EMPEROR WORLD ONLINE

    กลยุทธ์ที่ 37 ผู้ร่วมชะตา

    กลยุทธ์ที่  37 ผู้ร่วมชะตา

    จากสิ่งที่เมลวาสบอกเพิ่มเติมอีกหน่อย  พวกมอนเตอร์นั้นจะเข้ามาโจมตีแฮปปี้ชาโด้ว์เป็นระลอกๆ6  ชั่วโมงต่อครั้งจากเวลา  72  ชั่วโมงที่นับถอยหลัง นั่นก็หมายความว่าพวกมอนเตอร์จะเข้ามาเล่นงานแฮปปี้ชาโด้ว์ถึง  12 ครั้ง  และรอบต่อๆ มาระดับและจำนวนของพวกมันก็จะเพิ่มขึ้นที่ล่ะนิดจนมาถึงรอบที่  12 ซึ่งเป็นช่วงที่เวลาหมดตอนนั้นเองความหายนะที่แท้จริงก็จะได้บังเกิดขึ้นมา  แค่ดันเจี้ยนที่ชั้น  100 เขายังเจอบาซิลิสระดับจักรพรรดิไปแล้วหากรอบที่  12 มีมันโผล่มาเขาก็คิดว่ามันไม่น่าแปลกเลย

            ทั้งๆ ที่คิดแบบนั้นแต่เมลวาสก็ยิ่งตอกย้ำเขาว่ามันเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่านั้นเยอะจนเขารู้สึกว่าอยากกล่อมตัววันด้าให้ได้เร็วที่สุด

            พอได้ข้อมูลมาส่วนนึงจักรพรรดิก็เริ่มทำตามสัญญากับลูเซียอีกส่วนทันทีเพราะเขาต้องการซื้อใจเธออย่างแท้จริง  ข้อมูลของสิ่งที่เขารู้จึงแทบจะส่งไปหาลูเซียทั้งหมดสู่มือเธอโดยตรง  สิ่งที่จักรพรรดิยังอุบไว้คือวิธีการและกลต่างๆที่เขาใช้

            รายชื่อสาวคนที่  3  ในหน้าต่างระบบของจักรพรรดิพอรับข้อมูลมาก็ทำสีหน้าพึงใจแต่เธอรู้ไหมว่าคนที่พึงใจยิ่งกว่าเธอคือจักรพรรดิ  นอกจากข้อมูลของแฮปปี้ชาโด้ว์แล้วจักรพรรดิยังเพิ่มเติมอีกหน่อยว่าเขาจะอาศัยอยู่ที่หุบเขารัตติกาลแทน  เพราะมันน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยกว่าไฟล์ฟายขณะนี้

            ซึ่งก็จริงอย่างที่จักรพรรดิคิด

            พอลูเซียได้รับข้อมูลเกือบทั้งหมดมาด้วยใบหน้าเรียบๆเธอก็กลับมามองดูผู้คนที่ทบเถียงกันอยู่ ณ  ที่นี้ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นต่อ

            “เมื่อกี้ฉันได้ข้อมูลสำคัญจากคนของฉันที่ใช้ไปหาข่าวมาเดี๋ยวฉันจะพูดให้ฟัง”ลูเซียพูดขึ้นมาเรียบๆ

              “ดีเลยบอกมาสิว่าจะจัดการยังไง?  ทั้งๆ ที่ต้องรีบจัดการเจ้านั่นแท้ๆ”ไมดาสพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด เหมือนความแค้นในใจของไมดาสจะไม่จางหายไปตามกาลเวลาแม้แต่น้อยและยิ่งเวลาแห่งการรอนานขึ้นความรู้สึกของเขาที่แทนที่จะลดลงก็ยิ่งเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ

              ในตอนนั้นเองไมดาสก็ปรายตาไปมองเอร่าที่ไทรพ์พาด้วยเหมือนจะเป็นตัวแทนของจักรพรรดิขณะนี้  จนไทรพ์ต้องออกตัวพูดแทน

            “ไม่เอาน่า  เธอไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้านั่นเป็นใคร  เจ้านั่นแค่ว่าจ้างเธอให้ฝึกการเป็นโจรให้เท่านั้น”

            “ให้มันจริงเหอะ...”

