คำอธิบาย
ปัจจุบัน พรรคกงซาน ประมุขพรรคคือ เสิ่นตั้ว เป็นจ้าวยุทธภพคนปัจจุบัน เขาได้ปกครองพรรคมารและพรรคฝ่ายธรรมะทั้งหมด
แต่พรรคฝ่ายธรรมะกลับรวมตัวกันแล้วแยกตัวออกมาเพื่อสนับสนุนฝ่าบาทพระองค์ก่อนและองค์รัชทายาท พวกเขาต้องการต่อต้านกษัตริย์กู่เหวิน และเพื่อชิงตำแหน่งจ้าวยุทธภพกลับคืนมา จึงเลือกให้พ่อเฒ่าฝางเฉียนที่ตอนนี้ซานชุยได้ปลอมตัวอยู่ให้เป็นตัวแทนชาวยุทธ์เข้าประลองกับเสิ่นตั้ว โดยพรรคฝ่ายธรรมะมีทั้งหมด 7 พรรคด้วยกัน ดังนี้
1 พรรคฟานหลง ประมุขพรรคคือ จางฟง
2 พรรคเหวยหลาง ประมุขพรรคคือ ซือไท่หงลี่
3 พรรคเหมินฟาง ประมุขพรรคคือ ซานชุย ที่ปลอมตัวเป็น พ่อเฒ่าฝางเฉียน
4 พรรคจี้เหว่ย ประมุขพรรคคือ หลีช่าย
5 พรรคไห่ฉาง ประมุขพรรคคือ เฉียนกู่
6 พรรคเปียงชาง ประมุขพรรคคือ กวงเว่ย
7 พรรคหวางอี้ ประมุขพรรคคือ ไฉ่อี้
ในคืนหนึ่ง หลีช่าย หัวหน้าพรรคจี้เหว่ยได้นำซุปบำรุงไปให้พ่อเฒ่าฝางเฉียนที่ห้องพัก
“นี่ก็ดึกมากแล้ว ท่านมีอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ” ซานชุยที่ปลอมตัวเป็นท่านพ่อเฒ่ารู้สึกแปลกใจ
“ข้าเห็นว่าอีก 5 วันก็จะถึงวันประลองแล้ว ข้าก็เลยจะมาบอกท่านว่า โปรดระวังเสิ่นตั้วไว้ให้ดี เขามักใช้วิธีสกปรก ท่านอาจรับมือเขาได้ลำบาก” หลีช่ายเตือน
“ขอบคุณมากที่เป็นห่วง” ซานชุยเองก็คิดเช่นนั้น
“ก่อนข้าจะมาพบท่าน กวงเว่ยได้ฝากซุปบำรุงมาให้ท่านด้วย ทานซะสิ กำลังร้อนๆ” หลีช่ายยกถ้วยซุปบำรุงให้ท่านพ่อเฒ่าทาน
“ข้าทานล่ะนะ” ซานชุยยอมทานแต่โดยดี เพราะเชื่อใจประมุขพรรคผู้มีคุณธรรมอย่างหลีช่าย
แต่ทว่าหลังซานชุยทานเข้าไป อยู่ดีๆ แขนขาของเขาก็ค่อยๆ อ่อนแรง “นี่ท่านเอาอะไรให้ข้ากินนี่”
“ท่านพ่อเฒ่าเป็นอะไรไปอย่างนั้นหรือ” หลีช่ายตกใจกับอาการของท่านพ่อเฒ่า
“ท่านวางยาพิษใส่ข้า” ซานชุยยังคงพูดได้ แต่ขยับร่างกายไม่ได้เลย เพราะมันชาไปหมด
“ขะ ข้า ปะ เปล่านะ กวงเว่ยฝากซุปนั่นมาให้ท่านต่างหาก” หลีช่ายตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ นั่นท่านทำอะไรท่านพ่อเฒ่าน่ะ หลีช่าย” จางฟงเข้ามาเห็นเข้าพอดี
หัวหน้าพรรคอีกสี่คนพร้อมกับองค์รัชทายาทและชายสวมหน้ากากวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์
เหมยซูที่เดินตามมาทีหลังได้รีบเข้าไปตรวจอาการให้กับพ่อเฒ่าฝางเฉียน และบอกกับทุกคนว่า “ท่านพ่อเฒ่าถูกพิษเจ้าค่ะ”
“รีบพาท่านพ่อเฒ่าไปที่ห้องรักษาพยาบาลเร็วเข้า” องค์รัชทายาทตรัส
ทหารองครักษ์ที่ยังจงรักภักดีต่อองค์รัชทายาทจึงช่วยกันแบกท่านพ่อเฒ่าให้ไปที่ห้องรักษาพยาบาล เพราะที่นั่นมีเครื่องมือรักษาและอยู่ใกล้ห้องต้มสมุนไพรมากที่สุด
กวงเว่ยรีบพูดทันที “หลีช่าย! ท่านเป็นไส้ศึกสินะ ท่านคงยอมสวามิภักดิ์ให้เสิ่นตั้วไปแล้ว แต่แอบแฝงตัวเข้ามาร่วมมือกับประมุขพรรคฝ่ายธรรมะคนอื่นๆ”
“ข้าเปล่าทำนะ ซุปที่มีพิษนั่น ข้าได้จาก….” หลีช่ายกล่าวไม่จบเพราะเฉียนกู่กล่าวแทรก
“รีบจับเขาไปขังในคุกก่อนเถิด ค่อยทำการสอบสวน” เฉียนกู่กล่าว
