ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 6 บทที่ 159 ผู้บัญชาการเซี่ยวซิงอวี่ สัตว์อสูรยักษ์ใต้น้ำ!

            นี่คือการสอบกลางภาค

            และยังเป็นการต่อสู้รวมทีมครั้งแรกของนักเรียนปีหนึ่งห้องสามของสถาบันชิงหลง

            เมื่อเผชิญหน้ากับวานรวิญญาณเนตรโลหิตระดับเติบโตเหล่านักเรียนผู้เข้าสอบที่ยังอ่อนประสบการณ์ย่อมอดไม่ได้ที่จะใจเต้นรัว

            แต่ภายใต้การเรียกร้องของเซี่ยวซิงอวี่นักเรียนทุกคนพยายามเอาชนะความกลัวทางกายภาพและแสดงออกซึ่งความมุ่งมั่นในการต่อสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

            เซี่ยวซิงอวี่เตือนว่า“ทุกคนอย่าลืมนะ แค่ฆ่าสัตว์อสูรระดับเติบโตได้หนึ่งตัว ก็จะได้เกรดC แล้ว!”

            ทุกคนพร้อมใจกันตะโกน“สู้เพื่อผ่าน!”

            คะแนนผ่านเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเข้าสู่สนามรบของนักเรียนผู้เข้าสอบ

            ซ่งหู่กระตุ้นพลังวิญญาณ

            วัวปีศาจคลั่งก้าวเดินอย่างหนักแน่นพุ่งเข้าใส่ฝูงลิงที่มืดฟ้ามัวดินเป็นตัวแรก

            “วัวของฉันจะรับความเสียหายเองพวกนายก็แสดงฝีมือให้เต็มที่!”

            ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวัวปีศาจคลั่งคือความสามารถในการป้องกันที่เหนือกว่าสัตว์อสูรตัวอื่นๆและยังสามารถเพิ่มการฟื้นฟูเลือดให้กับเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้เคียงได้ถึง 10%

            วานรวิญญาณเนตรโลหิตตัวแล้วตัวเล่าพากันรุมล้อม

            วัวปีศาจคลั่งใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งของมันเป็นกำแพงต้านทานวานรวิญญาณเนตรโลหิต 5 ตัวได้อย่างง่ายดาย

            “พี่น้อง อย่าให้ซ่งหู่รับภาระคนเดียวพวกเราลุย!”

            “สัตว์อสูรของฉันก็เป็นสายป้องกันให้ฉันร่วมด้วย!”

            “ตายก็ตายไปเถอะยี่สิบปีให้หลังก็ยังเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ฉันจะสู้ตาย!”

            ในการสอบปฏิบัติครั้งหนึ่งเฉินฉี่เหนียนได้วางแผนเส้นทางอาชีพที่แตกต่างกันให้กับนักเรียนแต่ละคนในห้องสาม

            ตอนนี้ทีมแทงค์ที่นำโดยซ่งหู่ได้เรียกสัตว์อสูรที่มีพลังป้องกันสูงออกมา และสร้างแนวป้องกันที่แข็งแกร่งเพื่อต้านทานการโจมตีของฝูงลิง

            เซี่ยวซิงอวี่เริ่มออกคำสั่ง

            “แครี่เข้าประจำตำแหน่ง โจมตีระยะไกล!”

            นักเรียนห้องสามถือเซี่ยวซิงอวี่เป็นหลักสำคัญเชื่อฟังทุกการจัดเตรียมของเขา

            สัตว์อสูรที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกลหลบอยู่หลังแนวป้องกัน และยิงอย่างบ้าคลั่ง

            ลูกธนูน้ำแข็งพุ่งลงมาไม่ขาดสายลูกไฟระเบิดเพลิงวายุโค้งเป็นรูปพาราโบลาในอากาศพุ่งเข้าโจมตีแนวหลังของฝูงลิงได้อย่างแม่นยำ

            “เหล่าอู๋ รับผิดชอบการควบคุมสถานการณ์!”