            ในระหว่างที่พวกไมดาสประชุมหาแผนการรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แฮปปี้ชาโด้ว์อยู่ ไทรพ์ที่ขอติดตามมาด้วยก็จ้องหาเหยื่อชิ้นใหญ่กว่านั้นจากตัวเอร่า  บุรุษผู้มีเงิน  1 ล้านเหรียญทองเล่นไพ่ยอมทิ้งเงินได้อย่างสบายๆ ย่อมเป็นคนไม่ธรรมดา

            ไมดาสอาจจะเห็นเขาคนนั้นเป็นแค่ศัตรูที่ทำให้ตนไม่พอใจ แต่สำหรับไทรพ์แล้วนั่นมันบ่อเงินบ่อทองมีชีวิตดีดีนี่เอง  เมื่อคาดคั้นตัวเอร่าจนเขารู้ซึ้งถึงความจริงว่าชายคนนั้นเป็นใครเขาก็วางแผนและจะพบชายคนนั้นอีกครั้ง

            แม้การที่เขามาเล่นเกมนี้จะเพื่อเป็นการคลายเครียดจากงานที่อยู่ด้านนอก  แต่เขาก็ไม่วายชอบติดนิสัยส่วนตัวในฐานะเจ้าพ่อเงินกู้ในโลกแห่งความเป็นจริง

            แฟนเก่าของเอร่าเองก็เป็น  1 ในลูกหนี้จำนวนนั้นที่ติดเงินเขาอย่างมหาศาลแล้วจากไป  และเธอเองก็เคยยืมมือเขาช่วยเหลือลูกสาวของตนเองบ่อยครั้ง

            ทั้งหนี้บุญคุณและหนี้เงินตรา  ต่อบุคคลที่รู้จักตัวตนของเธอจริงๆในโลกแห่งความเป็นจริงมันจึงกลายเป็นโซ่ที่ล่ามตัวเอร่าในขณะนี้  หากเธอยอมช่วยเหลือไทรพ์ให้พบกับตัวจักรพรรดิอีกครั้งหนี้ทั้งหมดของเธอถือว่าเจ๊ากันไปนี่เป็นข้อเสนอของไทรพ์

            แต่ด้วยที่เธอกันเรื่องราวไม่ให้ตัวเองสร้างความเดือดร้อนให้จักรพรรดิในภายหลังแล้วมันจึงไม่ง่ายเลยที่ทำให้ไทรพ์ตามตัวจักรพรรดิเจอทันที  ทั้งข้อมูลชื่อในหน้าต่างเพื่อนของเอร่าที่ไม่มีชื่อจักรพรรดิทั้งตัวเอร่าไม่คิดจะดึงดันถามจักรพรรดิต่อว่าจักรพรรดิไปไหนเมื่อแยกจากกับตน  ทั้งหมดแม้จะเป็นส่วนน้อยนิดเธอก็ช่วยเหลือจักรพรรดิแล้ว 

            อันที่จริงธุรกิจที่นี่ของเขาก็ไม่ได้ใหญ่โตเหมือน  ไมดาส ลูเซีย  อีวาน  เขาไม่มีความจำเป็นต้องกังวลแม้แต่น้อยว่าที่นี่อาจจะถูกพวกมอนเตอร์ยึดครองที่เขามาที่นี่ก็เพื่อตามหาร่องรอยของจักรพรรดิเท่านั้น

            แม้จะมีเบาะแสเพียงนิดเดียวเขาเองก็อยากจะพยายามหาจักรพรรดิให้เจอ

            ด้วยนิสัยของจักรพรรดิที่เขาตีความจากประสบการณ์ในการมองคนแล้วเขาเชื่อว่าจักรพรรดิยังอยู่ที่นี่แน่ และคงทำบางอย่างที่คนอย่างไมดาสอีวานหรือลูเซีย  คาดไม่ถึงเป็นแน่

