นซูชิงลั่วเปิดปาก เหล่าผู้าุโจึงแสร้งเป็ใบ้โดยไม่ได้นัดหมาย
ส่วนผู้นำตระกูลซู เมื่อเห็นดังนั้นก็อ้าปากโดยสัญชาตญาณ "อา เื่นี้มันก็..."
เคร้ง!
ซูฉี่อู่เพิ่งจะพูดได้ไม่กี่คำ ศาลบรรพชนก็ถูกแสงกระบี่อันเฉียบคมส่องสว่างวาบ
แสงกระบี่พุ่งตรงไปยังซูชี และผู้ที่ลงมือก็คือซูชิงลั่ว!
"ตอนที่เ้าดูิ่ท่านแม่ของข้าเมื่อเช้านี้ เ้าควรจะตายไปเสีย!
การปล่อยให้เ้ามีชีวิตรอดมาได้ถึงครึ่งวัน ก็นับว่าข้าเมตตาเ้ามากแล้ว ตอนนี้... ตายซะ!"