‘มีแต่สาว ๆ วัยรุ่นหน้าตาดีทั้งนั้นเลยค่ะ’
นี่คือประโยคแรกที่เขมมิการายงานกับเขา เพราะน่านฟ้าได้สั่งเอาไว้ว่าให้หาคนที่ดูมีอายุ หรือสถานะแต่งงานมีครอบครัวแล้วเท่านั้น ซึ่งก็มีคนคุณสมบัตินี้มาสมัครอยู่หรอกนะ....แต่ความสามารถกลับไม่ผ่าน
ส่วนคนที่ความสามารถผ่าน ก็ดันเป็เด็กสาวเพิ่งเรียนจบใหม่แถมหน้าตาดีทั้งนั้น...ตามคำที่เขมมิกาได้บอกเพราะเขาไม่ได้มีเวลาไปดูภาพถ่ายของพวกเธอ น่านฟ้าจึงอนุญาตให้เขมมิกาสกรีนในเบื้องต้น เลือกคนที่มีความสามารถมากที่สุด ส่วนเื่อื่นเขาจะเป็คนสัมภาษณ์เอง และวันนี้ก็มาถึง...
เขมมิกาบอกว่าเธอชื่อ ‘เรนิตา’
ก็อก ๆ ๆ
“เชิญ” เ้าของห้องเอ่ยเสียงเรียบ สายตาของเขาจับจ้องไปยังคนที่กำลังเปิดประตูเข้ามาพลางคิดในใจ
‘ตรงต่อเวลาใช้ได้’
เรนิตาเปิดประตูเข้าไปในห้องของท่านประธานกรรมการบริหารด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า อย่างไม่อาจห้ามได้ แน่ล่ะ...เธอไม่เคยเจอโรงแรมไหนให้คนตำแหน่งสูงสุดเป็ผู้สัมภาษณ์งานด้วยตนเองสักครั้ง
แต่ก็นะ...เธอสมัครมาเป็เลขาส่วนตัวของเขา เขาเองก็คงอยากจะลองคุยก่อนตัดสินใจ เพราะเธอได้ยินมาว่า ‘ท่านประธาน’ คนนี้ เลือกเยอะ เลือกมาก แถมยังขยันไล่เลขาออกเป็ว่าเล่น
“แนะนำตัวสิ” น้ำเสียงเคร่งขรึมดึงสติเรนิตาให้กลับมาที่ปัจจุบัน
ทันทีที่เงยหน้าสบตากับชายหนุ่ม...ราวกับทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว ดวงตาที่มากล้นด้วยเสน่ห์กำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา แต่มันไม่ใช่สายตาหยาบคายใด ๆ เพราะเขามองเธอคล้ายกำลังพิจารณาว่าเหมาะสมกับตำแหน่งเลขาของเขาหรือไม่ต่างหาก
แต่ใครจะคิดว่าเพียงสบตากับชายหนุ่มจะทำให้หัวใจเธอเต้นรัวได้ขนาดนี้...เขาไม่เพียงมีสายตาที่สามารถทำลายล้างผู้หญิงได้เท่านั้น ทั้งผิวสีแทนตามแบบฉบับชายไทย คิ้วหนาดกดำ ดวงตาคมราวกับเหยี่ยว จมูกโด่งเป็สันที่รับกับ่แนวกรามของเขา ไหนจะริมฝีปากสีชมพูคล้ำนั่นอีก…
‘ไม่แปลกเลยที่เลขาคนก่อน ๆ จะอดใจไม่ไหว’
“ถ้าคุณยังไม่หยุดมองหน้าผม ผมจะเชิญคนต่อไป” น่านฟ้ามองหน้าอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ
“ขะ ขอโทษค่ะ หนู เอ่อไม่สิ ดิฉันชื่อเรนิตา คุ้มสวัสดิ์ อายุยี่สิบห้าปีค่ะ” เรนิตาพยายามตั้งสติและยืนตัวตรงตามแบบที่เธอซ้อมมาอย่างดี
“เคยทำงานอะไรมาก่อน” เขาว่าพลางมองสำรวจการแต่งกายของหญิงสาว
เธอแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตรัดรูปสีชมพูอ่อน ปลดกระดุมลงมาเพียงเม็ดเดียว และสวมกระโปรงสั้นสีดำความยาวเท่าเข่า ผมยาวสลวยถูกมัดเป็หางม้าอย่างเรียบร้อย ส่วนใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเบา ๆ ดูเหมือนว่าเ้าตัวจะเลือกทาแก้มสีชมพูอ่อนไม่ให้ดูเจนจัดเกินไป ส่วนริมฝีปากนั้น...
