“ พี่สาวซินอี๋ ท่านได้ความมาเช่นไรบ้าง ”
พี่สาวแสนสวยคนเมื่อวานก้าวเท้าเข้ามาในตระกูลม่อด้วยรูปลักษณ์ที่ต่างออกไป การแต่งกายในตอนนี้ไม่ต่างจากผู้ฝึกยุทธ์หญิงเลยแม้แต่น้อย ด้านหลังสะพายกระบี่ ข้างเอวมีขวดน้ำเต้าห้อยเอาไว้ จากการแต่งตัวเสวี่ยหรงจึงรู้ว่าพี่สาวซินอี๋เชี่ยวชาญการปลอมแปลง มันจึงทำให้งานของเธอง่ายยิ่งขึ้น
การเคลื่อนไหวของตระกูลม่อเรียกความสนใจของผู้คนได้ไม่น้อย การช่วยเหลือของพี่สาวซินอี๋จึงทำให้งานง่ายกว่าเดิมเพราะไม่มีใครสนใจเธอเลย
“ คุณหนู ข้าได้คนที่จะมาทำงานให้ท่านแล้ว พรุ่งนี้เช้าพวกเขาจะเข้ามาที่ตระกูลม่อเพื่อสร้างบ้านเรือนตามที่ท่านต้องการ ”
“ ข้าต้องจ่ายมากเพียงใด ”
“ พวกเขาขอคิดค่าจ้างเพิ่มจากเดิม 2 เท่าเพราะไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับตระกูลม่อ ข้าไปทุกที่แล้วไม่มีใครกล้ามา มีเพียงพวกเขาข้าจึงตอบตกลง ”
เสวี่ยหรงรู้สึกเจ็บจี๊ดเล็กน้อย ค่าจ้าง 2 เท่าทำให้เธอต้องจ่ายเงินไปมหาศาล เพียงแต่ว่าบ้านที่เธอต้องการสร้างไม่ได้หวือหวา เธอต้องการสร้างบ้านหลังยาวให้ข้ารับใช้อาศัยอยู่ด้วยกัน สภาพของมันคล้ายกับห้องเช่ามีการแบ่งห้องชัดเจน ส่วนบ้านของเธอขอเพียงแค่สามารถหลับนอนได้
เธอต้องการบ้านเรียบง่ายเพราะยังไม่จำเป็นต้องสร้างให้ใหญ่โต กลัวว่าจะถูกไฟเผา ดังนั้นจึงต้องการลงทุนกับบ้านด้วยเงินน้อยนิด ขอเพียงแค่มีที่หลับและมีโรงงานผลิตสินค้าเท่านั้นก็เพียงพอ จนกว่าเธอจะปกป้องตนเองได้ถึงจะสร้างตระกูลให้กลับมายิ่งใหญ่
“ คุณหนูเตรียมตัวเสร็จหรือยังเจ้าคะ ”
“ ข้าพร้อมแล้ว ไว้พระอาทิตย์ตกดินเราสามารถเดินทางได้เลย ”
ตลอดช่วงเช้าและบ่าย เสวี่ยหรงไม่ได้ทำสิ่งใดเลยนอกจากนำข้อมูลเกี่ยวกับยันต์มาต่อยอด
สกิลพัฒนายังคงพยายามทำความเข้าใจกับยันต์ระดับสูง ซึ่งสิ่งที่ทำความเข้าใจได้แล้วจะถูกส่งมอบให้แก่เธอ เสวี่ยหรงจึงใช้ชุดข้อมูลนั้นปรับแต่งยันต์ระดับพื้นฐานให้แกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ซินอี๋มองตามคุณหนู เธออยากรู้ว่าในมือถือสิ่งใดเอาไว้ ขวดสีขาวขุ่นน่าจะบรรจุของเหลวเอาไว้ภายใน
“ สิ่งนั้นคืออะไรหรือเจ้าคะ ”
“ น้ำหอม ข้าจะขายให้กับโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ ท่านยังไม่เคยได้ใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าให้ท่านไปลองใช้หนึ่งขวด ”
ซินอี๋รับขวดน้ำหอมแล้วเปิดฝา กลิ่นหอมอ่อนๆจากข้างในลอยออกมาแตะปลายจมูก เธอจึงทำตามคำแนะนำของคุณหนูด้วยการทาไปที่ข้อมือและหลังหู ก่อนที่กลิ่นหอมอ่อนๆจะฟุ้งกระจายราวกับว่าเธอตกอยู่ในดงดอกไม้
“ หอมใช่หรือไม่ ”
“ คุณหนู เหตุใดท่านไม่วางขายสิ่งนี้เลยหรือเจ้าคะ ” ซินอี๋ตกใจกับกลิ่นหอม หญิงสาวจากตระกูลสูงศักดิ์ต้องการมันอย่างแน่นอน ต่อให้จะมีราคาแพงพวกเขายังคงต้องการมันเพราะถือได้ว่าสามารถมอบเป็นของขวัญให้กันได้
“ ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าจะวางขาย หากขายตั้งแต่ตอนนี้ มันจะกลายเป็นสินค้าที่ไม่มีราคา ข้าเลยขายให้แค่โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ อย่างน้อยก็ได้เงินมาสักก้อน ”
โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ไม่ได้มีเพียงแค่เงินที่เธอต้องการ ปราณภายในร่างของหญิงคณิกามีค่าสำหรับเธอมาก มันไม่ต่างจากโอสถเลยแม้แต่น้อย เสวี่ยหรงจึงคิดจะเก็บรวบรวมปราณจากโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ไปพร้อมกับหาเงิน อย่างน้อยมันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่เธอสามารถเพิ่มระดับลมปราณได้โดยไม่ต้องฝึกฝนและเข้าไปอยู่ในจุดเสี่ยงเช่นการล่าสัตว์ปีศาจ
ซินอี๋ปิดขวดน้ำหอมแล้วใช้ลมปราณลบกลิ่นหอมออกจากร่างกายของตน เธอจะถูกตามรอยได้ง่ายให้ใช้สิ่งนี้ น้ำหอมจึงจำเป็นสำหรับเธอแค่ในช่วงที่ต้องแต่งตัวสวยออกไปทำงานให้คุณหนูเพียงเท่านั้น
เสวี่ยหรงเก็บขวดน้ำหอมทั้งหมดเอาไว้ในช่องเก็บของ เพียงช่องเดียวสามารถใส่ขวดน้ำหอมที่เหมือนกันเอาไว้ได้ทั้งหมด จากนั้นเธอก็ได้ขึ้นขี่หลังพี่สาวซินอี๋ การเดินทางที่รวดเร็วปลอดภัยกว่าจึงไม่จำเป็นต้องวิ่งไปด้วยตนเอง
“ คุณหนูเจ้าคะ ในตอนที่ข้าตามหาช่าง ข้าได้ยินชาวบ้านคุยกันเกี่ยวกับตระกูลม่อด้วยเจ้าค่ะ ”
ซินอี๋นำเรื่องที่เธอได้ยินมาเล่าให้คุณหนูฟัง ในระหว่างนี้เธอก็อุ้มคุณหนูมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมตระกูลไป่
“ พวกเขาคุยสิ่งใดกัน ”
“ เกี่ยวกับเกลือวิญญาณ เห็นชาวบ้านบ่นกันว่าเกลือชนิดนี้ราคาเพิ่มสูงขึ้น ”
“ คงเป็นเพราะมันหาได้แค่ในธรรมชาติ นาเกลือวิญญาณของตระกูลม่อพังเสียหายไปแล้วจึงไม่มีใครผลิตมันขึ้นมาได้อีก ราคามันจึงสูงเป็นธรรมดา ”
ตามนิยายราคาเกลือวิญญาณเพิ่มสูงขึ้นจริง แต่การปรากฎตัวของกลุ่มปริศนาที่สืบทอดพลังของตระกูลม่อได้เข้ามามีบทบาทในส่วนนี้ พวกเขาได้ผลิตเกลือวิญญาณออกมาขาย แม้จะไม่ได้เยอะเหมือนที่ตระกูลม่อทำได้ แต่ก็ทำให้พวกเขามีเงินก้อนใหญ่
เสวี่ยหรงยังไม่คิดจะฟื้นฟูนาเกลือวิญญาณขึ้นมาโดยไว สาเหตุเป็นเพราะเธอต้องการให้ราคาเกลือวิญญาณสูงกว่านี้ หลังจากเปิดร้านค้าตระกูลม่อได้สำเร็จ เธอถึงจะซ่อมแซมนาเกลือ มันคงเป็นช่วงเวลาที่เธอสามารถกอบโกยเงินได้มหาศาล แต่ถ้าหากจะให้เธอขายเกลือวิญญาณเหมือนที่ตระกูลม่อได้ลงมือทำ เสวี่ยหรงคงต้องปฎิเสธ
ความต้องการของตระกูลม่อคือการทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเนื้อสัตว์ปีศาจได้ง่าย มันช่วยแก้ปัญหาปากท้องของผู้คนได้จำนวนมาก ตระกูลม่อจึงผลิตเกลือวิญญาณออกมามหาศาลจนราคาตกต่ำ
ครั้งนี้เธอจะทำให้มันมีราคาที่ดีกว่านั้นด้วยการจำกัดจำนวนการผลิตต่อวัน อย่างไรก็ตามเธอวางแผนเอาไว้ว่าจะโกยเงินจากพ่อค้าให้ได้มากในช่วงแรกเช่นกัน
