The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 62 สังหารอย่างเหี้ยมโหด

    "ไอ้พวกระยำ ตายห่าให้หมดเหอะมึง"
    "แรงโน้มถ่วง 50 เท่า!!"
    "บอลเพลิงพิภพอัสนี"
    โครมมมมมตูมมมม
    อาณาเขต 5 กิโลเมตรรอบตัวถูกกางทับด้วยแรงโน้มถ่วง 50 เท่า ไม่เพียงแค่นั้น ภายในสนามแรงโน้มถ่วงยังปรากฏบอลไฟสีแดงชานขนาดจิ๋วนับร้อยลูกที่มีประกายอัสนีแล่นไปมาให้เห็นเด่นชัด ทั้งสวยงามและอันตราย
    พวกมันล้วนบินวนไปมารอบร่างกายของเขา ที่เวลานี้ไม่ต่างจากเทพเพลิงอัสนี ประกอบกับแววตาที่มีไฟลุกโชนและสายฟ้าวิ่งพล่านไปมา ทั่วร่างกายยิ่งผลักดันให้เขาทั้งสง่างาม น่าเกรงขามและดูลึบลับไปในตัว
    เปรี๊ยะๆๆๆพรึบบบบ
    และเพียงเสี้ยวพริบตาที่บอลเพลิงอัสนีเหล่านั้นปรากฏและบินวนรายล้อมร่างกายของเขา ฉับพลันพวกมันต่างพุ่งกระจัดกระจายเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วที่ไม่ต่างจากกระสุนปืน
    ฟุบฉัวะพรึบฟู่
    แค่พริบตาเดียวเท่านั้น กองกำลังติดอาวุธที่พอจะตั้งตัวติดภายในสนามแรงโน้มถ่วงร่วม 30 คน กลับถูกบอลเพลิงอัสนีพุ่งทะลุร่างกายและถูกเปลวไฟกับสายฟ้าเผาทำลายร่างกายจนแหลกสลายเป็นจุล
    เฮือกทุกอย่างมันรวดเร็วเกินไป ขนาดก้อง บอลและไนท์ที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 15 14 และ 13 ตามลำดับ ยังไม่ทันขยับตัวด้วยซ้ำ ทุกอย่างก็พลันจบลงแล้ว
    พวกเขาทำได้เพียงเหม่อมองลูกน้องของตนเอง แหลกสลายเป็นจุลภายในพริบตา
    "ปะ ปีศาจ"หนึ่งในกองกำลัง เผลออุทานด้วยความหวาดกลัว แววตาของมันบ่งบอกได้ดีถึงสิ่งที่มันคิด ทั้งท่าทางและร่างกายที่สั่นเทา แสดงให้เห็นถึงการหมดกำลังใจสู้ได้เป็นอย่างดี
    สำหรับพวกที่อยู่นอกระยะ 5 กิโลเมตร ต่างเหม่อมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยแววตาที่หวาดกลัว ความสามารถอะไรกันที่สามารถสังหารคน 30 กว่าคนได้พร้อมกันหมด แถมยังไร้ร่องรอยใดๆให้สืบความอีก หากพวกมันไม่เห็นกับตาตัวเอง ย่อมคิดว่าเรื่องแบบนี้มันน่าตลกสิ้นดี
    "ยะ ยิงมัน""ยิงมันสิโว้ย"ก้องตะเบงเสียงตะโกนสั่งให้พวกลูกน้องที่เหลือระดมยิงมาทางเขาทันที ท่าทีที่หวาดกลัวของพวกมันแปรเปลี่ยนเป็นความกระหายและแต่ละคนเมื่อได้รับคำสั่งต่างสลัดความกังวลใดๆออกไปจนสิ้นและแทนที่ด้วยหน้าที่ของตัวเองทันที
    ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเสียงปืนนับหลายสิบกระบอก ต่างระดมยิงเข้าหาเขาจากทุกทิศทาง ทุกกระสุนที่พุ่งทะยานเข้ามามีเป้าหมายเดียวคือสังหารเขาให้ตายลง
    ส่วนเขาหลังสังหารไปแล้วกลับยืนสงบนิ่งและหันไปมองพวกมันด้วยแววตาสังหาร ทางด้านของพญาอสรพิษเขี้ยวมรกต เมื่อเห็นว่าเขาลงมือ มันจึงหยุดกระทำการใดๆและย่อขนาดตัวเองลงเลื้อยไปมาบริเวณพื้นที่เขายืน
    ช่างเป็นภาพที่น่าขนลุกไม่น้อย
    ชายหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟและอัสนี ที่พื้นมีงูตัวสีดำขนาดประมาณ 3 เมตรเลื้อยขดไปมา รอบๆกายปรากฏบอลเพลิงอัสนีลอยอยู่ หากมองให้กว้างขึ้นจะพบว่าพื้นที่รอบๆชายคนนั้น เสมือนมีม่านโปร่งใสบางๆครอบทับอีกที ภายในม่านโปรงใสปรากฏรอยแตกร้าวและเสียงปริแตกของพื้นดินและสิ่งของ
    ยิ่งไปกว่านั้น สภาพศพและกองเลือดมากมายที่อยู่ภายในกลับผลักดันให้ภาพที่คนอื่นๆมองเห็นไม่ต่างจากการลงทัณฑ์จากความโกรธของเทพเพลิงอัสนีแม้แต่น้อย