            ตำแหน่งอาชีพของอู๋เซิงโหย่วคือเมจสัตว์อสูรของเขา ผีเสื้อฝนกระหน่ำสามารถสร้างความเสียหายจากน้ำแข็งในวงกว้าง

            ผีเสื้อฝนกระหน่ำบินขึ้นสู่ท้องฟ้าสะบัดปีกขนาดใหญ่และหนา ปล่อยผงสีน้ำเงินโปรยปรายปกคลุมทั่วทั้งสะพาน

            ผงสีน้ำเงินซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังของวานรวิญญาณเนตรโลหิตก่อให้เกิดผลกระทบจากการแช่แข็ง

            วานรวิญญาณเนตรโลหิตบางตัวแข็งตัวเป็นน้ำแข็งในทันทีส่วนวานรวิญญาณเนตรโลหิตบางตัวที่มีความต้านทานสูง แม้จะไม่แข็งตัวเป็นน้ำแข็งแต่ความเร็วในการเคลื่อนที่ก็ลดลงอย่างมาก

            นี่เป็นโอกาสดีสำหรับเซี่ยวซิงอวี่

            “เฮยเฟิง!”

            โฮกกก!

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกพุ่งมาข้างหน้าเซี่ยวซิงอวี่อ้าปากกว้าง เปลวไฟสะสมอยู่ในลำคอ

            ขณะที่เซี่ยวซิงอวี่กระตุ้นพลังวิญญาณหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็พ่นดอกบัวเพลิงออกมา

            บงกชเพลิงนรกขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามความเร็วในการหมุน

            บงกชเพลิงนรกท่าไม้ตายที่เคยสร้างความฮือฮาไปทั่วเวทีการแข่งขันซูเปอร์โนวามีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว!

            เมื่อบงกชเพลิงนรกขยายถึงขีดสุดก็ตกลงกลางฝูงลิง และระเบิดออก

            ตู้มมม~

            เสียงระเบิดดังกึกก้องคลื่นเพลิงสีดำปะทะออกไปรอบทิศทาง ราวกับดอกไม้ไฟที่บานสะพรั่งกลางอากาศสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ

            ในอากาศที่ขุ่นมัวและเย็นยะเยือกมีหมอกควันสีแดงดำหลงเหลืออยู่ นี่คือปีศาจที่อัดแน่นไปด้วยพลังปีศาจ

            “บงกชเพลิงนรกโคตรเจ๋ง!”

            “พี่อวี่สมแล้วที่เป็นแชมป์ซูเปอร์โนวา!”

            “โอ้พระเจ้า ท่านี้ฆ่าวานรวิญญาณเนตรโลหิตไปตั้งห้าสิบกว่าตัว!”

            ภายใต้เปลวเพลิงที่ลุกโชนคือศพของวานรวิญญาณเนตรโลหิต 52 ตัวที่ถูกเพลิงนรกเผาจนเป็นเถ่าถ่าน

            เมื่อลมพัดผ่านก็เหลือเพียงแก่นอสูรสีเขียวจำนวนมาก

            “ทุกคน นี่ไม่ใช่ความสำเร็จของฉันคนเดียวแต่เป็นเพราะพวกนายร่วมมือกันทำให้ศัตรูบาดเจ็บฉันถึงสามารถเก็บกวาดศัตรูที่บาดเจ็บจนหมดสิ้นได้”

            “ดังนั้น ความแข็งแกร่งของพวกนายเหนือกว่าที่พวกนายจินตนาการไว้มาก ไม่ใช่เหรอ?”

            ทุกคำพูดของเซี่ยวซิงอวี่เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับนักเรียนผู้เข้าสอบทุกคนแม้แต่เงาหลังของเขาก็ยังสามารถทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกปลอดภัยได้

            จากนั้นเซี่ยวซิงอวี่ก็หันหลังกลับกวาดสายตามองไปบนใบหน้าของนักเรียนผู้เข้าสอบแต่ละคน

            “ถ้าพวกนายยังมีใครเป็นคนขี้ขลาดก็ตะโกนสามครั้งว่าฉันไม่ใช่ผู้ควบคุมสัตว์อสูร แล้วกลับขึ้นไปบนรถได้เลย”

            “ไม่! ฉันจะไม่ถอยแล้ว!”

