‘เวทย์ลม-ความเมตตาจากสายลม’
แสงสีเขียวห่อหุ้มตัว..พลังแห่งสายลมเบาสบายได้ช่วยมอบความอบอุ่นและเยียวยาความเจ็บปวดให้
เรเวลหลับตาและมีท่าทีผ่อนคลายลง..จนกระทั่งบาดแผลทั่วทั้งตัวของเขาหายสนิท
“รักษาเสร็จแล้วครับ”
“ขอบใจนะรูอัน"
เรเวลกล่าวขอบคุณแล้วยื่นมือไปจับดั้งจมูกตัวเองซึ่งตอนนี้หายปวดแล้ว
“เดี๋ยวฉันรักษาให้นะคะท่านเซเลน่า..แต่คงต้องลบสถานะผิดปกติอย่างเปลวไฟสีดำนี่ก่อนนะคะ”
ชีน่ายื่นฝ่ามือ2ข้างไปที่เซเลน่า
บนฝ่ามือของชีน่ามีอาร์ติเฟกซ์แหวนสีฟ้า2วง..สวมอยู่
‘เวทย์น้ำ-การชำระล้างแห่งสายน้ำ’
เปลวไฟสีดำค่อยๆถูกแสงสีฟ้าชำระล้างหายไป
ชีน่าร่ายสกิลต่อทันที
‘เวทย์น้ำ-สายน้ำแห่งการรักษา'
แสงสีฟ้าพร้อมกับละอองน้ำห่อหุ้มทั่วตัวเซเลน่า
ความรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลายปรากฎขึ้น
บาดแผลทั่วตัวของเซเลน่าหายเป็นปลิดทิ้ง
"..."
เรเวลกับเซเลน่ามองไปยังร่างกายของตัวเอง
เสื้อผ้าหลายจุดขาดยับ..แถมหลายส่วนยังมีรอยไหม้
เหลือเพียงแค่ชุดเกราะสีเงินทองเท่านั้นที่ยังคงเปล่งประกายแวววับไร้รอยขีดข่วนใดๆ
สมาชิกห้องS..ที่เหลือมุ่งหน้าไปกำจัดมอนสเตอร์ที่ยังตกค้างอยู่ในชั้นที่4
ทุกคนเชื่อว่าบาดแผลบนตัวของเรเวลและเซเลน่ามาจากมอนสเตอร์หมดยกเว้นคนๆหนึ่ง
“เอาล่ะ..ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมคะ..ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
เซซิเลียกอดอกแล้วเผยรอยยิ้มน่ากลัวออกมา
‘ชะ..ชิบหาย..ซวยแล้วจะทำยังไงดี..ขืนเซซิเลียรู้ว่าตัวเราไปจูบแก้มเซเลน่า..มีหวังได้งอนโลกแตกแน่..เผลอๆอาจหนักกว่าตอนเอลิเซ่อีก’
‘ชะ..ชิบหาย..ซวยแล้วจะทำยังไงดี..เรื่องนี้พอมาคิดๆดูแล้ว..ตัวเรานี่ผิดเต็มๆเลยไม่ใช่หรอ…เซซิเลียต้องโกรธแน่เลยที่เราไปอัดหมอนั่นซะขนาดนั้น’
“ฉันไม่ผิดนะ!..ไอผมขาวต่างหากล่ะที่ผิด”
เซเลน่าชี้นิ้วไปทางเรเวล
“หะ..เห้ยยย..พูดบ้าอะไรกันเนี่ย”
เรเวลทำท่าลุกลี้ลุกลนและเริ่มร้อนตัวขึ้นมา
“คะ..คะ…คะ…คือว่า”
เซเลน่าทำหน้าแดงด้วยความเขินอาย
ตัวเธอเอามือ2ข้างกอดไปที่หน้าอกตัวเอง
“คือว่าผู้ชายคนนี้เขาลวนลามฉันน่ะ”
เซเลน่าทำหน้าตาน่าสงสารเสมือนเป็นผู้เสียหาย
แน่นอนว่าถ้ามองในมุมมองผู้หญิงแล้ว..การถูกผู้ชายที่ไม่ใช่คนรักจูบแก้ม..ถือเป็นเรื่องที่เสียหายจริงๆ
และถ้ามองถึงเรื่องสถานะเรเวลที่เป็นสามัญชนด้วยแล้ว…การไปลวนลามราชวงศ์ไม่ว่าโดยตั้งใจหรืออุบัติเหตุ..ตัวเขาต้องถูกประหารชีวิตแน่ๆหากเรื่องรู้ถึงภายนอก
“ซะ..เซซิเลีย..คะ..คือว่ามันเป็นอุบัติเหตุนะ..ฉะ..ฉะ..ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
เรเวลรีบโบกมือปฎิเสธ..พร้อมกับมีเหงื่อไหลซึมออกมาเต็มฝ่ามือ
“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะคะ..คุณไปทำอะไรเซเลน่างั้นหรอ?”