ในวันที่ราคาเกลือวิญญาณพุ่งสูง เธอจะลักลอบนำมันออกมาขาย เพื่อให้พ่อค้านำไปเก็งกำไรเพราะคิดว่ามันไม่น่าจะมีใครผลิตขึ้นมาได้อีก พอถึงช่วงเวลาที่เธอได้เงินมากพอ เสวี่ยหรงถึงจะเปิดโรงงานนาเกลือวิญญาณอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงเกลือเช่นเดิมแต่ต้องซื้อในราคาที่สูงกว่าเดิมสักเล็กน้อย
“ คุณหนู ตามข้ามาทางนี้ ”
เสวี่ยหรงเดินตามคนคุ้มกันโรงเตี๊ยมตระกูลไป่เข้าไปทางหลังร้าน เป็นเธอเองที่ขอเช่นนี้เพราะไม่อยากสะดุดตา การอยู่เงียบๆค่อยๆเติบโตปลอดภัยต่อตัวของเธอเองมากกว่า
หลังจากมาถึงห้องรับรองเถ้าแก่ไฉ่หงก็ได้เตรียมอาหารเอาไว้ต้อนรับเป็นจำนวนมาก สำหรับเสวี่ยหรงแล้วอาหารมื้อนี้ไม่นับว่าแพงเลยเมื่อเทียบกับการชำระล้างปราณ
“ เถ้าแก่ไฉ่หง วันหลังท่านไม่ต้องเตรียมอาหารให้ข้าเช่นนี้ หากท่านยังยืนกรานว่าจะต้อนรับข้าอยู่ ท่านใส่กล่องให้ข้าจะดีกว่า ”
“ เอาตามที่คุณหนูว่ามา ข้าจะให้คนเตรียมใส่กล่องไว้ให้ท่านในวันถัดไป ”
“ ไปกันเถอะ ”
เถ้าแก่ไฉ่หงให้คนอื่นไปต้อนรับแขกแล้วพาคุณหนูม่อเสวี่ยหรงไปหาหญิงคณิกาที่ต้องการชำระล้างปราณปีศาจออกจากร่าง จนกระทั่งมาถึงห้องแห่งหนึ่งมีหญิงสาวสวมใส่อาภรณ์สีแดงบนศีรษะมีเครื่องประดับรูปดอกท้อทำมาจากทองเหลือง ใบหน้าของเธอถูกปิดเอาไว้ด้วยผ้าขาวป้องกันไม่ให้ใครมองเห็นหน้า
เสวี่ยหรงไม่พูดให้มากความ เธอทำเพียงเดินเข้าไปใกล้แล้วใช้มือแตะลงไปบนหน้าผากของนาง จากนั้นจึงเริ่มดูดซับปราณปีศาจเข้ามาในร่างจนปราณเหลืออยู่เบาบางเสวี่ยหรงจึงใช้สกิลปัดเป่าขับไล่พลังชั่วร้ายทุกอย่างออกจากหญิงสวมใส่ชุดสีแดง
“ พาข้าไปหาคนต่อไป ”
เถ้าแก่ไฉ่หงมองหญิงคณิกา แววตาของอีกฝ่ายมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นจนเธอเองรู้สึกใจเต้นรัว หญิงสาวตรงหน้าเคยเป็นผู้ที่มีใบหน้าสะสวยที่สุดในโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ เธอสามารถทำเงินได้มากมายในแต่ละคืน เพียงแต่ว่าต้องรับแขกระดับสูงที่พึ่งกลับมาจากการปราบปีศาจ เธอจึงได้รับปราณปีศาจเข้าไปในร่างจนลงเอยด้วยการที่เธอต้องขังตัวเองภายในห้องเพราะใบหน้าเต็มไปด้วยผื่นสีแดง
เพียงแต่ว่าตอนนี้ผื่นที่ใบหน้าดูดีขึ้นจนเห็นได้ชัด ราวกับว่าการชำระล้างได้เข้ามารักษาผื่นให้เธอด้วย
“ คุณหนูตามข้ามา ”
เสวี่ยหรงเดินตามเถ้าแก่ไฉ่หงไปเรื่อยๆ แต่ละห้องที่เข้าไปล้วนแล้วมีพี่สาวสวมใส่ชุดสวยนั่งรออยู่ แม้จะมีอาการป่วยและมีผ้าขาวปิดใบหน้า เสวี่ยหรงรู้ได้ว่าเมื่อก่อนหญิงสาวเหล่านี้คงจะเป็นคนสวยเพราะโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ไม่คิดจะขับไล่พวกเธอออกไป ทุกคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ราวกับว่าโรงเตี๊ยมตระกูลไป่คาดหวังว่าพวกเธอจะหายจากอาการป่วยแล้วกลับมาสร้างหน้าตาให้กับโรงเตี๊ยมอีกครั้ง .