            “พี่อวี่ ฉันจะสู้ต่อ!”

            “แม้เมื่อกี้จะโดนหางลิงตัวแสบฟาดจนบาดเจ็บแต่ฉันบาดเจ็บเล็กน้อยก็ไม่ยอมลงจากแนวหน้าหรอก!”

            ความกล้าหาญและความห้าวหาญของมนุษย์มักจะเกิดขึ้นจากการต่อสู้

            หลังจากรอบแรกของการต่อสู้เด็กหนุ่มสาวที่ยังอ่อนประสบการณ์เหล่านี้ความสับสนในสายตาของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นในการต่อสู้

            “พี่อวี่ ระวังหลัง!”

            ตำแหน่งที่เซี่ยวซิงอวี่ยืนอยู่คือข้างรั้วสะพาน

            วานรวิญญาณเนตรโลหิตตัวหนึ่งที่เจ้าเล่ห์และชั่วร้ายจู่ๆ ก็พลิกตัวขึ้นมาจากใต้สะพาน และลอบโจมตีเซี่ยวซิงอวี่จากด้านหลัง

            ทุกคนไม่มีเวลาตอบสนองการลอบโจมตีของวานรวิญญาณเนตรโลหิตนั้นรวดเร็วเกินไปหมัดของมันพุ่งเข้าใส่เซี่ยวซิงอวี่อย่างรุนแรง

            ฉัวะๆๆ~

            ในยามวิกฤติใยแมงมุมที่อ่อนนุ่มหลายเส้นพุ่งทะลุผ่านอากาศ

            เซี่ยวซิงอวี่หันหลังกลับหมัดของวานรวิญญาณเนตรโลหิตอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงสิบเซนติเมตร!

            แต่ในช่วงสิบเซนติเมตรสั้นๆ นี้วานรวิญญาณเนตรโลหิตไม่สามารถข้ามไปได้เพราะหมัดของมันถูกใยแมงมุมหนาแน่นหลายชั้นห่อหุ้มไว้เท้าทั้งสองข้างก็ถูกใยแมงมุมและเมือกเหนียวตรึงไว้กับที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้แม้แต่น้อย

            บนสะพานมีแมงมุมสีแดงทั้งตัวห้อยหัวลงมา

            ขนาดของแมงมุมเทียบเท่ากับรถเบนซ์หนึ่งคันดวงตาสีม่วงคู่หนึ่งเปล่งประกายด้วยแสงที่เย้ายวนใจ

            ส่วนหางของมันมีสามคู่ของอวัยวะสำหรับปั่นใยซึ่งสามารถพ่นใยแมงมุมที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันเพื่อสร้างความเสียหายที่แตกต่างกันให้กับศัตรู

            “แมงมุมเงาสีชาด?”

            “นี่ไม่ใช่สัตว์อสูรของติงเทาเหรอ”

            “ติงเทาเขา...”

            ทุกคนมองไปที่ท้ายขบวนรถไฟ

            ติงเทายืนพิงประตูรถไฟเขายังไม่ได้ตะโกนคำว่า “ฉันไม่ใช่ผู้ควบคุมสัตว์อสูร”จนจบประโยค จึงยังไม่ได้กลับขึ้นไปบนรถ

            เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มถาม“คิดได้แล้วใช่ไหม?”

            “เซี่ยวซิงอวี่ อย่ามัวแต่พูดมากใยแมงมุมจะทนไม่ไหวแล้ว!”

            ติงเทาเหงื่อท่วมตัว ตะโกนลั่น

            วานรวิญญาณเนตรโลหิตมีพลังมหาศาลมันคำรามด้วยความโกรธ ใยแมงมุมขาดสะบั้นไปทีละเส้น...

            เมื่อใยแมงมุมเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงวานรวิญญาณเนตรโลหิตก็หลุดพ้นจากพันธนาการของใยแมงมุมอย่างสิ้นเชิง อ้าปากกว้างเตรียมจะกลืนเซี่ยวซิงอวี่ลงไปทั้งตัว

            ฉัวะ!

