ออกเดินทางมาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ยานอวกาศของพ่อลูกตระกูลไป๋ก็มาถึงยังใจกลางสหพันธ์ เด็กน้อยไป๋ฉีที่มองดูบรรยากาศอยู่หน้ายานดวงตาเบิกกว้าง เบื้องหน้าของเขาคือดวงเคราะห์ขนาดใหญ่นับร้อยที่กำลังโคจรรอบดาวฤกษ์สามดวงอย่างเป็นระเบียบยิ่ง
"นี่ๆท่านพ่อ ทำไมใจกลางสหพันธ์ถึงมีดวงดาวมากขนาดนี้ล่ะขอรับ"ไป๋ฉีเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
ไป๋เฉินยิ้มจากนั้นเริ่มอธิบาย "ดวงแต่ละดวงนั้นเป็นตัวแทนของผู้ที่มีระดับจ้าวจักรวาลขึ้นไป ส่วนดาวฤกษ์ทั้งสามดวงเป็นตัวแทนของหัวหน้าใหญ่ของสหพันธ์หรือก็คือจ้าวจักรวาลนิรันดร์ทั้งสามคน"
"โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าสหพันธ์ของพวกเรามีระดับจ้าวจักรวาลถึงห้าร้อยกว่าคนเลยสินะขอรับ"ไป๋ฉีกล่าวหลังจากที่เขานับดวงดาวจนเสร็จสิ้น
ไป๋เฉินที่ได้ยินก็พยักหน้าให้กับลูกชาย " 563 ดวง แบ่งเป็นจ้าวจักรวาล 499 ดวง จ้าวจักรวาลโบราณ50 ดวง จ้าวจักรวาลอมตะ 11 ดวง และดาวฤกษ์จ้าวจักรวาลนิรันดร์ 3 ดวง"
"โห สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นสพันธ์อันดับสองของมหาจักรวาล......แล้วนี่ท่านจะพาข้าไปเที่ยวที่ไหนหรือขอรับ" ไป๋ฉีหันไปกล่าวถาม
ไป๋เฉินที่ได้ยินก็ชี้นิ้วไปยังดาวดวงหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ ดาวนั้นมีสีเขียวงดงามราวกับมรกตที่เปร่งแสงระยิบระยับสดใส เด็กน้อยไป๋ฉีที่ได้เห็นก็ถึงกับตกตะลึงงันไปครู่ใหญ่
"ราวกับดาวทั้งดวงทำมาจากครัสตัล ไม่เพียงแค่งดงามเท่านั้นแต่ยังให้ความรู้สึกแปลกใหม่เป็นอย่างยิ่ง"ไป๋ฉีกล่าว สายตาของเขาจับจ้องไปยังดาวมรกตดวงที่ว่า
ไป๋เฉินยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะสั่งการให้ยานอวกาศลงจอดยังสนามบินใจกลางเมืองใหญ่ จากนั้นชายหนุ่มก็ทำการปลอมแปลงตัวเองในทันใด ทำให้ตัวเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นชายวัยกลางคนผมสีขาว
"แค่พาลูกชายมาเที่ยว ทำไมท่านต้องปลอมตัวขนาดนี้"มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้เป็นพ่อ ไป๋ฉีก็อดบ่นออกมาพร้อมกับทำท่าทีเบื่อหน่าย
ทางด้านไป๋เฉินที่ได้ยินก็พลันยิ้มเจื่อนให้ "ก็มันช่วยไม่ได้นี่น่า หากไปด้วยร่างจริงเกรงว่าคงจะวุ่นวายกันทั้งงาน"
ว่าแล้วไป๋เฉินในร่างชายวัยกลางคนก็จับมือไป๋ฉีแล้วพาเดินออกจากยานตรงไปยังงานเทศกาลขนาดใหญ่ ซึ่งมันสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเด็กน้อยยิ่ง
"ท่านพ่อ นี่มันงานอะไรกัน ทำไมถึงได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้?"ไป๋ฉีกล่าวถาม หากนำไปเทียบกับงานเทศกาลที่เขาเคยไปมาที่นี่นับว่ายิ่งใหญ่และงดงามที่สุดแล้ว มันจึงไม่แปลกเลยที่เขาจะตื่นเต้นขนาดนี้
"นี่คืองานเทศกาลบุปผาคริสตัล หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆมันก็เหมือนกับเทศกาลศิลปะและดนตรีของโลกยูโทเปียร์เพียงแต่ดูใหญ่กว่าก็เท่านั้น ส่วนคนที่ริเริ่มจัดงานก็คือจ้าวจักรวาลอมตะ หยาลี่ ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสตรีที่งดงามที่สุดของสหพันธ์"ไป๋เฉินกล่าวอธิบาย
