บทที่ 52: บุกห้วงอนัตตา
พายุมิติสีม่วงคำรามกึกก้องกัมปนาท ฟาดสายฟ้าอสนีบาตสีทมิฬผ่าลงมากระทบก้อนหินลอยฟ้าขนาดมหึมาจนแตกหักระเบิดออกเป็นเศษผงธุลี ปลิวว่อนร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งของรอยแยกมิติมืดมิดอย่างน่าสะพรึงกลัว เสียงลมหวีดหวิวเสียดสีอากาศดังก้องประดุจเสียงกรีดร้องของวิญญาณคนตายนับล้านดวง ไอพิษมรณะสีม่วงเข้มลอยละล่องบดบังทัศนวิสัยจนมองเห็นได้เพียงไม่กี่สิบก้าว แถมยังมีหยาดฝนกรดทมิฬตกลงมากัดกร่อนแผ่นหินจนส่งเสียงฉ่า ๆ ควันพิษพวยพุ่งขึ้นมาตลอดเวลา
นี่คือบรรยากาศอันแสนอันตรายของ "เหวอนัตตา" แดนต้องห้ามโบราณที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดยังต้องขยาดและหลีกเลี่ยง!
"เฮ้อ... ดินแดนบ้าบออะไรเนี่ย มีแต่ลมพัดหนาวสั่นสะท้านตูด ก้อนหินก็ระเบิดตูมตามหนวกหู ฝนตกก็มีแต่กรดพิษกัดเสื้อผ้าขาดวิ่นจริงๆ โว้ยพี่น้อง! คนเขากำลังนอนฟินกอดตักนุ่มๆ ของเมียรักอยู่บนโซฟานวมสบายๆ แท้ๆ กลับต้องมาเดินลุยดงฝุ่นดงฟ้าผ่ากลางหุบเหวรกร้างแบบนี้ น่ารำคาญใจจริงโว้ย!" ผมก้าวเท้าเดินนำหน้าขบวนพลางโบกพัดกระดาษไปมา บ่นพึมพำกะล่อนตามสไตล์แมงดาผู้แสนเกียจคร้านขี้บ่น
"คิก ๆ สามีจ๋า อย่าเพิ่งบ่นไปเลยเจ้าค่ะ ที่ก้นเหวอนัตตาแห่งนี้มี 'มุกมังกรสวรรค์เก้าทิศ' ซ่อนอยู่ หากท่านชิงมันมาได้ ท่านก็จะได้ครองตำแหน่งเจ้าผู้ปกครองสูงสุดแห่งสวรรค์ชั้นกลาง มีอำนาจวาสนาล้นฟ้า นอนเสพสุขกินส้มป้อนองุ่นไปตลอดชีวิตเลยนะเจ้าคะ! มานี่สิเจ้าคะ ข้าปอกผลทับทิมทิพย์หวานฉ่ำป้อนให้ท่านกินคลายเหนื่อยนะจ๊ะ" จีเสวี่ย องค์หญิงใหญ่ส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อย ยื่นผลไม้ทิพย์สีแดงสดป้อนเข้าปากผมอย่างเอาอกเอาใจ
"สามีไม่ต้องกังวลเรื่องไอพิษและฝนกรดนะเจ้าคะ ม่านแสงศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะช่วยปกป้องผิวพรรณอันหล่อเหลาของท่านเองเจ้าค่ะ!" ถังเสวี่ยเอ๋อร์ ธิดาเทพสาวผู้เพิ่งผ่านศึกรักสวาทมาหมาดหๆ โบกมือร่ายม่านพลังงานโดมแสงสีขาวบริสุทธิ์ครอบคลุมพวกเราทั้งขบวน ป้องกันฝนกรดและไอพิษไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาได้แม้แต่ละอองเดียว
"จริงด้วยเจ้าค่ะสามี ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอสูรความมืดโบราณจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้เงามืดรอบตัวพวกเรา..." ไป๋หลิง จอมยุทธ์สาวชุดขาวสะพายกระบี่บินคู่ใจ ก้าวเท้าเข้ามาประกบด้านซ้าย แววตาของนางเฉียบคมระแวดระวัง
[ ก๊าซซซซซซ! ]
สิ้นเสียงเตือนของไป๋หลิง ทันใดนั้น เงาดำทมิฬขนาดยักษ์นับร้อยนับพันสายก็พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติและโขดหินผา! รูปร่างของพวกมันน่าเกลียดน่ากลัว ลำตัวคล้ายหมาป่าผสมแมงป่องยักษ์ มีดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่และหนวดระยางค์แหลมคมดั่งหอกเหล็ก ปากกว้างเต็มไปด้วยฟันแหลมคมเรียงซ้อนกันสามชั้น แผ่กลิ่นอายพิษเน่าเปื่อยชวนคลื่นไส้
พวกมันคือ "อสูรเงาทมิฬอนัตตา" สัตว์อสูรโบราณที่กลืนกินพลังวิญญาณของสิ่งมีชีวิตเป็นอาหาร!