            แสงศักดิ์สิทธิ์ส่องประกายดาบแสงพุ่งทะลุศีรษะของวานรวิญญาณเนตรโลหิต

            แสงในดวงตาของวานรวิญญาณเนตรโลหิตค่อยๆดับลง ร่างกายล้มหงายหลัง ตกลงสู่แม่น้ำ ทำให้เกิดคลื่นน้ำเล็กน้อยจนกระทั่งระลอกคลื่นหายไป

            เทวทูตศักดิ์สิทธิ์สี่ปีกถือดาบแสงสามฟุตในมือซ้ายใบหน้าที่งดงามราวกับไม่มีอารมณ์ใดๆ

            การสังหารวานรวิญญาณเนตรโลหิตนั้นสำหรับเธอง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

            เมื่อกลิ่นเลือดคละคลุ้งสัตว์อสูรที่หลับใหลอยู่ในหุบเขาก็เริ่มตื่นขึ้น

            เสียงร้องของลิง เสียงคำรามของเสือเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว...

            เสียงคำรามของสัตว์อสูรหลากหลายชนิดผสมผสานกันก่อให้เกิดบทเพลงวอลซ์ที่น่าสะพรึงกลัว!

            “เซี่ยวซิงอวี่ สัตว์อสูรเยอะเกินไปแล้วเราสู้ไม่ไหวหรอก!”

            “ยังไม่ทันได้สู้จะรู้ได้ยังไงว่าสู้ไม่ไหว?”

            ติงเทาอึกอัก

            “ติงเทา ฉันยังคงยืนยันคำเดิมนายสามารถกลับไปบนรถได้ ตราบใดที่ตะโกนสามครั้ง...”

            “พอได้แล้ว แนเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูร!”

            ติงเทากำหมัดตะโกน

            เซี่ยวซิงอวี่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

            “ในเมื่อนายเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรต่อไปก็จงทำในสิ่งที่ผู้ควบคุมสัตว์อสูรควรทำ”

            ติงเทากัดฟัน พยักหน้าอย่างหนักแน่น

            “ดี เซี่ยวซิงอวี่ฉันจะเอาชีวิตนี้เป็นเดิมพันกับนาย!”

            ส่วนหัวของรถไฟ การต่อสู้ยิ่งดุเดือด

            ฉินเยียนหรานและสมาชิกสมาคมกำลังรุมโจมตีราชาวานรวิญญาณเนตรโลหิตระดับเหนือธรรมชาติ

            ระหว่างการต่อสู้ทุกคนก็ยังคงเหลือบมองไปที่ท้ายขบวนรถไฟ

            “หัวหน้าทีมฉินนักเรียนกลุ่มนี้คุณภาพดีทีเดียว อย่างน้อยก็กล้าสู้”

            “ใช่แล้ว แถมยังมีระเบียบวินัยด้วย”

            “ผมคิดว่าเด็กพวกนี้จะทำตัวเหมือนไก่ตื่นตูมซะอีกไม่คิดเลยว่าจะร่วมมือกันต่อสู้เป็นทีมได้ดีขนาดนี้”

            ฉินเยียนหรานเหลือบมองเซี่ยวซิงอวี่

            “เด็กพวกนี้สามารถร่วมมือกันต่อสู้เป็นทีมได้อย่างกลมกลืนก็เพราะน้องซิงอวี่ของฉันนำทีมได้ดี!”

            เซี่ยวซิงอวี่ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการสนามรบทุกคำพูดของเขาไม่เพียงแต่สร้างขวัญกำลังใจแต่ยังสามารถช่วยให้นักเรียนสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันได้ในเวลาอันสั้น

            “หัวหน้าทีมฉิน สะพานสั่นมากเลย!”

            “มีบางอย่างเคลื่อนไหวใต้น้ำ!”

            “แย่แล้ว!”

            เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหันผิวน้ำที่เคยสงบนิ่งใต้สะพาน จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นสูง

            สัตว์ประหลาดขนาดมหึมาพุ่งทะลุผิวน้ำ!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน