เวลาเดียวกัน:ตำหนักหลงซิ่ว
“เ้าว่าผู้ใดสั่งการนะ”
“กู้ฮองเฮาพะยะค่ะ” ซุยเซ่อรีบรายงานเมื่อมีองครักษ์สตรีของฮ่องเต้จากจวนสกุลหวังใช้วิชาตัวเบาเข้ามาแจ้งเื่เมื่อครู่ “แต่คุณหนูหวังปลอดภัยดีพะยะค่ะ”
พระพักตร์มืดครึ้มในทันทีที่รู้ว่าสตรีผู้นั่งเคียงบัลลังก์ร่วมกันมาสิบปีส่งเงาขั้นสองไปลอบสังหารหวังปิงปิงถึงจวนของนาง กู้หลานหนิงสตรีที่พระองค์ทรงแต่งตั้งขึ้นเป็ฮองเฮาเพราะนางมีองค์ชายก่อนสนมคนอื่น สตรีที่พระองค์มิเคยรักแต่ยังคงอยู่ร่วมกันเพราะหน้าที่ แค่เพราะมิได้สมรสพระทานของรัชทายาทกลับคืนเพียงหนึ่งวัน นางถึงกับกล้าลงมืองั้นรึ? “มิใช่ว่าก่อนหน้านั้นฮองเฮาอยากได้หวังปิงปิงไปเป็สะใภ้ แล้วเหตุใดนางจึงกล้าสั่งการเช่นนั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่าหวังร่วนเทาเป็สหายคนสนิทของเรา” หรือมันอาจจะมีเื่อื่นที่เป็ชนวนเหตุ
“มิใช่ว่าก่อนหน้านั้นฮองเฮาอยากได้หวังปิงปิงไปเป็สะใภ้ แล้วเหตุใดนางจึงกล้าสั่งการเช่นนั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่าหวังร่วนเทาเป็สหายคนสนิทของเรา” หรือมันอาจจะมีเื่อื่นที่เป็ชนวนเหตุ
“เท่าที่กระหม่อมได้ยินมาจากตันเจ่อองครักษ์ขั้นสองของรัชทายาท ยามนี้กู้ฮองเฮาทรงทราบแล้วพะยะค่ะว่าคุณหนูหวังปิงปิงลักลอบเข้ามาหาฝ่าาถึงในตำหนัก”
มู่เจี้ยนเทียนยังคงไม่เข้าใจ “เพราะเช่นนี้สินะ นางจึงคิดจะสังหารหวังปิงปิง แต่เหตุใดนางรู้เื่นี้แล้วจึงไม่มาถามเราก่อน”
“อาจจะหึงหวงจนหน้ามืดพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้รูปงามส่ายหน้า “หึงหวงอย่างไร นางกับเราหาใช่อยู่ด้วยกันได้เพราะความรัก เป็ถึงฮองเฮาใยจึงกระทำการอย่างไร้สติ” ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเื่สำคัญขนาดนี้ เขาจะต้องพูดคุยกับรัชทายาทเสียก่อน “พรุ่งนี้ยามซื่อ (10.00) ให้มู่หรงหลานมาหาเราที่ตำหนัก” ความโกรธในใจนั้นมีมากจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หากคืนนี้หวังปิงปิงถูกสังหารไปจริงๆ เขาคงเสียใจจนไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้ ‘รัก’ คำนี้วนเวียนอยู่ในสำนึกไม่รู้จบ ใจจริงของเขานั้นอยากจะสั่งลงโทษกู้หลานหนิงโดยการขังลืมไปซะ แต่มันยังมิสามารถทำได้ ต้นเหตุของเื่นี้หากจะหาตัวคนผิดจริงๆ คงไม่พ้น...ฮ่องเต้เช่นเขาที่มิจัดการรับหวังปิงปิงเข้ามาเป็สนมให้มันจบเสียั้แ่แรก ซึ่งถ้าหากเป็เช่นนั้นเื่ลอบสังหารก็คงไม่เกิด