ประมุขพรรคทั้งห้าจึงช่วยกันรุมเข้าไปจับกุมตัวหลีช่าย เพราะหลีช่ายขัดขืนการจับกุม แม้หลีช่ายจะมีวรยุทธ์สูงแต่ก็ไม่อาจสู้กับผู้มีวรยุทธ์เหนือชั้นทั้ง 5 คนได้ หลีช่ายจึงถูกจับกุมตัวอย่างง่ายดาย และถูกนำตัวไปขังไว้ในคุกใต้ดิน เพื่อรอการไต่สวนต่อไป
********************************************
ณ ห้องรักษาพยาบาล
เหม่ยซูพยายามป้อนยาสกัดพิษให้ท่านพ่อเฒ่าทาน และฝังเข็มให้ท่าน
“ทูลองค์รัชทายาท ท่านพ่อเฒ่าถูกพิษรุนแรง แม้ไม่ถึงตาย แต่มันมีผลทำให้เขาเป็นอัมพาตเพคะ” เหมยซูรายงาน
“มีวิธีรักษาหรือไม่” องค์รัชทายาทตรัส
“ต้องได้รับยาแก้พิษภายใน 7 วันเพคะ หากพ้นกำหนดไปแล้ว เขาอาจเสียชีวิตได้” เหมยซูกล่าว
“เราจะไปถามหายาแก้พิษกับหลีช่ายเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาทตรัส
แม้ซานชุยจะขยับตัวไม่ได้ แต่เขายังคงพูดได้ ดังนั้นเขาจึงเรียกชายสวมหน้ากาก “เจ้าสวมหน้ากาก ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
เหลียงกังที่กำลังสวมหน้ากากอยู่จึงเดินเข้าไปใกล้ และเอียงหูเพื่อฟังในสิ่งที่ซานชุยกระซิบบอก
เหลียงกังพยักหน้าเพื่อรับปากว่าจะดำเนินการตามที่ซานชุยบอก
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“พวกเรารีบพาซานชุยไปอยู่ในสถานที่ลับเช่นเดียวกับฝ่าบาทก่อนเถิด ส่วนกระหม่อมจะปลอมตัวเป็นพ่อเฒ่าฝางเฉียนเองพะย่ะค่ะ” เหลียงกังกล่าว
“อะไรนะ! นี่เขาคือซานชุยหรือเจ้าคะ” เหมยซูเพิ่งรู้
“ใช่แล้ว” เหลียงกังพยักหน้า
“ว่าแต่ ท่านจะเข้าประลองแทนซานชุยอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เหมยซูเป็นห่วง
“แม้วรยุทธ์ของข้ามิอาจเทียบได้กับซานชุยหรือพ่อเฒ่าฝางเฉียน แต่อย่างน้อยก็เป็นการทำให้ฝ่ายธรรมะไม่เสียหน้า” เหลียงกังกล่าว
“กำลังของเจ้าสู้ไม่ได้เช่นนี้ เจ้าจะเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ นะ” องค์รัชทายาททรงเตือน
“ตอนนี้ สิ่งที่ต้องทำก็คือ พาซานชุยไปรักษาตัวที่อื่น ส่วนกระหม่อมจะต้องไปสถานที่หนึ่งเสียก่อน แต่เรื่องนี้ซานชุยได้ขอให้เก็บเป็นความลับพะย่ะค่ะ” เหลียงกังรับปากซานชุยไว้แล้ว
“เราจะรีบไปเค้นเอายาแก้พิษจากหลีช่ายเดี๋ยวนี้ล่ะ” องค์รัชทายาททรงเป็นห่วงความปลอดภัยของซานชุย
********************************************
ณ ห้องประชุม
“หลีช่าย! เจ้าชั่วร้ายมากที่หลอกแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มพวกเราเพื่อลอบปองร้ายผู้คนในฝ่ายธรรมะ” จางฟงกล่าว
“ข้าไม่ได้ทำ ซุปมีพิษนั่นข้าได้มาจากกวงเว่ยต่างหาก” หลีช่ายพยายามอธิบาย
ทุกคนจึงหันไปมองกวงเว่ยเป็นตาเดียว
“อย่าไปเชื่อ! ข้าไม่ได้เจอหลีช่ายเลยสักนิด หลีช่ายปรักปรำข้าน่ะสิ” กวงเว่ยยืนยัน
“ท่านหลีช่าย โปรดส่งยาแก้พิษมาเถิดนะ หากท่านยังมีมโนธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง” ซือไท่หงลี่พยายามเกลี้ยกล่อม
“ข้าไม่ใช่คนวางยา แล้วข้าจะมียาแก้พิษได้อย่างไร” หลีช่ายกล่าว
“อย่าให้พวกเราต้องทรมานท่านเพื่อเค้นหาความจริงเลยนะ” เฉียนกู่ขู่
