ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงเคาะประตูห้อง
ใครมาเคาะห้องคนอื่นตอนดึกๆดื่นๆแบบนี้เนี่ย เทพแห่งการรบกวนเวลานอนหรือไงนะ
ผมเดินสะลึมสะลือออกไปเปิดประตู ที่เห็นคือเด็กชายคนหนึ่งสูงแค่เอวของผม อยู่ในชุดนอนสีครีมลายสีหมีสีส้ม กอดหมอนข้างรูปหมีสีน้ำตาลไหม้ยิ้มสยองที่มีตาโตจนน่าขนลุก เด็กชายคนนั้นผิวขาว ผมสีส้ม ใบหน้าอมทุกข์เหมือนใกล้จะะเิน้ำตาออกมาเต็มแก่
ผมขมวดคิ้ว สงสัยว่าเด็กคนนี้คงจะหลงทางระหว่างเดินไปเข้าห้องน้ำหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า
“เ้าน่ะ ช่วยข้าทีสิ” เด็กชายคนนั้นขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า ดูเหมือนเขาคงจะเป็เทพเ้าเหมือนกันกับผม เพราะงั้นเทพตรงหน้าของผมคงจะมีอายุมากกว่าที่ตาเห็นแน่ๆ
“มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ” ผมถาม ไม่เข้าใจว่าเทพวัชพืชอย่างผมจะแก้ปัญหาให้เทพเด็กในชุดนอนยังไง
“ข้าน่ะนะ…” เขาสะอื้น เบะปาก “ชอบวางของไว้นู่นไว้นี่ แบบว่า…มั่วไปหมดเลยล่ะ”
“ครับ”
“ตอนสมัยอยู่บนโลกท่านแม่ก็บ่นข้าตลอดเลยอ่ะ” เทพเด็กนั่นยังคงพูดไม่หยุด “ถึงท่านพ่อจะคอยปลอบข้าตลอดเพราะเป็พวกไม่มีระเบียบเหมือนกันก็เถอะ”
“อาฮะ” อย่างน้อยๆผมก็ได้รู้จากบรรดาน้ำที่เทพองค์นี้เล่ามา เขาเคยเป็มนุษย์มาก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเองก็เป็เทพระดับล่างที่ต้องสู้ชีวิตแบบเดียวกับผม
“แต่ก็…” เขาปาดน้ำตาที่เอ่อขึ้นมา ยังคงสะอื้นไม่หยุด “ข้านะ หาพวกมันเจอตลอดเลย…ข้าคิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่อ่า แง”
แล้วเทพองค์นั้นก็ปล่อยโฮออกมา ผมยืนอึ้งเพราะไม่เข้าใจว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับสถานการณ์แบบไหน ผมปล่อยให้เขางอแงอยู่แบบนั้นจนเสียงร้องเขาเริ่มเงียบลงและเปลี่ยนไปเป็เสียงสะอื้นแทน เทพที่พักอยู่ห้องข้างๆเปิดประตูออกมามองว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะปิดกลับไปแบบไม่ค่อยอยากยุ่งด้วย
“ข้าโอเคแล้วล่ะ ขอบใจมากนะ” เทพในชุดน้อยอมยิ้ม ตาและแก้มแดงก่ำ
“นี่คือเื่ที่อยากให้ช่วยเหรอครับ” ผมถามออกไป ไม่อยากจะเชื่อว่าผมถูกปลุกขึ้นมาเพื่อนั่งดูเด็กร้องไห้เพราะคิดถึงพ่อแม่
“ม่ายยย” เทพผมส้มกระเซอะกระเซิงส่ายหัว “ข้าอยากให้เ้าช่วยหยิบท่านชาเมนัสให้หน่อยน่ะ”
“ท่านชาเมนัสเหรอครับ” นั่นฟังดูไม่เหมือนชื่อสิ่งของเลย
“ช่ายยย” เทพเด็กตรงหน้าผมอมยิ้ม “ท่านชาเมนัสน่ะมักจะพยายามทำให้ตัวเองหายสาปสูญอยู่ตลอดนั่นแหละ คราวนี้ก็หายไปอยู่บนกำแพง แล้วข้าก็หยิบมันไม่ถึงเลยอ่ะ” เทพตรงหน้าผมะโชูมือเหยงๆเหมือนจะโชว์ให้ผมดูว่าความสูงของของที่สามารถหยิบได้คือแค่ไหน
“ลองปีนเก้าอี้ดูหรือยังครับ” ผมถาม พลางนึกสงสัยว่าท่านชาเมนัสมันจะเป็อะไรไปได้บ้าง
“เื่อันตรายแบบนั้น ถ้าท่านแม่รู้ท่านแม่จะต้องไม่ชอบแน่ๆ” เทพผมส้มทำหน้าหวาดกลัว เขากอดตุ๊กตาหมีหน้าตาสุดสยองนั่นเอาไว้แน่นกว่าเดิม
“แต่ตอนนี้คุณเป็เทพแล้วนะครับ”
“...” เทพในชุดนอนจ้องหน้าผมนิ่งๆก่อนจะขมวดคิ้ว “เ้าเป็เด็กดื้อสินะ”
“ฮะ!”