            อาทิเช่นมาหลบอยู่กับบุคคลที่สามารถให้ที่พักพิงตนเองได้  และในจำนวนคนเหล่านั้นไทรพ์ก็คิดว่ามีไม่กี่คนหรอกที่จะยอมหักหลังไมดาสที่ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์

            พอมองลูเซียที่อธิบายถึงความเป็นไปได้ต่างๆของข้อมูลที่กำลังแชร์กันอยู่เพื่อจัดการเรื่องที่แฮปปี้ชาโด้ว์แห่งนี้ไทรพ์ก็หันไปหาลูกน้องของลูเซียคนนึงแทน  ถึงจะเพียงเล็กน้อยแต่ไทรพ์ก็สังเกตเห็นพิรุธของพวกเขา

            ไทรพ์เดินแยกออกมาจากคณะประชุมอย่างเนียนๆก่อนจะส่งสายตาคาดคั้นไปหาเหยื่อที่เป็นเป้าหมาย พอเป้าหมายเห็นสายตาที่คาดคั้นนั้นก็ค่อยๆ เดินหลบออกมาเช่นกัน

            ที่ระเบียงด้านนอกที่มองเห็นทางออกจากไฟล์ฟายถนัดตา  ไทรพ์เอร่ากับอีก  1 บุคคลได้มาอยู่  ณ  ที่นี่

            “มีอะไรรึเปล่าคะที่เรียกฉันมาแบบนี้คุณไทรพ์?”เธอพูดด้วยร่างกายที่สั่นเทาและมีเม็ดเหงื่อที่ผุดออกมาจากใบหน้าเล็กน้อย

            “อ๋อ พอดีฉันอยากจะถามอะไรเธอบางอย่างสักหน่อยน่ะ ตอบออกมาตรงๆ ล่ะ” ไทรพ์ว่า 

            เธอกลืนน้ำลายก่อนจะสบสายตากับเขาเธอที่มีฐานะไม่ต่างจากเอร่า

            “บอกมาเถอะน่า  ฉันอาจจะช่วยๆทำเป็นลืมหนี้ของเราที่ติดค้างกันอยู่ก็ได้”ไทรพ์พูดขึ้นมาอย่างน่ารังเกียจกับหญิงสาวที่เขากำลังถูกคาดคั้นเรื่องจักรพรรดิอยู่  ในตอนนี้เอร่าที่เห็นสายตาของเธอที่ทั้งสับสนและหวาดกลัวเข้าใจเธอดีว่าเธอรู้สึกยังไง  การกุมจุดอ่อนของผู้คนแล้วนำมันมาใช้ประโยชน์ไม่มีใครที่เธอรู้จักเหนือไปกว่าไทรพ์ในตอนนี้อีกแล้ว

            ไมดาสอาจจะแข็งแกร่งและมีระดับอำนาจมากที่สุดในที่แห่งนี้  แต่ผู้ที่มักจะได้ผลประโยชน์ใหญ่ที่สุดแม้บางครั้งไม่ต้องทำอะไรเลยคือไทรพ์  แค่พูด สืบ  ดักทางบางอย่างได้นิดหน่อยทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เขาคิด 

            สุดท้ายความคิดของเอร่าที่มีต่อจักรพรรดิก็จบลงด้วยความรู้สึกผิดที่ตนเองทำอะไรไม่ได้เลยอีกครั้ง  ทั้งๆ ที่ไม่อยากสร้างปัญหาให้จักรพรรดิแล้วแท้ๆ

            “หุบเขารัตติกาล  เขาอยู่ที่นั่น” ในที่สุดลูกน้องของลูเซียก็พูดออกมาจนได้

            “เจ้านั่นไปที่นั่นทำไม?”

