[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★

    บทที่ 59 เงินของฉัน... อยู่ที่เธอ

    ไป๋ลู่กอดอก ประกาศจุดยืนเสียงแข็ง 

    “ฉันพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมนะ ฉันจะไม่ควักเนื้อจ่ายค่ารถให้เสิ่นซินลั่วเด็ดขาด! กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะยะ ยิ่งช่วงนี้ฉันกำลังเร่งความสูงอยู่ ขืนต้องมาอดมื้อกินมื้อเพราะยัยนั่น ชาตินี้ฉันได้หยุดสูงกลายเป็นหลักกิโลเคลื่อนที่ไปตลอดชีวิตแน่!”

    หลินเย่อายุน้อยที่สุด แถมยังเป็นน้องเล็กที่พวกพี่ๆ ในวงประคบประหงมมาตลอด เลยเป็นคนพูดจาโผงผางตรงไปตรงมาชนิดขวานผ่าซาก เขาเป็นคนแรกที่กระโดดออกมาผสมโรงกับไป๋ลู่ 

    “ผมก็ บ่จี๊ ไม่มีเงินจ่ายค่ารถให้พี่เสิ่นซินลั่วเหมือนกันครับ!”

    ตี๋เจียเออร์ไม่ได้พูดปฏิเสธแบบกระโชกโฮกฮาก แต่เหตุผลของเขาก็หนักแน่นจนเถียงไม่ออก 

    “ถ้าพวกเราลงขันจ่ายค่ารถให้เสิ่นซินลั่ว แล้วอีกสี่วันที่เหลือ พวกเราจะกินอะไร? จะดื่มอะไร? จะซุกหัวนอนที่ไหน? เดิมทีงบก็จำกัดจำเขี่ยจนแทบจะดมเกลืออยู่แล้ว ขืนต้องมาแบกภาระส่วนนี้อีก ได้พากันกินลมกินแล้งตายยกหมู่พอดี สิ่งที่เสี่ยวลู่พูดก็ถูก ความผิดพลาดของเสิ่นซินลั่ว... ไม่มีเหตุผลที่พวกเราต้องไปรับผิดชอบแทนเธอ”

    จู่ซินเอินหันไปมองฮั่วเหยียนฟาง “อาซุย แล้วนายล่ะ? คิดว่าไง?”

    ฮั่วเหยียนฟางตอบสั้นๆ ได้ใจความ “เงินของฉัน... อยู่ที่เธอ”

    สายตาของเขาเพ่งมองไปที่ไป๋ลู่

    คำว่า ‘เธอ’ ในที่นี้... ย่อมหมายถึงผู้กุมอำนาจทางการเงินอย่างไป๋ลู่แต่เพียงผู้เดียว!

    จู่ซินเอินพยักหน้าเข้าใจสถานการณ์ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาตัวต้นเรื่อง 

    “เสิ่นซินลั่ว... ต้องขอโทษด้วยนะ หลังจากปรึกษากันในทีมแล้ว พวกเราไม่มีใครมีเงินเหลือพอจะช่วยจ่ายค่ารถให้เธอได้จริงๆ ฉันส่งโลเคชันโรงแรมไปให้แล้ว เธอเปิดแผนที่นำทางแล้วเดินมาเองนะ พอถึงโรงแรมแล้ว ฉันจะช่วยถามฟรอนต์ให้ว่ามีรถไปรับไหม”

    เสิ่นซินลั่วไม่พูดพร่ำทำเพลง เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญเป็นเผาเต่าอยู่ปลายสาย

    จู่ซินเอินตัดบท “เอาเป็นว่าเดี๋ยวถึงโรงแรมแล้วฉันจะรีบถามให้นะ”

    จากนั้นเขาก็กดวางสายไปอย่างช่วยไม่ได้

    เดินเท้าตามแผนที่นำทางมาประมาณยี่สิบกว่านาที ในที่สุดทุกคนก็ลากสังขารมาถึงโรงแรม

    โรงแรมตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ สภาพห้องพักทั้งเล็กทั้งเก่า แต่ข้อดีอย่างเดียวคือสะอาดสะอ้านและราคาแสนจะถูก

    งบประมาณมีจำกัด จะเรื่องมากทำตัวเป็นเทวดาก็คงไม่ได้

    หลินเย่กับจู่ซินเอินตกลงจองห้องเตียงคู่ พวกเขาสองคนนอนห้องเดียวกันเพื่อประหยัดงบ

    ตี๋เจียเออร์คำนวณตัวเลขในหัวเสร็จสรรพ ก็เสนอไอเดียอยากจะหารห้องเตียงคู่กับฮั่วเหยียนฟาง เพราะจะประหยัดกว่าเปิดห้องเตียงเดี่ยวไปได้โข

    ฮั่วเหยียนฟางขมวดคิ้วเล็กน้อยภายใต้หน้ากาก

    ไป๋ลู่เห็นท่าไม่ดี รีบกระโดดออกมาขวางลำทันที “คุณนอนคนเดียวเถอะค่ะ! อาซุยเป็นหวัดงอมแงมอยู่ เดี๋ยวจะเอาไข้ไปติดคุณ มันจะไม่ดีนะ รอให้เขาหายป่วยก่อนค่อยว่ากัน!”