“ต่อให้ข้าตาย ข้าก็คงไม่มียาแก้พิษให้หรอก เพราะข้าไม่ใช่คนร้าย” หลีช่ายหมดปัญญาจะอธิบาย เพราะไม่มีใครเชื่อเขาเลยสักคน
********************************************
ณ คุกใต้ดิน
หลีช่ายถูกจับทรมาน ทั้งโดนเฆี่ยนตี ทั้งโดนใช้เครื่องมือบีบนิ้ว ทั้งถูกจับกดน้ำ และอีกสารพัดวิธี แต่เขาก็บอกเพียงว่าเขาไม่ได้วางยาพิษท่านพ่อเฒ่า
เนื่องจากทุกคนกลัวหลีช่ายตาย ดังนั้นพวกเขาจึงพาหลีช่ายไปขังในคุกไว้ก่อน ค่อยว่ากันอีกที
เช้าวันรุ่งขึ้น ทหารองครักษ์ก็รีบรายงานทุกคนในห้องประชุม
“ทูลองค์รัชทายาท บัดนี้หลีช่ายได้ฆ่าตัวตายโดยเอาหัวโขกเข้ากับผนังห้องคุกพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รายงาน
“ว่าไงนะ! พวกเรารีบไปดูกันเถอะ” องค์รัชทายาททรงตกพระทัย
หลังจากนั้นทุกคนก็พากันเข้าไปในคุก พวกเขาเห็นท่านหลีช่ายตายอย่างอนาถ ข้างผนังห้องคุกได้เขียนถ้อยคำด้วยเลือด ความว่า
ข้าคือหลีช่าย ข้านั้นได้ยึดถือคุณธรรมมาทั้งชีวิต ข้าไม่เคยคิดร้ายต่อใครเลยสักครั้ง แต่มีครั้งนี้ที่ข้านั้นถูกปรักปรำ กวงเว่ยเป็นคนฝากซุปมีพิษให้ข้าไปมอบให้กับท่านพ่อเฒ่าจริงๆ ข้าสาบานได้ ดังนั้นข้าขอยืนยันความบริสุทธิ์ด้วยความตายก็แล้วกัน
ศิษย์เอกของหลีช่ายที่ได้ทราบข่าว เขารีบเข้าไปกอดศพอาจารย์ และร้องไห้ฟูมฟาย “โธ่ อาจารย์ ท่านไม่น่าคิดสั้นเลย ข้ากับศิษย์น้องกำลังจะหาพยานและหลักฐานมาช่วยท่านแท้ๆ”
“พวกเราต้องขอโทษท่านและอาจารย์ของท่านที่ตายไปแล้วจริงๆ” จางฟงรู้สึกเสียใจที่หลีช่ายถูกพวกเขากดดันจนคิดสั้นฆ่าตัวตาย
ศิษย์เอกจึงเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างกับองค์รัชทายาท จากนั้นก็รีบดำเนินการแบกศพของอาจารย์ไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
ไฉ่อี้จึงบอกทุกคนว่า “พวกเรา! รีบจับกุมกวงเว่ยเร็วเข้า”
“ขะ ข้า ไม่ได้เป็นคนนำน้ำซุปไปให้ท่านหลีช่ายนะ คืนวันนั้นข้าไม่ได้เจอเขาเลยสักนิด” กวงเว่ยแก้ตัว
แต่ทุกคนล้วนเชื่อคำสั่งเสียของหลีช่าย ดังนั้นกวงเว่ยจึงถูกจับกุมตัวเข้าไปอยู่ในคุก เพื่อรอการไต่สวน แต่รอบนี้ทุกคนยังคงไม่ทรมานร่างกายเพื่อเค้นสอบหาความจริง เพราะพวกเขาไม่อยากกดดันกวงเว่ยและกลัวว่ากวงเว่ยจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเหมือนหลีช่าย
********************************************
ณ ห้องทรงงานขององค์รัชทายาทในฐานลับของจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ
“นี่คือตำราต่างๆ ที่ประมุขแต่ละพรรคได้บันทึกไว้พะย่ะค่ะ” องครักษ์รวบรวมตำราจากทุกพรรคมาถวาย
“ขอเราพิจารณาก่อน เจ้าออกไปเถอะ” องค์รัชทายาทตรัส
“พะย่ะค่ะ” องครักษ์จึงเดินออกไปจากห้องทรงงาน และได้สวนทางกับเหมยซู
“ถวายบังคมเพคะ” เหมยซูแสดงความเคารพ
“เจ้าชันสูตรศพของหลีช่ายแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง” องค์รัชทายาททรงอยากรู้
“เขาเสียชีวิตจากการถูกกระแทกด้วยของแข็งที่ศีรษะอย่างแรงเพคะ” เหมยซูกล่าว
“เป็นเพราะหัวชนกำแพงอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“ไม่น่าใช่เพคะ เพราะลักษณะกะโหลกยุบเข้าไปด้วย ลักษณะน่าจะเกิดการทุบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่มากกว่า” เหมยซูคาดการณ์
“แสดงว่าหลีช่ายไม่ได้ฆ่าตัวตายน่ะสิ” องค์รัชทายาททรงตกพระทัยเพราะนี่คือคดีฆาตกรรม
“หากที่เกิดเหตุไม่มีหินหรืออาวุธใดๆ ก็หมายความว่า น่าจะเกิดจากการฆาตกรรมเพคะ” เหมยซูกล่าว
“จงระวังตัวด้วย คนร้ายฉลาดมากกว่าที่คิด” องค์รัชทายาททรงเตือน
“เพคะ” เหมยซูรับคำ
แต่ทว่าตกกลางคืนก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นอีกครั้ง เพราะกวงเว่ยได้เสียชีวิตในคุกอีกแล้ว
********************************************
ณ คุกใต้ดิน
“พวกเรายังไม่ทันเค้นถามอะไรกวงเว่ยเลย นี่เขาฆ่าตัวตายอีกแล้วงั้นหรือ” จางฟงสงสัย
“เราจะส่งศพไปชันสูตรก่อน ค่อยส่งเขากลับไปที่สำนักเปียงชาง” องค์รัชทายาทตรัส
“พะย่ะค่ะ” ประมุขทุกคนรับคำ
“ประมุขพรรคฝ่ายธรรมะ ค่อยๆ ตายทีละคน ต้องเป็นฝีมือฝ่ายมารเป็นแน่” ไฉ่อี้คาดการณ์
“หนึ่งในพวกเราต้องเป็นไส้ศึก” ซือไท่หงลี่กล่าว
“ไม่ใช่ข้าแน่นอน” เฉียนกู่รีบปฏิเสธ
“ไม่ใช่ข้าเช่นกัน” จางฟงยืนยัน
“ข้าไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น” ไฉ่อี้หวาดระแวงทุกคน
“งั้นเอาอย่างนี้มั้ยล่ะ พวกเราเหลือกัน 4 คน ก็ให้ทุกคนอยู่ในห้องคุมขังเพื่อเฝ้าสังเกตกันและกันไงล่ะ” จางฟงเสนอ
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ข้าบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว” ซือไท่หงลี่เห็นด้วย
ดังนั้นประมุขพรรคทั้งสี่คน จึงนั่งขัดสมาธิเป็นวงกลมในห้องคุมขัง โดยทุกคนหันหน้าเข้าหากันเพื่อเฝ้าสังเกตซึ่งกันและกันว่าใครที่ดูน่าสงสัยมากที่สุด
********************************************
หลังจากที่ประมุขพรรคทั้งสี่คนถูกกักตัว ก็ไม่มีคดีฆาตกรรมใดๆ อีก ดังนั้นจึงคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นหนึ่งในประมุขพรรคฝ่ายธรรมะนั่นเอง
ณ ห้องทรงงานขององค์รัชทายาทในฐานลับของจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ
“จากการพิสูจน์ศพของกวงเว่ย เป็นอย่างไรบ้าง” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“เขาถูกพิษ แต่เป็นพิษที่รุนแรงกว่าซานชุยได้รับมาก ดังนั้นเมื่อได้รับพิษจึงทำให้ตายทันทีเพคะ” เหมยซูรายงาน
“ศิษย์เอกของหลีช่ายได้บอกเราว่า บนผนังห้องคุกนั้นไม่ใช่ลายมือของอาจารย์ของเขาอย่างแน่นอน นั่นหมายความว่าหลีช่ายไม่ได้ฆ่าตัวตายจริงๆ แต่เป็นเพราะถูกใครบางคนใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ทุบไปที่ศีรษะซ้ำไปซ้ำมา จากนั้นก็ใช้เลือดของเขาเขียนไปบนผนังเพื่อจัดฉากให้เป็นการฆ่าตัวตาย” องค์รัชทายาททรงเดาเหตุการณ์
“แล้วนั่นเป็นลายมือของใครหรือเพคะ” เหมยซูอยากรู้
“ลายมือของจางฟง แต่ในคืนเกิดเหตุ เราได้แอบติดต่อกับจางฟงอย่างลับๆ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จางฟงจะไปฆ่าหลีช่ายเพื่อปิดปาก” องค์รัชทายาททรงสามารถเป็นพยานบุคคลยืนยันความบริสุทธิ์ให้จางฟงได้
