“ พวกมันหาเงินมากขนาดนั้นได้จากที่ใดกัน ”
ผู้นำหอการค้าตระกูลโจวสาขาเมืองชุยฉานลูบเคราแพะด้วยความสงสัย หลายวันมานี้มันได้ยินข่าวเกี่ยวกับตระกูลม่อมาไม่น้อย
หลังจากเกิดเพลิงไหม้ตระกูลม่อได้ทำการจ้างช่างให้มาสร้างบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ แม้โครงสร้างบ้านเรือนที่กำลังสร้างขึ้นในระยะเวลาเพียง 3 วันจะไม่ใหญ่ ค่าจ้างที่ตกลงกับช่างใช้เงินไปมากไม่น้อย
ตระกูลม่อได้จ่ายค่าช่างไปก่อนแล้วครึ่งหนึ่งเป็นจำนวน 200 เหลียง เงินจำนวนนี้มากไม่น้อย มันจึงเกิดความสงสัยว่าตระกูลม่อนำเงินส่วนนี้มาจากที่ใด หากตระกูลม่อไม่สิ้นหนทางคงไม่มาจำนำร้านค้ากับพวกตน
“ นายท่าน ข้าได้ตรวจสอบเงินของตระกูลม่อจากช่างแล้ว เงินทั้งหมดมีรอยไหม้จากเพลิง ข้าจึงคิดว่าเงินส่วนนี้อาจจะปรากฎออกมาหลังจากไฟไหม้ตระกูลม่อ ”
“ สืบดูหรือยังว่าพวกเขามีเงินอยู่มากน้อยเพียงใด ”
“ ข้าไม่สามารถตามสืบได้เพราะคนที่เข้าหาช่างรบร่องรอยของพวกเขาทิ้งทั้งหมด ”
ความรู้สึกกังวลเผยบนใบหน้าผู้นำหอการค้าตระกูลโจว มันไม่รู้จำนวนเงินที่ตระกูลม่อครอบครองอยู่ในตอนนี้ ถ้าหากว่าเงินที่รอดจากกองเพลิงมีมากพอ ตระกูลม่อจะสามารถจ่ายหนี้ให้กับทุกๆตระกูลได้ การบีบบังคับให้ตระกูลม่อส่งค่ายกลนาเกลือวิญญาณจะยากยิ่งขึ้นไปอีก
“ พวกเขาซื้อวัสดุก่อสร้างมาจากที่ใด ” ร้านช่างก่อสร้างคือสิ่งที่หอการค้าตระกูลโจวต้องการข้อมูล อย่างน้อยการบีบให้ซื้อวัสดุก่อสร้างในราคาแพงมากยิ่งขึ้น จะช่วยผลาญเงินตระกูลม่อจนไม่สามารถนำไปต่อยอดสิ่งใดได้
“ ข้าจะไปตรวจสอบให้ท่าน ”
เสวี่ยหรงมองตรงไปยังบ้านหลังใหม่ ผ่านมาแล้ว 3 วันที่ช่างเข้ามาทำงาน มันมีความสูงเพียง 2 จั้ง ด้านทั้ง 4 มีความยาว 1 จั้ง ลักษณะของตัวบ้านมีรูปทรงคล้ายกับดอกบัวตูม มีหน้าต่าง 2 บานและประตู 1 บาน รอบๆบ้านมีระเบียงไม้ยาว 1 ช่วงแขนพอให้เดินเล่นในช่วงเช้าได้
เมื่อผลักประตูเปิดเข้าไปในบ้านพบเข้ากับเตียงนอนวางเอาไว้ ด้านบนมีหมอนที่ทำจากขนห่านและผ้าห่มชุดใหม่ เธอสามารถเข้านอนได้ในคืนนี้เลย
สำหรับเรือนข้ารับใช้ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องให้เวลาอีก 5 วัน เสวี่ยหรงจึงเพิ่มเงินอีก 50 เหลียงเพื่อให้ช่างทำงานเร็วขึ้น วันนี้จึงมีช่างเยอะกว่าเมื่อวาน 10 คน ระยะเวลาที่ใช้จึงลดลงเหลือ 2 วันเท่านั้น
การสร้างตระกูลขึ้นมาใหม่ เสวี่ยหรงได้ออกแบบห้องน้ำให้ช่างช่วยสร้างมันขึ้นมาด้วยเช่นกัน หากข้ารับใช้ของเธอมัวยุ่งอยู่กับการตักอุจจาระใส่ลงไปในถังเพื่อนำไปทิ้งทุกๆวัน มันอาจจะกินเวลาจนไม่ต้องทำสิ่งใด เธอจึงจัดแจงพื้นที่สร้างห้องน้ำให้อยู่ไกลสุด เพื่อไม่ให้กลิ่นของมันรบกวน
“ ในส่วนของโรงงานเรียบร้อยแล้วเช่นนั้นสินะ ”
