บทที่ 9 ผู้เฒ่าเซียวลุกขึ้นยืน
ครอบครัวของเซียวหย่งฝูกินอิ่มแล้วก็พากันเข้านอน เนื่องจากพรุ่งนี้เช้าจะต้องเข้าเมือง
หยางซื่อนึกถึงปลาหนีชิวในบ่อโคลนบ้านสกุลเซียวและด้วยอากาศที่ร้อนจัดจนนอนไม่หลับ นางก็ลุกขึ้นหยิบตะกร้าออกจากบ้านไป
พอมาถึง ก็มองดูบ่อโคลนท่ามกลางแสงจันทร์สาดส่อง หยางซื่อไม่เชื่อว่าในบ่อโคลนจะมีปลาหนีชิวอยู่ในนั้น
แต่เมื่อนึกถึงหม้อจานเ่าั้และกลิ่นหอมที่มาจากบ้านสกุลเซียว นางก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
ครอบครัวหลิวเหล่าหานมีลูกชายสองคน ลูกชายคนโตทำงานแบกหามอยู่หมู่บ้านใกล้เคียง ส่วนลูกชายคนเล็กทำงานอยู่ร้านค้าในเมือง
เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน ครอบครัวของหลิวเหล่าหานก็ถือว่าไม่ได้ลำบากอะไรนัก
แต่หยางซื่อมีนิสัยชอบเอาเปรียบและมักจะทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านเสมอ
นางพับขากางเกงขึ้น คว้าดินจากขอบทุ่งมาถูมือทั้งสองข้างแล้วลงไปในบ่อโคลนพร้อมกับตะกร้าในมือ
ในบ้านที่ทรุดโทรมของสกุลเซียว เ้าก้อนแป้งลืมตาท่ามกลางความมืดมิด ปลาหนีชิวช่วยเพิ่มน้ำนม การขโมยปลาหนีชิวก็เท่ากับขโมยอาหารของนาง
หยางซื่อถูกกำหนดให้ต้องพบความยากลำบากในคืนนี้เข้าแล้ว!
หยางซื่อย่ำเท้าเข้าไปในบ่อโคลน แต่หลังจากเดินได้สองก้าว ก็พบว่าเท้าของตนเหมือนจะถูกดูดและไม่สามารถดึงออกได้
อีกทั้งบริเวณข้อเท้ายังรู้สึกเหมือนมีมือคู่หนึ่งกำลังดึงนางลงไป…
นางพยายามดึงขาของตนเองออกอย่างเต็มที่ แต่ยิ่งออกแรงมากเท่าไรก็ยิ่งถูกดูดลงไปในโคลนมากเท่านั้น
หยางซื่อรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง พยายามออกแรงปีนป่ายสุดกำลัง
“ให้ตายเถอะ คนแซ่เซียวต้องหลอกข้าแน่ ๆ มันจะไปมีปลาอยู่ที่นี่ได้ยังไง บอกว่ามีผียังน่าเชื่อกว่าอีก”
“ช่วยด้วย!” หยางซื่อะโขอความช่วยเหลือ
แต่นางอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านค่อนข้างมาก ทั้งยังเป็เวลากลางคืน จึงไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
หยางซื่อถูกขังอยู่ในบ่อโคลนทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นแทบจะกลายเป็บ้าไปแล้ว
ทางด้านสกุลเซียวนอนหลับสบายตลอดคืน ไม่รับรู้เื่ที่หยางซื่อเผชิญเลยสักนิด
ในคืนอันมืดมิด ัทองตัวน้อยนั่งก่นด่าอยู่บนหลังคาบ้านที่ผุพัง
“ฮึ พวกคนชั่วต้องโดนแบบนี้! ถ้ากล้าขโมยอาหารของข้า ข้าจะทำให้เ้ากลัวจนตายไปเลย!”
