ระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ)

    ตอนที่ 50 บริษัทสตาร์ไลค์

            ภายในเมืองไร้กฎหมายขบวนรถของกองกำลังสเปคเตอร์ก็เดินทางกลับมาโดยสวัสดีภาพ พวกเขาแต่ละคนมีใบหน้าที่อิ่มเอมความสุขราวกับว่าหลังจากนี้พวกเขาจะได้รับบางสิ่งที่น่ายินดี อาชญากรภายในเมืองเมื่อเห็นสีหน้าแต่ละคนก็พลันประหลาดใจกันยกใหญ่ ผ่านไปร่วมครึ่งวันองค์กรสเปคเตอร์ไปทำอะไรมากันนะ ตอนไปทุกคนก็แทบจะมีสีหน้าเฉยชา แต่ตอนกลับมาเท่านั้นแหละแทบจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย ไม่รู้ว่าพวกมันทั้งหมดไปพบเจออะไรมา แต่ที่แน่ๆเลยก็คือมันจะต้องมีเรื่องราวอะไรอยู่นอกเมืองไร้กฎหมายแห่งนั่นแน่


            ที่สำนักงานหลักอาชญากรหลายสิบคนที่ถูกพวกกองกำลังไล่กลับมาก็ยืนรอกันอย่างสงบนิ่ง พวกเขาตอนนี้ไม่กล้าที่จะเข้าไปยังสำนักงานเพราะกลัวว่าพวกคนของกองกำลังจะลงมือ แต่เมื่อพวกมันเห็นว่ากองกำลังหลักกลับมากันแล้วก็รีบเข้าไปแสดงความเคารพกัน สีหน้าของทุกคนแสดงความประจบประแจงกันยกใหญ่


            "ท่านไครเซอร์ครับ หลังจากวันนี้พวกผมขอติดตามบอสนะ ได้โปรดรับพวกเราเข้าร่วมกับองค์กรสเปคเตอร์ด้วย"


            "ใช่แล้ว เรื่องที่บอสปล่อยชีวิตน้อยๆของพวกเราไป สร้างความประทับใจให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก"


            ไครเซอร์กับคนอื่นๆเมื่อเห็นก็ยกยิ้มออกมาอยู่นิดๆ เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ เมื่อพวกเขาไว้ชีวิตของพวกมันแล้ว แต่ละคนก็เริ่มที่จะมีความยินดีในการเข้าร่วมกับองค์กรสเปคเตอร์ พวกมันคงจะเห็นว่าบอสไครเซอร์คนนี้ไม่ได้โหดร้ายแถมยังเป็นกันเองอีกด้วย


            "เอาเถอะ ถึงยังไงพวกแกก็เป็นนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่2กันทั้งนั้น ไปตรวจสอบประวัติที่หน้าสำนักงานก่อนเถอะ แล้วหลังจากนี้พวกแกทั้งหมดจะเป็นคนขององค์กรสเปคเตอร์"


            ชายหนุ่มพูดขึ้นจากนั่นก็สั่งให้พวกมันไปตรวจสอบสิ่งต่างๆก่อน เจ้าพวกนี้มีพลังไม่ธรรมดาเลย นักสู้แห่งดวงดาวถึงยังไงก็คือนักสู้แห่งดวงดาว เพียงแค่10คนแต่ก็ทำให้กองกำลังของพวกมันพัฒนาได้ขึ้นไปอีกขั้นแล้ว


            อาชญากรหลายสิบคนเมื่อเห็นว่าบอสยอมรับแล้วก็ส่งเสียงเฮกันยกใหญ่ แต่ละคนรีบไปยังหน้าเคาเตอร์ในสำนักงานหลักอย่างรวดเร็ว


            "หึหึ น้อยมากที่อาชญากรไร้สังกัดจะเข้าร่วมกับกองกำลัง1ใน3ของเมืองไร้กฎหมาย"