“คนร้ายตั้งใจปลอมแปลงลายมือให้เหมือนลายมือของจางฟงหรือเพคะ และทำแบบนั้นทำไม” เหมยซูไม่เข้าใจ
“ถ้าเราคาดการณ์ไม่ผิด เขาน่าจะต้องการโยนความผิดไปให้จางฟงน่ะสิ” องค์รัชทายาทตรัส
“คนร้ายฉลาดมากแบบนี้ พวกเราจะได้ยาแก้พิษทันหรือเพคะ” เหมยซูกังวลเพราะกลัวช่วยชีวิตซานชุยไม่ทัน
“คงต้องใช้อุบายเท่านั้น” องค์รัชทายาททรงต้องดำริแผนการอย่างแยบยล
********************************************
ณ คุกใต้ดิน
“เรามีแผนรับมือในวันพรุ่งนี้แล้ว ผู้อาวุโสทุกท่านไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าสังเกตกันและกันอีกแล้ว” องค์รัชทายาทตรัส
“แผนการคืออะไรงั้นหรือพะย่ะค่ะ” จางฟงสงสัย
“ต้องขออภัย เรามิอาจเชื่อใจใครได้ในตอนนี้ เรามิอาจบอกใครได้จริงๆ” องค์รัชทายาทตรัส
“ไม่เป็นไรพะย่ะค่ะ พวกเราจะได้ออกจากคุกนี้เสียที” ไฉ่อี้รู้สึกอึดอัดมาก
“เชิญพวกท่านกลับไปก่อนเถิด วันพรุ่งนี้เจอกันที่งานประลองชาวยุทธ์” องค์รัชทายาทตรัส
“ว่าแต่ท่านพ่อเฒ่านั้น จะทำอย่างไรพะย่ะค่ะ” เฉียนกู่เป็นห่วง
“อย่าห่วงเลยท่าน เราได้เตรียมแผนการไว้รับมือแล้ว” องค์รัชทายาททรงวางแผนไว้แล้ว
ผู้อาวุโสทั้งสี่พากันแยกย้ายกันออกจากคุก เพื่อเตรียมตัวไปร่วมงานประลองชิงจ้าวยุทธภพที่จัดในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรง
********************************************
ตกกลางคืน ณ ห้องประชุมชาวยุทธ์
องค์รัชทายาทได้เรียกชายสวมหน้ากากและเหมยซูให้มาร่วมประชุมกันแค่สามคนเท่านั้น
“เจ้าพร้อมมั้ย” องค์รัชทายาทตรัส
“กระหม่อมพร้อมพะย่ะค่ะ กระหม่อมจะปลอมตัวเป็นท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียน และแสดงให้แนบเนียนที่สุดพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“ฝากด้วยนะ” องค์รัชทายาททรงตบไหล่เหลียงกัง
“หวังว่าพวกเราจะสามารถตามหาคนร้ายตัวจริงเจอนะเพคะ” เหมยซูยังคงกังวล
“จากที่เราได้เทียบลายมือระหว่างข้อความเลือดบนผนังกับตำราของประมุขแต่ละพรรค สรุปว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือ จางฟง เพราะลายมือที่เขียนนั้นเหมือนกันมาก” องค์รัชทายาทตรัส
“กระหม่อมจะส่งคนคอยติดตามท่านจางฟงเดี๋ยวนี้พะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากอาสา
“พวกเราเลิกประชุมกันแค่นี้เถอะ เจอกันที่ลานประลองก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัส
เหลียงกังที่สวมหน้ากากได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินจากไป เขาจึงกระซิบบอกองค์รัชทายาทว่า “ทหารองครักษ์ที่แอบสังเกตการณ์อยู่ข้างนอกบอกว่าคนที่แอบฟังพวกเราประชุมกันได้สวมชุดดำ จึงไม่รู้ว่าเป็นใครพะย่ะค่ะ”
“ไม่เป็นไร อีกไม่นาน เขาจะเผยตัวเอง” องค์รัชทายาททรงคาดการณ์
********************************************
ณ ลานประลอง
เสิ่นตั้วพร้อมกับพรรคมารได้มานั่งรอข้างลานประลองอยู่ก่อนแล้ว
สักพักกลุ่มพรรคฝ่ายธรรมะทั้งหมดยกเว้นพรรคเหมินฟางก็เดินเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งที่จัดเตรียมไว้ให้