ัทองตัวน้อยขยับอุ้งเท้าเล็ก ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
นางบินหมุนวนอยู่สองสามรอบแล้วก็บินไปที่ห้องครัว เปลี่ยนข้าวเพียงหยิบมือเดียวเป็ข้าวทิพย์ เปลี่ยนน้ำดื่มให้เป็น้ำทิพย์
“เฮ้อ ของที่บ้านมีน้อยเกินไปแล้ว” หลังจากพูดจบนางก็บินไปที่ห้องของผู้เฒ่าเซียว
ท่านปู่ผู้นี้มีจิตใจดี ดังนั้นข้าจะประทานพรของเทพัให้แก่ท่าน!
เมื่อคิดได้แบบนั้นก็สะบัดหาง แสงสีทองก็ตกลงบนขาของผู้เฒ่าเซียว
ในระหว่างที่ผู้เฒ่าเซียวหลับอย่างสบายใจพร้อมกับลมหายใจที่ผ่อนออก ใบหน้าที่ดำคล้ำก็เริ่มเห็นเืลมเดิน
หลังจากทำเช่นนั้นเสร็จ ัทองตัวน้อยก็หมดแรง จึงบินโฉบกลับเข้าไปในร่างของเซียวหน่วนหยางและผล็อยหลับไป
วันถัดมา
เซียวเฉินหลางวิ่งไปที่เล้าไก่ทันทีที่เขาลุกขึ้น
เมื่อวานนี้ได้ไข่ตั้งยี่สิบฟองทำให้เขารู้สึกประทับใจมาก วันนี้จึงมาดูว่าแม่ไก่จะยังออกไข่หรือไม่
เมื่อเขาไปถึงที่นั่น แม่ไก่ก็เดินออกมาจากรังของมันพร้อมเชิดหัวขึ้น
เซียวเฉินหลางเอื้อมมือไปในเล้าไก่ และพบกับไข่อุ่น ๆ หนึ่งกอง
เขารีบเก็บไข่ใส่ลงในตะกร้า แต่ไม่ทันได้สังเกตเห็นสายตาของแม่ไก่ที่มองดูเขาเหมือนคนไม่เคยเห็นโลก
“ท่านแม่ดูสิ วันนี้ก็ได้ไข่ไก่อีกยี่สิบฟอง แม่ไก่ตัวนี้น่าทึ่งมาก”
เมื่อวานหลินซื่อได้กินอาหารดี ๆ เมื่อตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าปริมาณน้ำนมก็มีเยอะเกินคาด นางให้นมเซียวหน่วนหยางและกำลังเตรียมป้อนเสี่ยวลิ่วต่อ
“เ้าเบาเสียงหน่อย เดี๋ยวพ่อกับพี่ชายเ้าจะต้องเข้าเมืองแล้ว ไข่นี่เ้าก็เอาไปต้มให้พวกเขาไปกินระหว่างทางสักสิบฟองเถอะ”
“ขอรับ”
หลังมื้อเช้า เซียวหย่งฝูและเซียวหยวนหลางก็ดันเกวียนออกมาท่ามกลางสายตาอิจฉาของเด็ก ๆ
ตะกร้าบนหลังของเซียวหยวนหลางเต็มไปด้วยไข่และอาหารแห้ง ส่วนเซียวจ้งหลางตัดสินใจที่จะไม่ขายกระต่าย เขา้าเลี้ยงกระต่ายให้เป็อาหารสำหรับทุกคน
สาเหตุหลักก็คือเมื่อคืนผู้เฒ่าเซียวบอกกับเขาว่ามันมีหลายวิธีในการปรุงกระต่าย แค่ฟังเซียวจ้งหลางก็น้ำลายสอแล้ว
เงินที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของเซียวหย่งฝูทำให้หลินซื่อรู้สึกกังวลเล็กน้อย
นางผูกผ้าพันรอบหน้าผาก สองมือเล่นกับลูก ๆ ทั้งสองคน แต่สายตาของนางกลับเหม่อลอยเล็กน้อย
“ไม่รู้ว่าระหว่างทางพ่อกับพี่ชายเ้าจะปลอดภัยหรือไม่ ข้ารู้สึกว่าให้เงินพ่อเ้าเยอะเกินไป”
เสี่ยวลิ่วง่วงจนหลับไปแล้ว แต่เ้าก้อนแป้งยังกะพริบตาปริบ ๆ ยื่นมือป้อมออกไปคว้าจับนิ้วของหลินซื่อไว้
ท่านแม่ไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน
บนูเา หมาป่าขาวที่กำลังพักผ่อนอยู่ลืมตาขึ้น ราวกับได้รับคำสั่ง ทันใดนั้นมันก็ลุกขึ้นมุ่งหน้าออกไปพร้อมกับฝูง
“ท่านแม่ ข้างนอกเสียงดังมาก ข้าว่าจะออกไปดูหน่อย” เซียวเฉินหลางพูด แต่เซียวจ้งหลางกล่าวรั้งเขาไว้ “ไม่น่าใช่เื่ดี อย่าไปเลย”
สองฝาแฝดเกิดเถียงกัน
ความกังวลใจของหลินซื่อถูกสองพี่น้องแย่งความสนใจไปหมดแล้ว “พวกเ้าทั้งสองไปดูเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น ค่อยกลับมาบอกแม่แล้วกัน”
ทั้งสองคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทันที
หลินซื่อส่ายศีรษะหัวเราะ นางลุกขึ้นอุ้มเซียวหน่วนหยางที่ตื่นแล้วเดินไปทางห้องของผู้เฒ่าเซียว
“ท่านพ่อ จี้หลางเป็เด็กดีหรือไม่ เขาสร้างปัญหาให้กับท่านหรือเปล่า”
ข้อดีของการมีลูกหลายคนคือสามารถจัดสรรหน้าที่ต่าง ๆ ให้พวกเขาทำได้
เซียวจี้หลางได้รับหน้าที่ให้คอยดูแลและส่งข้าวส่งน้ำให้ผู้เฒ่าเซียว
เมื่อหลินซื่อเดินเข้าไปในห้อง นางพบว่าวันนี้ผู้เฒ่าเซียวดูมีกำลังวังชาขึ้นมาก จนนางต้องตกตะลึง หรือว่า...
จะเป็พลังชีวิตเฮือกสุดท้าย
แต่ไม่น่าเป็ไปได้ ถึงผู้เฒ่าเซียวจะเดินไม่ได้ แต่เขาก็ไม่เคยมีปัญหาสุขภาพร้ายแรง
หรือเป็เพราะท่านพ่อกำลังโกรธ?
ยิ่งคิดเื่นี้มากเท่าไร นางก็ยิ่งไม่แน่ใจมากขึ้นเท่านั้น
เ้าก้อนแป้งไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านแม่ถึงดูเป็กังวล ทั้งที่ท่านปู่ดูแข็งแรงขึ้นมากขนาดนี้
หลินซื่อถามอย่างระมัดระวัง “ท่านพ่อ ท่านมีตรงไหนไม่สบายหรือไม่”
ผู้เฒ่าเซียวรู้สึกดีมาก อารมณ์ดีจนหัวเราะเสียงดัง “ข้าสบายดี ข้ารู้สึกว่าสามารถลุกเดินไปรอบ ๆ ได้ด้วยซ้ำ” พูดจบ ผู้เฒ่าเซียวก็ใช้แขนยันร่างกายจนลุกขึ้นนั่งให้ดู แต่คราวนี้เขาสามารถลุกขึ้นนั่งได้จริง ๆ
เ้าก้อนแป้งกะพริบตาปริบ นางอยากจะบอกว่า ท่านปู่แข็งแรงจนต่อให้เดินรอบบ้านตอนนี้ก็ยังได้เลย
พอลุกขึ้นมาเขาก็ยังไม่กล้าขยับ หลินซื่อเองก็กอดเซียวหน่วนหยางไว้แน่นด้วยความใ
ผู้เฒ่าเซียวเบิกตาโพลงเหมือนอยากจะบอกว่าเขาก็ใตัวเองมากเหมือนกัน
ใจนอยากจะกลับลงไปนอนและแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น …บางทีนี่อาจจะเป็ความฝัน
มีเพียงเสียงเล็ก ๆ ของเซียวหน่วนหยางเท่านั้นที่หัวเราะขึ้นมาท่ามกลางความเงียบนี้
“ท่านพ่อ ท่านสามารถลุกนั่งเองได้แล้วหรือ ตอนนี้รู้สึกเป็อย่างไรบ้าง เวียนหัวหรือไม่ ไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
หลินซื่อถามหลายคำถามติดต่อกัน แต่ผู้เฒ่าเซียวกลับไม่ได้ตอบอะไร
ขาของหลินซื่อสั่นด้วยความใ
“มือข้าชาน่ะ”
หลินซื่อ “...”