            ไอรอนมองตามไล่หลังพวกมันไปพลางหัวเราะอยู่นิดๆ


            ต้องบอกก่อนว่าการเป็นผู้นำของกองกำลังต่างๆนั่นอย่างแรกเลยไม่ใช่พลังที่น่าเกรง แต่มันคือทัศนคติที่เอาไว้ใช้ปกครองลูกน้องตังหาก พลังมันก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน แต่มันก็ต้องควบคู่ไปกับหลายๆสิ่ง ผ่อนปรนเป็นบางเรื่อง ไม่เข้มงวดจนเกินไปพร้อมกับครองใจลูกน้องของตนไปในตัว นี้แหละคือหนึ่งในคุณสมบัติที่ยิ่งใหญ่ของการเป็นผู้นำกองกำลัง อย่างในกรณีของสมาคมจิ้งเหลนเพลิงนั่นไม่ใช่การครองใจลูกน้องที่แท้จริง แต่มันคือความหวาดกลัวที่เข้าครอบงำพวกมันตังหาก คานได้ใช้พลังของตนเองปกครองอย่างเด็ดขาด ใครไม่ฟังคำสั่งก็จะต้องถูกลงโทษอย่างร้ายแรง ใครที่หลบหนีก็จะต้องถูกคนในกองกำลังไล่ล่าสังหาร บางคนแค่ทำภารกิจผิดพลาดนิดหน่อยก็ถึงกับแขนขาดเลยก็มี เพราะสาเหตุนั้นแหละถึงทำให้ลูกน้องแต่ละคนต้องกัดฟันแน่นและเคียดแค้นคานอยู่ภายในใจ พวกมันคิดผิดที่ไปเข้าร่วมกับสมาคมจิ้งเหลนเพลิง


            เวลาผ่านไปที่ชั้นบนสุดของตัวอาคาร ไครเซอร์กับไอรอนตอนนี้กำลังนั่งจิบชาเพื่อพูดคุยกันถึงสิ่งต่างๆอยู่


            "ว่าแต่คุณไอรอนจะเอาลูปครัสตัลไปขายที่ไหน? ในเมืองไร้กฎหมายแห่งนี้ถ้าจำไม่ผิดมันไม่มีแหล่งรับซื้อนี่"


            ไครเซอร์เอ่ยถามขึ้นอย่างไคร่รู่ ถึงจะเป็นลูปคริสตัลที่มีผู้คนต้องการอยู่มาก แต่ทว่าแหล่งซื้อขายของมันก็ใช่ว่าจะหาง่ายดายเช่นนั่น ยิ่งพวกเขาเป็นอาชญากรด้วยแล้ว การซื้อขายผ่านเครือข่ายของสมาพันธ์แห่งดวงดาวย่อมที่จะตัดทิ้งไปได้เลย


            ไอรอนพยักหน้ารับในทันทีพร้อมกับพูดมันออกมา


            "เมืองGครับบอส ห่างจากสถานที่ๆเราอยู่ไปประมาณ2,200กิโลเมตร มันคือเมืองที่ใกล้ที่สุดแล้วเท่าที่เราจะซื้อขายได้ ภายในเมืองแห่งนั้นมีบริษัทดวงดาวสาขาย่อยตั้งอยู่ มันคือบริษัทสตาร์ไลค์ หนึ่งในขั้วอำนาจที่มีเครือข่ายการซื้อขายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล บริษัทของพวกเขาครอบคลุมไปทั่วทุกดวงดาวของอารยะธรรม มีสิ่งของมากมายรวมถึงเทคโนโลยีนับไม่ถ้วนไว้ซื้อขาย ยานรบสงครามขนาดใหญ่พวกเขาก็ยังขายมันเลย มีแม้แต่การสร้างประตูมิติวาปเลยเชียวละ ถ้ามีเครดิตมากพอ ทุกสิ่งที่พวกเราต้องการก็หาได้จากสถานที่แห่งนั้น"


            "บริษัทสตาร์ไลค์ขึ้นชื่อว่ามีการซื้อขายที่เท่าเทียม ไม่ว่าจะคนปกติหรืออาชญากรพวกเขาก็จะไม่ปิดกั้นการซื้อขาย มันคือบริษัทขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมไปทั่วทั้งจักรวาล มีเครดิตหมุนเวียนในทุกๆวันมากกว่าหลายล้านเครดิต ว่ากันว่าเจ้าของบริษัทสตาร์ไลค์คือหนึ่งในผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ของจักรวาล แม้แต่สมาพันธ์แห่งดวงดาวก็ยังหวั่นเกรงในกองกำลังนี่อยู่ไม่น้อย"


