[KFCshop]
โบ๊ทก็นั่งรอกัปตันตามคำสั่งจนกระทั่งกัปตันถือกล่องอาหารพะรุงพะรังเดินกลับมาหาโบ๊ทที่โต๊ะก่อนที่กัปตันจะวางกล่องข้าวยำพร้อมกับช้อนส้อมพลาสติกไว้บนโต๊ะด้านหน้าของโบ๊ท
"ข้าวยำมาแล้วครับ ทานให้หมดด้วยล่ะ งานนี้ถ้าทานเหลือแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ต้องกลับบ้านกันเลย"
กัปตันกำชับเชิงข่มขู่กลายๆ เพื่อกลั่นแกล้งให้โบ๊ทใ
"ขอบคุณครับ"
โบ๊ทขอบคุณเบาๆ ก่อนที่เขาจะหยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักข้าวยำเข้าปากทันทีอย่างลืมตัวโดยไม่สนใจกัปตันอีกเพราะโบ๊ทหิวมาก
“หึ!”
กัปตันยกยิ้มพอใจกับท่าทางของโบ๊ทก่อนที่เขาจะหย่อนก้นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับโบ๊ทพร้อมกับเปิดกล่องไก่ทอดของตัวเองทานบ้างอย่างเงียบ ๆ ตอนนี้เลยกลายเป็ว่าพวกเขาต่างคนต่างทานอาหารในกล่องของตัวเองอย่างตั้งใจด้วยความหิวจนกระทั่งในที่สุดกัปตันก็เป็ฝ่ายทานเสร็จก่อนโบ๊ท
“กินยังไงให้เลอะได้ขนาดนี้”
กัปตันทักท้วงขึ้นมาทันทีเมื่อเขาเหลือบไปเห็นข้าวยำติดอยู่รอบๆ ริมฝีปากของโบ๊ท ซึ่งโบ๊ทเองก็รีบยกมือขึ้นลูบตามปากของตัวเองเพื่อเอาเศษอาหารออกแต่ว่าเศษอาหารก็ยังไม่หลุดสักที กัปตันจนยื่นมือเข้าไปช่วยเกลี่ยออกให้โบ๊ทด้วยตัวเองอย่างนึกรำคาญ
"เฮ้อ! อัปลักษณ์แล้วยังกินเลอะอีก"
กัปตันบ่นพึมพำพร้อมกับส่ายหน้าไปมาเบาๆ
"ข ...ขอบคุณนะ"
โบ๊ทพูดติดขัดด้วยความเขินอายเล็กน้อยก่อนเขาจะก้มลงไปทานข้าวยำในกล่องต่ออย่างเงียบ ๆ โดยมีกัปตันคอยชำเลืองมองท่าทีของโบ๊ทอยู่เป็ระยะ ๆซึ่งโบ๊ทเองก็รู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังโดนแอบจับตามองอยู่แต่โบ๊ทก็แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น และคอยชำเลืองมองกัปตันทีเผลอเป็พัก ๆ เช่นกัน
แต่แล้วในขณะที่โบ๊ทกำลังแอบชำเลืองมองกัปตันอยู่นั้นกัปตันก็หันไปประสานสายตาเข้ากับโบ๊ทพอดีจึงทำให้ทั้งคู่ต้องนิ่งและมองสบตากันและกันอย่างไม่มีใครยอมใครทว่าเมื่อถึงที่สุดแล้วโบ๊ทก็อดทนต่อสายตาคมกริบของกัปตันไม่ไหวโบ๊ทจึงเป็ฝ่ายก้มหน้าหลบตาก่อน พร้อมกับพึมพำออกมาด้วยท่าทางเขินอายว่า
"หน้าผมมีน่องไก่ติดหรือไง? ทำไมจ้องมองกันอยู่ได้"
กัปตันส่ายหน้าปฏิเสธต่อคำถามของโบ๊ทก่อนที่กัปตันจะระบายยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาอย่างลืมตัว
"แล้วจ้องผมทำไมล่ะ? อายนะ"
โบ๊ทถามกัปตันกลับไปด้วยท่าทางเคอะเขินและคอยชำเลืองมองกัปตันอยู่เป็ระยะ ๆ จนกระทั่งกัปตันตอบเขากลับมาเสียงเรียบว่า
"ก็น่ารักดี"
"ขอบคุณ"
โบ๊ทบิดตัวเอี้ยวไปมาเพื่อระบายความเขินของตัวเองเมื่อเขาได้รับคำชมออกมาอย่างโจ่งแจ้งก่อนที่กัปตันจะพูดดับฝันของโบ๊ทออกมาเสียงเรียบอีกครั้ง
"ผมเปล่าพูดถึงคุณ"
"อ้าว! ก็เมื่อกี้คุณชมผมว่าน่ารักดีไม่ใช่รึไง?"
