
เครดิตภาพจาก https://www.wallpapertip.com
ใบหน้าสวยใสของอากิเนะกลับมาราบเรียบอีกครั้งดวงตาเปล่งประกายจริงจัง ทำให้มารร้ายรู้ทันทีว่าเธอคิดจะทำอะไร แต่ถึงกระนั้น ก็มีสิ่งหนึ่งที่มันสงสัยมาตลอด
“ว่าแต่ทำได้ยังไง ปกติ มารอย่างข้าสามารถล่วงรู้ในสิ่งที่มนุษย์คิด แต่กลับอ่านใจของเจ้าและไอ้แก่นั่นไม่ออก” มารร้ายพูดจบ ก็กลอกตาไปยังเทพศาสตราที่ยืนอยู่ไม่ห่าง
“สำหรับท่านปู่ เดาว่าเขาคงใช้วิธีปล่อยจิตให้ไร้ความคิดแล้วปล่อยกายให้เคลื่อนไหวไปตามกระแส ซึ่งเป็นวิธีที่นักสู้ชั้นสูงใช้กัน ส่วนเรานั้น…..”อากิเนะพูดค้างไว้แค่นั้น ก่อนจะเฉลย
“ไม่บอก แบร่…..”
มารร้ายถึงกับอึ้งกิมกี่ เพราะอีกฝ่ายโต้ตอบด้วยการแลบลิ้นใส่ไม่เพียงอมนุษย์เท่านั้นที่มึน เทพศาสตราก็งงไม่ใช่น้อย เพราะตั้งแต่เล็กยันโตอากิเนะนั้นเรียบร้อยมาตลอด ดังนั้น กิริยาดังกล่าวจึงเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายทว่าเด็กสาวกลับแอบขบคิด
“หึ หึ หึ…ใครจะบอกว่าเราแอบใช้คาถาบิดเบือนความคิด เพื่อป้องกันมารร้ายอ่านใจต้องป่วนมันให้หนัก แบบเดียวกับที่นายลิงนั่นชอบใช้ ” ถึงนาทีนี้อากิเนะรู้แล้วว่ามาวินมีอิทธิพลต่อเธอมากแค่ไหน เพราะแค่กลวิธีเล็กๆน้อยๆเด็กสาวยังลอกเลียนมาใช้
พอปั่นประสาทของมารร้ายจนหนำใจอากิเนะก็เริ่มต้นด้วยการยกสองแขนหมุนวนเป็นวงกลม ท่วงท่าไม่ผิดไปจากร่ายรำใบหน้างดงามสงบนิ่ง ดวงตาปิดพริ้ม ทว่าอมนุษย์ไม่ยอมให้เด็กสาวใช้คาถาโดยสะดวกมันป่วนกลับทันควัน
“ต่อให้แกพยายามแค่ไหน ก็ไม่สำเร็จหรอก ปัจจัยที่จะดึงเจ้านั่นกลับมาขึ้นอยู่กับตัวเองเท่านั้น และเชื่อเถอะว่า….เจ้าหนูหัวเขียวไม่อยากกลับมาหรอกเพราะมันได้สิ่งที่ต้องการไปแล้ว ”
อากิเนะกระตุกเล็กน้อย เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่มารร้ายพูดถึงคืออะไรแต่มั่นใจว่ามันน่าจะมุ่งหวังทำลายสมาธิ จะได้ร่ายคาถาไม่สำเร็จแน่นอนว่าอมนุษย์ไม่ปล่อยโอกาสดีให้ลอยผ่าน จึงโจมตีด้วยสงครามประสาทต่อ
“และทางเดียวที่จะกำจัดข้าได้คือ......สังหารร่างนี้เท่านั้น แต่ถ้าทำแบบนั้น เจ้าหนูหัวเขียวก็จะตายไปด้วยพวกแกทำไม่ได้หรอก ดังนั้นปล่อยข้าไปดีกว่า คึ คึ คึ…..”
ถึงตรงนี้ อากิเนะเริ่มเป๋ ในหัวประกอบไปด้วยความคิดที่วกวนความไม่มั่นใจผุดขึ้นมาจนสมาธิแตกกระเจิง แต่เทพศาสตราผู้เป็นปู่กลับตะโกนเตือนสติ
“อย่าไปฟังมารร้าย มันหวังป่วนประสาทให้เจ้าสับสน จะได้ร่ายคาถาล้มเหลวตั้งสมาธิต่อไป เรามาถูกทางแล้ว วิธีนี้ต้องช่วยเจ้าหนูได้แน่ ไม่งั้น อมนุษย์คงไม่พยายามขัดขวางขนาดนี้”
เสียงของท่านปู่สร้างความหวังให้แก่อากิเนะเป็นอันมากเพราะเป็นน้ำคำที่สมเหตุผล เธอจึงรวบรวมสมาธิต่อไปโดยไม่ฟังสิ่งที่มารร้ายพยายามพูดกรอกหู
“เจ้าทำไม่สำเร็จหรอก ล้มเลิกเถอะ ทำไปก็เหนื่อยเปล่า ”
การร่ายคาถาคืบหน้าไปเรื่อยๆ แสงสว่างสีขาวเริ่มเปล่งประกายที่สองมือแถมแสงนั้นยังค้างอยู่กลางอากาศเป็นรูปอักขระประหลาดคล้ายว่ามันถูกวาดด้วยปลายนิ้วของอากิเนะ ในที่สุด เธอก็เปลี่ยนมาพนมมือที่กลางอกปากก็บริกรรมคาถาที่มุ่งหมาย
“ห้วงวารีไม่เคยย้อนกลับ กาลเวลาไม่เคยหวนคืนขอมวลหมู่เทพจงส่งข้าสู่สำนึกแห่งจิตวิญญาณ ”
ทันทีที่อากิเนะว่าคาถาจบ แสงสว่างสีขาวก็เปล่งประกายออกมาจากอักขระประหลาดอย่างรุนแรงไม่นาน มันก็พุ่งไปกระทบศีรษะของมาวินด้านมืด ทำให้ใบหน้าของมารร้ายสะบัด
………………………..
อากิเนะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง มันเงียบสงบไม่ได้ยินเสียงปั่นประสาทของมารร้ายอีกต่อไป อันดูคล้ายตกอยู่ในโลกมืดที่ไร้ตัวตนเธอจึงลืมตาขึ้นมา และสิ่งแรกที่ได้เห็นก็คือ…….
“เฮ………”
“เอ๊ะ! นี่มัน…..” อากิเนะตกใจ เพราะสถานที่ที่เธออยู่คืออัฒจันทร์ขนาดใหญ่ รอบกายปรากฏผู้คนมากหน้าหลายตาพวกเขาสวมชุดประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะเด็กสาวเป็นคนจากโลก The Dark World จึงไม่รู้ว่าชาวโลกแต่งตัวอย่างไร
แม้มาจากต่างโลก แถมยังอยู่แต่ในเขตแดนลี้ลับของเทพศาสตราแต่ก็พอรู้ด้วยสัญชาตญาณว่านี่น่าจะเป็นงานแข่งขันบางอย่าง ด้วยมองไปที่ลานประลอง ซึ่งกว้างประมาณครึ่งสนามฟุตบอลจะพบกับเนินลาดชันขนาดใหญ่ที่ทำมาจากเหล็ก พวกมันมีสองอันและตั้งประจันหน้ากันแต่ไม่ทันได้ทำสิ่งใด เด็กสาวก็ได้ยินเสียงประกาศจากโฆษก
“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่การแข่งขันสเก็ตบอร์ดชิงแชมป์โลก ขอเชิญพบกับดาวเด่นประจำงานนั่นก็คือ….มาวิน ชายหนุ่มหัวเขียวจากประเทศไทย ”
“เอ๊ะ! นี่มันชื่อของนายลิงนี่นา หรือว่าจะเป็นเขา ” อากิเนะสะดุ้งโหยงเธอรีบหันไปมองประตูทางเข้าที่อยู่ตรงมุมอัฒจันทร์ ก็พบกับบุคคลที่ตามหานั่นก็คือ…..มาวิน
“เฮ……มาวิน มาวินมาวิน…..”
เสียงขนานนามจากผู้คนนับหมื่นดังไม่ได้ศัพท์ บ่งบอกถึงความโด่งดังของผู้ปรากฏตัวแต่มาวินในเวลานี้ดูเปลี่ยนไปมาก เขาตัวสูงขึ้นจนใกล้เคียงกับมาตรฐานชายไทย ใบหน้าคมสันและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นดวงตาเรียวเล็กส่อแววจริงจังจนน่ากลัว ทั่วร่างอยู่ในชุดเก่งที่โปรดปรานนั่นก็คือเสื้อยืดขาวที่มีเสื้อฮาวายปกคลุม กางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีเทามีสนับป้องกันเข่าและศอก สิ่งเดียวที่ไม่ต่างจากเดิมก็คือ……ผมตั้งเป็นกระบังที่ย้อมเขียว
“คาถาเดินทางสู่โลกแห่งจิตใจใช้ได้ผล ตะ…แต่เราจะเข้าไปหานายลิงนั่นยังไง ”แม้อากิเนะจะดีใจที่ร่ายคาถาสำเร็จ แต่ก็ยังมีปัญหาให้จุกอก สุดท้ายก็ได้คิด
“อืม….งั้นรอให้ปลอดคน แล้วค่อยเข้าหาตานั่นดีกว่าระหว่างนี้ก็ดูความฝันของนายลิงไปก่อน ”
อากิเนะรู้สึกเพลิดเพลิน เพราะเธอไม่เคยประสบกับอะไรที่อลังการแบบนี้มาวินดูยิ่งใหญ่และโด่งดัง ราวกับทุกคนในดินแดนจับจ้องไปที่เขาแถมเสียงดนตรีประกอบงานก็เป็นแนวร็อคที่ร้อนแรง อันผิดกับสภาพแวดล้อมที่จากมา
“ที่นี่คือที่ไหนของThe Dark World นะ เราไม่เคยออกจากเขตแดนลี้ลับซะด้วยนายลิงใช้ชีวิตอยู่ในที่แบบนี้จริงเหรอ ” (อากิเนะยังไม่รู้ว่ามาวินมาจากโลกมนุษย์)
ถึงจะเรื่องให้ชวนคิดมากมาย แต่บรรยากาศที่เร้าใจก็ทำให้อากิเนะลืมเลือนทุกสิ่งและหันกลับมาสนใจการแข่งซึ่งมาวินกำลังโบกมือให้เหล่าผู้ชม ก่อนจะสวมหมวกกันน็อคสีเขียวสด ทันใดนั้นเองโฆษกของงานก็ป่าวประกาศ
“ขณะนี้ มาวิน ตัวเเทนจากประเทศไทย ยังมีคะแนนเป็นอันดับสองเขาต้องได้สิบแต้มเต็มเท่านั้น จึงจะพลิกเกมกลับมาเป็นแชมป์โลกชายผู้นี้จะทำได้มั้ย เรามาคอยดูไปด้วยกัน ”
“สู้เขานะ นายลิง ” อากิเนะเริ่มอินตาม ดูเหมือนเธอจะหลงลืมไปว่านี่คือโลกแห่งจิตใจ
“เอาล่ะ เรามาเริ่มนับถอยหลังกันได้แล้วครับ ” โฆษกยังประกาศอยู่เสียงเพลงและผู้คนสงบลงไปแล้ว บ่งบอกว่าทุกชีวิตกำลังลุ้น
“10 9 8 7 6……..”โฆษกเริ่มลงมือนับ ส่วนมาวินก็ตั้งหลักที่จุดสตาร์ท เขาย่อตัวลงเล็กน้อยสายตามองตรงไปข้างหน้า ใต้เท้าเท้าเหยียบสเก็ตบอร์ดสีเขียวสลักลายเพลิง ”
“ 5 4 3 2…..”พอโฆษกนับถึงตรงนี้ อากิเนะเริ่มได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของตนเองอันแสดงให้รู้ว่าเธอเองก็ลุ้นเช่นกัน
“1 0…..Begin……” สิ้นคำของโฆษก เสียงปืนก็ดังสนั่นเป็นสัญญาณให้เริ่มเกมน่าแปลกที่อากิเนะไม่ตกใจ อาจเป็นเพราะเสียงดังกล่าวไม่ดังไปกว่าเวทมนตร์ที่เธอเคยใช้แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะมันวินกำลังพุ่งไปข้างหน้า พร้อมสเก็ตบอร์ดคู่ใจ
มาวินวิ่งตรงไปข้างหน้า เป้าหมายคือเนินลาดชันที่สูงประมาณตึกสามชั้นความเร็วในการทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้นักกีฬาหัวเขียวไต่ขึ้นไปบนเนินลาดชั้นอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่ถึงยอดเขาและสเก็ตบอร์ดคู่ใจก็ลอยตัวบนกลางอากาศแวบนึง
แม้อากิเนะจะไม่เคยเห็นเกมกีฬาแบบนี้มาก่อนแต่บอกได้เลยว่าท่วงท่าที่มาวินแสดงออกมานั้นดูสุดยอดมากทั้งการย่อและหมุนตัวเป็นอะไรที่เนียนตา อันดูไม่ผิดแผกไปจากใบไม้ที่ลู่ตามลม
“ว้าว…..นะ…นี่มันคือนายลิงจริงๆเหรอ ทำไมสุดยอดแบบนี้ ”อากิเนะอุทานเบาๆด้วยอาการลืมตัว แต่ไม่ทันสิ้นคำร่างสันทัดของหนุ่มหัวเขียวก็ร่วงหล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลกทว่าสองเท้ากลับย่ำลงไปบนสเก็ตบอร์ด เพื่อให้ล้อของมันกระแทกบนทางลาด
ความแรงที่หนุ่มนักกีฬาทิ้งตัวลงมา ประกอบกับล้อกลมที่ไหลไปตามทาง ช่วยเพิ่มความเร็วในการพุ่งทะยานเป้าหมายคือเนินลาดฝั่งตรงข้าม
พอมาวินไปถึงยอดเนิน เขาก็ลอยตัวกลางอากาศเหมือนเมื่อครู่ แต่คราวนี้หนุ่มร่างสันทัดได้หมุนตัวเป็นวงกลมอันเป็นท่วงท่าที่ซับซ้อนและเหลือเชื่อว่ามนุษย์จะทำได้
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