    ทว่าทันทีที่กระสุนพุ่งออกจากปลายกระบอกปืน เมื่อมันเข้าถึงระยะของโดมโปร่งใสพลันกลับดิ่งลงพสุธาเสมือนโดนบางสิ่งบางอย่างฉุดกระชากลงมาอย่างรุนแรง
    ปุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    เสียงกระสุนปืนพุ่งลงพื้นดิน เกิดเป็นหลุมเล็กๆขึ้นมาหลายร้อยหลุม
    ไม่ว่ากระสุนจะพุ่งมาด้วยความเร็วมากมายแค่ไหน สุดท้ายกลับไร้กระสุนสักนัดที่จะสามารถพุ่งเลยเข้ามาได้เกิน 50 เซนติเมตรจากชายขอบของโดมโปร่งใส
    “พวกแกคือ กลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์แห่งศูนย์บัญชาการสินะ”
    ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เขาจะเดาสถานะของพวกมันได้ เพราะในตอนที่เขาก่อวีรกรรมเล็กๆไว้ที่ศูนย์บัญชาการ คนในกลุ่มพวกมันล้วนมีสัญลักษณ์แบบเดียวกันปรากฏที่หัวไหล่ด้านขวาเสมอ
    จริงๆเขาก็มองไม่เห็นหรอกสำหรับพวกที่ใส่เสื้อปิดบังไว้ ทว่ามันก็มีพวกชอบโชว์ที่ใส่เสื้อกล้ามโชว์กล้ามเนื้อแน่นๆของตัวเอง. ประจวบเหมาะกับครั้งนี้ที่เขาได้ลงมือก็พบเห็นสัญลักษณ์แบบเดียวกัน ทำให้สัณนิษฐานได้ว่าพวกมันคือกลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์
    “หือ”
    ”กะ แกรู้ได้ยังไง”
    และคงไม่ต้องให้เขาคาดเดาอยู่ฝ่ายเดียวเมื่อก้องหัวหน้ากลุ่มกองกำลังครั้งนี้พลันเอ่ยถามคำถามที่รู้ๆว่ามันยอมรับสิ่งที่เขาพูดออกไปกลับมา
    ”ก็นะ“
    เขามีท่าทีครุ่นคิด เมื่อได้รับการยืนยันจากก้อง
    ฮาฮา
    ”ใช่ พวกกูคือกลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์”
    ”ถ้ารู้ก็ไส้หัวไป อย่าเข้ามาแส่”
    ”ไม่งั้นมึงและคนอื่นๆ ไม่ว่าจะ พ่อแม่พี่น้องหรือคนรู้จัก ระวังจะถูกพวกกูฆ่าไม่เลี้ยง หากยังแส่หาเรื่องพวกกู”
    ”โดยเฉพาะแฟนมึง พวกกูจะดูแลอย่างดี”
    ฮาฮา
    คำพูดของก้อง ปลุกให้พวกของมันที่ตื่นตกใจกลับเป็นฮึกเหิมและมีกำลังใจ เมื่อรู้ตัวว่าพวกมันคือกลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์ที่โด่งดังและแข็งแกร่ง. ขนาดกองทัพยังต้องให้ความเกรงใจ แล้วพวกมันจำเป็นต้องกลัวใครหน้าไหนในประเทศนี้อีก
    ซึ่งพวกมันเสมือนลืมไปแล้วว่า เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้นมีอะไรเกิดขึ้นต่อหน้าพวกมันไปบ้าง

    ฮาฮา
    เสียงหัวเราะและคำพูดเยาะเย้ย ข่มขู่ดังขึ้นรอบตัวเขา พวกมันพูดจาเหมือนๆกันโดยที่เขาฟังแล้วโคตรเบื่อหน่าย
    ฮาฮา
    แต่แทนที่เขาจะหวาดดลัวในคำพูดของพวกมัน. เขากลับทำตรงกันข้ามเมื่อเขาดันหัวเราะเสียงดังตอกกลับหน้าพวกมันไปแทน. ทั้งท่าทางที่ดูขำขันเกินทน บวกกับใบหน้าของเขาที่พยายามกั้นหัวเราะแต่กลับหยุดไม่อยู่ ทำให้พวกมันทุกคนต่างหยุดชะงักและเหม่อมองด้วยความสับสนแทน
    ฮาฮา
    ”หะ หัวเราะอะไรวะ”
    ฮาฮา
    ”ถ้างั้น แค่กูฆ่าทุกคนในกลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์เรื่องก็คงจบสินะ”
    คำพูดของเขาที่เอ่ยออกมา ทำให้พวกของก้องต่างยืนนิ่ง ไร้ท่าทีล้อเลียน แต่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเคืองที่สื่อออกมาทางสายตา
    ความหมายในคำพูดของเขาสื่อว่าเขาต้องการจะกวาดล้างพวกมันทุกคนในกลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์ คำพูดเช่นนี้มันช่างขี้โม้และดูโอหังเกินไปแล้ว
    กลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์มีจำนวนคนมากมายเกือบ 10000 คน แถมครึ่งหนึ่งยังเป็นพวกวิวัฒนาการแล้วทั้งนั้น แล้วคนๆเดียวต่อให้เก่งกาจเพียงใดก็ยากที่จะเอาชัยเหนือคนร่วมหมื่นได้แน่นอน
    เพราะงั้นคำพูดที่เขาเอ่ยออกมา มันถึงดูเพ้อเจ้อและยังหยามเหยียดเกียรติของพวกมันทุกคนในกลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์อีกด้วย
    ”ปากดีนะมึง“
    ”รุมฆ่ามัน!!!”
    หิเขาที่เห็นพวกมดปลวกทำตัวรักศักดิ์ศรี ซึ่งดูขัดกับสิ่งที่พวกมันกระทำกับคนอื่นลิบลับ. อดรู้สึกน่ารำคาญลูกกระตาไม่ได้จริงๆ
    ”ดาหน้าเข้ามาตายให้หมดไอ้พวกเวร”
    ”ฆ่าพวกมันเลวี่”
    ฟ่อฟุบก๊าซซซซตูมมมปังๆๆเคร้งๆๆเสียงปืน. เสียงร้องคำรามและเสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วพื้นที่ฐานหลบภัย เขาวิ่งเข้าใส่และตัดระยะเข้าตัดหัวพวกมันที่ละคนๆอย่างเลือดเย็น
    อ๊ากกฉัวะ
    ไม่ว่าห่ากระสุนจะมากมายและรุนแรงแค่ไหนก็ไม่อาจโดนตัวเขาและสร้างความระคายเคืองใดๆให้แก่พญาอสรพิษเขี้ยวมรกตได้.
    ด้วยเกล็ดหนาที่แม้แต่หอกฟ้าครามยังเจาะไม่เข้านับประสาอะไรกับกระสุนปืนกากๆที่โดนตัวมันจะส่งผลอะไรได้นอกจากความรำคาญเล็กๆน้อยๆไม่ต่างกับแมลงวี่แมลงวันบินตอมไปมา
    ”ไอ้ไนท์ ไอ้บอล มากับกู ฆ่าไอ้ห่านั่นก่อนเร็ว””ครับ!!!”
    ก้องเรียกมือขวาและซ้ายของตัวเองเข้าร่วมต่อสู้ด้วย ระดับของพวกมันที่เขาประเมินได้คือ 15 เป็นก้อง 14 เป็นบอลและ 13 เป็นไนท์ ซึ่งหากเทียบกับคนของเขาถือว่าพวกมันโดดเด่นไม่น้อย
    แต่หากเอาพวกมันมาเทียบกับเขานั้นถือว่าคนคิดมันช่างปัญญาอ่อนจริงๆ เพราะวัดกันจริงๆมันคนละรุ่นกันแล้วชัดๆ
    ทว่าเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะเล่นสนุกด้วยการเข่นฆ่าพวกมันอย่างเต็มใจเสียหน่อย
    หิหิ
    ”ดาบสะบั้นวายุ”
    บอลตวัดดาบใหญ่ที่มันถืออยู่ใส่เขาที่พุ่งเข้าหาพวกมัน
    ”ตรึงวิญญาณ”
    ไนท์เรียกใช้ทักษะระดับ 5 ของตัวเองใส่เขาทันทีที่เข้ามาถึงระยะของทักษะ และด้วยทักษะตรึงวิญญาณที่มันเรียกใช้ ส่งผลให้เขาพลันชะงักค้างไปชั่วขณะ