หญิงสาวจึงช่วยประคองผู้เฒ่าเซียวที่ตัวสั่นให้นอนลง
ลูกชายฝาแฝดวิ่งเข้ามาราวกับลูกธนู พลางะโเสียงดัง “ท่านแม่ เกิดเื่กับป้าสะใภ้หลิวแล้ว”
คาดว่าตอนนี้คงไม่มีอะไรทำให้หลินซื่อใอีกแล้ว นางกล่าวอย่างใจเย็น “หยางซื่อหรือ เกิดอะไรขึ้นกับนาง”
“ข้าได้ยินว่านางมาขโมยของบางอย่าง ก็เลยติดอยู่ในบ่อโคลนตลอดทั้งคืน”
“นางอยู่ในบ่อโคลนบ้านของเราหรือ!”
สีหน้าสงบของหลินซื่อเริ่มบิดเบี้ยว “เหอะ… สมควรแล้ว”
เ้าก้อนแป้งหัวเราะอย่างหนักในใจ : ใช่! สมควรแล้ว
ทางด้านสองคนที่เดินทางั้แ่เช้าตรู่ก็มาถึงเมืองอิ้งซานอย่างปลอดภัย
ขณะต่อแถวเข้าเมือง ทั้งสองคนฟังทหารยามคุยกันว่าท่านเ้าเมืองมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้บุตรชาย และกำลังเตรียมจัดงานเลี้ยงใหญ่
เซียวหย่งฝูเม้มริมฝีปากแน่นพลางคิดว่าลูกชายจะรู้ใจเหมือนลูกสาวได้อย่างไร เขาสิสมควรจัดงานเลี้ยงใหญ่
ทั้งสองคนซื้อน้ำตาลทรายแดงมาหนึ่งจินให้หลินซื่อ “นี่เป็ของดีให้แม่เ้าดื่ม บำรุงนางสักหน่อย”
“กลิ่นหอมมาก ท่านพ่อไหน ๆ เราก็มีที่ดินแล้ว เราซื้อเมล็ดพันธุ์ไปปลูกสักหน่อยดีหรือไม่” เซียวหยวนหลางถามด้วยรอยยิ้ม
เซียวหย่งฝูตบหน้าผาก “จริงด้วย ๆ”
“ต้องเลือกซื้อพันธุ์ดี ๆ” อย่างไรก็ตาม ที่ดินสองผืนนี้ก็ไม่สามารถปลูกอะไรได้ดีนัก
“ท่านพ่อไปซื้อของก่อนเถอะ ข้าจะไปตรงนั้นสักหน่อย ข้าจะเอาเห็ดไปขาย” เซียวหยวนหลางเห็นพื้นที่ว่างพอดี จึงหันไปเอ่ยกับบิดา
“ได้ ๆ ตามเ้าว่า”