            “เห็นบอกว่าจะไปคุยกับมอนเตอร์เพื่อหาข่าวที่เกิดขึ้นที่นี่....”เมื่อรู้สึกว่าตัวเองพูดมากไปแล้วเธอจึงเริ่มเอามือกุมปากของตนเพื่อพยายามสกัดกั้นสิ่งที่จะรั่วไหลต่อ

            ถึงอย่างนั้นไทรพ์ก็รู้แล้ว  เขาจึงหัวเราะออกมาเบาๆเป็นความนัยที่ทำให้เธอรู้สึกกลัว

            “ฮึ  ฮึ ฮึ  ฉันอยากรู้จริงๆว่าถ้าไมดาสรู้ว่าลูเซีย เก็บคนที่ตนเองตามล่าเอาไว้จนปล่อยไปจะเป็นยังไง”

            “คุณลูเซียไม่เกี่ยวนะคะ”เธอพยายามแก้ตัวให้ลูเซีย

            “เอาเหอะ...ดูท่าฉันคงหมดธุระกับที่นี่แล้ว”พูดจบไทรพ์ก็ออกเดิน

            “นายคิดจะทำอะไรกันแน่  นายคิดจะบอกเรื่องของเขาให้ไมดาสรู้เหรอ?”เอร่าเดินตามไทรพ์มาติดๆ ถามเขาขึ้นมา

            “บอกให้โง่สิ  เหยื่อชิ้นโตมาอยู่ตรงหน้าฉันแบบนี้จะให้คนอื่นได้ไปยังไง เอร่าไปเรียกคนของฉันมาทีเดี๋ยวฉันจะไปตามล่าตัวมันแล้วก็มีเธอคอยช่วย”

            เอร่ากลับไม่ตอบรับไทรพ์จนไทรพ์หยุดเดินก่อนจะหันไปมองด้านหลังของตน ไม่นานรอยยิ้มที่น่ารังเกียจก็เผยออกมาจากใบหน้าของไทรพ์  เขาแสดงให้เห็นเลยว่าในเกมนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่จักรพรรดิคนเดียวที่ยิ้มแบบนี้ได้ 

             

            ที่หุบเขารัตติกาลขณะนี้  สายตาทั้งหมดได้จดจ้องมองชายคนนึงที่กำลังตื้อหญิงสาวที่ตนเองสนใจ(บางอย่างจากเธอ)อยู่

            “ขอล่ะวันด้า  ขอล่ะ นะนะ” จักรพรรดิถึงกับคุกเข่าขอร้องเธอด้วยสายตาแอ๊บแบ๊ว  แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นเครื่องช็อตไฟฟ้าที่พุ่งตรงมาที่เขาด้วยความรวดเร็วและคำพูดที่แสนจะเย็นชา

            “ขยะ..แขยง...”ทั้งการกระทำและคำพูดของเธอทำให้จักรพรรดิต้องรีบถอยมาตั้งหลักทันทีพร้อมๆกับผู้คนที่ถอนหายใจเนืองๆ ออกมา

            “วันนี้พอแค่นี้ล่ะ  เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะลองใหม่”จักรพรรดิพูดพร้อมบิดขี้เกียจ

            ในตอนนั้นเองเมลวาสที่นั่งแบกะดินที่พื้นใช้ด้ามเคียวลากพื้นเป็นตัวอักษรเล่นเหมือนเด็กๆก็พูดขึ้นมา

            “ข้านะรอได้อยู่แล้ว แต่ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่าความสามารถของเจ้าจะช่วยข้าได้จริงๆ รึเปล่า  ดูจากสิ่งที่เจ้าทำมาจนถึงเมื่อครู่ไม่เห็นเจ้าโชว์ความเมพในฐานะเทพตกหญิงของเจ้าที่เคยพูดไว้เลย”

            ทวนที่ได้ยินถึงกับเงียบ  กลับกันจักรพรรดิกลับฝืนยิ้มแข็งๆ ขึ้นมา

            “ผมเองก็มีแนวถนัดกับไม่ถนัดเหมือนกันนะ  งั้นขอถามหน่อยว่าถ้าพี่ชายอยากจะจีบเธอพี่คิดว่าตัวเองมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่จะจีบเธอสำเร็จ”

