ภายหลังจากเจี้ยนหลิน (剑林) ใช้หัวหน้ากลุ่มคนลึกลับเป็นเหยื่อล่อราชินีตะขาบผลึก (晶石蜈蚣女王) เปิดโอกาสให้ตนเองและสตรีปริศนาในอาภรณ์สีเขียวอ่อนหลบหนี, ทั้งสองก็เร้นกายเข้าสู่อุโมงค์มืดมิดอันคดเคี้ยว. เสียงกรีดร้องโหยหวนจากเบื้องหลังค่อยๆ แผ่วจาง, เหลือเพียงเสียงสะท้อนในความเงียบอันเย็นเยียบและชื้นแฉะของอุโมงค์. กลิ่นดินเก่าและพฤกษาโบราณลอยคละคลุ้ง.
เจี้ยนหลินยังคงนำทางด้วย "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" (云蹤步) อันแผ่วเบา. สตรีผู้นั้น, แม้กายจะอ่อนล้าจากการต่อสู้และการบาดเจ็บ, นางยังคงกัดฟันวิ่งตามหลังเขามาอย่างมิยอมลดละ. ทุกลมหายใจหอบถี่, ทว่าในแววตาอันจับจ้องแผ่นหลังของเด็กหนุ่มนั้น, มิได้มีเพียงความหวาดหวั่นอีกต่อไป, หากแต่เริ่มจะลุกโชนด้วยเพลิงแค้นอันปะทุขึ้นอย่างช้าๆ. นางตระหนักดี, เด็กหนุ่มผู้นี้คือต้นเหตุแห่งความพินาศของกลุ่มนาง, คือผู้ปลิดชีวิตสหาย, และทำร้ายศิษย์พี่ใหญ่จนตกอยู่ในเงื้อมมืออสูรร้าย.
ครั้นเมื่อเคลื่อนลึกเข้ามาจนแสงสว่างภายนอกลับหาย, และเสียงจากเบื้องหลังเงียบสนิท, เจี้ยนหลินจึงหยุดฝีเท้าลง ณ จุดที่มืดมิดที่สุดแห่งหนึ่ง. เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับสตรีปริศนาอันกำลังหอบหายใจหนักหน่วง, ร่างของนางสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความอ่อนล้าและอารมณ์อันพลุ่งพล่าน.
กลิ่นคาวโลหิตจางๆ อันติดอยู่ตามอาภรณ์ของทั้งสอง, มิอาจกลบกลิ่นอายสังหารอันเริ่มจะแผ่ซ่านออกมาจากร่างของสตรีผู้นั้นได้เลย. ดวงตาที่เคยสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว, บัดนี้ลุกโชนด้วยเพลิงแค้นอันบริสุทธิ์.
"เจ้า...เจ้าเด็กเหลือขอ! บังอาจนัก! เจ้าสังหารพวกเขา!" สุรเสียงของนางแหบพร่า, หากแต่แฝงไว้ด้วยพลังปราณ (灵气) ระดับหลอมรวมปราณขั้นเจ็ดอันรวนเร, ทว่ายังคงน่าเกรงขาม. ร่างอรชรของนางทะยานเข้าหาเจี้ยนหลินดุจสายฟ้า, พลังปราณสีเขียวเข้มห้อมล้อมหมัดอันกำแน่น, หมายจะบดขยี้เด็กหนุ่มเบื้องหน้าให้แหลกลาญ.
เจี้ยนหลินยืนนิ่ง, ทว่าทุกอณูในกายกลับตื่นตัว. สัญชาตญาณอันถูกลับคมมานับครั้งไม่ถ้วน ส่งเสียงเตือนในห้วงสำนึก. เขามิได้หวาดหวั่น, เพียงแต่กำลังประเมิน "หมากตัวใหม่" อันดาหน้าเข้ามาด้วยโทสะนี้.
‘โทสะ...มักเป็นเงาบดบังปัญญาเสมอ.’ ความคิดนั้นแวบผ่านในใจเจี้ยนหลิน.