“พะยะค่ะ” ซุยเซ่อจัดการตามรับสั่งทันที
๑-------------------๑
วันรุ่งขึ้น
ปิงปิงตื่นั้แ่เช้าตรู่และตรงไปหาบิดาในห้องโถงของเรือนใหญ่ ก่อนจะขอตัวไปพบเยี่ยนมิ่งลี่ที่บ้านของนางเพื่อวางแผนให้รัชทายาทมู่หรงหลานและอีกฝ่ายสมรสกัน จะเป็ตำแหน่งใดนั้นล้วนไม่เกี่ยวข้องกับนาง เพียงแค่พวกเขารีบแต่งและไปให้พ้นๆ ซะก็จบ ปิงปิงจำได้ว่าในนิยายเื่รัชทายาททวงรักที่เคยอ่านมานั้น วันที่พระเอกจะต้องขอสมรสพระราชทานให้กับเยี่ยนมิ่งลี่นั้นผ่านมาได้เกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว นางลืมและไม่ได้สนใจเพราะเื่ของรัชทายาทมันไม่ได้เกี่ยวกับนาง แทนที่เนื้อเื่จะเป็ไปตามนิยายนั้นแต่เหตุใดมันกลับกลายเป็ว่ารัชทายาทมู่หรงหลานดันมามีเื่กับนางเสียได้ ‘ไอ้บุรุษขี้ฟ้อง เื่ของตนไม่จัดการแต่กลับมาสาระแนเื่ของนางกับฮ่องเต้’ สุดท้ายนางจึงตัดสินใจวางแผนจัดการรวบรัดตัดตอนให้ทั้งคู่ได้กันเสียเลยมันอาจจะง่ายกว่า ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถม้าสำหรับเดินทางสองสตรีพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงไม่ดังนัก
อาเปาว่า “คุณหนูจะชักชวนคุณหนูเยี่ยนปลอมตัวเป็นางกำนัลเข้าไปหารัชทายาท บ่าวว่าคุณหนูเยี่ยนมิกล้าแน่นอนเ้าค่ะ” เพราะแต่ก่อนนั้น ยามมีเื่กับผู้ใดนางเห็นเพียงคุณหนูของนางเท่านั้นที่เป็ฝ่ายออกหน้า ส่วนคุณหนูเยี่ยนผู้นั้นรึ ได้แต่หลบอยู่หลังผู้อื่นด้วยความหวาดกลัว
“แต่นางอาจจะเข้าไปกับข้าและสู้เพื่อความรัก ส่วนเ้ารออยู่ที่ร้านผ้าของเรานั่นล่ะ”
“นั่นคือถ้าคุณหนูเยี่ยนตกลงนะเ้าคะ” อาเปามั่นใจว่านางคิดถูกแน่ มิใช่มิรู้ว่า เหตุที่คุณหนูเยี่ยนเป็คนเช่นนี้นั้นเพราะคิดว่าตนเป็บุตรอนุ จึงมิมีความกล้าดังเช่นคุณหนูปิงปิงที่เป็บุตรของฮูหยินเอก ใช่ว่าอาเปาจะดูถูกอะไรอีกฝ่าย แต่อาเปาคิดในแบบสตรีผู้น้อยเหมือนๆ กัน นั่นคือการเจียมตัว...ช่างเถอะ ผู้ใดจะเป็เช่นไรนางไม่สนขอแค่คุณหนูปิงปิงสมหวังก็พอ
“อืม” ปิงปิงนึกไปถึงแผนการส่งมิ่งลี่เข้าถ้ำเสือ เพื่อล่อลวงเสือให้ขย้ำ ‘หึหึ’ คนรักไปหาถึงที่มีหรือที่บุรุษวัยกำหนัดอย่างรัชทายาทจะทานทนไม่ทำสิ่งใดได้ ยิ่งมีผงปลุกกำหนัดที่พกมานี่อีก เชื่อเถอะ อย่างไรก็ไม่รอด!!
๑--------------------๑
จวนสกุลเยี่ยน
“ข้าไม่กล้า” เยี่ยนมิ่งลี่มองผงปลุกกำหนัดในมือตนและฟังข้อเสนอของหวังปิงปิง