            เมลวาสชะเง้อคอมองตามด้วยใบหน้าเรียบๆก่อนจะว่า

            “นั่นสินะ  ขอโทษทีข้าผิดเองละ...แต่ถ้าไม่เอามันไปคืนที่แล้วจะมีทางออกอื่นอีกงั้นเหรอ ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ไขยังไง  เจ้ารู้เหรอ? เจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าสิ่งที่ข้าพูดไปก่อนหน้ามันเป็นการเปรียบเปรย  ภารกิจนี้ข้ารับจากเทพข้าจึงบอกว่าเจ้าสู้กับเทพได้ก็น่าจะหมดปัญหา”

            จักรพรรดิพยักหน้าช้าๆ

            “ผมเข้าใจแล้วครับ  แต่ที่แน่ๆ ที่นี่เป็นเกม  เกมย่อมมีทางออกมากกว่า  1 ทางเสมอผมคิดแบบนั้น”

            พอพวกเอไอได้ยินคำว่าเกมสมองของพวกเขาก็คิดเป็นอย่างอื่นทันที

            “เอาเหอะข้ารอได้ ต่อให้โลกนี้พังทลายหรือข้าต้องผิดพลาดในหน้าที่การงาน  แต่ข้าก็ยังมีเธอผู้นั้นอยู่” ว่าจบเมลวาสก็ลุกขึ้นทำท่าเข้าใจอย่างลึกซึ้งออกมา

            ในที่สุดพอเวลาผ่านไปผู้คนเริ่มแยกย้ายไปพักผ่อน จักรพรรดิก็ได้ข่าวการต่อสู้อีกครั้งของพวกผู้เล่นที่แฮปปี้ชาโด้ว์กับฝูงมอนเตอร์ยกเว้นฝูงอีกาพวกของเมลวาส

            ลูเซียว่าการต่อสู้ครั้งนี้หนักกว่าครั้งที่เขาเคยเห็นเสียอีกจนเกือบทำให้คนของเธอพลาดท่าแต่ที่สุดพวกเธอก็เอาชนะได้

            พอเห็นข่าวแบบนั้นถูกส่งมาจักรพรรดิก็ยิ่งรู้สึกผิด หากลูเซียรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของเขาเขาจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้  ที่แน่ๆ เป้าหมายที่เขาคิดจะผูกมิตรกับลูเซียคงพังทลายเขาไม่อยากให้มันกลายเป็นแบบนั้นเลย

            จักรพรรดิได้เดินไปหาวันด้าอีกครั้งที่ยังคงนั่งมองแสงจันทร์เบื้องนอกที่สาดส่องลงสู่พื้นทะเลหมอกอยู่

            “ไม่นอนรึไงวันด้า?”จักรพรรดิกล่าวถามเธอขึ้นมาเรียบๆ

            “....”มีเพียงแต่ความเงียบตอบรับ ดูเหมือนเขาจะชินกับความเงียบของเธอแบบนี้แล้วล่ะจักรพรรดิจึงถอนหายใจเนืองๆออกมาแล้วไปนั่งอยู่ข้างๆ ตัวเธอ

            “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า  ฉันไม่คิดจะทำอะไรเธอหรือชิงมันมาจากเธอตอนเธอหลับหรอก  เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่รึไง”

            “...เพื่อน..นายเป็นทาสฉัน...ต่างหาก...” เธอพูดเอื่อยๆออกมา

            จักรพรรดิถึงกับกระอักเลือดออกมาที่ได้ยินแบบนั้น 

            “อืม  ก็ใช่อ่ะนะ....”จักรพรรดิยิ้มพูดขึ้นมาก่อนจะเบนสายตาของเขามองไปยังทิศทางเดียวกับวันด้า

            “....”ความเงียบเกิดขึ้นมาอีกครั้ง จนจักรพรรดิรู้สึกผิดปกติจนหันไปมองวันด้า ตอนนั้นเองเขาก็พบกับวันด้าที่นอนหลับลงไปแล้ว

            “....” เธอยามหลับช่างดูไร้พิษสงจริงๆดูๆ ไปเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนนึงเท่านั้น ความน่ากลัวของเธอและความพิเศษของเธอเป็นเพียงแค่เปลือกนอกแค่นั้นเอง

            พอคิดได้แบบนั้นจักรพรรดิก็หยิบผ้าห่มออกมาจากหน้าต่างระบบแล้วห่มให้ตัวเธอ ในที่แห่งนี้ที่มีแต่สายหมอกและอากาศเย็นตลอดเวลาเธอสมควรที่จะได้มัน

            เกมของซิลเวอร์มันไม่น่าจะมีวิธีแก้ปัญหาเพียงทางเดียว  จักรพรรดิคิด ความลึกล้ำนโยบายและแนวคิดของซิลเวอร์ค่อยๆ ตีแผ่ในหัวของจักรพรรดิราวกับกางแผนที่อยู่ในหัวขณะนี้

            คิด  คิด  กระนั้นคิดยังไงตัวจักรพรรดิก็คิดไม่ออกจนกระทั่งรู้สึกหัวร้อนจนเอนหลังลงไปนอนข้างๆวันด้า  บางทีการเป็นเอไอในเกมนี้อาจจะสบายกว่าตัวผู้เล่นก็ได้

            ในขณะคิดเรื่อยๆอยู่แบบนั้นมือของจักรพรรดิก็ค่อยๆ เลื่อนไปหาวันด้า

            อีก  1 สกิลโจรที่เอร่าช่วยสอนเขาแล้วเขายังไม่ใช้นั้นก็คือ  สกิลมือเบา  มันนั้นเป็นสกิลที่สามารถสุ่มล้วงเอาไอเทมจากหน้าต่างระบบของผู้เล่นคนอื่นได้รวมทั้งของเอไอ  เรียกได้ว่าสมกับเป็นสกิลของสายโจรโดยแท้  ความพิเศษของมันยังเพิ่มขึ้นอีกเมื่อหากเขาเพ่งความคิดถึงสิ่งของที่ตนเองเล็งเอาไว้อย่างมั่นคงเปอร์เซ็นต์สำเร็จของเขาก็จะเพิ่มขึ้น

            ไม่อยากคิดอีกแล้ว  แบบนี้น่าจะง่ายกว่า  แต่มันผิดคำพูดไม่ใช่เหรอ  จักรพรรดิคิด เมื่อศีลธรรมของคนเรามาถึงทางตันในเวลานั้นก็จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่แสนน่ากลัว  หัวใจของจักรพรรดิเหมือนถูกครอบงำชั่วครู่ก่อนเขาจะดึงมือกลับขณะที่กำลังสัมผัสถูกตัววันด้า

            จักรพรรดิลุกขึ้นมานั่งอีกครั้งพร้อมพูด

            “ไม่สนุกเลยแฮะแบบนี้...”ไม่นานเสียงร้องของหญิงสาวจากเบื้องล่างก็ได้ดังขึ้นมา

            “อะไรกันนะเจ้าพวกนี้  ทำไมมันถึงรู้ตัวว่าฉันมาเนี่ย!?”

            จักรพรรดิชะเง้อคอลงไปดูก็พบกับเธอที่ปีนหน้าผาขึ้นมากำลังโดนฝูงอีการุมเล่นงาน  แล้วเมลวาสก็ได้เดินมาข้างๆ ตัวเขา

            “คนรู้จักนายรึเปล่า?”

            แววตาเฉื่อยๆของจักรพรรดิกลับมามีชีวิตชีวาเล็กน้อยก่อนจะตอบเมลวาสไป

            “ใช่”

            พอพาตัวเธอขึ้นมาได้  เธอก็มองจักรพรรดิที่ยิ้มให้กับเธอเงียบๆโดยข้างๆ มีตัวเมลวาสยืนชักสีหน้าอยู่  เธอดูยังไงเมลวาสก็เป็นมอนเตอร์ขั้นราชาที่น่าจะเป็นศัตรูกับพวกผู้เล่นอย่างตนแล้วทำไมจักรพรรดิถึงดูไม่ทุกข์ร้อนเลยขณะนี้ที่เมลวาสยืนอยู่เบื้องหลังนี่เป็นสิ่งแรกที่เธอสงสัย

