The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่98 บุกดันเจี้ยน5

              ‘เวทย์ลม-ความเมตตาจากสายลม’

              แสงสีเขียวห่อหุ้มตัว..พลังแห่งสายลมเบาสบายได้ช่วยมอบความอบอุ่นและเยียวยาความเจ็บปวดให้

              เรเวลหลับตาและมีท่าทีผ่อนคลายลง..จนกระทั่งบาดแผลทั่วทั้งตัวของเขาหายสนิท 

              “รักษาเสร็จแล้วครับ”

              “ขอบใจนะรูอัน"

              เรเวลกล่าวขอบคุณแล้วยื่นมือไปจับดั้งจมูกตัวเองซึ่งตอนนี้หายปวดแล้ว

              “เดี๋ยวฉันรักษาให้นะคะท่านเซเลน่า..แต่คงต้องลบสถานะผิดปกติอย่างเปลวไฟสีดำนี่ก่อนนะคะ”

              ชีน่ายื่นฝ่ามือ2ข้างไปที่เซเลน่า

              บนฝ่ามือของชีน่ามีอาร์ติเฟกซ์แหวนสีฟ้า2วง..สวมอยู่

              ‘เวทย์น้ำ-การชำระล้างแห่งสายน้ำ’          

              เปลวไฟสีดำค่อยๆถูกแสงสีฟ้าชำระล้างหายไป

              ชีน่าร่ายสกิลต่อทันที

              ‘เวทย์น้ำ-สายน้ำแห่งการรักษา'

              แสงสีฟ้าพร้อมกับละอองน้ำห่อหุ้มทั่วตัวเซเลน่า

              ความรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลายปรากฎขึ้น

              บาดแผลทั่วตัวของเซเลน่าหายเป็นปลิดทิ้ง

              "..."

              เรเวลกับเซเลน่ามองไปยังร่างกายของตัวเอง

              เสื้อผ้าหลายจุดขาดยับ..แถมหลายส่วนยังมีรอยไหม้

              เหลือเพียงแค่ชุดเกราะสีเงินทองเท่านั้นที่ยังคงเปล่งประกายแวววับไร้รอยขีดข่วนใดๆ     

              สมาชิกห้องS..ที่เหลือมุ่งหน้าไปกำจัดมอนสเตอร์ที่ยังตกค้างอยู่ในชั้นที่4

              ทุกคนเชื่อว่าบาดแผลบนตัวของเรเวลและเซเลน่ามาจากมอนสเตอร์หมดยกเว้นคนๆหนึ่ง

              “เอาล่ะ..ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมคะ..ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

              เซซิเลียกอดอกแล้วเผยรอยยิ้มน่ากลัวออกมา  

              ‘ชะ..ชิบหาย..ซวยแล้วจะทำยังไงดี..ขืนเซซิเลียรู้ว่าตัวเราไปจูบแก้มเซเลน่า..มีหวังได้งอนโลกแตกแน่..เผลอๆอาจหนักกว่าตอนเอลิเซ่อีก’

              ‘ชะ..ชิบหาย..ซวยแล้วจะทำยังไงดี..เรื่องนี้พอมาคิดๆดูแล้ว..ตัวเรานี่ผิดเต็มๆเลยไม่ใช่หรอ…เซซิเลียต้องโกรธแน่เลยที่เราไปอัดหมอนั่นซะขนาดนั้น’

              “ฉันไม่ผิดนะ!..ไอผมขาวต่างหากล่ะที่ผิด”

              เซเลน่าชี้นิ้วไปทางเรเวล

              “หะ..เห้ยยย..พูดบ้าอะไรกันเนี่ย”

              เรเวลทำท่าลุกลี้ลุกลนและเริ่มร้อนตัวขึ้นมา

              “คะ..คะ…คะ…คือว่า”

              เซเลน่าทำหน้าแดงด้วยความเขินอาย

              ตัวเธอเอามือ2ข้างกอดไปที่หน้าอกตัวเอง

              “คือว่าผู้ชายคนนี้เขาลวนลามฉันน่ะ” 