สิ่งที่สร้างง่ายที่สุดคือโกดังที่วางรากฐานเอาไว้ว่าจะใช้มันเป็นโรงงานผลิตสินค้า บ้านทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 4 จั้งกว้าง 1 จั้งมากพอจะจุเครื่องไม้เครื่องมือหลายอย่างเข้าไป
มันสร้างง่ายก็เพราะมีเพียงแค่หลังคาและผนังไม้ หน้าต่างที่ติดเข้าไปมีไม่กี่บาน ไม่มีการขัดเงาใดๆ ช่างสามารถตอกตะปูยึดไม้เข้ากับผนังได้ในทันที ราคาของมันจึงถูกลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง
เสวี่ยหรงไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยสักนิดที่จ่ายในราคาที่สูงกว่าตลาด แต่กลับได้บ้านที่ดูธรรมดา เธอยังไม่ลงทุนกับสิ่งก่อสร้างมากก็เพราะว่า เธอยังปกป้องพวกมันไม่ได้
“ คุณหนูเจ้าคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วเจ้าค่ะ ”
เสวี่ยหรงเดินไปนั่งใต้ต้นท้อ มันกลายเป็นสถานที่ที่เธอนั่งเล่นประจำ อาหารมื้อนี้ยังคงมีไม่กี่อย่าง ทว่าเนื้อที่อยู่บนจานเยอะกว่าหลายวันที่ผ่านมา เธอให้แม่นมหลิงเพิ่มเนื้อให้เยอะขึ้นเพราะการกินเพียงแค่ผักเธอรับไม่ไหว
หลังจากทานข้าวกับแม่นมและยี่ยี่ไปช้าๆไม่เร่งรีบ เสวี่ยหรงก็มองเห็นปราณกลุ่มหนึ่งกำลังกระโจนมาแต่ไกล พี่สาวซินอี๋หายไปหลายวันแล้ว ตามกำหนดวันนี้คือวันที่จะกลับมาพร้อมกับวัตถุดิบที่เธอวานให้ช่วยออกไปซื้อ
“ คุณหนู ข้ากลับมาแล้ว ”
“ พี่สาวซินอี๋ท่านกินสิ่งใดมาแล้วหรือยัง ”
“ ข้ากินกับพ่อค้าที่พูดคุยด้วยแล้วเจ้าค่ะ โกดังเสร็จหรือยังเจ้าคะ ”
“ เสร็จแล้ว ท่านสามารถนำของเข้าไปเก็บข้างในนั้นได้เลย หลังจากนั้นข้าจะเข้าไปจัดแจงมันอีกที”
“ ถ้าเช่นนั้นข้าจะทยอยนำมันเข้าไปเก็บนะเจ้าคะ ”
“ ได้ของครบหรือไม่ ”
“ ครบเจ้าค่ะ นอกจากนั้นแล้วข้ายังติดต่อกลุ่มพ่อค้าเอาไว้ด้วย เผื่อสักวันวัตถุดิบในเมืองชุยฉานจะไม่เพียงพอ ”
เสวี่ยหรงยิ้มเล็กน้อย เธอไม่คิดเลยว่าพี่สาวซินอี๋จะมองการไกล จากการวางแผนว่าจะขายสินค้าในครั้งนี้ เธอรู้ดีว่าจะต้องเกิดการขายตัดราคาหรือไม่ก็เกิดการกักตุนวัตถุดิบจนเธอไม่สามารถหาซื้อที่ไหนได้ เมื่อถึงช่วงเวลานั้นเธอคงจะต้องติดต่อทหารรับจ้างสักกลุ่มให้เดินทางไปซื้อวัตถุดิบมาให้เธอจากหลายๆเมือง
ดูท่าแล้วเธอคงไม่ต้องทำงานหนักเกินไป เพราะพี่สาวซินอี๋ได้ใช้ตัวตนสาวงามติดต่อพ่อค้าเอาไว้แล้ว
“ ไปกันเถอะยี่ยี่ ”
“ เจ้าค่ะ ”
หลายวันมานี้เธอเดินทางไปยังโรงเตี๊ยมตระกูลไป่กับยี่ยี่สองคนเพราะพี่สาวซินอี๋ไม่อยู่ อย่างไรก็ตามการเข้าและออกโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ เธอได้ร้องขอให้เถ้าแก่ไฉ่หงส่งคนคุ้มกันมาจนถึงตระกูล การเดินทางจึงปลอดภัย วันนี้เธอจึงไม่จำเป็นต้องลำบากพี่สาวซินอี๋เพราะอีกฝ่ายมีหน้าที่ที่ต้องทำ
“ คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูจะขายสบู่วันใดหรือเจ้าคะ ”
“ อีก 2 วันก็น่าจะส่งสบู่ให้กับข้ารับใช้ที่กระจายไปทั่วเมืองชุยฉาน ”
“ แล้วคุณหนูจะต้องไปที่โรงเตี๊ยมตระกูลไป่อีกกี่วันหรือเจ้าคะ ”
ยี่ยี่เดินทางมาโรงเตี๊ยมกับคุณหนูได้เพียง 2 วัน เธอกลับเกิดความสงสัยขึ้นบางอย่าง หญิงคณิกาที่ส่งตัวมาให้คุณหนูเสวี่ยหรงชำระล้างปราณเพิ่มขึ้นทุกวัน วันแรกชำระล้าง 21 คน วันที่สองชำระล้างไป 25 คน จำนวนควรจะลดลงกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ จนกว่าจะไม่มีปราณปีศาจอยู่ในร่างของพี่สาวเหล่านั้น ”
“ พวกเขาคงไม่ได้คิดจะใช้งานคุณหนูจนตายหรอกนะเจ้าคะ ข้ารู้สึกว่าพี่สาวในโรงเตี๊ยมเพิ่มขึ้นทุกวัน คืนนี้ก็น่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน คุณหนูจะทำเช่นไรถ้าพวกเขาเพิ่มคนให้มากยิ่งขึ้น ”
“ เราทำเพียงแค่ชำระล้างให้พวกเขาต่อไปก็เท่านั้น ”
เสวี่ยหรงมีตาทิพย์ที่ทำให้มองเห็นปราณได้ชัดเจน ทุกครั้งที่เข้าสู่โรงเตี๊ยมตระกูลไป่เธอจะกวาดตาส่องดูพลังปราณ
แต่ละคนที่ทำงานภายในโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ล้วนแล้วเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมด ต่อให้จะเป็นหญิงคณิการ่างกายอ่อนแอ ต่ำสุดพวกเขาเป็นถึงระดับตัวอ่อน
ปราณที่มองเห็นเธอจดจำได้หมด หลายวันมานี้จึงรู้ว่ามีการพาหญิงคณิกาจากโรงเตี๊ยมตระกูลไป่สาขาอื่นเข้ามาชำระล้างปราณปีศาจ
สิ่งที่โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ทำคือการนำคนที่สามารถทำเงินให้กับโรงเตี๊ยมเข้ามาชำระล้างก่อน แม้เธอจะรู้ว่าตนเองกำลังถูกหลอกให้ทำงาน เสวี่ยหรงกลับก้มหน้ารับเพราะเธอเองก็กำลังหลอกดูดซับปราณจากหญิงคณิกาที่บางคนมีปราณปีศาจระดับสูงถึงก่อกำเนิดลมปราณ
“ คุณหนู เชิญทางนี้ ”
ยี่ยี่เดินตามคุณหนูเข้าไปทางหลังโรงเตี๊ยมจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังห้องที่จัดเตรียมเอาไว้ให้พี่สาวแต่ละคนที่สวมใส่เสื้อผ้าต่างชนิดกัน
เสวี่ยหรงไม่พูดให้เสียเวลามาก เธอทำเพียงสัมผัสหน้าผากแล้วดูดซับปราณปีศาจจากนั้นจึงใช้สกิลปัดเป่าจนไม่มีปราณแปลกๆภายในร่างหญิงคณิกา
“ นำข้าไปห้องถัดไปได้เลย ”
ลมปราณที่ดูดซับเข้ามาในร่างเริ่มก่อตัวเพื่อเลื่อนไปยังระดับก่อกำเนิดลมปราณขั้นสูง เมื่อวันก่อนเธอกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดลมปราณขั้นกลางแล้ว หากทำเช่นนี้ต่อไปจนถึงกำหนดส่งน้ำหอม เธอมีโอกาสจะเลื่อนระดับไปถึงปราณไหลเวียน
“ มีอีกหรือไม่ ”
เสวี่ยหรงสอบถามคนคุ้มกันที่เข้ามารับหน้าที่ต่อจากเถ้าแก่ไฉหง ห้องสุดท้ายที่เธอเข้ามามีปราณปีศาจระดับตัวอ่อนจึงสามารถดูดซับได้ง่าย
“ คุณหนู เถ้าแก่ไฉ่หงเตรียมคนไว้เพียงเท่านี้ ”
“ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน ”
เสวี่ยหรงมองไปยังยี่ยี่ สองมือของเธอมีห่อผ้าสีดำ ข้างในเป็นกล่องอาหารที่โรงเตี๊ยมจัดเตรียมให้เหมือนทุกวัน หลังจากทำงานเสร็จแล้วเสวี่ยหรงก็ได้ออกจากโรงเตี๊ยมโดยมีคนคุ้มกันไปส่งถึงตระกูล ได้เวลาแล้วที่เธอจะสร้างสบู่ขาย.