แสงอรุณแรกของวันใหม่ที่สอดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวพัดไหวตามสายลมทะเล ไม่ได้นำพาความสดชื่นมาให้รดาเหมือนทุกครั้ง ตรงกันข้าม มันกลับเปิดเผยร่องรอยของตราบาปที่เธอเพิ่งก่อขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างเด่นชัด
รดาลืมตาขึ้นมาช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่แล่นเข้าสู่สมองทันทีที่ตื่นคือความจริงที่ว่าเธอกำลังนอนอยู่บนเตียงเดียวกับเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ไม่ใช่สามี วงแขนแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของกวินพาดอยู่บนเอวบางของเธออย่างแสดงความเป็เ้าของ ใบหน้าหล่อเหลายามหลับใหลดูอบอุ่นและไร้เดียงสา ทว่ารดากลับรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกแผดเผาด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
เธอค่อยๆ ยกแขนของกวินออกอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามไม่ให้เขาตื่น รดาขยับกายลงจากเตียงเก็บเสื้อผ้ากระจัดกระจายบนพื้นขึ้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ
ภายในห้องน้ำ รดาจ้องมองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ สะท้อนภาพผู้หญิงผมเผ้ากระเซิง ขอบตาบวมช้ำ และริมฝีปากอิ่มที่ยังคงแดงระเรื่อจากแรงบดจูบอันเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ บนลาดไหล่และเนินอกที่กวินทิ้งไว้เป็ตราบาปคอยตอกย้ำถึงการทรยศหักหลังสามีของตัวเอง รดารีบเปิดฝักบัว รูดม่านปิดแล้วก้าวเข้าไปใต้กระแสน้ำเย็นจัด เธอใช้ครีมอาบน้ำลูบไล้ผิวกายขัดถูอย่างรุนแรงราวกับ้าล้างกลิ่นอายััของกวินออกไปจากตัว ทว่ายิ่งขัดถู ร่างกายกลับยิ่งจดจำความอุ่นร้อนและจังหวะกระแทกกระทั้นอันป่าเถื่อนปนเร่าร้อนของเขาได้ดีจนเธอต้องซบหน้าลงกับผนังกระเบื้องเย็นๆ ร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง
"รดา..."
เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมเสียงทุ้มต่ำของกวินทำให้รดาสะดุ้งโหยง เธอรีบปิดน้ำหยิบผ้าขนหนูมาซับตัวและแต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เรียบง่ายที่ดูมิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ รดาสูดหายใจลึกรวบรวมสติ ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำออกมา
กวินยืนรออยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงผ้าลินินตัวเดิม เผยให้เห็นท่อนบนเปลือยเปล่าเปี่ยมเสน่ห์กล้ามเนื้อ ลอนท้องเรียงตัวสวยเด่นชัด และมีหยาดน้ำเกาะพราวอยู่บนผมที่เพิ่งล้างหน้ามาหมาดๆ แววตาคมเข้มที่จ้องมองมายังรดานั้นเต็มไปด้วยประกายความหวานหยาดเยิ้มและเสน่หา เขาเอื้อมมือออกไปหวังจะโอบกอดเธอ
"ตื่นเช้าจังครับ... ผมคิดว่าคุณจะนอนต่ออีกหน่อย" กวินเอ่ยเสียงทุ้มหวาน
ทว่ารดากลับก้าวถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง แววตาและสีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็เ็าและแข็งกระด้างอย่างจงใจ
"กวินคะ... เราต้องคุยกัน" รดาพูดเสียงเรียบ
กวินชะงักมือที่ยื่นออกไป รอยยิ้มอุ่นค่อยๆ จางลง แววตาแปรเปลี่ยนเป็ราบเรียบ ลุ่มลึกราวกับทะเลลึกที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก "มีอะไรหรือเปล่าครับรดา"
"เื่เมื่อคืนนี้... มันคือความผิดพลาด" รดาฝืนพูดคำที่กรีดแทงใจตัวเองออกมา "ฉันเสียใจที่ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบครอบงำ และฉัน้าให้คุณลืมมันไปเสีย... ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา และจากนี้ไป เราสองคนไม่ควรพบเจอกันอีก"
คำประกาศกร้าวที่ไร้เยื่อใยของรดาทำให้เกิดความเงียบงันขึ้นในห้อง กวินจ้องมองเธอแน่วแน่ แววตาคมปลาบคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเสียใจหรือโกรธเคือง ทว่ากลับมีร่องรอยของความสมเพชและขบขันจางๆ ฉายออกมา ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาหารดาช้าๆ บีบคั้นจนเธอต้องถอยหลังไปจนหลังพิงชนกับตู้เสื้อผ้า
กวินยื่นมือทั้งสองข้างยันผนังตู้เสื้อผ้ากักขังเธอไว้ในวงแขน โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รดาััได้ถึงกลิ่นอายความร้อนแรงและออร่าที่คุกคามจากตัวเขา
"ความผิดพลาดงั้นเหรอครับรดา?" กวินกระซิบถามข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าเยือกเย็น "แต่เมื่อคืน... ร่างกายของคุณไม่ได้บอกแบบนั้นเลยสักนิด คุณกอดผมแน่น ร้องเรียกชื่อผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเสียวซ่าน และต้อนรับตัวตนของผมอย่างเร่าร้อน... คุณแน่ใจเหรอครับว่าผู้พิพากษาสามีของคุณจะมอบััระดับนั้นให้คุณได้"
"กวิน! หยุดพูดเดี๋ยวนี้!" รดาตวาดหน้าแดงก่ำ รู้สึกอับอายและสับสน
"ผมไม่หยุด" กวินยิ้มกริบ แววตาแฝงความร้ายกาจลึกซึ้ง เขายัดกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนเบอร์โทรศัพท์ใส่มือของเธอ บีบมือบางไว้แน่น "ผมรู้ว่าคุณรักสามีของคุณ แต่อย่าหลอกตัวเองเลยว่าคุณไม่ได้้าผม... ผมไม่มีวันปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอกรดา แล้วเราจะได้พบกันอีก... เร็วๆ นี้"
คำพูดกึ่งข่มขู่และแววตามุ่งมั่นอย่างแปลกประหลาดของกวินทำให้รดารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว ชายหนุ่มโน้มตัวลงกดจูบหนักๆ บนริมฝีปากอิ่มของเธอหนึ่งครั้งก่อนจะยอมปล่อยตัวเธอให้เป็อิสระ รดารีบคว้ากระเป๋าเดินทางที่จัดเก็บไว้ลนลาน ก้าวหนีออกจากห้องนอนไปโดยไม่หันกลับไปมองกวินอีกเลย
---
รดาเดินลากกระเป๋าเดินทางลงมายังส่วนห้องนั่งเล่นชั้นล่างของวิลล่าเพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ ในใจว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความระแวง ทว่าขณะกำลังก้าวเดินผ่านบริเวณริมสระว่ายน้ำส่วนตัว หญิงสาวต้องหยุดชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงสนทนาที่ดังกึกก้องแ่เบามาจากมุมสวนไม้ระแนง
เป็เสียงของเมทินี...
เพื่อนสนิทของเธอกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ตึงเครียด และพยายามกระซิบกระซาบอย่างที่สุด รดาขยับกายหลบหลังเสาปูนคอยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
"คุณสัญญาแล้วไงคะว่าจะหย่ากับเธอหลังจากจบคดีนี้!" เสียงเมทินีดังขึ้นอย่างมีโทสะ "ใช่ค่ะ... ตอนนี้รดาอยู่กับฉันที่วิลล่า เธอไม่มีทางรู้หรอก... แต่ถ้าคุณยังเล่นตุกติกและบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจัดการเื่นี้ ฉันจะส่งหลักฐานและข้อความทั้งหมดให้รดารู้ทันที! ฉันจะไม่ยอมเป็ชู้หลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไปแล้วนะ!"
คำว่า *“หย่า”* และ *“ชู้หลบๆ ซ่อนๆ”* ที่หลุดลอดจากปากของเพื่อนรักเปรียบเสมือนอสุนีบาตฟาดลงมากลางใจของรดา ร่างกายของเธอชาหนึบั้แ่หัวจรดเท้า ลมหายใจสะดุดกึก สมองส่วนหน้าพยายามเชื่อมโยงข้อมูล... เมทินีกำลังกดดันให้ผู้ชายคนหนึ่งหย่ากับภรรยา... ผู้ชายคนนั้นคือใครกัน?
และที่สำคัญ เมทินีพาดพิงถึงตัวเธอ... *“รดาอยู่กับฉันที่วิลล่า”*
คำพูดนั้นชี้เป้าอย่างชัดเจนว่า ปลายสายสนทนานั้นคือใครบางคนที่รู้จักเธอดี... หรือว่าจะเป็... อัครินทร์? สามีของเธอเอง!
รดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความระแวงสงสัยที่เคยมีบัดนี้ปะติดปะต่อเป็ภาพร่างที่ชัดเจนและโหดร้ายที่สุด เพื่อนสนิทที่สุดที่เธอเชื่อใจ และสามีที่แต่งงานอยู่กินกันมาหลายปี กำลังลักลอบหักหลังเธออยู่ลับหลังงั้นหรือ?
ก่อนที่รดาจะทันได้ตั้งสติและก้าวเข้าไปเค้นความจริง เมทินีก็กดวางสายและหันตัวกลับมา หญิงสาวไฮโซหน้าถอดสีทันทีเมื่อสบสายตากับรดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ไม่ไกล
"รดา... มายืนตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่จ๊ะ" เมทินีพยายามปรับสีหน้าถามพลางส่งยิ้มกลบเกลื่อน พิรุธฉายชัดในแววตา
"ฉันเพิ่งลงมาน่ะเม..." รดาเค้นเสียงตอบอย่างยากลำบาก พยายามสะกดกั้นอารมณ์คลั่งในใจ "เธอคุยกับใครเหรอ ดูเครียดๆ นะ"
"อ๋อ... ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่ลูกค้างี่เง่าโทรมาประสาทแดกแต่เช้าเฉยๆ" เมทินีเฉไฉลื่นไหลหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมบังสายตาจับผิด "แล้วนี่เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วเหรอจ๊ะ ทำไมรีบจัง"
"ฉันอยากกลับกรุงเทพฯ วันนี้เลยค่ะเม มีธุระด่วนที่ต้องคุยกับพี่ริน" รดาพูดน้ำเสียงเรียบกระด้าง แววตาจ้องมองเมทินีอย่างลึกซึ้งราวกับจะทะลวงหน้ากากของเพื่อนรัก
เมทินีชะงักไปเล็กน้อย สีหน้ามีความกังวลฉายออกมาแวบหนึ่งแต่ก็รีบตอบตกลง "ได้จ้ะ... งั้นเรากลับกันเลยนะ"
---
การเดินทางกลับกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยความเงียบงันอึดอัด รดานั่งนิ่งจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเอง ขณะที่เมทินีก็เอาแต่ขับรถและดูสับสนว้าวุ่นใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อรถสปอร์ตคันหรูจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของรดา รดากล่าวขอบคุณเพื่อนรักเสียงเรียบไร้ความอบอุ่นก้าวลงจากรถลากกระเป๋าเข้าบ้านทันทีโดยไม่เหลียวหลังมอง
ตกเย็น ยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง
รดานั่งรออัครินทร์อยู่ที่ห้องรับแขกที่เงียบเชียบและเย็นเยือก จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่ม เสียงประตูบ้านเปิดออกพร้อมการปรากฏตัวของอัครินทร์ ชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ถอดสูทพาดไว้บนแขน รดาตระหนึกรู้ทันทีว่ากลิ่นโคโลญประจำตัวของเขายังคงเหมือนเดิม ทว่าในความหอมเย็นนั้น เธอไม่ได้กลิ่นน้ำหอมฟลอรัลหวานละมุนแปลกปลอมอีกแล้ว... หรืออาจจะเป็เพราะมันถูกชำระล้างออกไปหมดแล้วก่อนกลับบ้าน