              เซเลน่าทำหน้าตาน่าสงสารเสมือนเป็นผู้เสียหาย

              แน่นอนว่าถ้ามองในมุมมองผู้หญิงแล้ว..การถูกผู้ชายที่ไม่ใช่คนรักจูบแก้ม..ถือเป็นเรื่องที่เสียหายจริงๆ

              และถ้ามองถึงเรื่องสถานะเรเวลที่เป็นสามัญชนด้วยแล้ว…การไปลวนลามราชวงศ์ไม่ว่าโดยตั้งใจหรืออุบัติเหตุ..ตัวเขาต้องถูกประหารชีวิตแน่ๆหากเรื่องรู้ถึงภายนอก

              “ซะ..เซซิเลีย..คะ..คือว่ามันเป็นอุบัติเหตุนะ..ฉะ..ฉะ..ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”

              เรเวลรีบโบกมือปฎิเสธ..พร้อมกับมีเหงื่อไหลซึมออกมาเต็มฝ่ามือ

              “ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะคะ..คุณไปทำอะไรเซเลน่างั้นหรอ?”

              “คะ..คือว่า..ฉันไปจูบแก้มท่านเซเลน่าน่ะ”

              “…” เซซิเลียเงียบ

              สิ่งนั้นทำให้เรเวลกลัวเธอยิ่งกว่าเดิม

              “คือว่ามันเป็นอุบัติเหตุจริงๆนะ!!..ตอนที่ฉันตกบันไดลงมา..ปากฉันไปถูกแก้มของท่านเซเลน่าเข้าโดยบังเอิญ…แบบว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ..ขอร้องล่ะ…เห็นใจหน่อยเถอะ”

              เรเวลยกมือไหว้เซซิเลีย

              “เห้ออ…ช่วยไม่ได้นะคะ”

              เซซิเลียถอนหายใจออกมา

              “เอ๋..ให้อภัยงั้นหรอ?”

              เรเวลมองเซซิเลียด้วยสีหน้าตกตลึง…เซเลน่าเองก็เช่นกัน

              “ถึงแม้เซเลน่าจะไม่ได้โกหก..แต่ตัวคุณเองก็ไม่ได้โกหกเช่นกันค่ะ…และที่สำคัญฉันรู้ดีว่าคุณไม่ใช่ผู้ชายแบบนั้น”

              “เห้ออ..ค่อยยังชั่วหน่อย”

              เรเวลถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

              “ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีที่คุณไปจูบผู้หญิงคนอื่น..แต่ฉันก็ให้อภัยค่ะ..เพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ”

              “ดะ..เดี๋ยว..นี่เธอให้อภัยง่ายๆแบบนี้เลยหรอ..แฟนเธอไปจูบผู้หญิงคนอื่นเชียวนะ!!….” เซเลน่าโวยวายออกมา

              “มันช่วยไม่ได้นิคะ..ก็ถ้าเซเลน่าไม่ไปกระชากคอเสื้อเรเวลตั้งแต่แรก…ตัวเธอกับเขาก็คงไม่ตกบันไดลงมาทั้งคู่หรอก..เรื่องนี้ถ้ามองแบบเป็นกลางแล้วตัวเธอผิดเต็มๆเลยนะเซเลน่า..”

              “อึก…”

              เซเลน่าผงะเดินถอยหลังพร้อมกับเหงื่อที่เริ่มซึมออกมาเต็มหน้าผาก

              “ฉันเองก็ให้อภัยเซเลน่านะ..แต่ว่าเธอต้องรับปากฉัน2เรื่อง…ไม่งั้นฉันจะเลิกคุยกับเธอตลอดชีวิตแน่ค่ะ”

              เซซิเลียกล่าวแล้วมองเซเลน่าด้วยสีหน้าจริงจัง

              ‘ชิ..โถ่เอ้ยยย…ทำไมเรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้นะ…ถ้าหากเซซิเลียเลิกคบเราเป็นเพื่อนแล้วล่ะก็..ทั้งชีวิตนี้ตัวเราคงไม่เหลือใครแน่…และคงต้องกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้น…’

              เซเลน่ากำหมัดแน่น

              เหงื่อไหลย้อยจากหน้าผาก…ลงมายังแก้ม..แล้วหยดลงไปที่พื้น

              ‘เซซิเลียคือทั้งหมดของชีวิตเรา.…ไม่ใช่ท่านพ่อ..ไม่ใช่ท่านแม่…แล้วก็ไม่ใช่คนๆนั้น’

              “ว่าไงคะ?” เซซิเลียถาม

              ‘ถึงแม้ฉันจะไม่ชอบไอผมขาว..แต่ว่าสิ่งที่เราจะไม่ยอมเสียไปเด็ดขาด..ก็คือเซซิเลีย’  

              เซเลน่าเงยหน้าขึ้นมองเซซิเลีย

              “ก็ได้…ไม่ว่าเรื่องอะไรฉันก็จะรับปาก…ขอแค่เธอยกโทษให้ฉันในครั้งนี้ก็พอ”

              เซเลน่าทำสีหน้าจริงจัง

              “ฉันขอแค่สองเรื่องค่ะ..เรื่องแรกเพื่อไม่ให้เหตุการณ์คล้ายๆวันนี้เกิดขึ้นอีก..ตัวเธอต้องเลิกหาเรื่องเรเวลและต้องปฎิบัติกับเขาให้ดีๆด้วย…อะ..เอ่อ…คะ..คือคำว่าปฎิบัติให้ดีๆเนี่ย..แค่ปฎิบัติเหมือนกับเพื่อนคนหนึ่งก็พอค่ะ...เรื่องกอดจูบลูบคลำ…อะไรนี่ไม่ต้องก็ได้นะคะ” 

              “อืมเข้าใจแล้ว..ถ้าแค่นั้นล่ะก็ได้…ส่วนเรื่องให้ไปจูบหรือทำอะไรแปลกๆกับหมอนี่ละก็ไม่ต้องห่วงหรอก..เพราะ…ฉันไม่มีทางทำอยู่แล้ว..”

              “เรื่องที่2..ข้อนี้ซีเรียสนะคะ…”

              เซซิเลียมองไปรอบๆตัวเธอ

              “เรื่องที่เรเวลไปจูบแก้มเธอน่ะ…ช่วยปิดเป็นความลับด้วย..ถ้าเกิดเรื่องนี้ออกสู่ที่สาธารณะขึ้นมา..ฉันเกรงว่าเรเวลต้องถูกประหารแน่ค่ะ”

              “อืม..เข้าใจแล้ว…ว่าแต่ไอหมอนี่มันน่าจะจูบเธอไปหลายครั้งไม่ใช่หรอ..ทำไมมันไม่ถูกประหารล่ะ?”เซเลน่าถาม

              “นี่ท่านเซเลน่าอยากให้ผมตายขนาดนี้เลยหรอครับเนี่ย” เรเวลกล่าว

              “กรณีนี้คือ เรเวลคบกับฉันด้วยความบริสุทธิ์ใจค่ะ..เรื่องนี้ทุกคนในห้องS..และในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ก็น่าจะรู้..และถ้าหากเรื่องที่เรเวลไปจูบกับเธอเข้า..ระหว่างที่คบกับฉันอยู่ถูกเผยแพร่ออกไป…ฉันคิดว่าไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่..เรเวลต้องเดือดร้อนแน่ๆ..ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องรู้ถึงหูท่านพ่อของเธอแน่นอน…เธอคงจะรู้ใช่ไหม..ว่าถ้าถึงตอนนั้นคนที่เดือดร้อนคงไม่ได้มีแค่เรเวล”

              “อรึก..”

              เซเลน่ากลืนน้ำลายลงคอ

              “อืม..ฉะ..ฉันเข้าใจแล้ว…ข้อนี้ฉันก็จะรับปากเธอเหมือนกัน”

              “ถ้างั้นก็ดีแล้วค่ะ..พวกเราไปกันต่อเถอะค่ะ”

              มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนชั้นที่4ถูกจัดการหมดในเวลาประมาณ1ชั่วโมง

              เรเวล เซเลน่า เซซิเลีย รูอัน ลูน่า ชีน่า และสมาชิกห้องSคนอื่นๆต่างพากันลงบันไดไปยังชั้นที่5ต่อ

              จนถึงตอนนี้การสำรวจดันเจี้ยนดำเนินไปกว่า 7ชั่วโมงแล้ว

              #ดันเจี้ยนชั้นที่5#

              สภาพของดันเจี้ยนชั้นนี้ดูแปลกตากว่าชั้นอื่นๆที่คล้ายถ้ำคริสตัลมาก…เพราะว่าชั้นนี้เป็นชั้นแรกที่มีลักษณะเป็น…

              “ป่างั้นหรอ?”        

              ทิวทัศนรอบๆเป็นพื้นที่สีเขียวมีลักษณะคล้ายป่าดงดิบ

              ต้นไม้สูงเกือบสิบเมตร

              พุ่มไม้และใบหญ้ามีลักษณะแปลกตาชนิดที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน

              “นี่ดูข้างบนนั่นสิ!!”  

              นักเรียนห้องSคนหนึ่งชี้นิ้วไปทางด้านบน 

              ทุกคนแหงนหน้าขึ้นมอง

              “งี้นี่เองสินะ..ด้านบนคือคริสตัลสีขาวซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างของดันเจี้ยนชั้นนี้” เรเวลมองผลึกสีขาวที่งอกอยู่ด้านบนแล้วกล่าวแบบนั้น

              “จะว่าไปชั้นนี้ไม่เห็นมีมอนสเตอร์ถือกำเนิดเลยนะ..มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

              “ไม่รู้สิ..สักพักเดี๋ยวก็คงมีเองนั่นแหละ”

              นักเรียนห้องSเดินเกาะกันเป็นกลุ่มแล้วสำรวจไปรอบๆ

              “หือ?..”

              เรเวลมีปฎิกิริยาต่อเสียงบางอย่าง

              ‘ซ่า…….’

              นี่มัน…

              “ทุกคนเดี๋ยวฉันไปทางนั้นแปปนะ..”

              เรเวลกล่าวแล้วรีบวิ่งแยกออกจากกลุ่มไป

              “ดะ..เดี๋ยวสิคะ…คุณจะไปไหนน่ะ..”

              เซซิเลียพยายามห้ามปรามแต่ไม่ทันซะแล้ว

              “ปล่อยมันไปเถอะ..หมอนั่นมันไม่เป็นไรหรอก”

              เซเลน่ากล่าวแล้วกระโดดขึ้นไปเหยียบบนกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่

              ********************

              ตัวผมรีบวิ่งมาเรื่อยๆ..เพื่อมุ่งหน้าไปยังต้นกำเนิดของเสียงบางอย่าง

              'เสียงนี้มัน..'

              ริมทางยังคงราบรื่นและปลอดมอนสเตอร์

              ด้วยสเตตัสระดับเลเวล30 ทำให้การวิ่งอย่างรวดเร็วมาถึงในเวลาไม่นาน

              'นั่นไงล่ะ..ในที่สุดก็เจอ!'

              ภาพเบื้องหน้าเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่

              น้ำตกที่ไหลออกมาจากรูผนังคริสตัลกำลังตกลงมายังแอ่งน้ำทะเลสาบจนส่งเสียงดัง …ซู่..ซ่า..ออกมา

              ไม่น่าเชื่อเลยนะ..ว่าจะมีที่แห่งนี้อยู่ในดันเจี้ยนใต้ทะเลทราย

              ‘ดันเจี้ยนมันคืออะไรกันแน่นะ..’

              เรเวลเงยหน้ามองสายรุ้งที่พาดผ่านระหว่างน้ำตก

              ‘ต้องรีบไปบอกทุกคนให้รู้แล้ว!!..’

              เด็กหนุ่มรีบวิ่งกลับไปเพื่อรวมกลุ่มกับห้องSตามเดิม

              ระหว่างทางยังคงเต็มไปด้วยต้นไม้และใบหญ้าแปลกประหลาด

              ‘อย่างที่คิดจริงๆด้วย..ชั้นนี้ไม่มีมอนสเตอร์ถือกำเนิด’

              ตัวเขาวิ่งมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็ถึง

              “ทุกคน!!!..ไปดูตรงนั้นสิ..มีน้ำตกกับทะเลสาบด้วย”

              “หา!?..น้ำตก?…จะบ้ารึป่าว..นี่อยู่กลางทะเลทรายนะ..ถึงจะเป็นข้างใต้ทะเลทรายก็เถอะ”

              นักเรียนห้องSหลายคนมีสีหน้าไม่ค่อยจะเชื่อ..พร้อมกับตั้งท่าระวังมอนสเตอร์ต่อ..แต่ก็ไม่มีมอนสเตอร์ใดๆโผล่มา

              “คุณไปเห็นน้ำตกกับทะเลสาบมาจริงๆหรอคะ..เรเวล?” 

              “จริงนะ…เมื่อกี้ฉันไปเห็นมากับตาเลย..”

              “งั้นนำทางฉันไปหน่อยค่ะ..”

              “อืมมากับฉันสิ”

              เซซิเลียวิ่งตามเรเวลไป..และจากการตามไปของเซซิเลีย..ก็ทำให้สมาชิกห้องSคนอื่นๆต้องตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

              เหล่าสมาชิกห้องSวิ่งมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็มาถึงน้ำตกกับทะเลสาบตามที่เรเวลบอก

              “โว้ววววว….สุดยอดดดด..”

              “สวยมากเลย…อยากลงไปเล่นน้ำจัง”

              “ไม่น่าเชื่อว่าจะมีที่แห่งนี้ในดันเจี้ยนใต้ทะเลทรายเลยนะ..”

              “น่าเสียดายจังที่ไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำมา..”

              “ไม่เห็นเป็นไรเลย..ลงไปทั้งชุดเกราะนี่แหละ”

              หลายคนพยายามจะลงไปเล่นน้ำหลังจากที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์มาต่อเนื่อง7ชั่วโมง

              “เดี๋ยวก่อนสิพวกเธอ!!” ลูน่าตะโกนขึ้นห้ามปรามเอาไว้

              ทั้งนักเรียนหญิงและชายหลายคนหยุดชะงัก

              “นี่พวกเราสำรวจดันเจี้ยนอยู่นะ..อย่าลืมสิว่าต้องไปถึงชั้นที่10ในเวลา3วัน..และเราไม่รู้ว่าหลังจากชั้นที่5ลงไปจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการสำรวจ..ฉะนั้นตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเที่ยวเล่นนะ!!..”

              “เอาน่าลูน่า..ให้พักหน่อยไม่เห็นเป็นไรเลย” 

              เรเวลพยายามปฎิเสธความเห็นลูน่า…แน่นอนว่าเรเวลเองก็ล้าจากการต่อสู้กับเซเลน่ามาเหมือนกัน

              “ผมเห็นด้วยกับที่ลูน่าพูดนะ…อีกอย่างเราก็ไม่รู้ด้วยว่าชั้นนี้มีมอนสเตอร์รึป่าว…ถ้าผ่อนคลายแบบประมาทเผลอๆอาจจะตายได้…พวกคุณไม่เห็นกันรึไงครับว่าขนาดท่านเซเลน่ากับเรเวลร่วมมือกันเพื่อสู้กับมอนสเตอร์ในชั้นที่4ด้วยพลังแห่งมิตรภาพแค่2คน..ยังบาดเจ็บในชั้นที่4มาขนาดนี้..แล้วมอนสเตอร์ในชั้นที่5จะขนาดไหน..ซึ่งถ้าตามข้อมูลที่พวกเรารู้ผ่านๆมา..มอนสเตอร์ในชั้นที่5นี้มันควรเก่งจะกว่าชั้นที่4ด้วยซ้ำ” รูอันกล่าวแบบมีเหตุผล

              จนสมาชิกห้องSหลายคนเริ่มคล้อยตาม..ในขณะที่เซเลน่ากับเรเวลมีปฎิกิริยาร้อนตัวแปลกๆ

              “อะ..เอ่อรูอัน..คะ..คือว่าเรื่องในชั้นที่4…ไม่ต้องเอามาพูดก็ได้นะ..บะ..แบบว่า..”

              “นี่ไอเตี้ย!!…แกจะพูดถึงชั้นที่4ทำไมห๊าาาา”

              เซเลน่าเดินเข้ามากระชากคอเสื้อรูอัน

              “อะ..เอ๋!!….ขะ..ขออภัยครับ..ท่านเซเลน่า”

              นักเรียนห้องSหลายคนมองหน้ากัน

              “สรุปคือจะสำรวจดันเจี้ยนรวดเดียวจนถึงชั้นที่10แบบไม่พักเลยงั้นหรอ?” นักเรียนคนหนึ่งกล่าวถามขึ้นมาแบบนั้น 

              “…” ลูน่าเงียบขึ้นมาทันที

              เซซิเลียที่นิ่งเงียบอยู่นานจึงกล่าวขึ้นมา

              “ฉันคิดว่าพวกเราควรจะพักที่ชั้นนี้สักหน่อยค่ะ..เพราะตอนนี้ถ้าตามเวลาภายนอกก็น่าประมาณช่วงเย็นแล้ว..”

              เซซิเลียหยิบนาฬิกาพกพาขนาดเล็กขึ้นมาโชว์ให้ดู

              ที่เข็มสั้นของนาฬิกาตอนนี้ชี้ไปที่เลข4 เกือบๆเลข5

              “นั่นสินะ..เซซิเลีย..จากการเดาของฉันโดยส่วนตัวฉันคิดว่าในดันเจี้ยนชั้นนี้ไม่น่ามีมอนสเตอร์ถือกำเนิดด้วย..ก็ลองคิดดูสิ..พวกเราคงไม่สามารถกางฟูกนอนกลางดันเจี้ยนในชั้นที่ 1-4 ได้อยู่แล้ว เพราะในชั้นพวกนั้นมีมอนสเตอร์ถือกำเนิดอยู่ตลอด… และจากการที่อาจารย์เอเรนให้เวลาพวกเรา3วัน นั่นแสดงว่าเขาต้องเผื่อเวลานอนให้พวกเราด้วย..ซึ่งก็น่าจะหมายถึงดันเจี้ยนชั้นนี้นี่แหละ…” เรเวลกล่าว

              “ถ้างั้นความหมายของคุณก็คือดันเจี้ยนชั้นที่5นี้ คือจุดเซฟตี้พ้อยหรือจุดปลอดภัย ที่อาจารย์เอเรนอยากให้พวกเราพักกันในชั้นนี้งั้นสินะคะ?”

              “ก็ตามนั้นแหละนะ..เพราะเอาตรงๆเลยการสู้ต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืนโดยไม่พัก..มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว..แถมพลังเวทย์จะหมดกันซะก่อนด้วย"

              “งั้นเอาตามนั้นก็ได้ค่ะ..เวลา3วัน..พูดง่ายๆคือ..72ชั่วโมง..และตอนนี้พวกเราใช้ไปแล้ว7 ชั่วโมง..ถ้าพักสัก 10-12ชั่วโมง..ฉันคิดว่าเวลาน่าจะยังเหลือเฟือเลยนะคะสำหรับอีก5ชั้นที่เหลือ”

              “อืมถ้างั้นพวกเราก็พักกันที่ชั้นนี้เถอะ”

              เรเวลพยักหน้าให้เซซิเลียแล้วหันไปมองลูน่า

              “ถ้าพูดแบบนี้แล้วเธอก็คงเห็นด้วยใช่ไหม?”

              “อืม..ก็ได้..งั้นก็ตามใจละกัน” ลูน่าตอบกลับไปแบบนั้น

              เซซิเลียเห็นดังนั้นจึงประกาศถามความเห็นเพื่อนห้องSคนอื่นๆ

              “ทุกคนคะ..ถ้างั้นพวกเราจะพักที่นี่กันไม่เกิน12ชั่วโมงนะคะ..หลังจากพักกันแล้วถ้าหากเป็นไปได้..วันพรุ่งนี้6โมงเช้าตามนาฬิกาบนพื้น..พวกเราจะบุกดันเจี้ยนต่อเนื่องจนถึงชั้นที่10เลย…มีใครเห็นด้วยไหมคะ?”

              “ถ้าท่านเซซิเลียต้องการแบบนั้นก็เอาตามนั้นก็ได้ครับ”

              “งั้นเอาตามท่านเซซิเลียเลยค่ะ”