จางฟงโมโหที่ประมุขพรรคกงซานเล่นสกปรก เขาก็เลยลุกขึ้นยืนและชี้หน้าด่าเสิ่นตั้วว่า “ท่านเล่นสกปรก ท่านส่งคนแฝงเข้ามาเป็นพรรคพวกของพวกเรา และสั่งการให้เขาคนนั้นกำจัดพวกเราไปทีละคนสินะ”
“อย่าปรักปรำข้าสิ ยังไงข้าก็เป็นถึงจ้าวยุทธภพเชียวนะ ข้าจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไรกัน นั่นเป็นเพราะฝ่ายพวกท่านแตกคอกันเองต่างหาก” เสิ่นตั้วยิ้มมุมปากเพราะสะใจที่สามารถกำจัดประมุขพรรคฝ่ายธรรมะไปได้ทั้งหมด 3 คน แม้ท่านพ่อเฒ่าจะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม
สักพักท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียน ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคเหมินฟางก็ปรากฏตัวท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน
“นี่ท่านหายดีแล้วอย่างนั้นหรือขอรับ” จางฟงตกใจ
ท่านพ่อเฒ่าทำเพียงพยักหน้า แต่ไม่ได้กล่าวอะไร
“อย่าไปเชื่อ! นี่คือท่านพ่อเฒ่าตัวปลอม เขาคือชายสวมหน้ากากที่อยู่ข้างกายองค์รัชทายาทต่างหาก” เฉียนกู่กล่าว
“ท่านรู้ได้อย่างไร” ท่านซือไท่หงลี่สงสัย
“ข้ารู้ก็แล้วกัน” เฉียนกู่ไม่ยอมบอก
“ข้าคือฝางเฉียน” ท่านพ่อเฒ่ายืนยัน
“เจ้าอย่าดึงดันเลย ถึงเจ้าปลอมตัวเป็นฝางเฉียนและได้เข้าประลอง แต่ยังไงเจ้าก็ไม่อาจสู้เสิ่นตั้วได้หรอก มันทำให้ฝ่ายธรรมะอย่างพวกเราเสียหน้าไปเปล่าๆ” เฉียนกู่กล่าว
“ข้าคือฝางเฉียน” ท่านพ่อเฒ่ากล่าวคำเดิม
“ได้! งั้นข้าจะพิสูจน์ให้ทุกคนดูเอง” เฉียนกู่จึงเดินเข้าไปหมายจะแกะหน้ากากออก
แต่ทว่าแกะยังไงก็แกะไม่ออก เพราะนั่นคือใบหน้าอันแท้จริง
“โอ๊ย! ท่านเขกหัวข้าทำไม” เฉียนกู่จับไปที่หัวเพราะถูกท่านพ่อเฒ่าเขกอย่างแรง
“เลิกบ้าได้หรือยัง” ท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียนตัวจริงกล่าว
“มะ มะ หมายความว่ายังไง ทำไมแกะไม่ออก” เฉียนกู่ยังคงฉงน
“ข้าไม่ได้ใส่หน้ากาก จะแกะออกได้อย่างไร” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว
“เป็นไปไม่ได้! ท่านยังไม่ได้รับยาแก้พิษ ท่านจะหายดีได้อย่างไร” เฉียนกู่เผลอพลั้งปาก
“พวกเราค้นตัวกวงเว่ยและเอายาแก้พิษมาจากเขาไงล่ะ” องค์รัชทายาททรงแสร้งตรัส
“เป็นไปไม่ได้พะย่ะค่ะ! นี่มันเป็นพิษประจำตระกูลของกระหม่อม คนอื่นจะมียาแก้พิษได้อย่างไร” เฉียนกู่เผลอพลั้งปากอีก
“ขอบคุณที่ท่านยอมสารภาพเสียทีนะ เฉียนกู่” องค์รัชทายาททรงรู้สึกสมพระทัยที่มันเป็นไปตามแผนการ
“อะไรพะย่ะค่ะ! กะ กระหม่อม มะ ไม่ใช่คนร้าย” เฉียนกู่ไม่ยอมรับ
“พวกเราจับกุมเขาเร็วเข้า” องค์รัชทายาทตรัสสั่ง
ดังนั้นจางฟง ซือไท่หงลี่ และไฉ่อี้ได้ร่วมมือกันจับกุมตัวเฉียนกู่ แต่ทั้งสามต่างคาดไม่ถึงว่าเฉียนกู่นั้นมีวรยุทธ์สูงมาก พวกเขาจึงมิอาจต่อกรเฉียนกู่ได้
ท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียนจึงเข้าไปปะมือกับเฉียนกู่ตัวต่อตัว และท่านพ่อเฒ่าก็ได้ซัดฝ่ามือใส่เขาจนเขากระอักเลือด ทำให้ประมุขพรรคทั้งสามสามารถจับกุมตัวเฉียนกู่ได้สำเร็จ
“รีบค้นหายาแก้พิษเร็วเข้า” องค์รัชทายาทตรัส
“กระหม่อมไม่ใช่คนร้ายพะย่ะค่ะ กระหม่อมจะมียาแก้พิษได้อย่างไร” เฉียนกู่ยังคงปากแข็ง
แต่แล้วจางฟงก็สามารถค้นจนเจอขวดยาในตัวเฉียนกู่จริงๆ แต่มันมีทั้งหมดสามขวด
“ขวดไหนคือยาแก้พิษที่ท่านวางยาพ่อเฒ่าฝางเฉียน” องค์รัชทายาททรงถาม
“ทั้งสามขวดคือยารักษาโรคประจำตัวของกระหม่อมต่างหากพะย่ะค่ะ” เฉียนกู่แต่งเรื่อง
“ถ้าเช่นนั้นเจ้ากินให้ดูสิ” ไฉ่อี้กล่าว
“ขะ ข้า…” เฉียนกู่ชะงัก เขาจะกล้ากินยาพิษให้ดูได้อย่างไร
“ว่าไง! ถ้าเจ้าทดสอบให้ดู ข้าถึงจะยอมเชื่อว่าเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์” จางฟงกล่าว
“ข้าว่าพวกเรากรอกยาใส่ปากเขาเลยดีกว่า” ไฉ่อี้ใจร้อน
“อย่านะ! ข้าบอกแล้ว ขวดตรงกลางคือยาแก้พิษ ขวดซ้ายมือคือยาที่ใช้วางยาท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียน ส่วนขวดขวาคือยาพิษรุนแรงที่ใช้ฆ่ากวงเว่ย” เฉียนกู่ยอมรับสารภาพ
เหมยซูรับขวดยาทั้งสามมา จากนั้นนางก็ดม แล้วใช้เข็มเงินทดสอบ พอทำการทดสอบเสร็จ ก็เลยว่า “เฉียนกู่ไม่ได้โกหกเจ้าค่ะ”
“จงสารภาพมา เจ้าทำอะไรลงไปบ้าง” จางฟงเค้นถาม
“ในเมื่อพระองค์ทรงทราบทุกอย่างแล้ว พระองค์ก็ทรงเล่าเองเถิดพะย่ะค่ะ” เฉียนกู่มองออกว่าองค์รัชทายาททรงล่วงรู้แผนการของเขาทั้งหมดแล้ว
“ก็ได้! เราจะเล่าคดีนี้ให้ฟังเอง เราสืบได้ว่าเฉียนกู่เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเสิ่นตั้ว ดังนั้นจึงไม่มีทางที่เขาจะทรยศเสิ่นตั้วเด็ดขาด แต่อาจเป็นเพราะเสิ่นตั้วได้ขอร้องให้เขาแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มฝ่ายธรรมะ เพื่อที่ว่าเขาจะได้ช่วยกำจัดประมุขพรรคฝ่ายธรรมะให้สิ้นซาก
คดีแรกที่เขาทำก็คือการกำจัดท่านหลีช่าย ซึ่งวิธีการกำจัดก็คือ เฉียนกู่ได้ปลอมตัวเป็นท่านกวงเว่ย แล้วทำทีว่าจะยกถ้วยซุปบำรุงที่ใส่ยาพิษไปให้ท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียนดื่ม แต่พอเจอท่านหลีช่าย เขาก็ได้ทำการฝากให้หลีช่ายเป็นผู้ยกถ้วยซุปไปให้ท่านพ่อเฒ่าแทน นั่นจึงกลายเป็นว่าเขาสามารถโยนความผิดให้หลีช่ายได้อย่างง่ายดาย
มาถึงคดีที่สอง หลีช่ายถูกจับหลังจากโดนกล่าวหาว่าวางยาพิษ เมื่อเขาไม่รับผิด เขาจึงถูกทรมานร่างกาย แต่เขาก็ยังคงปากแข็งไม่ยอมรับสารภาพ เขาจึงถูกขังในคุกรอการตัดสินโทษต่อไป ดังนั้นตกกลางคืนเฉียนกู่ได้ลอบเข้าไปในคุก โดยวางยาสลบผู้คุมนักโทษ พอเข้าไปในคุกได้สำเร็จ เฉียนกู่ก็ทำทีว่ารู้สึกเห็นใจหลีช่ายและเชื่อว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ เฉียนกู่รอจังหวะที่หลีช่ายเผลอ เขารีบใช้ก้อนหินตีไปที่หัวโดยแรงจนหลีช่ายสลบไป จากนั้นก็เขาใช้ก้อนหินทุบไปที่หน้าผากหลีช่ายซ้ำไปซ้ำมา เพื่อจัดฉากให้เหมือนว่าหลีช่ายโขกศีรษะฆ่าตัวตาย จากนั้นก็เอาเลือดละเลงบนผนังห้องคุก โดยเขียนเป็นข้อความเลือดเพื่อให้ทุกคนเชื่อว่านี่คือข้อความสั่งเสีย แต่เขายังต้องการกำจัดประมุขพรรคฝ่ายธรรมะคนอื่นต่อ ดังนั้นเขาจึงเขียนข้อความเลือดเพื่อให้ทุกคนมองว่ากวงเว่ยที่หลีช่ายพยายามอ้างกับทุกคนนั้นเป็นคนร้ายจริงๆ ดังนั้นข้อความจึงชี้ความผิดไปที่กวงเว่ย แต่ที่เรายอมรับว่าเฉียนกู่เป็นคนรอบคอบมากก็คือ ถ้ามีคนไม่เชื่อว่ากวงเว่ยเป็นคนร้าย เขาก็ยังสามารถใส่ความจางฟงได้อีก โดยการเขียนข้อความเลือดที่ผนังคุกด้วยลายมือของจางฟงเพื่อใส่ร้ายเขา