“คะ..คือว่า..ฉันไปจูบแก้มท่านเซเลน่าน่ะ”
“…” เซซิเลียเงียบ
สิ่งนั้นทำให้เรเวลกลัวเธอยิ่งกว่าเดิม
“คือว่ามันเป็นอุบัติเหตุจริงๆนะ!!..ตอนที่ฉันตกบันไดลงมา..ปากฉันไปถูกแก้มของท่านเซเลน่าเข้าโดยบังเอิญ…แบบว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ..ขอร้องล่ะ…เห็นใจหน่อยเถอะ”
เรเวลยกมือไหว้เซซิเลีย
“เห้ออ…ช่วยไม่ได้นะคะ”
เซซิเลียถอนหายใจออกมา
“เอ๋..ให้อภัยงั้นหรอ?”
เรเวลมองเซซิเลียด้วยสีหน้าตกตลึง…เซเลน่าเองก็เช่นกัน
“ถึงแม้เซเลน่าจะไม่ได้โกหก..แต่ตัวคุณเองก็ไม่ได้โกหกเช่นกันค่ะ…และที่สำคัญฉันรู้ดีว่าคุณไม่ใช่ผู้ชายแบบนั้น”
“เห้ออ..ค่อยยังชั่วหน่อย”
เรเวลถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีที่คุณไปจูบผู้หญิงคนอื่น..แต่ฉันก็ให้อภัยค่ะ..เพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ”
“ดะ..เดี๋ยว..นี่เธอให้อภัยง่ายๆแบบนี้เลยหรอ..แฟนเธอไปจูบผู้หญิงคนอื่นเชียวนะ!!….” เซเลน่าโวยวายออกมา
“มันช่วยไม่ได้นิคะ..ก็ถ้าเซเลน่าไม่ไปกระชากคอเสื้อเรเวลตั้งแต่แรก…ตัวเธอกับเขาก็คงไม่ตกบันไดลงมาทั้งคู่หรอก..เรื่องนี้ถ้ามองแบบเป็นกลางแล้วตัวเธอผิดเต็มๆเลยนะเซเลน่า..”
