ตอนที่ 6 การฝึกฝนกับผู้เฒ่า
“ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะปกป้องคนที่ข้ารักและพิสูจน์ว่าข้ามีค่า” เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
การฝึกฝนต่อเนื่องในทุกๆ วันทำให้เหว่ยหลิงมีความแข็งแกร่งและความมั่นใจมากขึ้น แม้จะเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคมากมาย แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อ ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม เหว่ยหลิงจะสามารถเผชิญกับทุกอุปสรรคและสร้างชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต
ในยามเช้าที่อากาศเย็นสบาย ลมพัดเบาๆ สายหมอกบางๆ คลุ้งไปทั่วป่าลึก เหว่ยหลิงเดินไปยังกระท่อมไม้เก่าของผู้เฒ่าเหอที่ตั้งอยู่กลางป่า ต้นไม้ใหญ่และพืชพรรณเขียวขจีล้อมรอบ ทำให้บรรยากาศดูสงบและเป็ธรรมชาติ เมื่อเขามาถึง เหว่ยหลิงเห็นผู้เฒ่าเหอกำลังนั่งสมาธิอยู่หน้ากระท่อม ใบหน้าแสดงถึงความสงบและเมตตา
“ข้ามาเพื่อขอคำแนะนำในการฝึกปราน ท่านผู้เฒ่า” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เคารพและมั่นคง
ผู้เฒ่าเหอลืมตาขึ้นและมองเหว่ยหลิงด้วยสายตาที่คมชัด “เ้าเด็กหนุ่ม ข้าเห็นความมุ่งมั่นในสายตาของเ้า วันนี้ข้าจะสอนวิธีการควบคุมพลังปราณในระดับที่สูงขึ้น ตามข้ามา”
ผู้เฒ่าเหอนำเหว่ยหลิงไปยังพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่และหญ้าเขียวขจี เสียงลมที่พัดผ่านใบไม้ทำให้เกิดเสียงกรอบแกรบเบาๆ เพิ่มบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย
“เ้าต้องเรียนรู้การควบคุมพลังปราณให้ละเอียดและมีประสิทธิภาพ หายใจเข้าออกอย่างลึกซึ้งและสม่ำเสมอ ฟังเสียงของลมและธรรมชาติรอบตัวเ้า” ผู้เฒ่าเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและมั่นคง
เหว่ยหลิงนั่งลงและทำตามคำแนะนำของผู้เฒ่า เขาหายใจเข้าลึกๆ และพยายามฟังเสียงของลมและธรรมชาติรอบตัว เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว เสียงลมหายใจที่พัดผ่านใบไม้ และเสียงของลำธารที่ไหลริน ทั้งหมดนี้ทำให้เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับธรรมชาติและพลังชี่ที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว
“ดีมาก เ้ากำลังทำได้ดี” ผู้เฒ่าเหอกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “ตอนนี้เ้าต้องเริ่มฝึกการควบคุมพลังปราณในร่างกาย ลองใช้พลังชี่ในการเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย”
เหว่ยหลิงพยักหน้าและเริ่มฝึกฝนตามคำแนะนำของผู้เฒ่า เขาใช้พลังชี่ในการเพิ่มความทนทานและแรงของร่างกาย การฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยพลังชี่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองกำลังเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ในค่ำคืนที่เงียบสงบ ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง เหว่ยหลิงนั่งสมาธิอยู่ริมลำธาร ความทรงจำในวัยเด็กและการฝึกฝนกับผู้เฒ่าเหอกลับมาหาเขาอีกครั้ง เขารู้สึกถึงความมุ่งมั่นและความพยายามที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้
“ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าข้ามีค่า และใช้พลังที่ข้าได้เรียนรู้ในการทำสิ่งดีๆ” เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง เขามองไปที่ดวงจันทร์ที่ส่องแสงลงมา และรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับอดีตและอนาคต
เสียงน้ำไหลเบาๆ ที่ริมลำธารสร้างความรู้สึกสงบและมั่นคง เหว่ยหลิงรู้ว่าเขายังมีเส้นทางยาวไกลที่ต้องเดินต่อไป แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม เขาจะสามารถเผชิญกับทุกอุปสรรคและสร้างชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต
เขารู้ว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่เชื่อมั่นในตัวเขา หลิวหยายังคงอยู่เคียงข้างเขา ให้กำลังใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา ไม่ว่าจะเผชิญกับความยากลำบากเพียงใด เหว่ยหลิงจะไม่ยอมแพ้ และเขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขามีค่ามากกว่าที่คนอื่นคิด
ในยามบ่ายที่อากาศร้อนและชื้น เหว่ยหลิงฝึกฝนวิชาการต่อสู้อยู่กลางป่าลึก เสียงลมพัดผ่านใบไม้สร้างเสียงกรอบแกรบเบาๆ เขาหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยพลังปราณให้ไหลเวียนในร่างกาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันไปมองและเห็นหยางจิ้นและกลุ่มเด็กชายเดินเข้ามาใกล้ สายตาของหยางจิ้นเต็มไปด้วยความโกรธและความเยาะเย้ย
“เหว่ยหลิง! ข้าบอกแล้วว่าเ้าจะไม่มีวันหนีข้าพ้น เ้ามันก็แค่สวะขยะไร้พลัง!” หยางจิ้นะโด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูก
เหว่ยหลิงยืนนิ่งมองหยางจิ้นด้วยสายตาที่มั่นคง “ข้าไม่ใช่คนเดิมที่เ้าเคยรังแก ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าข้ามีค่ามากกว่าที่เ้าคิด”
หยางจิ้นหัวเราะเสียงดัง “งั้นก็ลองดูสิ!” เขาพูดพร้อมกับพุ่งเข้ามาโจมตีเหว่ยหลิงด้วยความรวดเร็ว
เหว่ยหลิงเตรียมพร้อมรับมือ เขาใช้หมัดและเท้าในการป้องกันตัว หมัดแรกของหยางจิ้นถูกเหว่ยหลิงรับด้วยฝ่ามือ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวและใช้ข้อศอกโจมตีเข้าที่ท้องของหยางจิ้น หยางจิ้นโกรธมากขึ้นและตอบโต้ด้วยการเตะข้าง แต่เหว่ยหลิงก็ยกเข่าขึ้นรับและใช้ขากวาดเข้าที่ข้อพับของหยางจิ้นทำให้เขาล้มลง
“เ้ามันก็แค่คนอ่อนแอที่ไม่มีทางชนะข้าได้!” หยางจิ้นะโด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย เขาลุกขึ้นมาอีกครั้งและพุ่งเข้าหาเหว่ยหลิง
เหว่ยหลิงใช้หมัดในการป้องกันและโจมตี หมัดซ้ายของเขาปะทะกับหมัดของหยางจิ้น ก่อนที่เขาจะใช้เท้ากวาดเข้าที่ข้อพับของหยางจิ้นอีกครั้ง ทำให้เขาล้มลงไปบนพื้น
“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะไม่ยอมแพ้” เหว่ยหลิงพูดด้วยเสียงที่มั่นคง
หยางจิ้นลุกขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะล้มลงหลายครั้งแต่ความโกรธของเขากลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาพุ่งเข้ามาอีกครั้งด้วยความเร็วและพลังที่มากขึ้น
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงการปะทะของหมัด เท้า เข่า และศอกดังก้องไปทั่วป่า เหว่ยหลิงใช้ทักษะการต่อสู้ที่ผู้เฒ่าเหอสอนให้ในการป้องกันและตอบโต้ แต่หยางจิ้นก็ไม่ยอมแพ้ ทุกการโจมตีเต็มไปด้วยความโกรธและความเยาะเย้ย
“เ้าไม่มีทางชนะข้าได้!” หยางจิ้นะโด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและความโกรธ
“ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะพิสูจน์ให้เ้าเห็นว่าข้ามีค่า” เหว่ยหลิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง เขาหายใจเข้าลึกๆ และรวบรวมพลังปราณในร่างกาย
ในการโจมตีครั้งสุดท้าย เหว่ยหลิงใช้พลังปราณในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของหมัด เขาพุ่งเข้าหาหยางจิ้นและใช้หมัดซ้ายปะทะกับหน้าอกของหยางจิ้นอย่างรุนแรง หยางจิ้นล้มลงไปบนพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้
“เ้าคิดว่าเ้าจะชนะได้จริงๆ หรือ?” หยางจิ้นพูดด้วยเสียงที่สั่น “ข้าจะกลับมาอีก และข้าจะทำให้เ้าเห็นว่าเ้าไม่มีทางเทียบเท่าข้าได้!”
ในค่ำคืนที่เงียบสงบ ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง เหว่ยหลิงนั่งอยู่ริมลำธาร ความทรงจำในวัยเด็กและการเผชิญหน้ากับหยางจิ้นในอดีตกลับมาหาเขาอีกครั้ง เขารู้สึกถึงความมุ่งมั่นและความพยายามที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้
“ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าข้ามีค่า” เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง เขามองไปที่ดวงจันทร์ที่ส่องแสงลงมา และรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับอดีตและอนาคต
เสียงน้ำไหลเบาๆ ที่ริมลำธารสร้างความรู้สึกสงบและมั่นคง เหว่ยหลิงรู้ว่าเขายังมีเส้นทางยาวไกลที่ต้องเดินต่อไป แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม เขาจะสามารถเผชิญกับทุกอุปสรรคและสร้างชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต
เขารู้ว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่เชื่อมั่นในตัวเขา หลิวหยายังคงอยู่เคียงข้างเขา ให้กำลังใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา ไม่ว่าจะเผชิญกับความยากลำบากเพียงใด เหว่ยหลิงจะไม่ยอมแพ้ และเขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขามีค่ามากกว่าที่คนอื่นคิด
ยามเช้าที่อากาศสดใส ลมเย็นพัดผ่านูเาและป่าไม้ที่ล้อมรอบหมู่บ้านเล็กๆ ของเหว่ยหลิง แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านใบไม้ สร้างลำแสงสีทองที่ตกกระทบพื้นดินสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและเงียบสงบ เหว่ยหลิงนั่งทำสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ริมลำธารที่ไหลริน เสียงน้ำไหลเบาๆ ทำให้เขารู้สึกสงบและจิตใจแจ่มใส
ขณะที่เหว่ยหลิงกำลังหายใจเข้าออกลึกๆ และรวบรวมพลังชี่เข้าสู่ร่างกาย เสียงฝีเท้าของบุรุษไปรษณีย์ดังขึ้นจากทางเดินหน้าบ้าน เสียงกระดิ่งที่ถูกเขย่าเรียกทำให้เหว่ยหลิงลืมตาขึ้นและหันไปมอง
“เหว่ยหลิง! มีจดหมายมาถึงเ้าจากสถาบันหลงหยวน!” บุรุษไปรษณีย์ร้องเรียกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เหว่ยหลิงรีบลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินไปหาบุรุษไปรษณีย์ด้วยความสงสัยและตื่นเต้น เขารับจดหมายที่ปิดผนึกอย่างดีจากมือของบุรุษไปรษณีย์ และเริ่มเปิดมันด้วยความระมัดระวัง
“ข้าถูกเลือกให้เข้าศึกษาที่สถาบันหลงหยวนตามนโยบายของจักรพรรดิ!” เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองด้วยเสียงที่ตื่นเต้นและดีใจ