    ตี๋เจียเออร์เป็นคนหัวไวและอ่านบรรยากาศเป็นเลิศ เขาหัวเราะแห้งๆ แล้วหาทางลงให้ตัวเองอย่างแนบเนียน “นั่นสินะครับ... ถ้ามีคนป่วยเพิ่มเป็นสองคน ภารกิจเช็กอินแปดที่คงจะยากขึ้นไปอีกระดับฮาร์ดคอร์แน่ๆ”

    สรุปแล้ว อีกสามคนที่เหลือจึงกัดฟันเปิดห้องเตียงเดี่ยวแยกกันคนละห้อง

    ตี๋เจียเออร์งัดสกิลภาษาญี่ปุ่นแบบงูๆ ปลาๆ เข้าไปเจรจากับพนักงานต้อนรับ ก่อนจะเดินกลับมารายงานผลให้เพื่อนๆ ฟัง “ทางโรงแรมบอกว่า... มีออปชันให้เลือกระหว่างเช่ารถ หรือไม่ก็ยืมจักรยานของโรงแรมฟรีครับ”

    ไป๋ลู่ตาโต “ค่าเช่ารถเท่าไหร่คะ?”

    ตี๋เจียเออร์ทำหน้าสยอง “ชั่วโมงละหกพันเยน ถ้าจ้างคนขับด้วยก็หนึ่งหมื่นเยน... ค่าเช่ารถกับค่าแท็กซี่ที่นี่แพงหูฉี่พอๆ กันเลยครับ ปล้นกันชัดๆ”

    จู่ซินเอินโทรหาเสิ่นซินลั่วอีกรอบ บอกสถานการณ์และราคาให้เธอรับรู้ แล้วให้เธอตัดสินใจเองว่าจะเช่ารถไหม

    ผลปรากฏว่า... เสิ่นซินลั่วร้องห่มร้องไห้ เลือกเช่ารถพร้อมคนขับ โดยยืนยันว่าเธอจะเป็นคนจ่ายเงินเอง!

    ตี๋เจียเออร์เดินไปติดต่อประสานงานกับทางโรงแรม

    ไป๋ลู่แค่นหัวเราะอย่างเหลืออด 

    “ค่าเช่ารถหนึ่งหมื่น... ค่าห้องพักเก้าพัน... เบ็ดเสร็จเธอจะเหลือเงินติดตัวแค่ หนึ่งพันเยน! ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าเธอจะเอาเงินที่ไหนซื้ออาหารยัดใส่ท้องอีกสี่วัน!”

    หลินเย่ส่ายหน้าอย่างเวทนา “พี่เสี่ยวลู่ พี่ลืมค่าตั๋วรถไฟรายสัปดาห์อีกหนึ่งพันห้าร้อยเยนไปหรือเปล่าครับ”

    สรุปว่าเสิ่นซินลั่วยังขาดค่าห้องพักอยู่อีกห้าร้อยเยนเหรอเนี่ย?

    บริหารเงินได้ อัจฉริยะ จริงๆ แม่คุณ!

    ไป๋ลู่เกือบจะหลุดขำก๊ากออกมาแล้ว

    เนื่องจากมีกฎเหล็กของรายการว่าต้องไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มก้อน ดังนั้นทุกคนเลยจำใจต้องรอเสิ่นซินลั่วเดินทางมาถึงก่อน ถึงจะออกไปหาข้าวมื้อเย็นกินได้

    ทุกคนเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้อง แล้วลงมานั่งจับเจ่ารอเสิ่นซินลั่วที่ล็อบบี้

    จู่ซินเอินอายุมากที่สุด ปกติก็เคยชินกับการดูแลน้องๆ ในวงอยู่แล้ว เขาจึงรับบทบาท ‘พี่ใหญ่’ ของกลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

    ตี๋เจียเออร์รับหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว จู่ซินเอินเลยเข้าไปกระซิบปรึกษาเขา 