“อึก…”
เซเลน่าผงะเดินถอยหลังพร้อมกับเหงื่อที่เริ่มซึมออกมาเต็มหน้าผาก
“ฉันเองก็ให้อภัยเซเลน่านะ..แต่ว่าเธอต้องรับปากฉัน2เรื่อง…ไม่งั้นฉันจะเลิกคุยกับเธอตลอดชีวิตแน่ค่ะ”
เซซิเลียกล่าวแล้วมองเซเลน่าด้วยสีหน้าจริงจัง
‘ชิ..โถ่เอ้ยยย…ทำไมเรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้นะ…ถ้าหากเซซิเลียเลิกคบเราเป็นเพื่อนแล้วล่ะก็..ทั้งชีวิตนี้ตัวเราคงไม่เหลือใครแน่…และคงต้องกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้น…’
เซเลน่ากำหมัดแน่น
เหงื่อไหลย้อยจากหน้าผาก…ลงมายังแก้ม..แล้วหยดลงไปที่พื้น
‘เซซิเลียคือทั้งหมดของชีวิตเรา.…ไม่ใช่ท่านพ่อ..ไม่ใช่ท่านแม่…แล้วก็ไม่ใช่คนๆนั้น’
“ว่าไงคะ?” เซซิเลียถาม
‘ถึงแม้ฉันจะไม่ชอบไอผมขาว..แต่ว่าสิ่งที่เราจะไม่ยอมเสียไปเด็ดขาด..ก็คือเซซิเลีย’
เซเลน่าเงยหน้าขึ้นมองเซซิเลีย
“ก็ได้…ไม่ว่าเรื่องอะไรฉันก็จะรับปาก…ขอแค่เธอยกโทษให้ฉันในครั้งนี้ก็พอ”
เซเลน่าทำสีหน้าจริงจัง
“ฉันขอแค่สองเรื่องค่ะ..เรื่องแรกเพื่อไม่ให้เหตุการณ์คล้ายๆวันนี้เกิดขึ้นอีก..ตัวเธอต้องเลิกหาเรื่องเรเวลและต้องปฎิบัติกับเขาให้ดีๆด้วย…อะ..เอ่อ…คะ..คือคำว่าปฎิบัติให้ดีๆเนี่ย..แค่ปฎิบัติเหมือนกับเพื่อนคนหนึ่งก็พอค่ะ...เรื่องกอดจูบลูบคลำ…อะไรนี่ไม่ต้องก็ได้นะคะ”
“อืมเข้าใจแล้ว..ถ้าแค่นั้นล่ะก็ได้…ส่วนเรื่องให้ไปจูบหรือทำอะไรแปลกๆกับหมอนี่ละก็ไม่ต้องห่วงหรอก..เพราะ…ฉันไม่มีทางทำอยู่แล้ว..”
“เรื่องที่2..ข้อนี้ซีเรียสนะคะ…”
เซซิเลียมองไปรอบๆตัวเธอ
“เรื่องที่เรเวลไปจูบแก้มเธอน่ะ…ช่วยปิดเป็นความลับด้วย..ถ้าเกิดเรื่องนี้ออกสู่ที่สาธารณะขึ้นมา..ฉันเกรงว่าเรเวลต้องถูกประหารแน่ค่ะ”
“อืม..เข้าใจแล้ว…ว่าแต่ไอหมอนี่มันน่าจะจูบเธอไปหลายครั้งไม่ใช่หรอ..ทำไมมันไม่ถูกประหารล่ะ?”เซเลน่าถาม
“นี่ท่านเซเลน่าอยากให้ผมตายขนาดนี้เลยหรอครับเนี่ย” เรเวลกล่าว
“กรณีนี้คือ เรเวลคบกับฉันด้วยความบริสุทธิ์ใจค่ะ..เรื่องนี้ทุกคนในห้องS..และในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ก็น่าจะรู้..และถ้าหากเรื่องที่เรเวลไปจูบกับเธอเข้า..ระหว่างที่คบกับฉันอยู่ถูกเผยแพร่ออกไป…ฉันคิดว่าไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่..เรเวลต้องเดือดร้อนแน่ๆ..ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องรู้ถึงหูท่านพ่อของเธอแน่นอน…เธอคงจะรู้ใช่ไหม..ว่าถ้าถึงตอนนั้นคนที่เดือดร้อนคงไม่ได้มีแค่เรเวล”
“อรึก..”
เซเลน่ากลืนน้ำลายลงคอ
“อืม..ฉะ..ฉันเข้าใจแล้ว…ข้อนี้ฉันก็จะรับปากเธอเหมือนกัน”
“ถ้างั้นก็ดีแล้วค่ะ..พวกเราไปกันต่อเถอะค่ะ”
มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนชั้นที่4ถูกจัดการหมดในเวลาประมาณ1ชั่วโมง
เรเวล เซเลน่า เซซิเลีย รูอัน ลูน่า ชีน่า และสมาชิกห้องSคนอื่นๆต่างพากันลงบันไดไปยังชั้นที่5ต่อ
จนถึงตอนนี้การสำรวจดันเจี้ยนดำเนินไปกว่า 7ชั่วโมงแล้ว
#ดันเจี้ยนชั้นที่5#
สภาพของดันเจี้ยนชั้นนี้ดูแปลกตากว่าชั้นอื่นๆที่คล้ายถ้ำคริสตัลมาก…เพราะว่าชั้นนี้เป็นชั้นแรกที่มีลักษณะเป็น…
“ป่างั้นหรอ?”