"กรี๊ด! ตัวอะไรเนี่ย หน้าตาน่าเกลียดน่าขยะแขยงที่สุดเลยเจ้าค่ะ!" ซูเหยียนและเซินชิงเสวียนที่เดินตามหลังมาร้องเสียงหลงด้วยความรังเกียจ
"พวกเดรัจฉานชั้นต่ำ บังอาจมาขวางทางสามีของข้าหรือ!" ไป๋หลิงตวาดกร้าว สะบัดมือร่ายกระบี่บินเก้าเล่มพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าฟาด [ ฉับ! ฉับ! ฉับ! ] ตัดฟันหัวและลำตัวอสูรเงาขาดสะบั้นไปหลายสิบตัว เลือดสีดำพุ่งกระฉูด ทว่าพวกมันกลับมีจำนวนมหาศาล ยิ่งฆ่ายิ่งผุดขึ้นมาจากรอยแยกมิติดั่งมดปลวกแตกรัง
หลงหลิงเอ๋อร์ไม่รอช้า อ้าปากพ่นเปลวเพลิงมังกรสวรรค์สีส้มทองระเบิดแผดเผาฝูงอสูรจนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน [ บึ้มมมม! ] เปลวไฟสว่างวาบสะท้อนทั่วหุบเหว แต่ความมืดมิดก้นเหวก็ยังคงผลักดันฝูงอสูรกลุ่มใหม่ออกมาล้อมกรอบพวกเราแน่นหนาขึ้นเรื่อย ๆ
ผมมองดูฝูงอสูรที่พุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน พลางเปิดหน้าร้านค้าระบบด้วยความขี้เกียจออกแรงฟันดาบ: *'เฮ้อ... ขืนให้สาว ๆ สู้คนเดียวคงเหนื่อยแย่ เดี๋ยวเหงื่อออกผิวเสียหมดสวยพอดี ระบบรักดีจ๋า มีวิชาดาบเจ๋ง ๆ กวาดล้างพวกขยะพวกนี้ในท่าเดียวแบบไม่ต้องเปลืองแรงบ้างไหมโว้ยจ้ะปู่!'*
[ ติ๊ง! แนะนำเคล็ดวิชาโจมตีวงกว้าง: "กระบี่จักรพรรดิสะบั้นมิติ" (ราคา 25,000 แต้ม) ]
[ รายละเอียด: ปลดปล่อยคลื่นกระบี่สุญญากาศหมุนวนทำลายล้างมิติ ฉีกกระชากศัตรูในรัศมีหนึ่งลี้ให้แหลกเป็นผุยผงในพริบตา ]
*'จัดมาเลยระบบรักดี! สองหมื่นห้าพันแต้มเศษผง แลกกับความหล่อเท่พราวเสน่ห์ต่อหน้าเมียรักทั้งขบวน!'* ผมกดซื้อทันควัน แต้มระบบลดลงเหลือ 200,000 แต้มเป๊ะ ๆ
[ ติ๊ง! โฮสต์เรียนรู้เคล็ดวิชา 'กระบี่จักรพรรดิสะบั้นมิติ' สำเร็จ! ]
ผมก้าวเท้าเดินออกไปข้างหน้า สะบัดพัดกระดาษในมือขวาเบาๆ พลางโคจรลมปราณขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 2 ผสานเข้ากับเคล็ดวิชาสะบั้นมิติ ทันใดนั้น เหนือหัวของผมพลันปรากฏเงากระบี่ทองคำยักษ์ขนาดร้อยวา ส่องแสงเจิดจ้ากลบกลืนความมืดมิดของเหวอนัตตาจนสว่างไสวปานกลางวัน!
