Ep8 ฉากบิดาพบฮ่องเต้
ณ ท้องพระโรงใหญ่ของวังหลวง
ซูจิ้นไห่ บิดาของคุณหนูตัวแสบยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์สีหน้าสุขุมและหนักแน่น ขณะทูลถวายรายงานเื่ราชกิจที่ได้รับมอบหมาย
ฮ่องเต้ทรงสดับฟังด้วยพระพักตร์เรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความเคร่งขรึมขณะเดียวกันก็ทอดพระเนตรพระอนุชาซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างท่านอ๋องยังคงมีสีหน้าซีดเซียวเล็กน้อย แต่ดูอาการดีขึ้นมาก
"เช่นนั้น ท่านอ๋องก็ฟื้นตัวดีแล้ว?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
"พ่ะย่ะค่ะ" ท่านอ๋องตอบ ก่อนจะเผยรอยยิ้มจางๆ"ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณบุตรสาวของท่านขุนนางพ่ะย่ะค่ะนางมีไหวพริบและช่วยข้าไว้ได้ทันการณ์"
ซูจิ้นไห่ ประสานมือค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม "เป็เกียรติยิ่งพ่ะย่ะค่ะนางเพียงแต่ทำในสิ่งที่สมควรทำ"
ฮ่องเต้พยักพระพักตร์อย่างพึงพอใจ"บุตรสาวของท่านมีความรู้ด้านการแพทย์เช่นนั้นหรือ?"
"เพียงเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ" ซูจิ้นไห่ตอบ"แต่ดูเหมือนนางจะมีความตั้งใจจริงมากนัก นับแต่วันนั้นนางกล่าวย้ำกับข้าอยู่หลายครั้งว่าอยากเป็หมอทั้งยังศึกษาตำราแพทย์อย่างเอาจริงเอาจัง"
ท่านอ๋องยิ้มขัน"ข้าก็พอจะััได้ว่านางเป็เด็กที่มุ่งมั่นไม่ใช่น้อย"
ซูจิ้นไห่ สบโอกาสจึงกราบทูลต่อ "ด้วยเหตุนี้ข้าจึงใคร่ขอพระบรมาานุญาตปรึกษาเื่การรับเด็กฝึกเป็หมอหลวงพระองค์จะทรงพิจารณาได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
ฮ่องเต้ทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงเนตรคมกริบฉายแววตรึกตรอง
"ปกติแล้ว หมอหลวงเป็ตำแหน่งสำคัญต้องมีการคัดเลือกอย่างเข้มงวด การเปิดโอกาสให้เด็กสตรีเข้ามาฝึกฝน…ถือเป็เื่ที่มิได้เกิดขึ้นบ่อยนัก"
ซูจิ้นไห่ รับฟังอย่างสำรวม ก่อนจะกล่าวเสริมอย่างรอบคอบ"ข้าทราบดีพ่ะย่ะค่ะว่าหมอหลวงส่วนใหญ่มักเป็บุรุษแต่หากเปิดโอกาสให้สตรีที่มีความสามารถและตั้งใจจริงข้าเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ไม่น้อย"
ท่านอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย "จริงอยู่หากมิใช่เพราะบุตรสาวของท่าน ข้าอาจมิได้มานั่งอยู่ตรงนี้ในวันนี้ก็เป็ได้"
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรพระอนุชาก่อนจะเบี่ยงพระพักตร์มองขุนนางผู้น่าเชื่อถือเบื้องหน้า
"เช่นนั้น… ข้าจะพิจารณาดู"
ซูจิ้นไห่ ก้มศีรษะคำนับ "เป็พระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ"
ยามเย็น ภายในเรือนหลักของจวนขุนนางใหญ่บิดาของคุณหนูตัวแสบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจด้านหลังของเขามีบ่าวไพร่ติดตามมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
ที่โต๊ะน้ำชา มารดา พี่ใหญ่ และพี่รอง กำลังสนทนากันอย่างผ่อนคลายแต่เมื่อเห็นบิดาเดินเข้ามาด้วยสีหน้ามีชัย พี่ใหญ่ก็เลิกคิ้วขึ้น
“ดูท่าท่านพ่อจะมีข่าวดี?”
ซูจิ้นไห่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะปรายตามองไปที่คุณหนูตัวแสบที่กำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่
“แน่นอน! ข้ามีข่าวใหญ่จะบอกเ้า!”
“ข่าวใหญ่?” นางวางถ้วยน้ำชาลงทันทีแววตาเป็ประกาย “ข้าจะได้ขนมสูตรลับจากในวังหรือเ้าคะ!?”
พี่รองถอนหายใจเฮือก “เื่ที่เ้าให้ความสำคัญก่อนข่าวใหญ่มันคือขนมรึ?”