โบ๊ทขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกับหันปลายนิ้วชี้เข้าหาตัวเพื่อทวงถามถึงความน่ารักของตัวเองแต่กัปตันก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธอยู่ดี ก่อนจะอธิบายให้โบ๊ทเข้าใจอย่างชัดเจนว่า
"ผมชมน่องไก่ต่างหาก ไม่ได้ชมคุณสักหน่อย"
"บ้าละ น่องไก่ที่ไหนน่ารัก"
โบ๊ทบ่นอุบอิบพร้อมกับทำปากพองลมไม่พอใจจนเป็เหตุให้กัปตันหลุดยิ้มออกมาอย่างลืมตัวได้บ่อยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“หึ”
กัปตันยกยิ้มพอใจกับท่าทางของโบ๊ทก่อนที่กัปตันจะบอกโบ๊ทด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
“รีบทานเถอะ ดึกแล้วนะ...พรุ่งนี้ยังมีเรียนอีกนะ "
"ผมอิ่มแล้วล่ะ ผมว่าเรารีบกลับกันเถอะ ป่านนี้คุณยายคงรอผมแย่แล้ว ผมเป็ห่วงคุณยาย"
โบ๊ทพูดพร้อมกับลุกพรวดขึ้นทันทีด้วยสีหน้าเครียดก่อนที่กัปตันจะรีบลุกตามด้วยสีหน้าเครียดไม่แพ้กันพร้อมกับถามโบ๊ทว่า
"เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณยายกำลังรอคุณอยู่เหรอ?"
โบ๊ทพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เขาจะเล่าให้กัปตันฟังอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"ป่านนี้ยายคงกำลังนั่งตากยุงรอผมอยู่หน้าบ้านแน่ ๆ เลยครับ"
"ถ้างั้นรีบกลับกันเถอะ เร็ว...เดี๋ยวคุณยายจะรอนาน"
กัปตันบอกพร้อมกับยื่นมือเข้าไปคว้าข้อมือของโบ๊ทเพื่อรบเร้าให้รีบกลับบ้าน
"ค ...ครับ"
"เร็ว! ชักช้า! เดี๋ยวยายจะเป็ห่วง"
"ค ...ครับ"
โบ๊ทยอมให้กัปตันฉุดข้อมือของตัวเองกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากร้านไปด้วยความงุนงงเล็กน้อยจนกระทั่งมาถึงรถกัปตันก็ดันไหล่ของโบ๊ทเข้าไปนั่งบนเบาะด้านหน้าก่อนที่เขาจะวิ่งอ้อมกลับไปฝั่งคนขับและพาโบ๊ทเคลื่อนล้อรถยนต์ออกสู่ท้องถนนด้วยท่าทางร้อนใจพร้อมกับคอยถามทางไปบ้านของโบ๊ทอยู่ตลอดเวลาเมื่อเจอทางแยก
"สี่แยกข้างหน้าแล้วไปทางไหนต่อ ต้องเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา?"
"ถึงแยกด้านหน้าก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยจนสุดซอยก็จะเจอบ้านของผมแล้วครับบ้านของผมอยู่ด้านขวามือครับ"
กัปตันพยักหน้าเข้าใจเมื่อโบ๊ทอธิบายรายละเอียดให้ก่อนที่กัปตันจะขับรถไปตามตรอกซอยที่โบ๊ทชี้เป้าไว้จนกระทั่งสามารถเข้ามาถึงจุดหมายคือบ้านเก่า ๆ ท้ายซอยในที่สุด
"ใช่หลังนี้หรือเปล่า?"
