ผมพลิกศพหยิบเอาเสื้อที่ดูแล้วไซส์น่าจะตรงกับผมขึ้นมาสวมหลังจากนั้นก็มุ่งหน้าตรงไปยังร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ
ผมคว้าถุงพลาสติกหลายถุงกวาดเอาของกินทั้งหลายที่ช่วยให้อิ่มท้องแต่ไม่เกะกะพื้นที่ใส่ลงไปของกินพวกนี้จะกลายเป็นสินค้าซื้อขายที่สำคัญหลังจากลงไปอยู่ใต้ดิน
ตอนที่ผมหยิบของมาได้ประมาณสามในสี่ของถุงสีปอดวานรที่คาบอยู่ในปากก็เริ่มเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
ในตอนนั้นเองก็พลันได้ยินเสียงของใครบางคนดังขึ้น
“ชะ...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ”
...ยังมีคนรอดอยู่อีกเหรอเนี่ย
พอหันหน้าไปมองก็พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งนอนขดกายอยู่ในซอกหลืบไม่รู้ว่าไปสู้กับใครมาบริเวณแขนกับไหล่ถึงได้มีรอยช้ำ ตรงตะเข็บเสื้อที่ฉีกขาดเองก็มีรอยเลือดเปื้อนโล่งอกที่บาดแผลดูจะไม่ลึกเท่าไหร่แต่ปัญหาคืออาการติดพิษที่ผิวหนังซึ่งกำลังลุกลาม
เนื่องจากสวมมาสก์ป้องกันอาการติดพิษจึงไม่หนักหนาอะไรมาก แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ละก็ได้ตายแน่นอน
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ลุกไหวมั้ย”
“อือ...”
ใน ‘สามวิธีรอด’ มีตัวประกอบแบบนี้อยู่หรือเปล่านะผมอยากจะสำรวจโดยละเอียดให้แน่ใจ แต่เวลาไม่คอยท่าผมจึงแบกเธอขึ้นหลังแล้ววิ่งตรงไปยังสถานีกึมโฮ
พอเลี้ยวโค้งออกไปก็ถึงถนนเส้นตรงระยะห่างจากตรงนี้ไปถึงสถานีกึมโฮคือหนึ่งร้อยเมตร ผมสูดลมหายใจเข้าลึกหลังจากนั้นก็ออกตัววิ่งไปบนถนนสุดฝีเท้า
มองเห็นป้ายประตูทางออกสามจากไกลๆ...มันปิด งั้นฝั่งตรงข้ามล่ะ
เพราะอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกทางเข้าออกจึงถูกปิดด้วยบานเลื่อนเหล็ก ผมสามารถใช้หนามทำลายบานเลื่อนพวกนี้แล้วบุกเข้าไปแต่ถ้าทำพลาดละก็ คนข้างในจะได้รับอันตรายไปด้วย
“สี่...ทางออกสี่...”
ผิดคาดหญิงสาวที่ผมแบกอยู่กลับมีประโยชน์ผมวิ่งตรงไปยังทางออกสี่และก็พบกับบานเลื่อนที่กำลังปิดลงมาพอดีผมตั้งหนามขวางบานเลื่อนที่เลื่อนปิดใครบางคนตะโกนโวยวายเสียงดัง
“แม่ง อะไรวะ!”
“เปิดประตูครับ”
“ไม่ได้! ห้ามเข้า! ถอยออกไป!”
“มีคนเจ็บครับ”
“คนเต็มแล้ว! พวกเราไม่ต้องการคนเพิ่ม!”
คนเต็มเลยไม่รับคนเพิ่มเนี่ยนะแปลก มีฉากแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ
“นั่นไม่ใช่ธุระกงการอะไรของผม”
ผมใช้หนามงัดประตูขึ้นสุดแรงเพราะใช้เหรียญที่หามาได้เพิ่มเลเวลพละกำลังเป็นระดับ 10 ผมเลยมีพละกำลังเทียบเท่าผู้ชายตัวโตห้าหกคน
“ว้ากกกกก!”
เสียงโครมดังขึ้นผู้คนที่กำลังช่วยกันปิดบานเลื่อนลงกระเด็นล้มอยู่อีกฝั่ง
“นะ...หนี!”
พวกขี้ขลาดหายเข้าไปในความมืดมิดด้านในทางเดินใต้ดินหลังจากเข้าสู่เขตรถไฟใต้ดินได้อย่างปลอดภัยผมก็วางหญิงสาวลงบนพื้น
[เข้าสู่เขตพื้นที่ปลอดภัย]
หมอกพิษมรณะลงมาไม่ถึงชั้นใต้ดินมันไม่ใช่เรื่องที่หลักการทางวิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ เพราะอย่างไรก็เป็นแค่ ‘ซีนาริโอ’
“กัดนี่ไว้ในปากครับ”
ผมถอดมาสก์ที่หญิงสาวสวมอยู่ออกส่งปอดวานรที่ตัวเองใช้อยู่ให้เธอคาบไว้แทนมันอาจจะไม่ได้ช่วยให้ฟื้นฟูร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้พิษเจือจางลงได้บ้าง
“อือ...”