เนื่องจากในคืนที่หลีช่ายตาย จางฟงนั้นได้มาพบเราและคุยปรึกษาหารือกันทั้งคืน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จางฟงจะเป็นคนร้าย แต่สำหรับกวงเว่ยนั้น เราไม่รู้จริงๆ ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์หรือไม่ เราจึงยังไม่ดำเนินการใดๆ จนกระทั่งเกิดคดีที่สาม นั่นก็คือ กวงเว่ยถูกเฉียนกู่วางยาพิษ แต่พิษชนิดนี้รุนแรงมาก เมื่อกินเข้าไปแล้ว มีผลทำให้เหยื่อตายทันที สรุปคือท่านเฉียนกู่ได้ก่อทั้งหมดสามคดีด้วยกัน”
“เสิ่นตั้วเหมาะแล้วที่จะเป็นผู้นำชาวยุทธ์ ไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะต่อต้านเขาไปทำไม ทำให้ยุทธภพวุ่นวายไปเปล่าๆ” เฉียนกู่เผยตัวตน
“เจ้านี่ช่างชั่วร้ายพอๆ กับเสิ่นตั้วจริงๆ ถึงว่าเจ้าเข้ากับเสิ่นตั้วได้” จางฟงกล่าว
“จับเขาไปขังไว้ก่อนเถิด” องค์รัชทายาททรงแนะนำ
จางฟงและไฉ่อี้จึงช่วยกันจับกุมเฉียนกู่ไปขังในคุกใต้ดินเพื่อรอการตัดสินโทษต่อไป
“หม่อมฉันจะรีบไปรักษาซานชุยเดี๋ยวนี้เพคะ” เหมยซูดีใจที่ได้ยาแก้พิษมาแล้ว
“ฝากด้วยนะ” องค์รัชทายาททรงรู้สึกโล่งพระทัย
“ได้เวลาประลองแล้ว” กรรมการซึ่งเป็นจอมยุทธ์ต่างแคว้นและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดกล่าวกับทั้งสองฝ่าย
เสิ่นตั้วเดินไปรอที่ลานประลองอย่างสง่าผ่าเผย
ท่านพ่อเฒ่าฝางเฉียนก็เดินตามไปและอยู่คนละฟากฝั่งกับเสิ่นตั้ว
ชายสวมหน้ากากได้กลับมานั่งข้างๆ องค์รัชทายาทเพื่อดูการประลอง
“เราได้ยินข่าวว่าผู้อาวุโสไม่ยอมออกมาจากป่าไม่ใช่หรือ” องค์รัชทายาททรงกระซิบ
“กระหม่อมได้แจ้งว่าซานชุยถูกวางยาพิษ ท่านพ่อเฒ่ารู้สึกผิดคิดว่าเขาได้รับเคราะห์แทนตน ท่านก็เลยยอมรับผิดชอบประลองแทนซานชุยพะย่ะค่ะ” เหลียงกังเล่า
“เจ้าว่าท่านพ่อเฒ่าจะสู้เสิ่นตั้วได้อย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงคาดการณ์ไม่ถูก
“หากเสิ่นตั้วไม่ใช้วิธีสกปรก ท่านก็คงชนะได้อย่างสบายๆ พะย่ะค่ะ” เหลียงกังกล่าว
“นั่นสินะ! เพราะเสิ่นตั้วเจ้าเล่ห์มากแบบนี้ไงล่ะ เราถึงกับต้องพาเสด็จพ่อไปซ่อนตัวไม่ให้ทุกคนทราบที่อยู่ของพระองค์ ไม่เช่นนั้นเสด็จพ่อคงถูกลอบปลงพระชนม์อีกเป็นแน่” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่โปรดอย่าประมาทฮ่องเต้พระองค์ใหม่นะพะย่ะค่ะ ฮ่องเต้กู่เหวินทรงต้องออกตามล่าฮ่องเต้พระองค์ก่อนจนสุดความสามารถเป็นแน่” เหลียงกังเตือน
“เราจะปกป้องเสด็จพ่อยิ่งชีวิต ว่าแต่เจ้าไปดูซานชุยเถิด เจ้าจะได้คุ้มกันท่านหมอเหมยซูด้วย” องค์รัชทายาทตรัส
“พะย่ะค่ะ” เหลียงกังที่สวมหน้ากากอยู่เขารีบมุ่งหน้าไปที่สถานที่ซ่อนตัวซานชุยทันที