(นิยายแปล) เล่ห์มายาบุปผาพิษ

    ตอนที่ 29 เจี่ยนซื่อกล่าวหนึ่งคำสะท้านผู้คน (1)

            เจี่ยนซื่อได้ยินว่าเหยียนจื่อม่อมาหาก็วางสมุดบัญชีในมือลง แล้วเดินออกจากห้องอุ่นก่อนจะเอ่ยกับนางด้วยเสียงแฝงความหยอกเย้า “วันนี้นึกอย่างไรถึงมาหาแม่ได้”

            “ท่านแม่กล่าวว่าร้ายลูกเกินไปแล้ว มีวันไหนบ้างที่ลูกไม่คิดถึงท่านตลอดเวลากันเจ้าคะ!”

            ทันทีที่เหยียนจื่อม่อกล่าวประจบเอาใจ เหยียนจื่ออวี้ซึ่งอยู่ตรงประตูก็พ่นลมเสียงเย็น เสียงแผ่วเบาราวกับยุงพลันก้องไปทั่วโถงหน้า “ประจบสอพลอ”

            เหยียนจื่อม่อไม่ได้โกรธเคือง ในทางกลับกันยังนั่งลงด้านข้างด้วยใบหน้าอ่อนโยนโดยไม่ตอบโต้สักคำ ทว่าการเงียบไม่พูดไม่จาเช่นนี้กลับทำให้เจี่ยนซื่อกังวลใจยิ่งกว่าการที่นางกรีดร้องโวยวายเสียอีก หากยามนั้นตนระมัดระวังมากกว่านี้อีกสักหน่อย บุตรสาวจะต้องพบเจอกับความอยุติธรรมถึงเพียงนี้หรือ

            “เหยียนจื่ออวี้ เจ้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

            แม้เจี่ยนซื่อจะดูเย็นชา แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกๆ และผู้เยาว์ยังปฏิบัติด้วยดีตลอดมา การเรียกเหยียนจื่ออวี้ครบทั้งชื่อทั้งแซ่เช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรก ยิ่งไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงสีหน้าเข้มงวดที่ทำให้รู้สึกกดดันของนางเลย

            เมื่อเหยียนจื่ออวี้ได้ยินคำพูดเฉียบขาดของมารดา หยาดน้ำตามากมายเอ่อคลอในดวงตาคล้ายจวนเจียนจะไหลรินอยู่รอมร่อ ทว่าเมื่อเห็นว่าสีหน้าของมารดาไม่มีทีท่าจะคลายลง จึงก้มหน้ากล่าวเสียงอ่อน “ท่านแม่ ลูกรู้ผิดแล้ว”

            เจี่ยนซื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของเขาแล้วปวดใจยิ่งนัก ทว่าก่อนบุตรสาวจะถูกพบตัวและพากลับมาได้ต้องทนทุกข์มานาน นางไม่อาจทำเรื่องที่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจได้เช่นกัน “คนที่เจ้าควรขอโทษคือพี่หญิงสายตรงเพียงหนึ่งเดียวของเจ้า”

            ต่อให้นางสงบนิ่งเยือกเย็นมาตลอด ทว่ามิได้ปราศจากเรื่องทางโลกโดยสิ้นเชิง แม้ทราบว่าการบอกเป็นนัยเช่นนี้มีความเป็นไปได้มากที่หลิงเอ๋อร์จะรู้เข้า ทว่านางติดค้างม่อเอ๋อร์มากเกินไป

            เหยียนจื่ออวี้อาจเยาว์วัยแต่มิได้โง่เขลา การบอกอ้อมๆ ของเจี่ยนซื่อทำให้เขาเบิกตากว้างทันที ผ่านไปครู่หนึ่งถึงระงับความคับข้องใจและมองไปทางเหยียนจื่อม่อได้ “พี่หญิงห้า ขออภัยด้วย”

            เหยียนจื่อม่อเห็นเขาก้มหน้าก้มตาพลันหัวเราะเสียงเบาคราหนึ่ง นิ้วมือที่กำลังถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสลักลายเคาะเบาๆ นัยน์ตารีเรียวหรี่ลงดูอ่อนโยนอยู่ในที “เดิมทีไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ท่านแม่เห็นใจข้าที่เพิ่งกลับจวนได้ไม่นาน วันหน้าน้องชายมาหาพี่หญิงห้าที่ศาลาลั่วเสวี่ยได้นะ เราสองพี่น้องยังสานสัมพันธ์พี่น้องที่หายไปตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้”

            แม้เขาจะไม่พอใจคำพูดของนางอย่างมาก ทว่าครั้นนึกถึงท่านแม่ที่อยู่ข้างๆ ก็สะกดกลั้นความอยุติธรรมไว้กับตัว “ข้าเข้าใจแล้ว”

            เหยียนจื่อม่อไม่ได้ยั่วยุเขาอีกและหันไปพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับเจี่ยนซื่อแทน ท่าทางอบอุ่นอ่อนโยนนั้นช่างขวางหูขวางตานัก เหยียนจื่ออวี้จึงถอยออกไปด้วยสีหน้ารังเกียจ

            เรือนพักในตระกูลขุนนางเก่าแก่ล้วนเชื่อมโยงกันดั่งหมู่ดาวบนท้องฟ้า เนื่องจากเจี่ยนซื่อกล่าวโดยไม่ได้หลีกเลี่ยงหูตาของผู้คน ไม่นานนักคำพูดของนางก็แพร่งพรายมาถึงหูเหยียนจื่อหลิง

            ภายในใจยุ่งเหยิงด้วยอารมณ์มากมาย ยามนี้กลับกลายเป็นคุกรุ่นด้วยความสิ้นหวังและไร้ทางออกโดยสิ้นเชิง “พี่หญิงสายตรงเพียงหนึ่งเดียว นางเห็นข้าเป็นอะไร”

            “คุณหนู...”

            เหนียนอวี๋เดินเข้าไปเทชาให้นางหนึ่งถ้วย ตนเองกับกุ้ยหยวนปรนนิบัติคุณหนูมาตั้งแต่เล็ก ทั้งยังเป็นเด็กที่เกิดในจวนย่อมได้รับข่าวอย่างรวดเร็ว คำพูดของฮูหยินในวันนี้เป็นการตบหน้าคุณหนูอย่างไม่ต้องสงสัย

            ...อย่างไรเสียก็เลี้ยงดูนางจนโต ไฉนใจร้ายได้ถึงเพียงนี้

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายแปล) เล่ห์มายาบุปผาพิษ ที่คุณอ่าน