"กลับมาแล้วเหรอรดา ทริปทะเลเป็ยังไงบ้างล่ะ" อัครินทร์เอ่ยถามตามหน้าที่ น้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์
รดาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับสามี แววตาของเธอเต็มไปด้วยความบีบคั้น "พี่รินคะ... เมื่อคืนนี้ พี่อยู่ที่ไหนกันแน่"
อัครินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที แววตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน "ผมบอกคุณไปแล้วไงรดาว่าผมประชุมอยู่ คุณจะซักไซ้อะไรนักหนา"
"ประชุมแต่มีเสียงผู้หญิงหัวเราะคิกคัก และเสียงเพลงบาร์ปาร์ตี้ดังลั่นงั้นเหรอคะ!" รดาขึ้นเสียงอย่างทนไม่ไหว "พี่โกหกรดา พี่ทำตัวมีความลับ และปิดบังอะไรบางอย่างมาตลอด... พี่มีคนอื่นใช่ไหมคะพี่ริน!"
"หยุดพูดบ้าๆ ได้แล้วรดา!" อัครินทร์ตวาดกลับเสียงต่ำน่ากลัว ใบหน้าเคร่งขรึมดูดุดัน "คุณเหนื่อยล้าฟุ้งซ่านเพราะเื่แท้งลูกจนคิดระแวงไปเองหมดแล้วนะ! ผมทำงานงกๆ ทุกวันเพื่อหาเงินประคับประคองฐานะและหน้าตาของครอบครัวเรา แต่คุณกลับมานั่งจับผิดไร้สาระแบบนี้ มันน่ารำคาญรู้ไหม!"
คำว่า *“น่ารำคาญ”* สะบั้นความรู้สึกสุดท้ายของรดาให้ขาดสะบั้นลง เธอจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความร้าวรานใจอย่างที่สุด อัครินทร์ไม่ยอมรับความจริง และยังโยนบาปความผิดมาที่ความโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกของเธออีก
"ผมเหนื่อยแล้ว ขอตัวไปทำงานต่อในห้องทำงานแล้วกัน คืนนี้ไม่ต้องรอคุยอะไรอีก"
อัครินทร์พูดจบรวดเร็ว หันหลังเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวชั้นล่าง ทันทีที่เขาเดินเข้าไป เสียงล็อกประตูห้องจากด้านในก็ดังแกร๊กแว่วเข้ามาในความเงียบ รดายืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่ที่มืดมิดและหนาวเย็นราวกับสุสาน
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเธอสั่นแจ้งเตือนข้อความเข้า รดาหยิบขึ้นมาดูด้วยมือสั่นระริก ปรากฏข้อความจากเบอร์แปลกเบอร์เดิมส่งเข้ามา:
*‘ผมถึงกรุงเทพฯ แล้วนะครับพี่รดา... ผมคิดถึงกลิ่นตัวหอมๆ และเนื้ออุ่นๆ ของพี่จัง ยิ่งคิดถึงฉากริมระเบียงเมื่อคืนผมยิ่งอยากเจอพี่อีก... แล้วเจอกันเร็วๆ นี้รอยร้าวในใจพี่ ผมจะคอยช่วยรักษาให้เองนะครับ’*
รดาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธอตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของความจริงอันโหดร้าย สามีผู้เ็าทรยศที่ล็อกประตูขังเธอไว้ข้างนอก กับชู้รักเด็กหนุ่มรุ่นน้องผู้นำพาตัณหาต้องห้ามและก้าวตามเข้ามาคุกคามชีวิตของเธอถึงเมืองหลวง... และความปรารถนาที่ซ่อนเร้นของทุกคน กำลังจะลากเธอลงสู่หุบเหวที่ไม่มีทางหวนกลับ