ซูจิ้นไห่ ส่ายหน้าแต่ก็หัวเราะขำ ก่อนประกาศอย่างภาคภูมิ
“ราชสำนักกำลังจะเปิดรับคนเข้าสอบเป็หมอโดยไม่จำกัดอายุในอีก 3 เดือนข้างหน้า!”
“จริงหรือเ้าคะ!?” นางเบิกตากว้างตบโต๊ะดัง ปัง! ด้วยความตื่นเต้นสุดขีด “หมายความว่าข้ามีโอกาสได้เป็หมอหลวงจริงๆ หรือ!?”
“แน่นอน”ซูจินไห่พยักหน้า
นางดีดตัวลุกขึ้นแทบจะทันที “ข้าต้องไปซื้อพู่กันใหม่! ต้องหาตำรามาอ่านต้อง—”
แต่แล้วจู่ๆ นางก็ชะงัก หยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้ว “เดี๋ยว...แล้วข้อสอบมันเป็อย่างไรกันแน่?”
พี่ใหญ่หัวเราะเบาๆ “เอ๋? เ้าเริ่มกลัวแล้วหรือไร?”
“ข้าไม่ได้กลัวเสียหน่อย” นางเชิดหน้าขึ้นแต่แอบเหงื่อตกเล็กน้อย เพราะข้าไม่เคยสอบอะไรในยุคนี้เลยสักครั้ง!
“เอาล่ะ ถ้าเ้าสอบไม่ได้ล่ะ?” ซูจิ้นไห่ถามพลางมองนางอย่างท้าทาย
“เอ่อ…” นางเม้มปากแน่น ก่อนจะพูดเสียงอ่อย“ถ้าข้าสอบไม่ได้... ท่านพ่อจะอายคนหรือไม่เ้าคะ?”
ทุกคนเงียบไปชั่วอึดใจ
ก่อนที่พี่รองจะหลุดหัวเราะออกมาเป็คนแรก
“หึๆๆ เ้าเริ่มไม่มั่นใจแล้วสินะ!”
ซูจิ้นไห่ ยิ้มเ้าเล่ห์ “บุตรสาวราชเลขาจะสอบไม่ผ่านได้อย่างไร? เสียชื่อหมด!ข้าจะเป็คนติวให้เ้าด้วยตัวเอง”
“อ่า...” นางแอบหวั่นใจเล็กน้อย
ติวโดยท่านพ่อ...? หรือข้าควรเตรียมตัวเจอกับตำราเล่มหนาหนักที่พร้อมกระแทกหัวข้าแทนกันแน่!?
พี่ใหญ่ตบไหล่นางเบาๆ “ข้าขอให้เ้าโชคดีนะ น้องรัก”
พี่รองกอดอกยิ้ม “หรือไม่ก็เตรียมไว้เลยว่าถ้าสอบไม่ได้ เ้าจะทำอะไรต่อไป”
ทุกคนหันขวับไปมองนางเป็ตาเดียว
นางกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มแฉ่ง “แน่นอน ข้ามีแผนสำรองอยู่แล้ว!”
ซูจิ้นไห่ขมวดคิ้ว “ว่าอย่างไร?”
“หากข้าสอบไม่ได้ ข้าก็จะเปิดร้านคาเฟ่เต็มตัวและคิดเมนูขนมใหม่ๆ ไปแข่งกับโรงครัวในวัง!” นางพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
“…..”
ทั้งเรือนเงียบไปสามวินาที ก่อนที่พี่รองจะหลุดหัวเราะออกมา“เ้าจะไปแข่งกับโรงครัวหลวงเนี่ยนะ!?”
พี่ใหญ่พ่นลมหายใจยิ้มๆ “ความมั่นใจของเ้าช่างไม่มีที่สิ้นสุด”
มารดาของนางส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ “เช่นนั้นแล้วนางคงไม่ต้องเป็หมอหลวงแล้วกระมัง?”
“มารดาเ้าขา~ ข้าก็แค่วางแผนสำรองไว้เพื่อความปลอดภัย!”นางรีบยิ้มอ้อน “แต่แน่นอนว่าข้าจะตั้งใจสอบหมอหลวงอย่างเต็มที่ก่อน!”
ซูจิ้นไห่หัวเราะพลางพยักหน้า “ดี หากเ้ามีความตั้งใจจริงเช่นนั้นพรุ่งนี้เราจะเริ่มติวกัน!”
นางสะดุ้งทันที “เอ่อ... เร็วไปหรือไม่เ้าคะ!?”
“ไม่มีคำว่าเร็วไปสำหรับการเป็หมอหลวง” ซูจิ้นไห่ ตอบเสียงเข้ม
นางทำหน้าหงอยทันที ในใจได้แต่ร้องว่า ข้ากำลังเอาตัวเองไปสู่หายนะแล้วใช่หรือไม่!?
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วทั้งเรือน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮาและความป่วนจากคุณหนูตัวแสบเช่นเคย…