กัปตันถามโบ๊ทเพื่อความแน่ใจพร้อมกับขับรถเข้าไปจอดเทียบประตูรั้วบ้านหลังสุดซอยฝั่งขวามือก่อนที่โบ๊ทจะตอบกลับไปว่าบ้านหลังนี้คือบ้านของเขา
"บ้านผมหลังนี้แหละครับ"
"โห! ทำไมคุณถึงได้มาซื้อบ้านอยู่ที่เปลี่ยวจังไม่กลัวเหรอ?"
กัปตันพึมพำถามโบ๊ทอย่างตรงไปตรงมาจนเขาลืมไปว่าคำพูดที่ตรงเกินไปอาจกำลังกระทบจิตใจใครบางคนอยู่ก็ได้
"คนรากหญ้าอย่างผมไม่ได้มีทางเยอะเหมือนคุณหรอกครับ สำหรับคนจน ๆอย่างผมแล้วไม่ว่ามันจะอยู่ในซอยเปลี่ยวขนาดไหนก็ขอให้ราคาถูกไว้ก่อนเป็พอครับ"
โบ๊ทอธิบายให้คนมีอันจะกินที่ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของคนหาเช้ากินค่ำฟังและเมื่อกัปตันได้ฟัง กัปตันจึงรีบขอโทษโบ๊ทด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
"ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดจาดูถูกอะไรคุณนะ ผมแค่ถามเพราะผมไม่รู้จริงๆ "
กัปตันหันไปจ้องมองใบหน้าเนียนของโบ๊ทอย่างเป็ห่วงความรู้สึกก่อนที่โบ๊ทจะส่งยิ้มจริงใจให้พร้อมกับบอกกัปตันเสียงเรียบว่า
"ไม่เป็ไรครับ ผมไม่ได้ซีเรียสอะไร"
โบ๊ทก้มลงปลดเข็มขัดนิรภัยเพื่อเตรียมตัวลงจากรถและในขณะเดียวกันกัปตันก็ก้มลงไปปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองเหมือนกันพร้อมกับถามโบ๊ท
"งั้นเดี๋ยวผมลงไปส่งคุณดีกว่านะ เพราะบ้านคุณมืดมากเลย"
"ไม่เป็ไรครับ ไม่ต้องลงไปส่งผมหรอก "
โบ๊ทรีบยกมือขึ้นปฏิเสธความหวังดีของกัปตันด้วยความเกรงใจก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณในน้ำใจและมิตรไมตรีที่กัปตันมอบให้โดยไม่สนใจฐานะ
"ขอบคุณมากนะครับสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณจริง ๆ"
กัปตันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่เขาจะก้มลงไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับตัวเองอีกครั้งพร้อมกับเตือนโบ๊ทด้วยในเวลาเดียวกัน
"ดึกมากแล้วรีบเข้าบ้านไปเถอะ พรุ่งนี้ยังมีเรียนอีกนะ อย่าไปสายล่ะ"
“ถ้างั้นเจอกันพรุ่งนี้นะครับ”
โบ๊ทบอกกัปตันก่อนจะเปิดประตูลงจากรถทันที
“ฝันดีนะคนอัปลักษณ์”
กัปตันบอกโบ๊ทพร้อมกับยกยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยความพอใจซึ่งไม่ต่างจากโบ๊ทเท่าไหร่ เพราะโบ๊ทเองก็กำลังยืนยิ้มไม่หุบรับฉายาใหม่ของตัวเองเช่นกัน
"ฝันดีนะครับคุณกัปตัน"
โบ๊ทบอกกัปตันเบาๆ ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งเข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย โดยมีกัปตันคอยมองต้นทางให้จนกระทั่งมั่นใจว่าโบ๊ทกลับเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว กัปตันถึงยอมถอยรถหรูของตัวเองออกจากซอยบ้านของโบ๊ทไปเพื่อกลับบ้านของตัวเอง...
............................
ซันด๊อก