“คิดอะไรอยู่เหรอคะพี่บอล”
“คิดถึงฝนน่ะ” เขาตอบตามความเป็จริง และนั่นทำให้เขมมิกาใจหายวาบกับคำตอบที่ได้รับ
“เขมทำขนมมาเผื่อค่ะ พี่บอลลองชิมดูสิคะ ว่าอร่อยไหม” เขมมิกาพยายามเอาใจใส่ ดูแลภูดิศทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เผื่อว่าวันหนึ่งเขาจะเห็นความดี แล้วแบ่งความรักมาให้เธอบ้าง สายตาของภูดิศเลื่อนมองขนมในมือหญิงสาวแล้วรับมาอย่างง่ายดาย
“ขอบคุณนะ”
“เขมเต็มใจค่ะ” เขมมิกาเหลือบมองชายหนุ่มครั้งหนึ่ง แล้วตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา
“ไม่รู้ป่านนี้ฝนทิพย์จะเป็ยังไงบ้างนะคะ ยิ่งท้องไม่มีพ่อแบบนั้น ชีวิตต้องลำบากมากแน่ ๆ ค่ะ คนท้องใครจะรับเข้าทำงานจริงไหมคะ” ภูดิศนิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม ก่อนที่เขมมิกาจะพูดต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เขมเองพยายามติดต่อฝนทิพย์หลายครั้ง ก็ไม่รับสาย สงสัยจะอาย” เขมมิกาปั้นหน้าเศร้า พลางเลื่อนสายตามายังชายหนุ่ม แล้วเอื้อมจับมือเขาแน่น
“ไม่ต้องห่วงนะคะ ต่อให้ฝนทิพย์ไม่อยู่ดูแลพี่บอลแล้ว เขมจะอยู่ข้าง ๆ และดูแลพี่บอลเองค่ะ” คำพูดและสายตาของเขมมิกา ทำให้ภูดิศััได้ถึงความรู้สึกประหลาด ก่อนเขาจะชักมือกลับ แล้วเอ่ยขอบคุณตามมารยาท
“เขมกับฝนเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็ก ตลอดเวลาที่ผ่านมาฝนเก่งทุกอย่างค่ะ ไม่ผิดถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธออับอายจนไม่กล้ารับสาย เขมคงเป็ห่วงเพื่อนมากไป เลยคิดอะไรไปเรื่อย พี่บอลอย่าใส่ใจเลยนะคะ ยิ่งพี่บอลทำตัวเศร้าแบบนี้ เดี๋ยวที่บ้านก็เป็ห่วงแย่ อย่าลืมนะคะว่าพี่บอลเป็ลูกคนเดียวของบ้าน ธุรกิจตึกแถวที่ครอบครัวของพี่ทำ มันกำลังไปได้ดี เรียนจบแล้วพี่บอลต้องไปสืบทอด อย่าลืมข้อนี้นะคะ” ฐานะทางบ้านของภูดิศไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็มีมากพอให้เขมมิกาอยากได้เขามา จะได้เชิดหน้าชูตาให้กับครอบครัวของเธอ
ภูดิศไม่ต่อความ เขาลุกขึ้นเดินจากไป ราวกับว่าเขมมิกาเป็อากาศธาตุ ปล่อยให้เขมมิกากำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ
“เขมจะทำทุกอย่างให้พี่บอลลืมฝนทิพย์ให้ได้ ชีวิตของเขมต้องดีกว่าฝนทิพย์เป็ร้อยเท่า มันต้องตกต่ำแล้วชะเง้อมองชีวิตสวยหรูของเขมด้วยความอิจฉา” เขมมิกาวาดฝันพร้อมรอยยิ้มมุมปากแสดงความสุขออกมา
หลังจากคล้อยบ่ายไปได้ไม่นาน หิรัญกลับเข้ามารับฝนทิพย์ที่บ้านหลังใหญ่ ขณะที่เธอยืนรออยู่กับอธิพันธ์ด้วยท่าทางสนิทสนม เขาสังเกตเห็นบิดาหัวเราะพูดคุยกับหญิงสาวราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน ก่อนรถคันหรูจะค่อย ๆ แล่นมาจอดเทียบ
“งั้นฝนไปก่อนนะคะ”
“เดินระวังด้วยล่ะ” ชายกลางคนส่งยิ้มแล้วกล่าวทิ้งท้ายด้วยความเป็ห่วง พร้อมสองเท้าของเธอจะย่างขึ้นคันหรูของหิรัญ เพียงแค่เธอก้าวขึ้นรถขึ้นมาเท่านั้น ความรู้สึกของชายหนุ่มก็รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ด้วยเพราะคำว่าเหมาะสมที่ยึดติด ทำให้สายตาของเขาเลื่อนมองเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ เป็เสื้อยืดกับกางเกงยีนธรรมดาพร้อมรองเท้าผ้าใบสีขาว ไม่ได้ดูดีสมกับเขาเท่าไหร่
“ท้องแล้วทำไมยังใส่ยีน”
“ฝนไม่ได้เตรียมตัวว่าจะท้องนี่คะ เสื้อผ้าทั้งหมดก็มีแต่แบบนี้ จะให้ซื้อใหม่ก็ไม่มีเงินหรอกค่ะ” หลังจากฟังคำตอบของอีกฝ่าย ชายหนุ่มจึงเข้าใจเหตุผลของบิดาทันที ว่าทำไมต้องพาเธอมาซื้อของใช้จำเป็ เขาไม่เคยคิดว่าในชีวิตต้องมาเจอกับความผิดพลาดอะไรแบบนี้ ชีวิตเขาควรประสบความสำเร็จในทุกด้าน ไม่ว่าจะการงาน การเงิน หรือแม้แต่ความเหมาะสมของคู่ครอง แต่ถ้าจะให้เขารับฝนทิพย์มาเป็ภรรยาอย่างถูกต้องนั้น คงเป็สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่คิดจะทำ
“หมอนัดตรวจ ดีเอ็นเอ เดือนหน้าวันที่ยี่สิบนะ เตรียมตัวด้วยแล้วกัน”
“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ไม่ยืดยาวนัก ไม่ใช่เพียงแต่เขาเท่านั้นที่รู้สึกอึดอัด หากแต่เป็หญิงสาวด้วยเช่นกันที่ไม่อยากอยู่ใกล้ให้เขาลำบากใจ
“แล้วเื่ที่ผมให้คุณเก็บทุกอย่างเป็ความลับ ก็ขอให้เป็ไปตามนั้น อย่าไปเที่ยวไปบอกใครต่อใครถึงความสัมพันธ์ของเรา นอกจากจะมีผลกระทบกับบริษัทแล้ว ผมยังไม่พร้อมอธิบายความจริงกับรตี”
“แฟนของคุณน่ะเหรอ” หญิงสาวหันใบหน้าสวยกลับมาถามเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีความหึงหวงหรือความรู้สึกใดแอบแฝง เพราะทุกห้องหัวใจของเธอ มีแต่ภูดิศเท่านั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่ายศีรษะ