"กระบี่ไม้" (木剑) สองเล่มปรากฏขึ้นในมือของเจี้ยนหลินอย่างรวดเร็ว. มันมิได้ถูกชักออกมาเพื่อสังหาร, หากแต่พลิ้วไหวตามท่วงท่าแห่ง "เพลงกระบี่เมฆาไหล" (流云剑法) อันเขาได้ "เข้าใจแจ้ง" ถึงแก่นแท้บางส่วนแล้ว, ผสานเข้ากับ "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" อันทำให้ร่างของเขาเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว, ไร้น้ำหนัก, และพลิ้วไหวราวเงาเมฆ. ทุกการเคลื่อนไหวแฝงความลึกซึ้งแห่ง "เจตจำนง" (意志) แห่งพฤกษา, ด้วย "การหยั่งรู้ถึงพฤกษา" (草木之触) อันนำทาง, และความเข้าใจในกลไกแห่งกายา, มันมิได้มุ่งเป้าไปที่จุดตาย, หากแต่เป็น "จุดอันพลังปราณไหลเวียน" หรือ "จุดอ่อน" บนร่างของสตรีปริศนา, ด้วยความแม่นยำอันน่าสะพรึงกลัว.
"ฉัวะ! ฉัวะ!" เสียงกระบี่ไม้กรีดผ่านอากาศ, เบาเสียจนแทบมิได้ยิน. ทว่าทุกครั้งอันปลายกระบี่สัมผัสกับเส้นชีพจรหรือจุดสำคัญบนร่างของสตรีปริศนา, ริ้วกระบี่สีเขียวอ่อนก็พลันปรากฏวูบหนึ่ง. พลังปราณอันเคยไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งของนางก็พลันสะดุดลง, ราวกับธารน้ำอันถูกศิลาขวางกั้น. ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก, พลังอันเคยเกรี้ยวกราดเริ่มอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว.
เจี้ยนหลินมิได้ใช้กำลังมหาศาล, เขาใช้เพียง "ความเข้าใจ" ในกลไกแห่งพลังปราณและร่างกายมนุษย์, อันได้มาจากความรู้จากตำราโบราณและประสบการณ์อันสั่งสม. "กระบี่ไม้" ของเขามิใช่เพียงไม้ธรรมดา, หากแต่มันคือ "กิ่งก้านแห่งชีวิต" อันสามารถ "ยืดหด" "โค้งงอ" และ "แตกแขนง" ออกเป็นเถาวัลย์อันมองไม่เห็น, เพื่อควบคุมและผูกมัดได้ดุจเถาวัลย์เหล็กดำ.
เพียงชั่วอึดใจ, ร่างของสตรีปริศนาก็ทรุดฮวบลงกับพื้น. พลังปราณในกายถูกผนึกไว้ชั่วคราวด้วยพลังพฤกษาอันละเอียดอ่อนและมองไม่เห็นของเจี้ยนหลิน. ดวงตาอันเคยลุกโชนด้วยความโกรธแค้น, บัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดกลัวอันยากจะปิดบัง. นางพยายามดิ้นรน, ทว่าทุกการเคลื่อนไหวกลับไร้ผล, ราวกับถูกรากไม้โบราณพันธนาการไว้แน่นหนา.
เจี้ยนหลินก้าวเข้าไปใกล้, ร่างกายของเขาสะท้อนแสงสลัวจากเห็ดราเรืองแสงอันขึ้นอยู่ตามผนังถ้ำ, ใบหน้ายังคงเรียบเฉย, ไร้อารมณ์ใดๆ. เขาจ้องมองสตรีปริศนาอันถูกตรึงอยู่เบื้องหน้า, ดุจนักปราชญ์ผู้กำลังพิจารณาสรรพชีวิตอันแปลกใหม่.
เขารู้ดีว่าการทิ้งนางไว้ในอุโมงค์แห่งนี้, มิใช่ทางเลือกอันดีที่สุดสำหรับ "การรวบรวมเบาะแส" และ "การควบคุมตัวแปร" อันสำคัญเช่นนี้. ภัยจากราชินีตะขาบผลึกยังคงคุกคาม, และกลุ่มคนลึกลับ (หากยังมีผู้รอดชีวิต) ก็อาจจะตามรอยมาได้.
เจี้ยนหลินกวาดสายตามองไปรอบๆ อุโมงค์อันมืดมิดและอับชื้นแห่งนี้, ก่อนจะตัดสินใจ...เขาต้องพานางไปยังที่อันปลอดภัยกว่านี้, ที่อันเขาสามารถ "สอบถาม" และ "สืบสาวเบาะแส" จากนางได้อย่างเต็มที่, โดยมิมีสิ่งรบกวน, และที่สำคัญ...มิมีผู้ใดล่วงรู้ถึง "หมากตัวใหม่" อันเขาเพิ่งจะได้มา.
(จบตอนที่ 96)