"โอ้ แม้แต่ท่านพ่อยังบอกว่างดงามเลยงั้นหรือ ข้าอยากจะเห็นจริงๆว่าหน้าตาของจ้าวจักรวาลอมตะคนนั้นจะเป็นอย่างไร"ไป๋ฉีกล่าวด้วยความสงสัย เพราะมีผู้หญิงน้อยคนนักที่ท่านพ่อของเขาจะเอ่ยปากชมว่างดงาม
"ฮ่าๆๆลูกกำลังจะได้เห็นในอีกไม่นาน เพราะพ่อกำลังจะพาลูกไปนั่งฟังจ้าวจักรวาลอมตะท่านนั้นบรรเลงกู่ฉิน"กล่าวจบไป๋เฉินก็จับมือลูกชายเดินไปยังสวนมรกตซึ่งอยู่ไม่ไกล ก่อนจะพากันนั่งลงตรงบริเวณพื้นที่ว่างริมสระน้ำขนาดใหญ่ใจกลางสวนนั้น
ไป๋ฉีกวาดสายตามองรอบข้าง สิ่งที่เขาเห็นคือเหล่าผู้คนมากมายที่กำลังมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ "สมกับเป็นการแสดงดนตรีของจ้าวจักรวาลอมตะที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในสหพันธ์ มีผู้คนมารอฟังเยอะจริงๆ"
"มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นหรอกนะเจ้าลูกชาย เดี๋ยวพอการแสดงเริ่มขึ้นเจ้าจะรู้เองว่าทำไมเหล่าผู้คนถึงได้พากันหลั่งไหลเข้ามาที่นี่"ไป๋เฉินกล่าวเสริมอย่างมีเลศนัย
ต่อมาไม่นานใจกลางสระน้ำก็ปรากฏศาลาเล็กๆที่ทำมาจากคริสตัล ด้านในศาลานั้นมีเงาร่างเลือนลางของหญิงงามที่กำลังนั่งอย่างสงบเพื่อเตรียมความพร้อมในการบรรเลงดนตรีให้ทุกคนได้ฟัง
ส่วนทางด้านริมสระน้ำตอนนี้ทุกคนต่างพากันเงียบเสียงรอฟังดนตรีอย่างใจจดใจจ่อ ทำให้บรรยากาศเงียบงันราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่ แม้แต่ไป๋ฉีที่เต็มไปด้วยความสงสัยก็ยังไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ทันใดนั้นเองร่างเลือนลางของหญิงสาวก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว มืออันเรียวงามถูกยื่นออกไปวางทาบกับกู่ฉินมรกตเบื้องหน้า จากนั้นก็เริ่มดีดบรรเลงเพลงด้วยท่วงท่าที่แสนงดงาม
เสียงกู่ฉินดังขึ้นไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำ ไป๋ฉีที่นั่งฟังก็เข้าสู่ห่วงภวังค์ที่ราวกับเป็นดินแดนมหัศจรรย์ ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังจิตที่กำลังถูกยกระดับขึ้นช้าๆ
'เธอคือผู้ใช้พลังจิต มิน่าล่ะ ท่านพ่อถึงได้ให้เราตั้งใจฟัง'ไป๋ฉีพูดขึ้นในใจ จากนั้นก็ตั้งใจควบแน่นพลังจิตที่ถูกยกระดับด้วยบทเพลงแห่งจิตวิญญาณ
หลังจากการบรรเลงของจ้าวจักรวาลอมตะดำเนินมาถึงบทเพลิงที่สาม ร่างกายของไป๋ฉีก็เผยออร่าสีทองอร่ามออกมา สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับผู้คนรอบข้างเป็นอย่างยิ่ง
"นี่มัน! พลังจิตสีทองที่หายาก!" จ้าวจักรวาลอมตะหยาลี่อุทานด้วยความตกใจ และหยุดบรรเลงเพลงในทันที
ส่วนทางด้านไป๋เฉินผู้เป็นพ่อตอนนี้ก็ได้แต่กุมขมับ เขาไม่คิดจริงๆว่าศักยภาพในการดูดซับพลังจิตของลูกชายมันจะเข้าขั้นน่ากลัวได้ขนาดนี้
"เห้อ ช่วยไม่ได้"
"ขออภัยทุกท่านที่พวกเราสร้างความวุ่นวาย เพื่อไม่ให้พวกท่านเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้พวกเราขอลา"ไป๋เฉินประกาศพร้อมกับสบัดมือหนึ่งครา ทำให้ร่างกายของเขาและไป๋ฉีหายไปจากจุดนั้น
"เดี๋ยว!"
จ้าวจักรวาลอมตะหยาลี่อุทาน ก่อนที่เงาร่างของเธอจะหายไปจากศาลา ทำให้การแสดงของเธอต้องยุติลงไปด้วยเช่นเดียวกัน