    “ค่าห้องที่ขาดอีกห้าร้อย ฉันพอจะเจียดให้เสิ่นซินลั่วยืมก่อนได้ แต่สี่วันที่เหลือล่ะ? เธอจะกินอะไร? ทีมงานไม่ยอมช่วยแน่ๆ พูดกันตามตรง... สุดท้ายก็คงต้องเป็นพวกเรานี่แหละที่ต้องแบกภาระดูแลเธอ”

    กล้องถ่ายทำจ่ออยู่ข้างๆ ตี๋เจียเออร์เลยพูดอ้อมๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์แต่ก็แฝงความจริงอันโหดร้าย 

    “ทุกคนก็งบจำกัดกันทั้งนั้น จะเอาเงินเหลือที่ไหนไปเลี้ยงข้าวเสิ่นซินลั่วล่ะครับพี่?”

    จู่ซินเอินถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

    “ฉันกะว่าพวกเราจะกินข้าวรวมกัน จะได้ประหยัดหน่อย แล้วก็หนีบเสิ่นซินลั่วไปด้วย ผู้หญิงตัวเล็กๆ คงกินไม่เยอะเท่าไหร่หรอก... แต่นายพูดก็ถูก ทุกคนต่างก็ลำบาก ไม่มีใครมีเงินเหลือพอจะเลี้ยงเสิ่นซินลั่วหรอก ฉันไม่น่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเลย... ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันหาวิธีแก้ปัญหาเอง”

    ตี๋เจียเออร์ทำหน้าจนใจ 

    “พี่เอิน พี่จะหาวิธีไหน? พี่พักห้องคู่กับเจ้าเย่ เงินเหลือเยอะกว่าผมแค่นิดเดียวเองนะ พี่เองก็มีเงินไม่เท่าไหร่ ถ้าให้เสิ่นซินลั่วกินด้วยจนเงินหมด แล้วพี่จะกินอะไร? จะยอมอดตายเพื่อช่วยเขาเหรอ?”

    จู่ซินเอิน “ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถอะ จะปล่อยให้เสิ่นซินลั่วอดตายต่อหน้าต่อตาก็คงไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะมาถ่ายรายการด้วยกัน พูดตรงๆ ฉันก็ไม่อยากยุ่งกับเธอหรอก”

    “ช่างเถอะ... งั้นให้เสิ่นซินลั่วมากินกับพวกเราสองคนแล้วกัน” ตี๋เจียเออร์ย้ำจุดยืนชัดเจน 

    “พี่เอิน... ผมสงสารพี่นะ ไม่ได้อยากช่วยเสิ่นซินลั่วบอกไว้ก่อน”

    จู่ซินเอินซึ้งใจ “เจียเออร์ ขอบใจมากนะ”

    ตี๋เจียเออร์โบกมือปัดๆ ทำท่าว่าไม่เป็นไร

    ไป๋ลู่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังง่วนอยู่กับการดูแลคุณชายฮั่วที่ป่วยอยู่ พอหูผึ่งได้ยินบทสนทนา ก็หันไปถามฮั่วเหยียนฟางเสียงเบา “อาซุย... พวกเราช่วยพี่เอินกับพี่เจียเออร์กันดีไหมคะ?”

    ฮั่วเหยียนฟางตอบสั้นๆ “เธอว่าไงฉันก็ว่าตามนั้น”

    “พี่เอิน พี่เจียเออร์คะ” ไป๋ลู่หันไปพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

    “ค่าข้าวของเสิ่นซินลั่ว... ฉันกับอาซุยจะช่วยหารด้วยนะคะ ไม่ใช่เพราะอยากช่วยเสิ่นซินลั่วนะคะ แต่ฉันสงสารพวกพี่ต่างหาก! ไม่อยากให้พวกพี่ต้องลำบากแบกภาระยัยนั่นจนตัวเองอดตาย!”

    ในขณะเดียวกัน

    เสิ่นซินลั่วนั่งอยู่บนรถเช่าหรูที่ทางโรงแรมส่งไปรับ แต่ก็ยังคงร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายไม่หยุดหย่อน

    VJ ที่ตามถ่ายถึงกับพูดไม่ออก “เอ่อ... ขึ้นรถมาแล้ว คุณจะร้องไห้อะไรอีกครับ?”

    เสิ่นซินลั่วเงยหน้าขึ้น ดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้จนดูไม่ได้ 

    “ฮึก... ฉันกลัวจะตายนี่คะ โทรหาใครก็ไม่มีใครรับสาย พอติดต่อได้ ทุกคนก็ทิ้งฉัน...”

    VJ อดทนฟังมานาน สุดท้ายก็ทนไม่ไหว สวนกลับนิ่มๆ 

    “ถ้าทุกคนทิ้งคุณจริงๆ แล้วคุณขึ้นมานั่งบนรถคันนี้ได้ยังไงครับ?”

    โอ้โห! พี่ VJ พูดแทนใจคนดูในไลฟ์สตรีมแบบสุดๆ!

    เวลาที่โอซาก้าเร็วกว่าในประเทศจีนหนึ่งชั่วโมง

    แม้จะเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว แต่ยอดคนดูในไลฟ์สตรีมก็ยังมีหลายแสนคนอย่างหนาแน่น

    เพียงแต่ช่องไลฟ์ของเสิ่นซินลั่ว... แทบไม่มีคนดูเลย

    มีคนดูอยู่แค่ไม่กี่ร้อยคน แถมทั้งหมดล้วนมาเพื่อรัวคอมเมนต์ด่าเธอแบบนอนสต็อป!

    รูปแบบประโยคและแถวคอมเมนต์เป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับนัดกันมา พิมพ์เหมือนกันหมดว่า 

    ‘เสิ่นซินลั่ว ไสหัวไปจากวงการบันเทิงซะ!’

    [ผู้หญิงคนนี้ สุดจะทนจริงๆ! กล้าพูดได้ไงว่าคนอื่นทิ้ง? จู่ซินเอินกับตี๋เจียเออร์แทบจะไม่มีข้าวกินเพื่อช่วยหล่อนเนี่ยนะ! สามัญสำนึกมีไหม!]

    [เจียเออร์อุตส่าห์คุยกับโรงแรมปากเปียกปากแฉะตั้งนานเพื่อช่วยหาทางประหยัดค่ารถให้! นี่เรียกว่าทิ้งเหรอ? นังบ้าเอ๊ย!]

    [อกตัญญูสิ้นดี! นิสัยเหมือนยัยเฉียวเซียนอี๋เปี๊ยบ ถอดแบบกันมาเลย! คิดว่าโลกต้องหมุนรอบตัวเองหรือไง!]

    [ไม่น่าไปช่วยหล่อนเลย! ปล่อยให้อดตายไปซะให้เข็ด!]

    [เสิ่นซินลั่วลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองรับบทเป็นแม่บ้าน! มีหน้าที่ดูแลแขกรับเชิญ! ตอนนี้กลับกลายเป็น ตัวถ่วง ให้แขกรับเชิญต้องมาดูแลตัวเองแทน! หน้าไม่อาย!]

    [ตอนอยู่สนามบินเสี่ยวลู่ด่าเสิ่นซินลั่วได้สะใจมาก! มีเหตุผลทุกคำ!]

    [ไป๋เสี่ยวลู่ทำไมไม่ด่าให้หนักกว่านี้นะ น่าจะเอาให้จมดินไปเลย!]

    [พอเถอะ! อย่าไปดูให้เสียอารมณ์เลย ไปช่องข้างๆ ดูเสี่ยวลู่กับคนหล่อดีกว่า กรี๊ดดดดด!]

    [คนหล่อเยอะมาก! ฉันเลือกไม่ถูกเลยว่าจะมองใครดี ตาลายไปหมดแล้ว!]

    [รายการนี้ คัดหน้าตามาแบบพรีเมียมจริงๆ งานดีทุกคน!]

    [ฮ่าๆๆๆ พวกเขานั่งกันเงียบๆ หกคน แค่เสพความหล่อก็อิ่มทิพย์แล้วจ้า]

    [พ่อหนุ่มแมสก์ปิดหน้าคนนั้น... แค่เห็นตาคู่นั้น ฉันก็ไปไหนไม่รอดแล้ว แววตาพิฆาตมาก!]

    [ให้เวลาสิบนาที! ฉันต้องการข้อมูลทุกอย่างของพ่อหนุ่มแมสก์คนนั้น! ใครก็ได้เปิดวาร์ปที!]

    ไม่นาน บทสนทนาในโลกออนไลน์ก็เริ่มเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่ฮั่วเหยียนฟาง

    ชาวเน็ตผู้ทรงอิทธิพล ขุดคุ้ยหากันมาทั้งบ่ายจนแผ่นดินพลิก ก็ยังหาข้อมูลของพ่อหนุ่มแมสก์ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

    จนกระทั่ง... แอคเคาต์ Weibo อย่างเป็นทางการของรายการ ได้ปล่อยรายชื่อแขกรับเชิญออกมา

    ชาวเน็ตถึงกับอ้าปากค้าง ตาถลนกันเป็นแถบ!

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★ ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592