            “ผู้หญิงคนนี้ใคร?”เมลวาสกล่าวถามจักรพรรดิขึ้นมาอีกครั้ง

            “....พูดภาษาคนได้ด้วย?”ทว่าเอร่ากับสงสัยในสิ่งที่เห็นเพิ่มขึ้น

            จักรพรรดิหันไปยิ้มอย่างมีเลศนัยกับเมลวาสก่อนจะชูนิ้วโป้งขึ้นมาให้เขา

            “1  ในบรรดาแฟนสาวของผมเองครับ”

            เมลวาสถึงกับตาโตเริ่มเชื่อในสิ่งที่จักรพรรดิสัญญากับตนเองมากขึ้น  กลับกันเอร่ายิ่งรู้สึกไม่ไว้ใจและยังไงซะเธอก็คิดว่าให้ตายคนอย่างจักรพรรดิคงไม่เปลี่ยนแปลง

            เธอเข้าเรื่องของเธอทันที

            “ทำไมนายถึงไม่หนีออกไปจากที่นี่  รู้ไว้ซะด้วยว่าตอนนี้ไทรพ์รู้แล้วว่านายเคยขอความช่วยเหลือจากลูเซีย”

            จักรพรรดิทำสีหน้าตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่มากเกินไป  เขายังถามเอร่าต่อได้ด้วยความรู้สึกธรรมดา

            “แล้วไมดาสรู้เรื่องผมกับคุณลูเซียรึเปล่า”

            เอร่ารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเธอคาดหวังว่าจักรพรรดิน่าจะตกใจมากกว่านี้

            “ไม่  ไทรพ์เก็บเรื่องของนายเอาไว้คนเดียว...”

            จักรพรรดิที่ได้ยินค่อยๆแสยะยิ้มขึ้นมา  ในตอนนั้น  ในตอนที่ไทรพ์พาตัวเขาไปพบกับไมดาส  จักรพรรดิมองคนไม่ผิดจริงๆในขณะที่เขาสบตากับไทรพ์ครั้งนั้น เขาเห็นตัวตนของเขาที่สะท้อนอยู่ในดวงตานั่นอย่างชัดเจน

            ดวงตาของวายร้ายที่น่ารังเกียจ

            “ตอนนี้เจ้านั่นรู้แล้วว่านายอยู่ที่นี่  ฉันขอเตือนนายนะว่ารีบไปจากที่นี่ซะจะดีกว่าคนอย่างเจ้านั่นเจ้าเล่ห์กว่าไมดาสเยอะ”

            จักรพรรดิที่มีใบหน้ายิ้มๆซึ้งใจกับคำเตือนของเอร่าจริงๆ จนเผลอเข้าไปกอดเธอจนแน่นวงแขนแม้เธอจะไม่เข้าใจเขาแต่เขานั้นเข้าใจเธอ

            “ขอบคุณที่มาเตือนผมแล้วก็ไม่หนีจากผมไป  ผมขอโทษจริงๆ ที่สร้างแต่ความเดือดร้อนให้คุณ”

            ว่าจบจักรพรรดิก็ชูนิ้วโป้งขึ้นมาด้านหลังเธอให้เมลวาสเห็น  เมลวาสที่เห็นดวงตาเป็นประกายพร้อมกับระรัวตบมือขึ้นมา

            “ปล่อย!!”เอร่าผลักจักรพรรดิออกมาแล้วจักรพรรดิก็ชูนิ้วโป้งขึ้นมาอีกครั้งโดยที่เธอไม่เห็นมีเพียงแต่เมลวาสเห็น  เมลวาสที่เห็นตบมือให้เขาอีกครั้ง

            เอร่ายังคงพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่พอใจอยู่

            “นี่นายเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้รึเปล่า ฉันไม่ได้เสี่ยงชีวิตมาที่นี่เพื่อให้นายมาล้อเล่นกับฉันนะ!”