“ตกลงเ้าจะช่วยหยิบท่านชาเมนัสให้ข้าหน่อยได้ป่าว” เทพตัวน้อยดูเริ่มอารมณ์เสียซะแล้ว ยิ่งคุยผมก็ยิ่งรู้สึกว่านี่จะต้องเป็เทพที่มีอายุรวมทั้งตอนอยู่บนโลกและตอนอยู่บน์ไม่เกิน 10 ขวบแน่นอน
“ได้ครับ” ผมตอบตกลงไปในที่สุด เทพองค์นั้นฉีกยิ้มฟันขาว “ผมชื่อว่าแอคกริโอนะครับ เป็เทพแห่งวัชพืช”
“แบบพวกต้นพูนิกอ่ะเหรอ” เทพในชุดนอนผู้กอดตั๊กตาหมีถามกลับ
“น่าจะใช่นะครับ” ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้นพูนิกคืออะไร แต่ก็ไม่ได้อยากต่อความยาวสาวความยืด รีบๆหยิบของให้เขาจะได้รีบๆกลับมานอนซักที “ห้องของคุณไปทางไหนงั้นเหรอ”
“ส่งมือมาสิ” เทพเด็กแบมือ
“มือ?” ผมงง
“ข้าจะจูงพาเ้าไปห้องข้าไง” เขาพูดอย่างใสสื่อ ผมยื่นมือออกไป เขาคว้าก่อนจะจูงเดินไปตามทาง มุ่งสู่ห้องหมายเลข 1009 ซึ่งเป็ห้องนอนของเขา
“ข้าน่ะ ชอบจูงมือกับท่านแม่สุดๆเลยล่ะ” เทพตัวน้อยผลักประตูเข้าไป มีกลิ่นอันแสนคุ้นเคยลอยเข้ามาเตะจมูกของผม ผมพบว่ากลิ่นห้องของเขามีกลิ่นเดียวกับห้องของผมตอนสมัยเด็กๆ ทว่าห้องเขามีลักษณะที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อันที่จริงมันเหมือนราวกับว่าเป็คนละโลกกันเลยมากกว่า
เพราะว่าแทนที่จะเป็ห้องคอนโดแบบปกติ เื้ัประตูกลับเป็กระท่อมไม้ที่เรียงต่อกันไม่สนิทดี เผยให้มีหลายๆจุดที่เว้นช่องเอาไว้ให้ลมลอดเข้ามาได้ กระท่อมนี่ดูเหมือนกับหลุดออกมาจากหนังย้อนยุค ตรงกลางกระท่อมมีตะเกียงอันใหญ่ตั้งอยู่ ไฟในตะเกียงลุกไหม้อย่างสงบ บนเชื้อเพลิงที่ผมรู้สึกได้ว่าไม่ว่านานแค่ไหนมันก็จะไม่มีวันหมดไป รอบๆห้องในกระท่อมแห่งนี้เต็มไปด้วยตุ๊กตาหมีที่ผ่านการเย็บอย่างลวกๆ จึงทำให้มีหน้าตาน่ากลัวไม่ต่างจากตัวที่เทพตัวน้อยกอดเอาไว้ เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างทำมาจากไม้ ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าซักชิ้นเดียว
มองรอดออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดโล่งคือท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ดวงจันทร์สีฟ้ากับสีเหลืองนวลลอยคู่กันอยู่ข้างนอกนั่น ผมยืนมองค้างไปซักพัก จนกระทั่งเทพตัวน้อยเรียกสติผมกลับมา
“นั่นไง ท่านชาเมนัสอยู่ตรงนั้น” เขาชี้ไปที่ชั้นตู้ไม้ตรงมุมห้อง บนชั้นเต็มไปด้วยรูปของเทพองค์น้อยสมัยยังมีชีวิตกับพ่อแม่ในมุมต่างๆระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน มีทั้งตอนที่ยิ้ม หัวเราะ หรือแม้แต่โตนที่โดนพ่อของเขาดุ ชั้นบนสุดมีตุ๊กตาผ้าสีดำสนิทที่ทั้งเก่าและขาดวิ่นวางเอาไว้ เด็กชายผมส้มชี้เ้าตุ๊กตาตัวนั้นเป็สิ่งที่บ่งบอกผมว่านั่นแหละคือชาเมนัส เทพแห่งการสาปสูญที่เด็กน้อยพูดถึง
ผมเอื้อมขึ้นไปหยิบคุณตุ๊กตาผ้าตัวนั้นแล้วยื่นมันให้กับเทพตัวเล็ก เขาโยนตุ๊กตาหมีที่กอดเอาไว้ตลอดขึ้นไปกองรวมกับหมีสยองตัวอื่นๆบนเตียงไม้ ก่อนจะรับเอาท่านชาเมนัสของเขาไปกอดไว้แทน ผมมองไปยังตุ๊กตาผ้าสีดำสนิทตัวนั้น อะไรบางอย่างบ่งบอกผมว่านี่จะต้องไม่ใช่ตุ๊กตาผ้าธรรมดา แต่อย่างน้อยๆก็คงจะไม่ใช่หนึ่งในทวยเทพแบบเดียวกับผมหรอก…มั้งนะ ไม่รู้สิ ที่นี่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเื่แปลกๆมันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเลย
“เย่ๆ” เทพเด็กน้อยดีใจที่ได้ของเล่นโปรดกลับคืนสู่อ้อมกอด “ขอบใจเ้ามากๆเลยนะแมคครีโอ้”
“ผมชื่อว่าแอคกริโอครับ”
“ตัดสินใจละ” เทพตัวน้อยมในชุดนอนตีสีหน้าขึงขังแบบเด็กๆ “เพราะว่าเ้าช่วยข้า ข้าจะช่วยเ้าคืนบ้าง ไม่ว่าอะไรก็ขอมาได้เลย” เขายืนเท้าเอววางท่า
“เอาไว้ก่อนได้ไหมครับ ตอนนี้ผมขอกลับห้องไปนอนก่อน” ผมอยากนอนเอนตัวลงไปบนเตียงนุ่มๆใจจะขาดแล้ว
“นั่นเป็คำขอหรือเปล่า” เพพตัวน้อยเอียงคอ
“ไม่ใช่ครับ ไม่สิ…เอ่อ” ผมชักงงกับตัวเองเหมือนกันแล้วสิ
“ฮ่าๆๆๆ เ้านี่ตลกชะมัด” เทพตัวเล็กคนนั้นหัวเราะ
“จริงสิ ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณชื่ออะไร” ผมลืมถามสิ่งที่ควรจะถามั้แ่แรกไปซะสนิทเลย
“ข้าเหรอ” เทพในชุดน้อยชี้ไปที่ตัวเอง เขาฉีกยิ้ม “ข้ามีนามว่าอานาซิธ ข้าเป็เทพแห่งการตามหา ไม่ว่าอยากจะได้อะไรข้าก็จะหาเจอเสมอเลยล่ะ!”
โปรดติดตามตอนต่อไป