ทิวทัศนรอบๆเป็นพื้นที่สีเขียวมีลักษณะคล้ายป่าดงดิบ
ต้นไม้สูงเกือบสิบเมตร
พุ่มไม้และใบหญ้ามีลักษณะแปลกตาชนิดที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน
“นี่ดูข้างบนนั่นสิ!!”
นักเรียนห้องSคนหนึ่งชี้นิ้วไปทางด้านบน
ทุกคนแหงนหน้าขึ้นมอง
“งี้นี่เองสินะ..ด้านบนคือคริสตัลสีขาวซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างของดันเจี้ยนชั้นนี้” เรเวลมองผลึกสีขาวที่งอกอยู่ด้านบนแล้วกล่าวแบบนั้น
“จะว่าไปชั้นนี้ไม่เห็นมีมอนสเตอร์ถือกำเนิดเลยนะ..มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ไม่รู้สิ..สักพักเดี๋ยวก็คงมีเองนั่นแหละ”
นักเรียนห้องSเดินเกาะกันเป็นกลุ่มแล้วสำรวจไปรอบๆ
“หือ?..”
เรเวลมีปฎิกิริยาต่อเสียงบางอย่าง
‘ซ่า…….’
นี่มัน…
“ทุกคนเดี๋ยวฉันไปทางนั้นแปปนะ..”
เรเวลกล่าวแล้วรีบวิ่งแยกออกจากกลุ่มไป
“ดะ..เดี๋ยวสิคะ…คุณจะไปไหนน่ะ..”
เซซิเลียพยายามห้ามปรามแต่ไม่ทันซะแล้ว
“ปล่อยมันไปเถอะ..หมอนั่นมันไม่เป็นไรหรอก”
เซเลน่ากล่าวแล้วกระโดดขึ้นไปเหยียบบนกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่
********************
ตัวผมรีบวิ่งมาเรื่อยๆ..เพื่อมุ่งหน้าไปยังต้นกำเนิดของเสียงบางอย่าง
'เสียงนี้มัน..'
ริมทางยังคงราบรื่นและปลอดมอนสเตอร์
ด้วยสเตตัสระดับเลเวล30 ทำให้การวิ่งอย่างรวดเร็วมาถึงในเวลาไม่นาน
'นั่นไงล่ะ..ในที่สุดก็เจอ!'
ภาพเบื้องหน้าเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่
น้ำตกที่ไหลออกมาจากรูผนังคริสตัลกำลังตกลงมายังแอ่งน้ำทะเลสาบจนส่งเสียงดัง …ซู่..ซ่า..ออกมา
ไม่น่าเชื่อเลยนะ..ว่าจะมีที่แห่งนี้อยู่ในดันเจี้ยนใต้ทะเลทราย
‘ดันเจี้ยนมันคืออะไรกันแน่นะ..’
เรเวลเงยหน้ามองสายรุ้งที่พาดผ่านระหว่างน้ำตก
‘ต้องรีบไปบอกทุกคนให้รู้แล้ว!!..’
เด็กหนุ่มรีบวิ่งกลับไปเพื่อรวมกลุ่มกับห้องSตามเดิม
ระหว่างทางยังคงเต็มไปด้วยต้นไม้และใบหญ้าแปลกประหลาด
‘อย่างที่คิดจริงๆด้วย..ชั้นนี้ไม่มีมอนสเตอร์ถือกำเนิด’
ตัวเขาวิ่งมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็ถึง
“ทุกคน!!!..ไปดูตรงนั้นสิ..มีน้ำตกกับทะเลสาบด้วย”
“หา!?..น้ำตก?…จะบ้ารึป่าว..นี่อยู่กลางทะเลทรายนะ..ถึงจะเป็นข้างใต้ทะเลทรายก็เถอะ”
นักเรียนห้องSหลายคนมีสีหน้าไม่ค่อยจะเชื่อ..พร้อมกับตั้งท่าระวังมอนสเตอร์ต่อ..แต่ก็ไม่มีมอนสเตอร์ใดๆโผล่มา
“คุณไปเห็นน้ำตกกับทะเลสาบมาจริงๆหรอคะ..เรเวล?”
“จริงนะ…เมื่อกี้ฉันไปเห็นมากับตาเลย..”
“งั้นนำทางฉันไปหน่อยค่ะ..”
“อืมมากับฉันสิ”
เซซิเลียวิ่งตามเรเวลไป..และจากการตามไปของเซซิเลีย..ก็ทำให้สมาชิกห้องSคนอื่นๆต้องตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหล่าสมาชิกห้องSวิ่งมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็มาถึงน้ำตกกับทะเลสาบตามที่เรเวลบอก
“โว้ววววว….สุดยอดดดด..”
“สวยมากเลย…อยากลงไปเล่นน้ำจัง”
“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีที่แห่งนี้ในดันเจี้ยนใต้ทะเลทรายเลยนะ..”
“น่าเสียดายจังที่ไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำมา..”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย..ลงไปทั้งชุดเกราะนี่แหละ”
หลายคนพยายามจะลงไปเล่นน้ำหลังจากที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์มาต่อเนื่อง7ชั่วโมง
“เดี๋ยวก่อนสิพวกเธอ!!” ลูน่าตะโกนขึ้นห้ามปรามเอาไว้
ทั้งนักเรียนหญิงและชายหลายคนหยุดชะงัก
“นี่พวกเราสำรวจดันเจี้ยนอยู่นะ..อย่าลืมสิว่าต้องไปถึงชั้นที่10ในเวลา3วัน..และเราไม่รู้ว่าหลังจากชั้นที่5ลงไปจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการสำรวจ..ฉะนั้นตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเที่ยวเล่นนะ!!..”
“เอาน่าลูน่า..ให้พักหน่อยไม่เห็นเป็นไรเลย”
เรเวลพยายามปฎิเสธความเห็นลูน่า…แน่นอนว่าเรเวลเองก็ล้าจากการต่อสู้กับเซเลน่ามาเหมือนกัน
“ผมเห็นด้วยกับที่ลูน่าพูดนะ…อีกอย่างเราก็ไม่รู้ด้วยว่าชั้นนี้มีมอนสเตอร์รึป่าว…ถ้าผ่อนคลายแบบประมาทเผลอๆอาจจะตายได้…พวกคุณไม่เห็นกันรึไงครับว่าขนาดท่านเซเลน่ากับเรเวลร่วมมือกันเพื่อสู้กับมอนสเตอร์ในชั้นที่4ด้วยพลังแห่งมิตรภาพแค่2คน..ยังบาดเจ็บในชั้นที่4มาขนาดนี้..แล้วมอนสเตอร์ในชั้นที่5จะขนาดไหน..ซึ่งถ้าตามข้อมูลที่พวกเรารู้ผ่านๆมา..มอนสเตอร์ในชั้นที่5นี้มันควรเก่งจะกว่าชั้นที่4ด้วยซ้ำ” รูอันกล่าวแบบมีเหตุผล
จนสมาชิกห้องSหลายคนเริ่มคล้อยตาม..ในขณะที่เซเลน่ากับเรเวลมีปฎิกิริยาร้อนตัวแปลกๆ
“อะ..เอ่อรูอัน..คะ..คือว่าเรื่องในชั้นที่4…ไม่ต้องเอามาพูดก็ได้นะ..บะ..แบบว่า..”