พรึบ!
น่านฟ้าหันหน้าหนีพลางถอนหายใจเมื่อเริ่มรู้สึกได้ว่าเผลอมองสำรวจผู้หญิงตรงหน้านานเกินไปแล้ว...และใช่ เธอหน้าตาดีเหมือนที่เขมมิกาบอกไว้ไม่มีผิด
“ดิฉันเคยทำงานเป็เลขาให้กับเ้าของธุรกิจทัวร์มาก่อนค่ะ”
“แล้วทำไมลาออกมาสมัครที่นี่” เสียงของหญิงสาวทำให้น่านฟ้ากลับมาโฟกัสที่เธออีกครั้ง
“ถ้าให้บอกตรง ๆ ก็...เงินค่ะ ดิฉันอยากทำงานที่ได้เงินสมกับความสามารถ” เรนิตาพูดตามจริง เพราะที่ผ่านมาเธอต้องทำงานตำแหน่งเลขา พ่วงประสานงาน พ่วงการตลาด พ่วงพนักงานขาย เรียกได้ว่าใช้งานเกินหน้าที่แถมเงินเดือนก็ยังไม่ขึ้นอีก
“คิดว่าตัวเองเก่งพอที่จะทำงานโรงแรม?” คนถามเลิ่กคิ้วใส่หญิงสาวอย่างลองเชิง เธออายุยี่สิบห้าก็จริงแต่ดูเป็คนเด็ดเดี่ยว พูดจาตรงไปตรงมาแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ขวานผ่าซากจนเกินไป
“คิดว่านะคะ...เื่งานดิฉันสามารถเรียนรู้ได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความสดใส แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คู่สนทนารู้สึกใจเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“จริง ๆ ผมไม่ได้ชอบคนเก่ง แต่ผมชอบคนอยู่เป็” น่านฟ้ามองหญิงสาวอย่างพิจารณา แม้เธอจะมีใบหน้าที่หวานหยาดเยิ้ม ใครเห็นเป็ต้องเหลียวหลัง ด้วยบุคลิกและรอยยิ้มสดใสไม่ต่างจากเด็กน้อยนั่นทำให้เขาคิดว่าเธอคงไม่มีนิสัยชอบเข้าหาหัวหน้างาน
“ค่ะ คุณน่านอยากให้ดิฉันปรับตรงไหนบอกได้เลยค่ะ”
“อย่างแรก เลิกมองผมด้วยสายตากระลิ้มกระเหลี่ยนั่น ผมไม่ชอบ”
“คะ?” คำพูดของชายหนุ่มทำให้เรนิตาอ้าปากเหวอ...เธอไปทำแบบนั้นั้แ่เมื่อไหร่กัน
‘ท่านประธานนี่หลงตัวเองใช่ย่อย’
หญิงสาวคิดในใจ ก่อนจะเอ่ยอีกประโยคออกมา
“รับทราบค่ะ ขอโทษนะคะ”
“มีแฟนหรือยัง”
“คะ?” เป็อีกครั้งที่ท่านประธานมาดขรึมถามในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ...จะมีแฟนหรือไม่มีแฟนมันเกี่ยวอะไรกับการที่เธอสมัครเป็เลขาของเขากัน
“แค่ตอบ ไม่ต้องสงสัยเยอะ” น่านฟ้าเอ่ยอย่างรำคาญใจ
“ไม่มีค่ะ” หญิงสาวถอนหายใจด้วยความประหม่า
“งั้นก็รีบมีได้แล้ว...” น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นยากจะคาดเดาว่าเขาคิดอะไรอยู่ แม้ไม่เข้าใจแต่เรนิตาทำได้เพียงเงียบปากไว้เพราะเธออยากได้งานจากเขานี่นา...
“คุณเขมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าสิ่งที่ผมคอนเซินมาก ๆ คือเื่อะไร” น่านฟ้าหยัดกายพูดเพื่อเข้าเื่
“ทราบค่ะ ห้ามอยู่ใกล้ท่านประธานเกินไป ห้ามทำเกินกว่าหน้าที่ ห้ามเอ่อ...ห้ามหลงรักท่านประธาน” เรนิตาตอบคำถามชายหนุ่มและนี่คือประโยคที่เธอท่องจำมาั้แ่อยู่หน้าห้อง
ในคราแรก...เธออดคิดไม่ได้ว่าคนที่ตั้งกฎนี้ขึ้นมาจะต้องเป็คนหลงตัวเองขนาดไหนกัน แต่พอมาเจอหน้าเขาแล้วเธอไม่แปลกใจเลยจริง ๆ เพราะมันดูไม่ยากเลยที่จะตกหลุมรักคนตรงหน้า
“แล้วทำได้ไหม?” เ้าของห้องถามย้ำอีกครั้ง
“แน่นอนค่ะ ท่านประธานไม่ใช่สเปคดิฉันอยู่แล้ว” เรนิตาหัวเราะออกไปอย่างลืมตัว ตั้งใจพูดให้เขาสบายใจแท้ ๆ แต่กลับถูกคนฟังมองมาด้วยสายตาดุจนได้
“ขอโทษค่ะ”
“ดี เพราะคุณก็ไม่ใช่สเปคผมเหมือนกัน งั้นก็จำที่คุณพูดเอาไว้ เพราะเมื่อไหร่ที่คุณล้ำเส้น...ผมไม่เอาคุณไว้แน่” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนตัวเล็กลอบกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก
“รับทราบค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“เรนิตา...คุณชื่อเล่นว่าอะไร” ชื่อของเธอดูจะยาวเกินไปสักนิดหากต้องเรียกเต็ม ๆ
“ตัวเล็กค่ะ”
“ตัวเล็ก...” น่านฟ้าทวนซ้ำพลางคิดในใจว่าพ่อแม่ของเธอช่างเข้าใจหาชื่อได้สมกับรูปร่างลูกสาวจริง ๆ
“เอาล่ะตัวเล็กผมรับคุณ...พรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เดี๋ยวผมจะแจ้งคุณเขมเอง อ่อ แล้วต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกผมว่าท่านประธาน เรียกว่าคุณน่านแค่นั้นพอ ออกไปได้แล้ว”
‘ผู้ชายอะไรเ็าชะมัด’
“ขอบคุณนะคะท่านประธาน เอ่อ...คุณน่าน” เรนิตาเก็บความดีใจเอาไว้ค่อยกลับไปกรี๊ดที่บ้าน ไม่อย่างนั้นเขาอาจเปลี่ยนใจได้
เธอยกมือไหว้ชายหนุ่มเพื่อลากลับและทันทีที่หันหลังให้เขาเรนิตาอดคิดไม่ได้ว่า ผู้ชายที่ทั้งหล่อและมีพร้อมทุกอย่างแบบนี้แต่กลับขยาดผู้หญิงราวกับเจอสัตว์ประหลาด...จะเป็อะไรไปไม่ได้นอกจาก
‘ท่านประธานชอบผู้ชาย!’
*******************
ความมั่นหน้าไม่เป็สองรองใครจริงๆค่ะ ท่านประธานแต่ใด ๆ คือเรนิตาเข้าใจผิดไปไกลแล้ว 5555