            จักรพรรดิชูนิ้วชี้จุ๊ขึ้นมาที่ปากเหมือนกับบอกเป็นสัญญาณให้เอร่าหยุดพูดก่อน 

            พอเธอหยุดพูดแล้วจักรพรรดิก็พูดขึ้น

            “ผมเข้าใจคุณ  แล้วก็รู้แล้วว่าเจ้านั่นร้ายกาจแค่ไหน  ใช่ไหมไทรพ์?”

            พอจักรพรรดิพูดจบประโยคเท่านั้นล่ะเสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจก็ได้ดังขึ้น

            “ฮึ  ฮึ ฮึ  ฮึ  แกนี่มันสุดยอดจริงๆ นั่นล่ะ”

            ไม่นานร่างของไทรพ์ก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหลังเอร่า  ไม่เพียงเท่านั้นลูกน้องของเขาทั้งหมดทุกคนเองก็เช่นกัน

            “อะไรกัน  นี่มันหมายความว่ายังไง!?” เอร่าพูดด้วยความตกใจก่อนเมลวาสจะถามจักรพรรดิอีกครั้งเรียบๆเหมือนรู้อยู่แล้ว

            “เจ้าพวกนี้ไม่ใช่เพื่อนนายใช่รึเปล่า?”

            จักรพรรดิกลับมายิ้มในระดับพอดีแล้วพูดตอบกับเมลวาส

            “ใช่  ศัตรูน่ะ แต่พี่อย่าพึ่งทำอะไรนะ...”

            ในเกมนี้นั้นไม่ใช่มีเพียงแต่สกิลสายโจรเท่านั้นที่ทำให้ตัวตนของเราหลบหายไปจากสายตาของผู้อื่นได้  มันยังมีไอเทมอีกหลายอย่างที่ช่วยส่งเสริมความสามารถในสายนี้หรือมีความสามารถที่ผู้เล่นสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสายอาชีพของตนเองได้  ทั้งอาชีพหลักหรือรอง 

            ถึงเอร่าจะตรวจสอบดูตลอดทางว่ามีคนตามเธอมารึเปล่าแต่มันก็ไร้ผลหากหลายๆอย่างเข้ามารวมกันเป็นองค์ประกอบที่ลงตัว

            “ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกเอร่า  ถึงเธอกับฉันจะรู้จักกันมาเป็นเวลาพอสมควร  แต่ใช่ว่าฉันจะยอมบอกทุกเรื่องให้เธอรู้นี่”

            ไทรพ์พูดขึ้นมาเรียบๆก่อนเอร่าจะสังเกตเห็นกำไลข้อมือสีดำมีรูปวิญญาณหลอนหน้าคนโดยรอบที่ข้อมือของไทรพ์  รวมถึงของสมาชิกพวกเขาทุกคนที่ก่อนหน้านี้เธอยังไม่เห็นมันเลย

            “กำไลร่างวิญญาณ”

            กำไลร่างวิญญาณ  ไอเทม  4  ดาว มันคือไอเทมที่สร้างและเก็บได้จากมอนเตอร์ประเภทผีที่อยู่อาศัยทางตอนเหนือของแฮปปี้ชาโด้ว์นี้ขึ้นไปอีก 

             ความสามารถของกำไลมันก็คือทำให้ผู้สวมใส่นั้นล่องหนหายตัวได้แต่ในขณะเดียวกันจะไม่สามารถโจมตีผู้ใดได้เช่นกัน  แต่ถึงจะดูไร้เทียมทานในด้านการหลบซ่อนตัวทว่ามันก็ต้องพึ่งมานาของผู้ใช้อย่างมหาศาลทีเดียว  แถมก็ใช่ว่าจะไม่มีทางอื่นรับมือมันเลย  กล่าวได้ว่าถ้าพวกไทรพ์ไม่มีฝีมือจริงๆคงทำเนียนตามเธอมาไม่ได้เช่นกันเพราะตั้งแต่ไฟล์ฟายจนถึงที่นี่ระยะทางมันก็ไม่ได้ใกล้ๆเลย