บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意

    ตอนที่ 13 บุรุษชอบเปลี่ยนใจ มิรักใคร่ดังเดิม3

            หญิงสาวมองเขาด้วยสองตาทอประกายระริกไหว ซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้สุดใจ ก่อนย่อกายนอบน้อม

            “คารวะท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”

            “ไม่ต้องมากพิธี”

            หยางเจี้ยนมองซู่หลินด้วยแววตาลึกล้ำสุดหยั่ง  เนตรคมดำจัดดุจน้ำวนก้นทะเลลึกลับพินิจคนงามเงียบงัน

            การสะกดอย่างตราตรึงนั้นแฝงความร้อนแรงในที

            หญิงสาวย่อมรับรู้อารมณ์รุมเร้าจากแววตานั้นได้ หลายวันที่ห่างหายไปจากจวนเพราะสายงาน คงทำให้เขาห่างหายจากเรื่องบนเตียงไปด้วย ความรุ่มร้อนเก็บกดเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ นางก้มหน้าเอียงอาย สุดท้ายค่อยๆ เอ่ยยิ้มๆ 

            “ท่านแม่ทัพ หลินเอ๋อร์ตุ๋นน้ำแกงนี้ด้วยตัวเองเลยเจ้าค่ะ”

            สตรีงดงามช่างเอาอกเอาใจมีบุรุษใดไม่หลงใหลบ้าง

            หยางเจี้ยนยกมุมปากขึ้น เกิดเป็นรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ “เช่นนั้นหรือ? เจ้าคงเหนื่อยไม่น้อย ไม่เห็นต้องลำบากเลย”

            “ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ ไม่ลำบากด้วย”

            ซู่หลินประคองกล่องไม้ใส่น้ำแกงเอ่ยอย่างขัดเขิน หันกายอรชรเดินอย่างแช่มช้อยไปวางถ้วยน้ำแกงลงบนโต๊ะ

            ขณะย่างเท้าเรียวเล็กยังจงใจโยกบั้นท้ายงามงอนอย่างเชิญชวนให้คนเกิดแรงปรารถนาบางอย่าง

            เรียวนิ้วขาวเนียนดุจลำเทียนไล้ขอบถ้วยเบาๆ อย่างยั่วเย้า หมายเร้าอารมณ์บุรุษตามศาสตร์แห่งการยั่วยวน

            นางค่อยๆ ช้อนตาหวานฉ่ำขึ้นขณะหันกลับมามอง

            

            “ท่านแม่ทัพกลับมาเหนื่อยๆ ให้หลินเอ๋อร์ปรนนิบัติดีหรือไม่เจ้าคะ?”

            หญิงสาวเงยหน้ารอคอยรอยยิ้มพึงพอใจเป็นคำตอบ 

            ทว่ากลับเห็นแสงสีเงินสว่างวาบในพริบตา

            ประกายกระบี่ปราดหนึ่งนั้นมาพร้อมความเย็นเยียบที่พาดลำคอแทนคำตอบจากบุรุษ

            ซู่หลินตะลึงวูบ “ท่ะ...ท่านแม่ทัพ!”

            นางผงะเดินเซถอยหลังจนร่างบอบบางชนผนังดังอึกโดยมีปลายกระบี่จ่อลำคอตามติด

            “แต่ข้าไม่อาจทนลำบากให้สตรีเช่นเจ้าปรนนิบัติ”

            “...”

            ความเงียบเกิดขึ้นฉับพลัน เวลาแค่เพียงชั่วอึดใจมิเผื่อให้สตรีได้ไตร่ตรอง ฝ่ายบุรุษกลับทำลายความเงียบนั้น

            “เจ้ามีความสัมพันธ์อันดีกับฮูหยินรองระดับหนึ่ง หากนับให้ละเอียดก็ถือเป็นญาติห่างๆ”

            หยางเจี้ยนเอ่ยขึ้นเนิบนาบแค่เบาๆ หากแต่ประกายอำมหิตกลับแผ่ซ่าน จับตัวเป็นกระแสสังหารกดดันมหาศาล

            ซู่หลินเบิกตา กระชับกล่องใส่อาหาร ส่ายหน้าหมายปฏิเสธ พิรุธสายหนึ่งเกิดขึ้นแล้วมลายหายไปไร้ร่องรอย ก่อนจะพยักหน้าทีหนึ่ง รักษาน้ำเสียงกระจ่างใสดุจเก่า

            

            “ใช่เจ้าค่ะ หลินเอ๋อร์ถือเป็นญาติกับฮูหยินรองจริงๆ แต่เรื่องนี้มิใช่ไม่ดีหรือเจ้าคะ คนกันเองทั้งสิ้น ล้วนไว้ใจได้” น้ำเสียงยังคงอ่อนหวาน ละมุนละไมปานบุปผาฉ่ำธารา

            ทว่าชายหนุ่มได้ฟังกลับแค่นเสียงเย็น

            “การร่วมมือกับฮูหยินรองหมายวางเส้นสายในจวนหยางไม่นับเป็นอะไร หากแต่ลอบวางยาพี่สาวตนเองจนป่วยเพื่อสวมรอยแต่งเข้ามาแทน สมควรเรียกว่าตัวอะไร”

            ครานี้ซู่หลินตะลึงอยู่เป็นนาน ค่อยเข้าใจในความนัย ความตื่นตระหนกจึงฉายชัดในแววตาฉ่ำหวาน

            “ท่านแม่ทัพหยาง...ท่าน...ท่าน”

            แรกเริ่มหญิงสาวยังตะลึงลาน ทว่าพริบตากลับปรับสีหน้าได้เป็นปกติ ทั้งเปราะบางควรถนอม

            “หลินเอ๋อร์ถูกปรักปรำนะเจ้าคะ สตรีอ่อนแอจะอาจหาญปานนั้นได้อย่างไร?”

            เสือร้ายจำเป็นต้องสนใจหนูสกปรกแกล้งป่วยหรือ แววตาบุรุษยิ่งเย็นเยียบ หยางเจี้ยนกระชับกระบี่ในมือ พร้อมปาดคอทุกเวลา

            “มารยาชั้นต่ำของเจ้าหลอกข้ามิได้หรอก”

            “...”

            ซู่หลินสะดุดลมหายใจเฮือก

            หยางเจี้ยนหรี่ตา “ในเมื่อแต่งมาแล้วก็จงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมในที่ในทางของตน อย่าบังอาจมาให้ข้าเห็นอีก”

            เขาสะบัดกระบี่พุ่งปราดปักเสาไม้ดังฉึก คำรามลั่น “ไสหัวไป!”

            สตรีผู้หนึ่งมีหรือจะช้า มารยาสาไถยสารพันอันใดล้วนไร้ความหมาย ซู่หลินหนีตายออกจากห้องแทบไม่ทัน

            หมดกันสาวงามอ้อนช้อยเพียบพร้อมทั้งมารยา 

            ยามนี้เหลือเพียงสตรีสิ้นจริตจิตหลุดผู้หนึ่ง!

    คล้ายกับเรื่องบุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意 ที่คุณอ่าน