“นี่ไอเตี้ย!!…แกจะพูดถึงชั้นที่4ทำไมห๊าาาา”
เซเลน่าเดินเข้ามากระชากคอเสื้อรูอัน
“อะ..เอ๋!!….ขะ..ขออภัยครับ..ท่านเซเลน่า”
นักเรียนห้องSหลายคนมองหน้ากัน
“สรุปคือจะสำรวจดันเจี้ยนรวดเดียวจนถึงชั้นที่10แบบไม่พักเลยงั้นหรอ?” นักเรียนคนหนึ่งกล่าวถามขึ้นมาแบบนั้น
“…” ลูน่าเงียบขึ้นมาทันที
เซซิเลียที่นิ่งเงียบอยู่นานจึงกล่าวขึ้นมา
“ฉันคิดว่าพวกเราควรจะพักที่ชั้นนี้สักหน่อยค่ะ..เพราะตอนนี้ถ้าตามเวลาภายนอกก็น่าประมาณช่วงเย็นแล้ว..”
เซซิเลียหยิบนาฬิกาพกพาขนาดเล็กขึ้นมาโชว์ให้ดู
ที่เข็มสั้นของนาฬิกาตอนนี้ชี้ไปที่เลข4 เกือบๆเลข5
“นั่นสินะ..เซซิเลีย..จากการเดาของฉันโดยส่วนตัวฉันคิดว่าในดันเจี้ยนชั้นนี้ไม่น่ามีมอนสเตอร์ถือกำเนิดด้วย..ก็ลองคิดดูสิ..พวกเราคงไม่สามารถกางฟูกนอนกลางดันเจี้ยนในชั้นที่ 1-4 ได้อยู่แล้ว เพราะในชั้นพวกนั้นมีมอนสเตอร์ถือกำเนิดอยู่ตลอด… และจากการที่อาจารย์เอเรนให้เวลาพวกเรา3วัน นั่นแสดงว่าเขาต้องเผื่อเวลานอนให้พวกเราด้วย..ซึ่งก็น่าจะหมายถึงดันเจี้ยนชั้นนี้นี่แหละ…” เรเวลกล่าว
“ถ้างั้นความหมายของคุณก็คือดันเจี้ยนชั้นที่5นี้ คือจุดเซฟตี้พ้อยหรือจุดปลอดภัย ที่อาจารย์เอเรนอยากให้พวกเราพักกันในชั้นนี้งั้นสินะคะ?”
“ก็ตามนั้นแหละนะ..เพราะเอาตรงๆเลยการสู้ต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืนโดยไม่พัก..มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว..แถมพลังเวทย์จะหมดกันซะก่อนด้วย"
“งั้นเอาตามนั้นก็ได้ค่ะ..เวลา3วัน..พูดง่ายๆคือ..72ชั่วโมง..และตอนนี้พวกเราใช้ไปแล้ว7 ชั่วโมง..ถ้าพักสัก 10-12ชั่วโมง..ฉันคิดว่าเวลาน่าจะยังเหลือเฟือเลยนะคะสำหรับอีก5ชั้นที่เหลือ”
“อืมถ้างั้นพวกเราก็พักกันที่ชั้นนี้เถอะ”
เรเวลพยักหน้าให้เซซิเลียแล้วหันไปมองลูน่า
“ถ้าพูดแบบนี้แล้วเธอก็คงเห็นด้วยใช่ไหม?”
“อืม..ก็ได้..งั้นก็ตามใจละกัน” ลูน่าตอบกลับไปแบบนั้น
เซซิเลียเห็นดังนั้นจึงประกาศถามความเห็นเพื่อนห้องSคนอื่นๆ
“ทุกคนคะ..ถ้างั้นพวกเราจะพักที่นี่กันไม่เกิน12ชั่วโมงนะคะ..หลังจากพักกันแล้วถ้าหากเป็นไปได้..วันพรุ่งนี้6โมงเช้าตามนาฬิกาบนพื้น..พวกเราจะบุกดันเจี้ยนต่อเนื่องจนถึงชั้นที่10เลย…มีใครเห็นด้วยไหมคะ?”
“ถ้าท่านเซซิเลียต้องการแบบนั้นก็เอาตามนั้นก็ได้ครับ”
“งั้นเอาตามท่านเซซิเลียเลยค่ะ”