เสียงครางแผ่วเบาเปล่งออกมาจากปากของเธอหญิงสาวที่ถูกทอดทิ้ง
จู่ๆ ผมก็อยากรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายขึ้นมามีโอกาสสูงที่เดิมทีเธอจะต้องตายอยู่ตรงนั้นตามนิยายต้นฉบับแต่ในตอนที่ผมตั้งใจจะเปิดใช้ [ลิสต์ตัวละคร] ก็มีเสียงรบกวนดังขึ้น
“ตรงนั้นครับ!”
แสงไฟฉายคืบคลานเข้ามาใกล้ท่ามกลางความมืดมิดผมหรี่ตามองไปเห็นกลุ่มผู้ชายถือของคล้ายท่อเหล็กคนละไม้คนละมืออยู่ราง ๆ
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ขมวดคิ้วให้กับการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ]
คนที่อ้าปากพูดเป็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ตรงกลางกลุ่มดูจากท่วงท่าในการจัดศูนย์ถ่วงร่างกายได้ดีแล้ว ชายคนนี้จะต้องรู้วิธีการต่อสู้แน่
“อะไรกัน แกเป็นใคร”
วินาทีนั้นเองน่าแปลกที่ผมพูดอะไรไม่ออก ปกติเวลาแบบนี้ควรจะตอบว่าอะไรดีล่ะผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วลองเลียนแบบวิธีพูดของยูจุงฮยอก
“คิมดกจา”
“...คิมดกจา? นั่นชื่อแก?”
“ใช่”
“ใครเขาถามเรื่องแบบนั้นวะ! ฉันถามว่าแกเป็นใครมาจากไหน!”
เป็นคำถามที่น่าลำบากใจกว่าเดิมอีก
“อ๊ะ! ผู้หญิงคนนั้น...”
ชายคนหนึ่งในกลุ่มสังเกตเห็นผู้หญิงที่นอนสลบอยู่ข้างผมเขาส่องไฟฉายไปทางเธอ
“อะไรกัน ผู้หญิงจากกลุ่มปลายแถวไม่ใช่หรือนั่นไม่ได้กลับเข้ามาด้วยกันกับพวกแกหรอกเหรอ”
“เรื่องนั้น คือว่า...”
ไฟฉายของชายคนนั้นขยับส่องไปยังบริเวณผิวที่เอวของหญิงสาวเขาหัวเราะคิกคักคล้ายกับเข้าใจเรื่องทั้งหมด
“ฮ่า อย่างนี้นี่เองหนุ่มน้อยน่ารักพวกนี้ก่อเรื่องโดยไม่ขออนุญาตพี่ชายคนนี้...”
“แหะ ๆ ขอโทษครับ”
“นะ...แน่นอนว่าพี่ชอลซูต้องได้ก่อนอยู่แล้ว...แหะ ๆ ผมตั้งใจไว้แบบนั้นนะ”
ชอลซู? ชอลซูงั้นเหรอ มีตัวละครชื่อนี้อยู่ด้วย? ผมจำไม่ได้แสดงว่าน่าจะเป็นตัวละครไร้ประโยชน์ที่ดูขัดกับภาพลักษณ์
“เฮ้ ส่งตัวผู้หญิงมาให้พวกเราซะ...หืม? นั่นอะไรน่ะ”
แสงไฟฉายส่องค้างอยู่ที่ถุงร้านสะดวกซื้อซึ่งวางทิ้งไว้บนพื้นอุตส่าห์หนีจากวิกฤตพ้นแล้วแท้ ๆ แต่สถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีแล้วสิ
“วางนั่นไว้ด้วย จากนั้นก็ไสหัวไปซะ แล้วพวกเราจะไว้ชีวิตแก”
พูดให้ถูกคือไม่ใช่ผมแต่สถานการณ์ไม่ดีต่อคนพวกนี้ต่างหาก
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ หงุดหงิดกับการปรากฏตัวของแก๊งกระจอก]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ โกรธเคืองต่อความอยุติธรรมตรงหน้า]
[ซีนาริโอล่ารางวัลเกิดขึ้นตามคำเรียกร้องของกลุ่มดาว!]
<ซีนาริโอล่ารางวัล - จัดการตัวรบกวน>
ประเภท : ย่อย
ระดับความยาก : F
เงื่อนไขการเคลียร์ : เหล่ากลุ่มดาวโกรธเคืองการปรากฏตัวของตัวรบกวนที่เข้ามาขัดขวางฉากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของคุณกรุณาจัดการคนกลุ่มนี้ให้สิ้นฤทธิ์ในระยะเวลาที่กำหนด
กำหนดระยะเวลา : 5 นาที
รางวัล : ???
กรณีล้มเหลว : ???
นึกแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้พวกคนน่าสงสาร ผมกำหนามเอาไว้ในมือหยัดกายลุกขึ้นจากพื้น
ในกลุ่มดาวคงไม่มีเด็กไม่บรรลุนิติภาวะอยู่ใช่มั้ยผมหวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะเพราะตั้งแต่นี้เป็นต้นไปมันเป็นชั่วโมงการออกอากาศสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น