    วีดดดดบอลที่เห็นจึงฉวยโอกาสตวัดดาบปลดปล่อยคมมีดสายลมสามเส้นติดๆกันแหวกอากาศส่งเสียงดังหวีดหวิวชวนหวาดเสียวเข้าใส่เขาทันที

    หิ”ของเด็กเล่น”
    ฉัวะๆๆๆ
    ซูม
    คมมีดสายลมสามเส้นสายสะบั้นร่างของเขาให้ขาดออกจากกันเป็น 3 ส่วน ทำให้บอลที่เห็นผลสำเร็จของทักษะที่ใช้พลันยิ้มกริ่มทันที
    ทว่าวินาทีต่อมากลับต้องทำให้บอลและไนท์หวาดผวา เมื่อร่างกายของเขาที่ถูกฟันจนแยกออกเป็น 3 ส่วนกลับกลายเป็นสายน้ำไหลลงพื้นดินและหล่อหลอมขึ้นมาเป็นร่างของเขาใหม่อีกครั้ง
    ด้วยความสามารถในการเรียนรู้ฉับพลันอันสุดท้ายทำให้เขาตัดสินใจยกระดับทักษะธาตุน้ำ จนได้ความสามารถร่างวารีมาครอบครอง
    ร่างวารี ขั้นต้นหล่อหลอมและหลอมรวมเข้ากับน้ำ ทำให้ทุกส่วนเปรียบดังสายน้ำสายหนึ่ง. ทว่าความบริสุทธิ์ยังน้อยนิด หากโดนโจมตีมากๆจะส่งผลต่อพลังชีวิตทุกครั้งที่ใช้งานจะเสียพละกำลัง 1 เท่า และสติปัญญา 1 จุดเสมอ. คงอยู่นาน 10 นาทีหมายเหตุ : หากรับแรงโจมตีมากย่อมเสียค่าสถานะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
    “โห รุนแรงใช้ได้”ตามความคิดเห็นของเขา ด้วยพลังโจมตีของบอลทำให้เขาเสียพละกำลังไป 1.5 เท่าและสติปัญญา 2 จุด ถือว่าเป็นทักษะที่มีพลังโจมตีแรงพอสมควร

    แต่สำหรับบอลและไนท์ ที่มั่นใจในพลังโจมตีและการประสานงานของพวกเขากลับต้องจมอยู่กับความหวั่นวิตกและไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
    เพราะต่อให้เป็นก้องเมื่อเจอการประสานงานกันของพวกเขาและรับพลังโจมตีไปตรงๆขนาดนั้นถึงไม่ตายแต่ก็อาจบาดเจ็บหนักได้
    ทว่าไอ้บ้านี่ดันไม่เป็นอะไรซะงั้น จะไม่ทำให้พวกเขาทั้งสองปักใจยอมรับได้ยังไง
    “ย๊ากกก””ตาย!!”ก้องที่เห็นโอกาสพลันโผล่เข้าด้านหลังของเขา. หวังต่อยเขาด้วยกำปั้นที่หุ้มด้วยเหล็กหนารูปร่างคล้ายคลึงสนับมือ
    หือ?”อาวุธระดับต่ำ!”
    -สนับมือเหล็กไหล ระดับต่ำ-
    “มาลองกัน”
    เขาไม่เพียงไม่หลบเลี่ยง แต่กลับสวนหมัดเปล่าของตัวเองเข้าใส่โดยไม่กักเก็บแม้แต่น้อย
    ตูมมมแกร๊ก
    อ๊ากกก
    ทว่าก้องกลับร้องคำรามออกมาเสียเอง เมื่อเวลานี้กลับกันเป็นก้องเองที่ต้องพบกับสิ่งเหนือคาดอีกคน เมื่อสนับมือเหล็กไหล อาวุธระดับต่ำและแขนกำยำของตัวมันเองกลับต้องมาแหลกสลายคาหมัดเพียวๆของเขา
    ส่งผลให้แขนของก้องเวลานี้ภายในกระดูกต่างแตกหักเสียหายจนยากหวนคืนกลับมาได้ดังเดิม
    ส่วนเขาแม้จะดูเหมือนไม่บาดเจ็บอะไร แต่การเอามือเปล่าไปชกกับสนับมือเหล็กหนาๆแบบนั้นย่อมทำให้มือของเขาเกิดบาดแผลขึ้นมาได้เช่นกัน แม้ว่ามันจะเป็นรอยที่ไม่ต่างจากมีดบาดก็ตาม

    มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่พละกำลังล้วนๆของเขาจะเอาชนะอาวุธระดับต่ำได้ เพราะขนาดหอกฟ้าครามยังไม่อาจระคายผิวของพญาอสรพิษเขี้ยวมรกตได้ แต่กำปั้นของเขากลับทุบทำลายเกล็ดหนาของมันได้ ซึ่งข้อนี้คือผลต่างของพละกำลังที่เขาได้เปรียบนั่นเอง
    ส่วนเขาแม้ว่าจะมีชัยเหนือก้องได้ ทว่าการใช้มือเพียวๆไปต่อยเหล็กหนาๆแบบนั้น ย่อมทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แม้ว่าบาดแผลนั้นจะเป็นรอยไม่ต่างจากมีดบาดก็ตาม

    ”โห เป็นแผลเลยแหะ”“กะ. แก”เขายกมือตัวเองขึ้นมาดู และอดที่จะอุทานเบาๆให้ก้องได้ยินว่าตัวเองก็เจ็บเหมือนกันนะอะไรประมาณนี้
    ส่วนก้องที่ได้ยินคำพูดเหน็บแหนมของเขา ตัวมันกลับรู้สึกโกรธแค้นจนแทยกระอักเลือด. ทว่ามันก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากกัดฟันยอมรับความจริง
    เพราะแขนข้าวที่หักเวลานี้ปรากฏสายธารเลือดที่ไหลลามลงมาไม่ขาดสาย

    บอลและไนท์ที่เห็นเหตุการณ์เต็มลูกกระต่ายพวกมันล้วนนิ่งอึ้งและหวาดกลัว
    คนบ้าที่ไหนใช้มือเปล่าต่อยเหล็กจนพังแต่มือของมันเกิดรอยแผลเท่ามีดบาดเท่านั้น
    ” อะ ไอ้ห่า มะ มึงยะ ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือวะ”
    บอลเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทีเหม่อลอย มันยอมรับเลยว่าคนคนนี้ตัวมันเองไม่อาจเล่นด้วยได้แม้แต่น้อย
    และเหตุการณ์ครั้งนี้เสมือนพวกมันทุกคนแกว่งเท้าหาตอเข้าชัดๆ
    ”หมดเวลาเล่นแล้ว“
    ”งั้นขอเก็บกวาดเลยละกัน”
    “แรงโน้มถ่วง 300 เท่า”
    “ไลน์นิ่งช็อต”
    “ม่ายยยยยยย”

    ตูมมมมม
    End




    คล้ายกับเรื่องThe World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก ที่คุณอ่าน