"ไอ้พวกหนอนแมลงเอ๋ย... จงแหลกสลายไปพร้อมกับพัดกระดาษของข้าคนกะล่อนซะเถอะโว้ยจ้ะพี่น้อง!"
[ ฟึ่บ! ]
[ เปรี้ยงงงงงงงง! ตูมมมมมมม! ]
ผมสะบัดพัดฟาดลงไปเบื้องหน้า คลื่นพลังกระบี่สุญญากาศสีทองระเบิดหมุนวนเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์ กวาดล้างมิติและฉีกร่างฝูงอสูรเงาทมิฬนับพันตัวจนแหลกละเอียดกลายเป็นละอองเลือดและควันสีดำในพริบตาเดียว! แรงระเบิดพัดม่านหมอกพิษและสายฟ้าสีม่วงกระจายหายไปเกลี้ยง เผยให้เห็นเส้นทางหินโบราณทอดยาวลงสู่เบื้องล่างอย่างโล่งเตียน
"ว้าววว! สามีสุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ! พัดทีเดียวอสูรเงาหายไปทั้งฝูงเลย คิกๆ เท่ที่สุดในสามโลกเลยเจ้าค่ะ!" หลงหลิงเอ๋อร์และเหล่าภรรยาต่างพากันส่งเสียงเชียร์ตบมือด้วยดวงตาเป็นประกายปลาบปลื้มใจ
พวกเราเดินลึกตามเส้นทางหินลงไปจนถึงก้นบึ้งลึกสุดของเหวอนัตตา...
ณ ที่แห่งนั้น ปรากฏสิ่งก่อสร้างอันแสนยิ่งใหญ่อลังการตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางทะเลสาบหินลาวาดับสูญ มันคือ "วิหารมังกรบรรพกาล" พระราชวังโบราณที่สร้างขึ้นจากหยกดำมังกรทั้งหลัง สลักลวดลายมังกรยักษ์เก้าเศียรพันรอบเสาวิหาร แผ่รังสีพลังงานมังกรศักดิ์สิทธิ์โบราณอันบริสุทธิ์และหนาแน่นออกมาไม่ขาดสาย เหนือยอดวิหารมีลูกแก้วแสงสีรุ้งเก้าสีส่องประกายวับวาว นั่นคือ 'มุกมังกรสวรรค์เก้าทิศ' ที่ตามหา!
เซินชิงเสวียนดีดลูกคิดทองคำในมือเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง พลางตาลุกวาว: "โอ้โหสามีเจ้าคะ! วิหารนี้สร้างจากหยกดำมังกรพันปีทั้งหลัง แค่เสาต้นเดียวก็มีมูลค่าประเมินไม่ต่ำกว่าห้าแสนศิลาวิญญาณระดับสูงแล้วเจ้าค่ะ! ถ้าเราขนกลับไปสร้างคฤหาสน์หอการค้าตระกูลลู่ได้ล่ะก็ รวยเละเทะแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ!"
ทว่า ก่อนที่พวกเราจะก้าวเท้าเข้าสู่วิหาร...
[ ตึก! ตึก! ตึก! ]
เสียงฝีเท้าหนักแน่นในเกราะเหล็กสีดำทมิฬดังก้องกังวาน ปรากฏกองทหารมังกรสวมเกราะเกล็ดสีดำนับร้อยนายก้าวออกมาปิดล้อมลานหน้าวิหารไว้แน่นหนา นำหน้าโดยชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ สวมชุดคลุมขนสัตว์สีดำ มีเขามังกรสีดำทมิฬสองข้างงอกอยู่บนศีรษะ แววตาของมันดุดันเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความละโมบ แผ่รังสีพลังขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 2 ออกมาข่มขู่
มันคือ "อ่าวคุน" เจ้าชายมังกรดำแห่งแดนเหนือ!
"ฮ่าๆๆ! นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีมนุษย์หน้าขาวขยะแดนล่างกล้าดั้นด้นลงมาถึงก้นเหวอนัตตาแห่งนี้!" อ่าวคุนแสยะยิ้มหยิ่งยะโส กวาดสายตามองผมด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปสบตากับหลงหลิงเอ๋อร์: "หลงหลิงเอ๋อร์... เจ้าเป็นถึงธิดามังกรเพลิงผู้สูงศักดิ์ แต่กลับลดตัวมาเป็นเมียน้อยคอยรับใช้มนุษย์หน้าขาวไร้ค่าผู้นี้เนี่ยนะ? ช่างน่าสมเพชสิ้นดี! แม้แต่น้องสาวไร้ประโยชน์ของข้าอย่าง 'อ่าวหนิง' ข้ายังส่งนางไปเป็นเหยื่อล่อดูดซับไอพิษหนาวเหน็บในวิหารเพื่อเบิกทางให้ข้าเลย! จงส่งมุกมังกรสวรรค์เก้าทิศมาให้ข้าซะ ข้าจะใช้พลังของมุกนี้ยึดครองบัลลังก์เผ่าพันธุ์มังกรทั้งหมด แล้วข้าจะยอมรับเจ้ามาเป็นนางบำเรอของข้า!"
"หุบปากเน่าๆ ของเจ้าเดี๋ยวนี้อ่าวคุน!" หลงหลิงเอ๋อร์แผดเสียงตวาดลั่นด้วยความโกรธจัด ปราณมังกรเพลิงในร่างปะทุลุกโชน: "เจ้ามันไอ้สารเลวใจหมาที่กล้าทำร้ายได้แม้กระทั่งน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง! สามีของข้าเก่งกาจและหล่อเหลากว่าเจ้าเป็นล้านเท่า ขืนเจ้ากล้าดูหมิ่นสามีข้าอีกคำเดียว ข้าจะเผาเขามังกรของเจ้าให้ไหม้เกรียมเป็นตอตะโกแน่!"
"ไอ้หนูเอ๋ย... หน้าตาก็ดำ เขาก็ดำ ใจก็ยังดำแถมขี้อวดอีกต่างหากโว้ยจ้ะพี่น้อง!" ผมโบกพัดกระดาษเยาะเย้ย: "อยากได้มุกมังกรไปครองบัลลังก์งั้นรึ? ผ่านพัดกระดาษของข้าคนกะล่อนให้ได้ก่อนเถอะจ้ะปู่!"
"ปากดีนักนะไอ้หน้าขาว!" อ่าวคุนคำรามลั่นด้วยโทสะ เส้นเลือดปูดโปนทั่วใบหน้า: "ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตาย... ข้าก็จะบดขยี้พวกเจ้าให้แหลกคาวิหารมังกรแห่งนี้ซะ!"
[ โฮกกกกกกกกกกกกกก! ]
อ่าวคุนสะบัดแขนเสื้อ ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ปรากฏเงาร่างอวตารมังกรดำทมิฬขนาดยักษ์สูงกว่าร้อยวา โผล่ขึ้นมาบดบังท้องฟ้าก้นเหวอนัตตาจนมืดมิด กรงเล็บมังกรยักษ์สีดำมะเมื่อมแหลมคมปานดาบเพชร ง้างขึ้นสูงบนเวหา แผ่แรงกดดันมหาศาลจนพื้นหินวิหารแตกร้าว พร้อมที่จะฟาดขยี้พวกเราให้จมดินในพริบตาเดียว!
---