            คำตอบของชายวัยกลางคนได้ทำให้ไครเซอร์ต้องผงกหัวรับอย่างเห็นด้วย


            "น่าสนใจจริงๆ ถ้าเป็นบริษัทสตาร์ไลค์ก็ไม่น่าจะมีปัญหา พวกเขาไม่สนใจว่าสิ่งของนั่นจะได้รับมันมายังไง พวกเขาสนเพียงแค่การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันเท่านั้น ลูปคริสตัลที่พวกเรามีทั้ง800ก้อน พวกเขาก็คงจะไม่เอ่ยถามเลยซักนิดว่าได้มันมายังไง"


            ชายหนุ่มรู้ดีว่าองค์กรแห่งนั่นเป็นยังไง พวกเขามีชื่อเสียงในเรื่องการซื้อขายสิ่งของอย่างเท่าเทียมกัน ต่อให้จะเป็นองค์กรไกรลอสกับสมาพันธ์แห่งดวงดาวก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทแห่งนี้ สตาร์ไลค์คือนามของกองกำลังที่ทรงอำนาจที่เป็นกลางของจักรวาล พวกเขามีหน้าที่เพียงแค่ซื้อขายสิ่งของให้กับผู้คนที่ต้องการเท่านั้น จากที่ได้ยินมาว่ากันว่าพวกเขาถึงจะเป็นบริษัทการซื้อขาย แต่กองกำลังการต่อสู้ของบริษัทแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในจักรวาลเช่นเดียวกัน แล้วยังมีเรื่องลี้ลับที่เล่าต่อๆกันมาอีก ไม่เคยมีใครได้ผู้นำสูงสุดของบริษัทสตาร์ไลค์ บางคนก็ว่ากันว่าเขาคือคนในสมาพันธ์ระดับสูงสุดเลยด้วยซ้ำ ไม่มีใครรู้จนกว่าที่ทุกสิ่งจะได้เปิดเผยมันออกมา


            "ใช่แล้วครับบอส บริษัทนี่เชื่อถือได้มากที่สุดแล้ว เพราะสาเหตุนี้ละมั้งพวกเขาถึงได้ใจพวกเราอาชญากรไปเต็มๆ"


            ไอรอนพูดขึ้นอย่างจริงจังและยืนยันชื่อเสียงของบริษัทสตาร์ไลค์ เพราะองค์กรมังกรดำของพวกเขาในอดีตก็เคยซื้อขายกับคนในบริษัทนี้่อยู่หลายหน ความเชื่อใจหรือความเชื่อถือนั่นสามารถบอกได้เกิน100%อย่างแน่นอน


            บนเก้าอี้โซฟาชายหนุ่มจิบน้ำชาจบก็ได้กำหนดการในเรื่องซื้อขายแล้ว เขาตัดสินใจที่จะแลกเปลี่ยนในทันที


            "ตกลง!! งั้นหลังจากนี้คุณกับผมจะเดินทางไปยังเมืองGในวันพรุ่งนี้ การเดินทางอาจจะใช้เวลาอยู่หลายวัน ถ้าพวกเรามียานรบหรือประตูมิติวาปก็คงจะดีสินะ จะได้เดินทางกันเพียงแค่เสี้ยวพริบตาเท่านั้น เฮ้อ"


            ชายหนุ่มพูดจบก็บ่นพึมพำออกมาอย่างเหนื่อยใจ นับแต่ที่สสารแห่งจักรวาลได้ประจักษ์ขึ้นไปทั่วทุกหนแห่ง ดวงดาวสีฟ้าหรือที่ทุกคนเรียกกันว่าโลกก็ขยายตัวขึ้นหลายเท่าตามการซึมซับของพลัง อาณาเขตต่างๆรวมถึงผืนทวีปก็กว้างใหญ่ขึ้นมาอย่างไม่รู้จบ จากที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เวลาผ่านไปหลายร้อยปี ในตอนนี้ดาวโลกก็มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากยิ่งกว่าในอดีตถึง3เท่าแล้ว จึงทำให้การเดินทางไปไหนมาไหนก็ยิ่งยากลำบากอยู่ไม่น้อย องค์กรสเปคเตอร์ของพวกเขาคงจะต้องหายานรบขนาดเล็กมาเคลื่อนไหวกันแล้วละ เพราะไม่งั้นเวลาจะไปไหนมาไหนก็คงจะใช้เวลาเนิ่นนานเลยทีเดียว


            "เอ่อ? จะว่าไปนะบอส ใช่ว่าพวกเราจะไม่มีประตูมิติวาปนะ"


    คล้ายกับเรื่องระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน