การลงมือของเย่เทียนนั้นเร็วมาก และมันยังไม่ได้ส่งผลกระทบไปยังพื้นที่อื่น ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากนัก
แม้ว่าหญิงสาวเหล่านั้นอาจจะทำให้ข้อมูลรั่วไหล แต่ตอนนี้เขากำลังจะออกจากดาวแม่น้ำครามแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่สนใจปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
ไม่นานเย่เทียนก็ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังท่าเทียบยานอวกาศของดาวแม่น้ำคราม
จากนั้นเย่เทียนก็ขึ้นยานอวกาศข้ามผ่านดาราจักรจำนวนมาก มุ่งหน้ากลับไปยังดาวสีเงิน
ดาวสีเงิน มหาทวีปสงครามสวรรค์ สาขาหอบุตรแห่งสวรรค์
“จิตอาร์ติแฟกต์ ผมมาเพื่อส่งภารกิจ!”
เย่เทียนนำร่างของจักรพรรดิลมทมิฬออกมา
จิตอาร์ติแฟกต์พูดขึ้น “จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ หอบุตรแห่งสวรรค์ได้ยืนยันว่าเจ้าทำภารกิจสำเร็จแล้ว รางวัลภารกิจ 300 คะแนนจะส่งให้เจ้าอีกไม่ช้า!”
วูซ!
ลำแสงสายหนึ่งพุ่งออกมาห่อหุ้มร่างของจักรพรรดิลมทมิฬ ทันใดนั้นร่างของจักรพรรดิลมทมิฬก็หายไป
“ยืนยันแล้วหรือ?”
หัวใจของเย่เทียนสั่นไหว เขากระจ่างทันทีว่าระบบข่าวกรองของหอบุตรแห่งสวรรค์นั้นทรงพลังมากเพียงใด เกรงว่าหอบุตรแห่งสวรรค์คงจะทราบข่าวทันทีหลังจากเขาสังหารจักรพรรดิลมทมิฬลงแล้ว
อาจกล่าวได้ว่าแม้เขาไม่ได้นำร่างของจักรพรรดิลมทมิฬกลับมา หอบุตรแห่งสวรรค์ก็รู้ว่าเขาทำภารกิจเสร็จสมบูรณ์แล้ว
รางวัลภารกิจ 300 คะแนน ทำให้คะแนนในมือของเย่เทียนพุ่งทะยานขึ้นทันที
หลังจากออกจากสาขาหอบุตรแห่งสวรรค์ เย่เทียนก็มุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของเขาในเมืองฉินเฟิงทันที
ทันทีที่กลับมาถึง เขาก็เริ่มแยกแยะตรวจสอบทรัพย์สินของจักรพรรดิลมทมิฬ
ทรัพย์สินของจักรพรรดิลมทมิฬมีมากมายเกินกว่าที่เย่เทียนได้จินตนาการไว้
เย่เทียนตรวจสอบสมบัติทั้งหมดด้วยพรสวรรค์ล่าสมบัติ และพบว่าในหมู่สมบัติเหล่านี้มีสมบัติจำนวนหนึ่งที่เปล่งแสงสีทองออกมา และยังมีสมบัติอีก 2-3 ชิ้นที่เปล่งแสงหลากสี เขาพบว่าจักรพรรดิลมทมิฬครอบครองสิ่งมหัศจรรย์ไว้มากมาย
อุปกรณ์จัดเก็บสิ่งของของจักรพรรดิลมทมิฬไม่ใช่แหวนมิติธรรมดา แต่เป็นแหวนแห่งความว่างเปล่า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะรองรับสิ่งมหัศจรรย์พวกนี้ได้
“จักรพรรดิลมทมิฬ ไม่รู้ว่าเขาได้แหวนแห่งความว่างเปล่ามาจากไหน แต่ก็เป็นเรื่องดีที่เขามีแหวนแห่งความว่างเปล่า ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถจัดเก็บสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ได้ เราคงจะพลาดโอกาสที่จะได้รับมันไป!” เย่เทียนบ่นพึมพำ
สิ่งมหัศจรรย์ส่วนใหญ่ที่จักรพรรดิลมทมิฬมีมีระดับค่อนข้างต่ำ ระดับสูงที่สุดคือระดับ 6 ดาว
หนึ่งในนั้นคือเสาหินแปลกๆ ที่ดูคล้ายกับศิลาแห่งการรู้แจ้ง และยังมีสิ่งมหัศจรรย์อีกชิ้นที่สามารถช่วยเพิ่มความเข้าใจได้ รวมไปถึงสิ่งมหัศจรรย์ระดับ 6 ดาวที่เกี่ยวข้องกับนักดาบ สมบัติเช่นนี้มีค่าอย่างมากสำหรับนักดาบเช่นเขาอย่างแน่นอน
หลังจากนำสมบัติทั้งหมดออกมาตรวจสอบ เย่เทียนก็วางแผนที่จะมอบสิ่งมหัศจรรย์ที่ช่วยเพิ่มความเข้าใจได้ให้แก่จักรพรรดิจันทรา ด้วยสิ่งนี้มันจะช่วยเหลือจักรพรรดิจันทราได้มากอย่างไม่ต้องสงสัย
จักรพรรดิลมทมิฬยังมีสมบัติช่วยชีวิตอยู่อีก 2 ชิ้น ชิ้นแรกคือลูกปัดแม่น้ำวิญญาณ มันสามารถปกป้องวิญญาณของผู้ใช้จากอันตรายได้ นอกจากนี้ยังมีแหวนที่ช่วยปกปิดกลิ่นอาย สมบัติเช่นนี้สามารถซ่อนกลิ่นอายได้แม้แต่กับระดับเทพที่แท้จริง เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิลมทมิฬพึ่งพาแหวนวงนี้ในการหลบซ่อนจากการไล่ล่าของระดับเทพที่แท้จริงมาโดยตลอด มิฉะนั้นแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ในการปลอมตัว แต่หากระดับเทพที่แท้จริงระดมระดับจักรพรรดิออกค้นหาทั่วดาวเคราะห์ มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะหลบซ่อนตัวได้อีก
แต่เมื่อกลิ่นอายและระดับการบ่มเพาะถูกซ่อนไว้ด้วยแหวนวงนี้ ตัวตนอย่างเทพที่แท้จริงจะสามารถค้นพบเขาได้อย่างไร?
จับผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนบนดาวเคราะห์มาตรวจสอบอย่างนั้นเหรอ แน่นอนว่านั่นเป็นไปไม่ได้!
หากเป็นเพียงดาวเคราะห์ขนาดเล็ก เทพที่แท้จริงที่มีความแค้นต่อจักรพรรดิลมทมิฬอาจจะสามารถทำลายดาวเคราะห์ดวงนั้นได้ หรืออาจจะปล่อยให้ผู้คนจำนวนมากออกค้นหาจักรพรรดิลมทมิฬ แต่ดาวเคราะห์ที่จักรพรรดิลมทมิฬใช้ซ่อนตัวในทุกครั้งเป็นดาวเคราะห์ระดับสูงที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรือง และดาวเคราะห์เหล่านั้นโดยทั่วไปจะมีกองกำลังที่ทรงพลังมากมายประจำการอยู่ เช่นนั้นแล้วถึงแม้จะเป็นตัวตนระดับเทพที่แท้จริงก็ไม่บ้าพอที่จะทำลายดาวเคราะห์ดังกล่าว
ลูกปัดแม่น้ำวิญญาณและแหวนปกปิดกลิ่นอายมีประโยชน์ต่อเย่เทียนอย่างมาก โดยเฉพาะแหวนปิดกลิ่นอาย หากเขามีปัญหา ในอนาคตเขาสามารถใช้มันเพื่อหลบเลี่ยงการตามล่าของเทพที่แท้จริงได้
ในบรรดาสมบัติมากมายเหล่านี้ เย่เทียนรู้สึกพอใจมากที่สุดกับชิ้นส่วนของสิ่งมหัศจรรย์ ซึ่งนั่นก็คือ อีกหน้าหนึ่งของพระสูตรอมิตาภะ
ก่อนหน้านี้เย่เทียนเคยได้รับหน้าหนึ่งของพระสูตรอมิตาภะมาเมื่อครั้งที่เขายังอยู่บนโลก เดิมทีมันเป็นเพียงสิ่งมหัศจรรย์ที่สูญเสียพลังไปแล้ว แต่หลังจากได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังของโลก ในที่สุดมันก็เปลี่ยนแปลงกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกครั้ง และกลับกลายมาเป็น 1 หน้าของพระสูตรอมิตาภะอย่างสมบูรณ์
จากหน้านั้นของพระสูตรอมิตาภะก็ทำให้เย่เทียนได้รับทักษะโลกแห่งความว่างเปล่ามา ซึ่งมันมีส่วนช่วยเขามาจนถึงทุกวันนี้
แต่ตอนนี้เขาก็ได้รับมาอีกหน้าหนึ่งของพระสูตรอมิตาภะจากทรัพย์สมบัติของจักรพรรดิลมทมิฬ
หลังจากนั้นเย่เทียนก็เริ่มศึกษาหน้านี้ของพระสูตรอมิตาภะอย่างละเอียด ในที่สุดเขาก็พบประโยชน์ของมันอย่างรวดเร็ว
“ฝ่ามือแห่งความว่างเปล่า!”
การแสดงออกของเย่เทียนเปลี่ยนไป สิ่งที่บันทึกอยู่ในแผ่นกระดาษสีทองแผ่นนี้เป็นทักษะฝ่ามือ ไม่สิ มันควรเรียกว่าชุดกระบวนท่าฝ่ามือ มีตั้งแต่ระดับเหล็กดำไปจนถึงระดับเทพ
ต้องบอกก่อนว่าไม่ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบไหน ถึงแม้จะมีระดับที่เหนือกว่าระดับเทพ แต่มันก็ยังคงถูกเรียกว่าระดับเทพเช่นเดิม ยกตัวอย่างเช่นทักษะดาบระดับที่เหนือกว่าระดับเทพก็ยังถูกเรียกว่าทักษะดาบระดับเทพ หรือทักษะฝ่ามือที่เหนือกว่าระดับเทพก็ถูกเรียกว่าทักษะฝ่ามือระดับเทพเช่นกัน
ฝ่ามือแห่งความว่างเปล่าเป็นทักษะฝ่ามือที่จับคู่กับโลกแห่งความว่างเปล่าได้อย่างลงตัว มันสามารถรวบรวมพลังจากโลกแห่งความว่างเปล่าเพื่อใช้โจมตี ฝ่ามือแห่งความว่างเปล่านี้สามารถบดขยี้ศิลปะการต่อสู้อื่นๆ ในระดับเดียวกันได้
อาจกล่าวได้ว่าฝ่ามือแห่งความว่างเปล่าเป็นทักษะฝ่ามือที่รวบรวมพลังแห่งห้วงมิติโจมตีศัตรู ซึ่งมันมีความคล้ายคลึงกับฝ่ามือยูไลในนวนิยาย
ที่สำคัญกว่านั้นกระบวนท่าฝ่ามือแห่งความว่างเปล่านี้เป็นกระบวนท่าที่มีระดับเหนือกว่าระดับเทพ ซึ่งเย่เทียนไม่มีทักษะการต่อสู้ในระดับนั้น อาจกล่าวได้ว่าฝ่ามือแห่งความว่างเปล่าเป็นทักษะการต่อสู้เหนือกว่าระดับเทพอย่างแรกของเขา
นอกเหนือจากนั้น
เย่เทียนรู้สึกได้ว่าพระสูตรอมิตาภะที่แท้จริงนั้นต้องมีความพิเศษมาก ทั้งทักษะโลกแห่งความว่างเปล่า และฝ่ามือแห่งความว่างเปล่า ทั้งสองอย่างนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งในชุดเนื้อหาในการบ่มเพาะของพระสูตรอมิตาภะ หากเขารวบรวมชิ้นส่วนพระสูตรอมิตาภะจนครบในอนาคต เขาอาจจะสามารถพัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด
“ปัจจุบันเรามีพรสวรรค์ด้านฝ่ามือระดับสูงสุดเท่านั้น ถ้าเราต้องการที่จะฝึกฝนทักษะฝ่ามือแห่งความว่างเปล่า เราจำเป็นจะต้องคัดลอกพรสวรรค์ด้านฝ่ามือในระดับที่สูงกว่านี้ให้ได้!” เย่เทียนพูดพึมพำ
พรสวรรค์ด้านฝ่ามือระดับสูงไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่ในดาวสีเงิน มีผู้ฝึกยุทธ์มากมายที่มีพรสวรรค์ด้านฝ่ามือ แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นพรสวรรค์ที่มีระดับสูง ในหมู่บุตรแห่งสวรรค์ก็มีผู้ที่ใช้ทักษะฝ่ามือที่แข็งแกร่งอยู่ด้วยเช่นกัน!
ซึ่งก็คือบุตรแห่งสวรรค์อู่เซิง ว่ากันว่าเขานั้นเชี่ยวชาญในทักษะฝ่ามือเป็นอย่างแท้จริง อีกทั้งความแข็งแกร่งของเขายังเป็นถึงบุตรแห่งสวรรค์ระดับ 4 ดารา
“ในอนาคต ถ้ามีโอกาสได้พบกับอู่เซิง เราต้องคัดลอกพรสวรรค์ด้านฝ่ามือของเขามาให้ได้!” เย่เทียนวางแผนคร่าวๆ
เมื่อตรวจสอบพระสูตรอมิตาภะเสร็จสิ้น เย่เทียนก็เริ่มตรวจสอบทรัพยากรในการบ่มเพาะอีกครั้ง
จักรพรรดิลมทมิฬรวบรวมทรัพยากรสำหรับการบ่มเพาะไว้เป็นจำนวนมาก และยังมีทรัพยากรบางอย่างที่ช่วยในการทำลายขีดจำกัดของร่างกาย สิ่งนี้ตรงกับความต้องการของเย่เทียนพอดี
ดังนั้นเย่เทียนจึงคัดแยกทรัพยากรเหล่านั้นออกมา และเก็บทรัพยากรที่ไร้ประโยชน์สำหรับเขาออกไป เพื่อที่จะนำมันไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่จำเป็นอื่นๆ การเก็บไว้กับตัวมันไร้ประโยชน์เกินไปสำหรับเขา
เวลาผ่านไปครึ่งวัน ในที่สุดเย่เทียนก็ตรวจสอบสมบัติทั้งหมดเสร็จสิ้น
ต่อจากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังหอการค้าของเมืองฉินเฟิงเพื่อแลกเปลี่ยนสมบัติเหล่านี้ในราคาที่ต่ำกว่าตลาด และได้รับคะแนนดวงดาวมาทั้งหมดมาประมาณ 7 พันล้านคะแนน
นี่ยังคงเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีสมบัติจำนวนมากที่เขาเก็บไว้ มิฉะนั้นหากขายสมบัติทั้งหมดออกไป เขาคงได้รับคะแนนดวงดาวมากกว่าหมื่นล้านคะแนน
นอกจากนี้สมบัติบางอย่างก็ไม่สามารถตัดสินมูลค่าด้วยราคาได้ เช่นสิ่งมหัศจรรย์ระดับ 6 ดาว หรือพระสูตรอมิตาภะ รวมถึงสมบัติหายากอีกหลายชิ้น ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างมาก ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน!
การเดินทางในระยะเวลาสั้นๆ ครั้งนี้ทำให้เขาทำกำไรได้อย่างมหาศาล
ในขณะเดียวกันข่าวที่ว่าเย่เทียนได้เสร็จสิ้นภารกิจจับกุมจักรพรรดิลมทมิฬก็แพร่กระจายออกไปในหอบุตรแห่งสวรรค์
โลกเสมือนจริงของหอบุตรแห่งสวรรค์ ช่องแชตสาธารณะ
“อะไรนะ!! จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ทำภารกิจในการจับจักรพรรดิลมทมิฬได้สำเร็จอย่างนั้นหรือ? นี่เขาทำได้อย่างไรกัน?”
“ฉันเคยรับภารกิจนี้เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่มันล้มเหลว แม้ว่าจักรพรรดิลมทมิฬจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่พรสวรรค์ในการปลอมตัวของเขากลับแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ฉันพยายามหาตัวเขาอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว!”
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ทำกำไรได้มากมายในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าภารกิจนี้จะมีรางวัลแค่ 300 คะแนน แต่ด้วยความมั่งคั่งของจักรพรรดิลมทมิฬ เกรงว่าจักรพรรดิหมื่นสวรรค์คงจะได้รับสมบัติไปมากมาย!”
“ฉันล่ะอิจฉาจักรพรรดิหมื่นสวรรค์จริงๆ ทำไมฉันถึงไม่ใช่คนที่ทำภารกิจสำเร็จนะ”
บุตรแห่งสวรรค์หลายคนต่างแสดงความอิจฉาและเกลียดชังออกมา หนึ่งในนั้นก็คือจักรพรรดิอัสนี
คฤหาสน์ของจักรพรรดิอัสนี
เมื่อเขาได้รับข่าวว่าเย่เทียนทำภารกิจการจับกุมจักรพรรดิลมทมิฬได้สำเร็จ ไฟอิจฉาภายในใจเขาก็ถูกจุดขึ้นทันที
“บัดซบ!!! เดิมฉันคิดว่าเจ้าหมอนี่มีดีแค่พรสวรรค์ แต่ทำไมสวรรค์ถึงเข้าข้างมันขนาดนี้” จักรพรรดิอัสนีคำรามออกมา